0 Views

บทที่ 27

นักซิ่งสาว

 

แปลโดย : ราตรีสีทา

เกลาสำนวนโดย : ราตรีสีเทา

แก้คำผิดโดย : ราตรีสีเทา

 

ตลอดระยะเวลา3พันปี ที่เทพซิ่วได้ใช้ชีวิตอยู่ในทวีปการต่อสู้นิรันดร์ เขาไม่เคยกังวลเกี่ยวกับเรื่องเงินมาก่อน แต่เขาก็ต้องขมวดคิ้ว เมื่อจ้องมองไปยังตัวเลขที่ปรากฏอยู่บนตู้เอทีเอ็ม หน้าจอแสดงผลออกมา… 20,000

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเทพซิ่ว ที่ต้องการหารายได้เสริมอยู่ เขาต้องรวบรวมเงินทั้งหมดของโลกให้ได้ ก่อนที่จะเดินทางจากไป

 

บนถนนสี่แยกไฟแดง เฟอรารี่ ที่มีป้ายทะเบียนจากเมืองหลวง กำลังเหยียบเร่งความเร็วขึ้น แม้แต่การใช้คำว่า ‘เร็วดุจฟ้าผ่า’ ก็ไม่อาจอธิบายความเร็วของมันได้ชัดเจนนัก เสียงดังกระหึ่มของรถ ดังก้องอยู่บนท้องถนน ประชาชนนับไม่ถ้วนตื่นตกใจไปกับมัน

 

วูมม!

 

เร่งเครื่องตลอดระยะทาง 10 เมตร ซึ่งตัวรถเองก็ไม่ได้อยู่ห่างจากทางท้าวมากนัก กระโปรงพนักงานสาวออฟฟิต กระพือเปิดขึ้นเนื่องจากแรงลม เปิดมันเปิดเผยให้เห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ภายใต้กระโปรงนั้น ผมเงางามของเพื่อนร่วมงานข้างๆเธอ ก็ถูกสลายออกไปทางด้านข้าง ดุจเดียวกัน

 

“นั้นสมาชิกของนักแข่งรถหรือเปล่า?”

 

เจียงซิ่วเงยหน้าขึ้นมอง และรู้สึกว่ามันตลกมาก ไม่ มันไม่มีทางที่จะเป็นสมาชิกนักแข่งรถอย่างแน่นอน นั้นคงจะเป็น เฟอรารี่? นั้นดูเหมือนจะเป็นพวกคนรวยรุ่นที่2มากกว่า เขาเพิ่มสมาธิไปที่การจ้องมอง เห็นได้ชัดเจนเลยว่าคนขับรถเป็นผู้หญิง และเธอเหมือนกำลังจะคุยโทรศัพอยู่

 

“เอาหล่ะ ฉันถึงเมืองเจียงแล้ว ฉันแค่ต้องการมาตรวจสอบดูรูปร่างหน้าตาเขาเท่านั้น”

 

“ฉันไม่ได้โกธร และก็ไม่ได้จะต่อต้าน จริงๆนะ”

 

เธอเหยียบเร่งความเร็วขึ้นราวกับเธอกำลังจะเป็นบ้า

 

ในตอนนี้เอง หนานก๋งโควเอ๋อ(Nangong Kou’er ) เธออยากจะทำลายเมืองเจียงทั้งเมืองทิ้ง ด้วยรถที่เธอขับอยู่นี้ นั้นก็เพื่อที่จะฆ่าคู่หมั้นของเธอที่ไม่เคยพบกันมาก่อน ถึงแม้ว่าเขาจะยังมีชีวิตอยู่ก็ตาม

 

น่าหัวเราะ นี่มันน่าหัวเราะเกินไปแล้วนะ ทศวรรษที่เราอยู่คืออะไร? เรื่องราวเช่นคู่หมั้นในวัยเด็กที่ได้ถูกจัดแจงเอาไว้แล้ว ยังมีอยู่อีก? ที่ตลกมากขึ้นไปอีกนั้น ก็คือเจ้าเพื่อนยากคนนั้น ไม่คาดฝัน เขากลับมีคู่หมั้นถึงสามคน

 

แต่ทว่าช่างโชคร้ายยิ่งนัก เธอไม่สามารถต่อต้านมันได้ และเธอเองไม่ได้มีอำนาจมากพอที่จะต่อต้านมันได้ด้วยเช่นเดียวกัน

 

วูมม!

