0 Views

บทที่ 28

เจอกันอย่างคาดไม่ถึง

 

แปลโดย : ราตรีสีทา

เกลาสำนวนโดย : ราตรีสีเทา

แก้คำผิดโดย : ราตรีสีเทา

 

นายตำรวจกลายเป็นเซ่อ และงุนงง กับความโกรธที่ดูเหมือนจะมาจากความเย่อหยิ่งของเธอเอง ตระกลูของนายหญิงนางนี้คืออะไร? เธอออกคำสั่งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ราวกับว่าตัวเธอนั้นเป็นผู้กำกับที่ลงมาประสานงานด้วยตัวเอง ตระกลูของเธอเปิดทำการสถานนีตำรวจใช่หรือไม่? เธอคิดว่าเธอสามารถจับคุมใครก็ได้ เพียงแค่เธอบอกพวกเขา?

 

เจียงซิ่วย่นคิ้วของเขาลง “ลาเตะหัวเธอมารึไง?”

 

“ถ้าเทพคนนี้ไม่ได้หยุดรถให้ เธอจะเสียการควบคุมในไม่ช้าก็เร็วต่อจากนี้ และเธอก็ขับจะพุ่งเข้าไปยังทางเดินท้าว ท้ายที่สุดแล้ว ก็อาจจะจบลงโดยการที่เธอได้ฆ่าใคลงไปสักคน เธออาจจะเสียอนาคตของตัวเองไปเลยก็ได้”

 

“ในความเป็นจริง เทพคนนี้ต่างหาก ที่ได้ช่วยชีวิตเธอเอาไว้”

 

หนานก๋งโควเอ๋อมองไปที่เขา และขบฟันของเธอ การจ้องมองของเธอไม่ได้ใกล้เคียงกับการจ้องมองผู้มีพระคุณเลยแม้แต่น้อย มันดูราวกับว่าเธอกำลังมองศัตรูไม่อาจอยู่ร่วมโลกกันได้อยู่ “นายวิ่งออกไปบนถนน เพื่อขวางทางรถวิ่ง ถ้าไม่ใช่เพราะทักษะการขับรถที่ยอดเยี่ยมของนายหญิงคนนี้ ที่มีปฏิกิริยาอันรวดเร็ว และเหยียบเบรกได้ทันเวลา ไม่งงั้น นายก็คงเสียชีวิตไปแล้ว เนื่องด้วย การถูกรถชน”

 

“ฉันตั้งหากที่เป็นผู้มีพระคุณที่แท้จริง ฉันได้ช่วยชีวิตนายเอาไว้!”

 

ขณะที่เธอกล่าว สุภาพสตรีโควเอ๋อเธอไม่ได้หยุดชงักหรือสูดลมหายใจเข้าเลยแม้แต่นิดเดียว ดูเหมือนว่าเธอจะลืมข้อเท็จจริงที่เธอหวาดกลัวมากมายในตอนนั้นไป เหมือนเธอจะลืมมันไปหมดแล้วจริงๆ

 

เจียงซิ่วยิ้มอย่างเย็นชา “เธอเชื่อว่าตัวเธอเอง หยุดรถ?”

 

“ขลาดเขลาและโง่เง่า!”

 

“นะ นายกำลังพูดถึงใคร?” ใบหน้าของหนานก๋งโควเอ๋อฉับพลันกลายเป็นแดงก่ำ นายกล้าตำหนิหนานก๋งโควเอ๋อคนนี้ว่าขลาดเขลาและโง่เง่า? สีบนหน้าของเธอในที่สุดก็ค่อยๆกลับมาเป็นปกติ แน่นอนว่าเธอเป็นผู้หญิงที่สวยมาก เธอเหมือนดอกโบตั๋นในฤดูร้อน กล้าได้กล้าเสียและดุเดือดเลือดพลาน เจียงซิวรู้สึกว่าใบหน้านี้ของเธอคนนี้ค่อนข้างคุ้นเคย

 

“คุณทั้งสองคน…”

 

“ไม่มีอะไรเกิดขึ้นและก็ไม่มีใครก็ป็นอะไรก็ดีแล้ว ให้เรื่องมันจบลงที่นี่ โอเคไหม? มาที่สถานีตำรวจกับฉัน เรื่องนี้จะจบลงทันทีที่การลงบันทึกประวันเสร็จ”

 

ตำรวจอาวุโสแต่เดิมต้องการที่จะจับกุมหนานก๋งโควเอ๋อ และอย่างน้อยที่สุดเธอควรถูกกักขังจนกระทั่งถึงช่วงเวลาเย็นๆ อย่างไรก็ตาม เธอได้อ้างชื่อของหัวหน้าที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัด และโทนเสียงที่เธอใช้เองก็ดูน่ากลัวมาก

 

“ทำไม?”

 

ทั้งเจียงซิ่วและหนานก๋งโควเอ๋อพูดพร้อมกัน

 

“เฮ้ เธอทั้งสองคนควรเข้าใจอะไรไว้ซักอย่างนึง ความจริงที่ว่าก็คือฉันเองก็เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แค่นั้นมันไม่พอรึไง?”

 

“ฮึ่มม!”

 

หนานก๋งโควเอ๋อส่งเสียงฮึ่มออกมา รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่มีเสน่ห์ของเธอ ขณะที่เธอกล่าวออกไปอย่างโอ่อ่า “คุณรู้หรือเปล่าว่าฉันเป็นใคร? คุณกล้าที่จะจับฉันหรือ? คุณจะรับผิดชอบมันไหวไหม?”

 

นายตำรวจอาวุโสกล่าวถาม “โปรดบอกพวกมันกับเรา”

 

หนานก๋งโควเอ๋อเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจที่เปี่ยมล้น “ยืนให้มั่นและอย่ากลัวเมื่อได้ยินมัน”

 

“สกุลหนานก๋ง ชื่อโควเอ๋อ!”

 

“หนานก๋งโควเอ๋อ!”

 

ตำรวจอาวุโสไม่ทราบว่าหนานก๋งโควเอ๋อเป็นใคร ดังนั้นเขาจึงไม่ได้แสดงความแปลกใจออกไปทางใบหน้า เขาเองก็ไม่ได้สั่นไปด้วยความหวาดกลัว หนานก๋งโควเอ๋อรู้สึกผิดหวังกับเรื่องนี้ เธอลืมไปว่า ทั้งสองคนไม่ใช่ตำรวจจากเมืองหลวงจักรพรรดิ ถ้าที่นี่เป็นเมืองหลวงจักรพรรดิ เพียงแค่ประกาศว่าเป็นสุภาพสตรีจากหนานก๋ง ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้หัวหน้าสำนักงานสะดุจล้มลงจากเก้าอี้ของตัวเอง

 

“หนานก๋งโควเอ๋อ?!”

 

เจียงซิ่วมองเธอด้วยความตกใจ มันเป็นเธอ! หนานก๋งโควเอ๋อ ไม่น่าแปลกใจเลยที่ทำไมฉันดูเหมือจะคุ้นเคยกับเธอ เธอเป็นหนึ่งในคู่หมั้นทั้งสามของฉัน

 

ทำไมเธอถึงมาที่นี่?

 

ในระยะเวลาก่อนหน้านี้ เจียงซิ่วเห็นเธอครั้งแรก ก็เกือบอีกสิบปีต่อจากนี้ หนานก๋งโควเอ๋อกลายเป็นหญิงสาวที่เติบโตบานสะพรั่งไปเรียบร้อยแล้ว เธอสุขสมบูรณ์ดุจลูกพีชอันฉุ่มฉ่ำ ธรรมชาติของเธอไม่ได้ป่าเถื่อนแบบนี้ และเธอก็ค่อนที่จะข้างอ่อนโยน เธอเป็นหญิงสาวของตระกลูใหญ่ที่เข้มงวดมาก

 

เจียงซิ่วจำบางสิ่งบางอย่างได้ เมื่อพวกเขาคุยกันในช่วยระยะเวลาก่อนหน้านี้ หนานก๋งโควเอ๋อกล่าวว่า เธอเคยมาที่เมืองเจียงเพื่อมาตามหาเขา ตอนนี้เจียงซิ่วไม่ใส่ใจอะไรมากนัก แต่ในเวลานี้ เขาคาดคะเนบางสิ่งจากที่เธอกล่าวไว้ได้ เหมือนเรื่องที่เธอพูดตอนนั้น มันเกิดขึ้นในวันนี้เอง

 