 

เฟอรารี่วิ่งปรี่ไปด้วยความเร็วที่น่าอัศจรรย์ใจท่ามกลางสายตาของปุถุชนคนธรรมดา วิ่งเหมือนกับสัตว์ร้ายที่บ้าคลั่ง วิ่งโดยที่ไม่คิดถึงผลที่จะตามมาแม้แต่นิดเดียว เธอกำลังทรมาณเมืองที่ไม่คุ้นเคยเมืองนี้อยู่!

 

“เชี่ย! ไม่ใช่ว่าแก็งใหญ่ไล่ล่ากัน ใช่ไหม?”

 

“อย่าฆ่าฉันเลย!”

 

อีกฟากหนึ่งของสี่แยก เสียงหว๋อของรถตำรวจดังขึ้น ในที่ๆห่างออกไปไม่ไกลจากเฟอรารี่ พวกเขารอดักรถคนนั้นอยู่ ตำรวจที่อยู่ภายใน พ่นคำสาปแช่ง “แม่แกเถอะ! แม่ง วันนี้พ่อจะไล่จับหลานชายคนนั้นให้ได้!”

 

“เวรเอ้ย! ไม่เป็นไรถ้าแกอยากตาย แต่อย่าลากคนอื่นไปด้วยสิว่ะ!”

 

ตำรวจคำรามลั่นใส่เพื่อนร่วมงานที่อยู่ข้างๆเขา “โชวปืนพกให้หลายชายที่กำลังขับรถอยู่ เอาให้เขาดูสิ!”

 

“ได้!”

 

ตำรวจที่อยู่ด้านหน้าฝั่งผู้โดยสาร ดูเหมือนจะไม่มีประสบการณ์มากนัก เขาหยิบปืนขึ้นมาถือในมือ เขานำมันออกไปด้านนอก ไปทางที่รถกำลังใกล้เข้ามา โดยปกติแล้ว แก็งผู้ร้ายมักจะกลัวเมื่อเห็นกระบอกปืน แต่เฟอรารี่คันนั้น ดูเหมือนจะไม่สนใจพวกเขาอย่างสิ้นเชิง เขาตะโกนออกมาสุดเสียง “พุ่งออกไปสิว่ะ! ฉันจะไปดักอีกทาง!”(บ่นรถ)

 

ตำรวจอาวุโสโกรธมาก ดังนั้นเขาจึงคำรามขึ้นมาอีกครั้ง “แกพูดไม่ได้รึงไงว่าแกเป็นตำรวจ?! ไอ้สารเลวเอ้ย!”

 

ตำรวจหนุ่มตะโกนออกไป “ฉันเป็นตำรวจสารเลวเอ้ย!”

 

วูมม เฟอรารี่ขับผ่านพวกเขาไปแสดงเห็นว่าไม่ได้สนใจพวกเขา

 

“หัวหน้า เราควรทำยังไงดี?”

 

“ไล่ตาม! ไล่ตามมันไป!”

 

ตำรวจสองคนที่อยู่ในรถกำลังจะไล่ตาม แต่ประตูรถถูกเปิดออกโดยเด็กนักเรียนชายคนนึง มันเป็นเจียงซิ่ว แต่เดิมเขาไม่ต้องการมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แต่ใครก็ไม่สามารถตำหนิเทพซิ่วได้ เนื่องจากเขากำลังขาดแคลนเงินอยู่ เขายิ้มให้กับพวกเขา “เฮ้คุณตำรวจ ฉันจะช่วยคุณหยุดรถให้ได้นะ คิดซัก200หยวนสำหรับเรื่องนี้เป็นไง?”

 

เทพซิ่วรู้สึกอับอายเมื่อเขากล่าวไปแบบนั้น

 

ช่วงเวลาก่อนหน้านี้ไม่นาน ฉัน เทพซิ่ว กำลังอยู่ในช่วงเวลาแห่งความสุขสบาย อยู่ในสายธารจักรพรรดิสวรรค์ ในทวีปการต่อสู้นิรันดร์ อยู่พร้อมกับนักขับกลอนหญิงสาว ค่าใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือยนี้ ไม่สามารถคำนวณออกมาเป็นตัวเลขได้ และตอนนี้ มันเทียบกันไม่ได้เลย สำหรับการแลกเปลี่ยน200หยวนครั้งนี้   

 

ตำรวจทั้งสองคน คนหนึ่งอาวุโส อายุประมาณ40-50ปี และอีกคนหนึ่งเป็นชายหนุ่ม ดูเหมือนว่าเขาพึ่งจบการศึกษามา ตำรวจอาวุโสกล่าว “ไอหนูแกทำมันได้?”