การคงอยู่ของเจียงซิ่ว ทำให้เกิดการเปลี่ยนเส้นทามไลน์ มันเปลี่ยนให้พวกเขาได้มาพบกันครั้งแรกที่ถนนนี่แทน

 

เมื่อตอนระยะเวลาก่อนหน้านี้ พวกเขามีความเข้าใจตรงกัน พวกเขาจึงเซ็นชื่อยุติข้อตกลงงานหมั้นในที่สุด หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันไปตัวใครตัวมัน เจียงซิ่วเองก็ไม่ได้มีเหตุผลอะไรที่จำเป็นต้องยุ่งวุ่นวายกับเธอในช่วงเวลานี้

 

ฉะนั้นถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องจากไปตามถนนนี้!

 

“ห๊า! นั้นเขากำลังไปไหน?”

 

เทพซิ่วลอบหลบหนีหายจากไปอย่างไร้ร่องรอย หนานก๋งโควเอ๋อกลายเป็นโกรธ “ไอ้ตัววายร้ายนั้น! นี่ ฉันบอกให้คุณจับกุมเขาไง แต่คุณก็ไม่ทำมัน! ดูตอนนี้สิ เขาหนีไปแล้ว!”

 

นายตำรวจทั้งสองได้รับการตำหนิจากเธอ ราวกับว่าพวกเขากลายเป็นลูกน้องของเธอไปแล้ว

 

“ฉันจำตาหมายเลขของพวกคุณไว้แล้ว ดังนั้นฉันก็จะบ่นเรื่องนี้กับเหยียนเที่ยนซ่ง เพียงแค่รอสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับพวกคุณเท่านั้น”

 

นายตำรวจกลายเป็นตกตะลึง

 

พวกเขาไม่สามารถรบกวน การพ่นคำบ่นดุจสวดมนตร์ของหนานก๋งโควเอ๋อได้เลย แต่ช่วงเวลาไม่นานผ่านไป พวกเขาก็ล็อคสายตามองตามเธอไป เมื่อเธอเปิดประตูเฟอร์รารี่ด้วยรีโมทและไปนั่งอยู่ภายในนั้น เธอก็สตาร์ทรถ แต่ทว่าก็ยังลงกระจกลงมาถาม “เซ็กเก้นไฮในเมืองเจียงไปทางไหน?”

 

นายตำรวจชี้ทิศทางที่อยู่ของเซ็กเก้นไฮ ลักษณะเดียวกันกับหุ่นยนต์

 

วูมมมส์!

 

เฟอรารี่พุ่งตัวไปข้างหน้า แต่ความเร็วในตอนนี้ ลดลงไปมาก กลายเป็นการขับตามปกติแล้ว

 

“หัวหน้า! นายหญิงคนนั้นเป็นใคร? เธอหน้ามีอำนาจจริงๆ?”

 

“เธอจะไม่บ่นเกี่ยวกับพวกเราจริงๆ ใช่มั้ย?”

 

ตำรวจอาวุโสกล่าว “เธอก็แค่มองไปที่ตราหมายเลขของเราเท่านั้น ก่อนที่เธอจะออกเดินทางไปเลย เธอไม่สามารถจำมันได้หรอก”

 

หลังจากพูดไปแบบนี้แล้ว พวกเขาก็เดินไปตามถนน ขณะนั้นเองเฟอร์รารี่ก็ได้เบรคขึ้นมาอย่างฉับพลันแล้ว ยางล้อรถ ทิ้งรอยยาวมากกว่า5เมตร ไว้บนถนน ลอยเบรกรถสีดำมืดมิดได้ปรากฏขึ้นตรงนั้น

 

จากประสบการณ์ของเขาหลังจากที่ทำงานมาหลายปี รอยพวกนี้ไม่นานก็จางหายไป แต่พวกเขาก็ถูกหยุดลง เมื่อหันไปเห็นว่าถึงที่เกิดเรื่องเมื่อกี้ไม่มีรอยอะไรเกิดขึ้นเลย

 

“มันแปลกๆ!”

 

ตำรวจอาวุโสกล่าว “เด็กสารเลวนั้นเป็นใคร? แกเห็นสิ่งที่เขาทำ ในช่วงเวลาที่เขากำลังยืนอยู่กลางถนนไหม?”

 

ตำรวจหนุ่มตอบกลับ “ดูเหมือนว่าเขากำลังถือใบเสร็จไว้ระหว่างนิ้วมือ จากนั้นเขาก็พึมพัมบางอย่างคล้ายกับการสวดมนตร์ออกมา”

 

“ร่ายอาคม?!”

 

“เด็กสารเลวนั้นเป็นหมอผี?!”

 

“ถ้าไม่ใช้หมอผี ก็คงจะเป็นต้มตุ๋น?”

 

หลังจากที่ได้เงิน200หยวนมาอย่างง่ายดาย เจียงซิ่วก็เดินทางไปยังร้านสะดวกซื้อ เพื่อซื้อเครื่องดื่มน้ำอัดลมเย็นๆมา หลังจากดื่มเสร็จแล้ว เขาก็เดินกลับไปที่โรงเรียน แต่เสียงเฟอร์รารี่ที่น่าเร้าใจดังขึ้นในหูของเขาอีกครั้ง เขาเดินอย่างมั่นคง ป๊อกแป๊ก เขาต้องการที่จะเข้าไปในเขตโรงเรียน

 

หนานก๋งโควเอ๋อลงมาจากรถ และสังเกตเห็นเจียงซิ่วพอดี ดวงตาของเธอเบิกขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ

 

“เป็นนายอีกแล้ว!”

 

“หึหึ หึหึหึ!”

 

เจียงซิ่วหัวเราะอย่างไร้อารมณ์ ราวกับว่ามองเห็นเธอเป็นเพียงอากาศธาตุ เขาไม่สนใจเธอแม่แต่นิดเดียว

 

ความไม่พอใจพรุกพลานออกมาจากจิตวิญญาณเธอ!

 

หนานก๋งโควเอ๋อรู้สึกโกรธมาก “หยุดอยู่ตรงนั้นนะ!”

 

ถ้าเทพคนนี้หยุดเพราะคำสั่งของเธอ ชื่อเสียงของเทพคนนี้จะหลงเหลืออยู่ได้อย่างไร? เจียงซิ่วหันหลังกลับให้เธออย่าสง่างาม และเขาก็ก้าวเดินเข้าไปในโรงเรียน ด้วยการก้าวที่รวดเร็วมาก

 

“นั้นนายจะไม่หยุดใช่ไหม หึ้อ?”

 

“ฉันรู้แล้วนะว่านายเรียนที่โรงเรียนนี้ ถ้านายไม่หยุด ฉันจะโทรหาตำรวจ เพื่อที่ให้พวกเขามาจับนาย”

 

หนานก๋งโควเอ๋อเล่นกับพวงกุญแจรถด้วยนิ้วมือที่เรียวงามของเธอ เธอรู้สึกราวกับว่าทุกอย่างได้อยู่ภายในกำมือของเธอเรียบร้อยแล้ว

 

“ว่าอะไรนะ?”

 

ตามที่เธอคาดหวัง เจียงซิ่วได้หยุดลง

 

“นายก็อยู่มัธยมปี3เหมือนกัน?”

 

เจียงซิ่วตอบกลับอย่างไม่เต็มใจ “ถูกแล้ว!”

 

“นายรู้จักใครบางคนที่ชื่อเจียงซิ่วรึเปล่า?”

 

แท้จริงแล้ว เป็นเช่นเดียวกับที่เจียงซิ่วได้คาดการณ์ไว้ เขาเดาว่าเธอวางแผนที่จะมองเขาจากที่ไกลๆ และก็จากไป

 

“อืม!”

 

หนานก๋งโควเอ๋อกล่าว “ชี้ให้ฉันเห็นเขา แต่อย่าปล่อยให้เขาเจอเรานะ”

 

“หึหึ หึหึหึ”

 

เจียงซิ่วได้วางแผนบางอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่ที่เธอคนนี้ทำให้เทพคนนี้ต้องรำคาญ ฉันจะให้เธอเจอกับความยากลำบากซักเล็กน้อย เธอคิดว่าเทพคนนี้ง่ายที่จะรังแก?