 

“แน่นอน!”

 

“จะทำมันยังไง?”

 

เจียงซิ่วแบมือไปข้างหน้า “เอาเงินมาก่อน!”

 

ชายที่ดูเหมือนพึ่งจะจบการศึกษาพูด “ฝันไปเถอะ! จะทำยังไงถ้าแกวิ่งหนีไป หลังจากที่เอาเงินไปแล้ว?” ตำรวจหนุ่มคนนี้ดูฉลาด แต่เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นคนที่งี่เง่า

 

เจียงซิ่วกล่าว “ขึ้นอยู่กับพวกคุณ ว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ถ้าหากมีบางอย่างเกิดขึ้น หรือมีคนได้รับบาดเจ็บ มันก็ไม่เกี่ยวข้องกับฉันแล้ว”

 

ตำรวจอาวุโสพึมพำกับตัวเอง และกล่าวขึ้น “เอาให้มันไป!”

 

เขาไม่กล้าที่จะโกงตำรวจอย่างแน่นอน และแม้ว่าเขาต้องการที่จะทำอย่างนั้นจริงๆ เขาก็คงจะไม่ขอแค่ 200 หยวน ยิ่งไปกว่านั้น ความเสี่ยงในการทำมันก็ยังสูงอีก

 

ตำรวจหนุ่มไม่ต้องการให้เงิน แต่เขาก็ไม่กล้าต่อต้านคำพูดของตำรวจอาวุโส ดังนั้น ในที่สุด เขาก็มอบเงิน 200 หยวนให้กับเจียงซิ่วไป

 

เจียงซิ่วหยิบเงินมาด้วยรอยยิ้ม และก็ หันตัวกลับ และวิ่งออกไปในทันที

 

“สัตว์!!”

 

ตำรวจหนุ่มสาปแช่ง และลงมาจากรถตำรวจ เพื่อที่จะได้ไล่ตามเจียงซิ่วได้ “แก เด็กสารเลว! แกกล้า! แกกล้าโกงตำรวจ!”

 

“หลินน้อย!”

 

ตำรวจอาวุโสไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากการไล่ตามพวกเขาไป

 

เจียงซิ่วเลี้ยวเข้าซอยไป แต่เมื่อตำรวจอาวุโสและตำรวจหนุ่มตามเข้าไป พวกเขาสูญเสียการติดตามทันที และซอยนี่เอง ก็เป็นซอยที่ตรงไปเรื่อยๆเสียด้วย

 

พวกเขาแทบจะไม่อยากออกมาจากซอย เมื่อได้ยินเสียงกระหึ่มของเฟอรารี่ดังเข้ามาใกล้ ซอยนี้เป็นทางลัด และตอนนั้นเอง เจียงซิ่วก็ได้ไปยืนอยู่กลางถนนเรียบร้อยแล้ว

 

“เด็กสารเลว! แกต้องการที่จะตาย? ออกมาจากตรงนั้นเดียวนี้!”

 

ตำรวจอาวุโสตะโกนด้วยความตื่นตระหนก

 

“ปี๊นน!!”

 

หนานก๋งโควเอ๋อ บีบแตรรถอย่างบ้าคลั่ง ความเร็วของเฟอร์รารี่นั้นรวดเร็วเกินไป และพวงมาลัยก็ยื้อสู้กำลงแขนมาก มันจึงทำให้เธอไม่สามารถทำอะไรได้ ถ้าเจียงซิ่วไม่ขยับไปทางใดทางนึง ผลลัพก็คงจะมีแต่เกิดอุบัติเหตุแต่เพียงเท่านั้น

 

“อ๊าาา ออกไปด้านข้างเดี๋ยวนี้นะ!”

 

นายตำรวจทั้งสองคน เปลี่ยนจากความมึนงง กลายเป็นความหวาดกลัว เดี๋ยวนี้การหาเงินมันยากขนาดนั้น? แกไม่ได้ห่วงชีวิตขเองตัวแกเองเลยรึไง เพียงเพื่อเงินแค่200หยวนเนี่ยนะ?