 

ทั้งสองคน เดินไปเดิมมาในเขตโรงเรียน

 

แสงแดดยามบ่ายวันอาทิตย์ช่างสดใสยิ่งนัก มันรู้สึกดูอ่อนโยนและรื่นรมย์ กิ่งก้านของต้นไม้ทำให้เกิดเสียงกรอบแกรบเนื่องจากลมพัดผ่าน มีนักเรียนเดินไปมาอยู่ทั่วทุกที่ การเดินด้วยนี้ของพวกเขา มันเหมือนกับคู่รักที่กำลังออกมาเดินเล่น มีไหล่ชนไหล่บางเล็กน้อย และมือของพวกเขาก็ชนกันด้วยเป็นครั้งคราว แต่นี้เพียงอย่างเดียวก็ดูเหมือนว่ามันจะมากเกินไปแล้ว มันทำให้หญิงสาวเช่นเธอ ต้องลดศีรษะลง ในขณะที่เธอกำลังหน้าแดงมากขึ้น

 

หนานก๋งโควเอ๋อในที่สุดก็ค้นพบว่า เธอและเจียงซิ่ว กำลังเดินอยู่ด้วยกัน มันดูเหมือนกับพวกเขาเป็นคู่รักทั่วๆไป ที่กำลังเดินผ่านไปผ่านมา เธอรู้สึกได้ว่า ใบหน้าของเธอกำลังร้อนขึ้น

 

“บรรยากาศในโรงเรียนของนายดีมาก!”

 

หนานก๋งโควเอ๋อในที่สุดที่เริ่มพูดคำพูดที่ดูคล้ายมนุษย์แล้ว แต่ภาษาของนายหญิงโควเอ๋อก่อนหน้านี้ คืออะไรกันนะ?

 

“นั้นคือเจียงซิ่ว!”

 

เจียงซิ่วชี้หน้าไปทางก้อนไขมันขนาดใหญ่100กิโลกรัม เขาเป็นนักเรียนชายที่มีไฝ่ขนาดใหญ่อยู่บนใบหน้า และฟันสีดำก็ได้เผยโฉมออกมาให้เห็นในขณะที่เขากำลังยิ้มกว้าง ใครจะรู้ว่ามันมีแมลงชนิดไหนอยู่ข้างใน? นักเรียนชายคนนี้มีชื่อว่าหยูด่าก๋วง เขาเป็นนายน้อยของกลุ่มบริษัทด่าก๋วง ทรัพย์สินของตระกลูเขาไม่เคยขาดแคลน

 

จากประสบการณ์ของเจียงซิ่ว หนานก๋งโควเอ๋อคงจะไม่ยืนยันสถานะของหยูด่าก๋วงแน่นอน

 

เขาสังเกตเห็นร่องรอยแห่งความสิ้นหวังที่พุ่งผ่านดวงตาของหนานก๋งโควเอ๋อ ขณะที่ใบหน้าของเธอซีดเซียวลง เธอกอดตัวเองขณะที่ไหล่ของเธอกำลังสั่นสะท้านไปพร้อมกัน ความหวังสุดท้ายของเธอแตกเป็นเสี่ยงๆ เธอเคยหวังลมๆ แล้งๆ ว่าเจียงซิ่วคนนั้นต้องเป็นเจ้าชายที่งดงาม ซึ่งเธอก็หลงผิด ความเป็นจริงได้ทำลายความฝันที่งดงามของเธอลง

 

“ขะ เขาคือเจียงซิ่ว?”

 

เจียงซิ่วไม่แม้แต่จะกระพิบตา “ใช่ นั้นคือเจียงซิ่ว!”

 

หนานก๋งโควเอ๋อกล่าว “นายไม่ได้หลอกฉันใช่มั้ย?”

 

“เทพคนนี้จะได้อะไรจากการหลอกลวงเธอ?” เจียงซิ่วแกล้งทำเป็นว่ารู้สึกอัศจรรย์ใจ “เธอไม่รู้จักเขา ใช่ไหม? เธอมาหาเขาทำไม?”

 

แววตาของหนานก๋งโควเอ๋อดูเหม่อลอย ราวกับว่าตัวเธอเอง ได้สูญเสียจิตวิญญาณของตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว เธอรู้สึกตลกตัวเอง และฝืนบังคับให้ตัวเองยิ้มออกมา

 

“ฉันน่าจะคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้”

 

เธอ หนานก๋งโควเอ๋อมีรูปร่างที่งดงามอย่างไร้ที่เปรียบ แต่เธอก็ต้องแต่งงานกับผู้ชายคนนี้

 

เธอรู้สึกเศร้ากับชะตากรรมของเธอมาก

 

และเมื่อเธอคิดถึงเรื่องนี้ ดวงตาของเธอกลายเป็นแดงขึ้น มันราวกับว่าเธอกำลังจะร้องไห้ออกมา

 

“ทำไมเธอถึงร้องไห้? ไม่ต้องร้อง คนอื่นๆจะไม่คิดว่าเทพคนนี้ทำอะไรเธอหรอกหรือ?”

 

“นายนี้จริงๆเลย…”

 

หนานก๋งโควเอ๋อเช็ดน้ำตาของเธอ เธอไม่เต็มใจที่จะแสดงความอ่อนแอต่อหน้าใคร “นายหญิงคนนี้ไม่ทันระวัง ทรายก็เลยพัดเข้าไปตาฉันเลย เห็นไหม”

 

“เทพนี้ เทพนั้น นี้นายสามารถพูดภาษามนุษย์ได้ไหม?”

 

“นายเป็นหมอผีหรืออะไรบางอย่างรึไง?”

 

เจียงซิ่วไม่สามรถทนต่อไปได้อีก “ถูกต้องแล้ว ฉันสามารถทำนายโชคชะตาได้ โดยแค่การดูไปที่ใบหน้าก็ทำได้แล้ว หนานก๋งโควเอ๋อ ใช่ไหม? เธอจะมีความสุข มีความร่ำรวย และยังมีเกียรติยศตลอดช่วงชีวิตนี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นกังวลอะไรไป”

 

หนานก๋งโควเอ๋อกล่าว “ใช่แล้วหล่ะ นายสามารถเดาได้ โดยแค่มองมาที่ตัวฉัน ฉันแม้แต่กระทั่งขับเฟอรารี่”

 

เจียงซิ่วกล่าว “เทพคนนี้ทำนายได้ดังนี้ เธอถูกจองตัวแต่งงานล่วงหน้าไว้แล้ว นั้นก็เป็นเพราะโชคชะตา…”

 

“เรื่องมันเกิดขึ้นในวัยเด็กของเธอ สามีของเธอมีชื่อตระกูลว่าเจียง”

 

เวลานี้ หนานก๋งโควเอ๋อตกใจมาก เธอคิด นี้ใช่เรื่องลี้ลับหรือเปล่า?

 

“อย่างไรก็ตาม การแต่งงานในครั้งนี้จะไม่ประสบความสำเร็จ ด้วยโชคชะตาในท้ายสุด และเธอก็จะได้แต่งงานกับนายธนาคารที่น่าเคารพ นายธนาคารอัจฉริยะ”

 

หนานก๋งโควเอ๋อถามอย่างตื่นเต้น “จริงหรอ?”

 

“การคาดคะเนของเทพคนนี้ย่อมต้องเป็นจริงอย่างแน่นอน”

 

ตั้งแต่ที่เขารู้ว่าฉันมีคู่หมั้น เพราะงั้นสิ่งที่เขาพูดออกมา ก็น่าน่าจะเป็นความจริงอย่างแน่นอน หนานก๋งโควเอ๋อที่เคยเป็นทุกข์ก่อนหน้านี้ ขณะนี้เธอประดุจนกที่กำลังมีความสุข “นายเป็นหมอผีจริงๆ ใช่มั้ย? บางอย่างที่แปลกประหลาดเกิดขึ้น 2-3 ครั้งได้แล้ว ในไซด์งานก่อสร้างของลุงของฉัน ในเมื่อนายที่เป็นหมอผี ทำไมนายจะมองมันไม่ออกหล่ะ? นายอาจจะได้รับเงินเล็กน้อยด้วยนะ”

 

หนานก๋งโควเอ๋อจ้องมองเขาอย่างกระตือรือร้น ด้วยลักษณ์เครื่องแต่งกายของเขา เธอคิดเจียงซิ่วกำลังขาดแคลนเงินอยู่

 

 

 

 

นิยาเรื่องนี้มี*กลุ่มลับ*แล้วนะครับ ถึงตอนที่ 39แล้ว สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ปักหมุนเพจ

ติดตามข่าวสารได้ก่อนใครที่ เพจ INdy-Novel