 

“อ๊าาาาา!”

 

หนานก๋งโควเอ๋อ เริ่มเหยียบเบรกแต่ความเร็วของรถก็ยังรวดเร็วเกินไปอยู่ดี เบรคตอนที่รถมีความเร็ว180ไมล์ต่อชั่วโมง กับระยะทางที่เหลือเพียง10เมตร มันดูเหมือนจะไร้ประโยชน์ไปโดยสิ้นเชิง

 

เขาต้องถูกรถฆ่าแน่นอน!

 

อย่างไรก็ตาม เจียงซิ่วหัวเราะเบาๆ เขาคว้ายันต์ขึ้นมาระหว่างนิ้วมือของเขา ไม่สิ มันไม่เหมาะที่จะเรียกว่ายันต์ เป็นเพราะมันมาจากใบเสร็จจากการกดเงิน เมื่อมองดูมัน ราวกับว่ามันถูกวาดขึ้นมาด้วยมือ ทันทีที่การร่ายอาคมเสร็จสิ้น เจียงซิ่วก็สะบัดมือขึ้น และส่งยันต์ไปลอยข้างอยู่บนอากาศ

 

“ยันต์ชะลอความเร็ว!”

 

จนถึงตอนนี้ เจียงซิ่วได้เข้าสู่การปลุกตื่นระดับที่ 1 ขอบเขตในตำนาน สำหรับสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ มีเพียงรอยเดียวเท่านั้นที่เขามีอยู่ มันปรากฏขึ้นที่แขนซ้าย มองดูแล้วเหมือนรอยสักธรรมดาๆ มันจะปรากฏขึ้นเฉพาะตอนที่เขากำลังบ่มเพาะการปลุกตื่นสายเลือดแห่งพระเจ้า แต่เพียงเท่านั้น สัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์จะปรากฏขึ้นตามร่างกายส่วนต่างๆ และสัญลักษณ์จะปรากฏให้เห็นมากขึ้น ก็ต่อเมื่อผู้ครอบครอบแข็งแกร่งขึ้น

 

ในตอนนี้ เทพซิ่วสามารถใช้ยันต์พื้นฐานได้ โดยการนำพลังศักดิ์สิทธิ์มาใช้เป็นแหล่งจ่ายพลัง

 

แต่… นี้ยังไงก็เป็นเรื่องที่ดูน่าตกใจมากอยู่ดี

 

บูมม!

 

บ้าคลั่งมาก! พลังไร้ที่เปรียบไหลออกมาจากยันต์! นี่เป็นพลังที่เหนือกว่าจินตนาการของมนุษยชาติ มันพุ่งออกมาดุจพายุเฮอริเคน

 

เฟอร์รารี่ที่มีความเร็วถึง180 ไมล์ต่อชั่วโมง ดังนั้นแรงเฉื่อยที่มีจึงค่อนข้างสูง แต่มันก็ชะลอตัวลง ราวกับว่ามันถูกจับให้หยุดอยู่ท่ามกลางพายุ จากนั้นไม่ได้นาน มันก็สามารถหยุดความตายจากรางรถไฟลงได้

 

แรงเสียดทานระหว่างพื้นดินและล้อรถ ทำให้เกิดเสียงแสบแก้วหู

 

เฟอร์รารี่ไม่สามารถเคลื่อนไหวไปได้อีกแม้แต่นิ้วเดียว แม้ว่าเครื่องจะเร่งความเร็วออกมาอีกก็ตาม มันก็จะถูกหยุดได้อีกอยู่ดีในท้ายที่สุด สลิปเงินล่วงลงไปบนกระโปรงรถ และแสงสว่างจากการร่ายอาคมที่สว่างจ้าก็กลายมาเป็นริบหรี่

 

ทุกสิ่งที่อย่างเหมือจะกลายเป็นหยุดนิ่งลงไป

 

หนานก๋งโควเอ๋อฟรุบอยู่กับพวงมาลัยหน้ารถ จิตใจของเธอตอนนี้ตื่นตระหนกมาก หลังจากนั้นสักครู่ เธอก็ค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ใบหน้าตาที่ไม่มีใครอาจเทียบได้ เพียงพอที่จะทำให้ประเทศที่ระส่ำระส่าย พังทลายลง รูม่านตาสีดำคล้ายคริสตัลดวงนั้น ดูเหมือนจะไม่แยแสสนใจต่อสิ่งใด

 

เธอเรียกความกล้าหาญของเธอออกมา เพื่อดูว่าคนที่เธอขับรถชนนั้น เขาคือใครกัน เธอรู้ดีว่าความเป็นไปได้ที่คนๆนั้นจะยังมีชีวิตรอดอยู่ มันค่อนข้างเล็กน้อย แต่เธอก็ยังคงมีความหวังไว้

 

ท้ายที่สุด เธอก็เพ่งมองอย่างตั้งใจ เธอสังเกตเห็นผู้ชายที่บ้าคลั่งคนนั้น กำลังยืนนิ่งอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ครบถ้วน ท่าทางของเขาดูเคร่งขรึม และใบหน้าของเขาก็ดูเย็นชา

 

ฟูว! เขายังสบายดี?!

 

หนานก๋งโควเอ๋อถอนหายใจ ตอนแรกเธอเกือบเชื่อแล้ว ว่าเธอได้ฆ่าเขาไป แต่ในฉับพลัน เธอก็กลับกลายเต็มไปด้วยความโกรธ เธอเปิดประตูรถ และเดินลงมาอย่างโกรธเคือง ดูคล้ายกับเสือที่ดุร้าย “นายมันบ้า! ถ้านายต้องการที่จะตาย ก็ไปทำที่อื่นเส้! อย่าลากคนอื่นเข้าไปเกี่ยวด้วย!”

 

สายตาที่เย็นชาของเจียงซิ่วพอกพูนขึ้น ถ้าไม่ใช่เพราะฉันหยุดรถเธอให้ ใครจะรู้ว่าเธอจะจบลงแบบไหนกันหล่ะ?

 

มันคงจะจบลง แบบที่ฝ่ายผู้กระทำผิดยื่นคำขอโทษไปยังผู้บริสุทธิ์ อย่างไรก็ตาม เจียงซิ่วได้ทำตามข้อตกลงหลังจากที่ได้เงินมาเสร็จแล้ว เขาเอื้อมมือออกไป และคว้าใบเสร็จออกมาจากกระโปรงรถ

 

“มันเสร็จแล้วคุณตำรวจ ที่เหลือปล่อยให้พวกคุณจัดการก็แล้วกัน!”

 

ตำรวจทั้งสองคน เหมือนกับเพิ่งตื่นออกมาจากความฝัน พวกเขารีบวิ่งเข้าไป ในขณะที่เจียงซิ่วก็กำลังเดินสวนพวกเขาออกมา หนานก๋งโควเอ๋อไม่มีที่ๆ จะให้เธอ ได้ระบายความโกรธ “นายบ้า! นายคิดว่าจะสามารถหนีไปได้? หยุดอยู่ตรงนั้นนะ!”

 

ตำรวจอาวุโสกล่าว “นายหญิง คุณไม่สามารถขับรถเกิน 60 ไมล์ต่อชั่วโมง ภายในเขตเมืองได้ ความเร็วของรถเมื่อกี้เกือบถึง 200 ไมล์ต่อชั่วโมง คุณไม่ทราบหรือไงว่ามันอันตรายมาก? ถ้าไม่ใช่ความช่วยเหลือของน้องชายตัวน้อยคนนี้ ผลที่ตามมาก็ไม่อาจคาดเดาได้แล้ว กรุณามาที่สถานีตำรวจกับฉัน”

 

หนานก๋งโควเอ๋อกล่าว “คุณกล้าที่จะมาจับฉัน? แม้แต่ เหยียนเที่ยนซ่ง ก็ไม่กล้าที่จะทำมัน คุณสามารถลองดูได้”

 

นายตำรวจดูตกใจมาก

 

เหยียนเที่ยนซ่ง คือหัวหน้าใหญ่ของสถานีตำรวจในจังหวัดเจียงหนาน

 

“ไปจับเขามาเดี๋ยวนี้!”

 

หนานก๋งโควเอ๋อชี้ไปทางเจียงซิ่วและออกคำสั่งให้กับพวกเขา

 

 

 

นิยาเรื่องนี้มี*กลุ่มลับ*แล้วนะครับ ถึงตอนที่ 37แล้ว สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ปักหมุนเพจ

ติดตามข่าวสารได้ก่อนใครที่ เพจ INdy-Novel