0 Views

บทที่ 24

ต่อสู้เป็นร้อย

 

แปลโดย : ราตรีสีทา

เกลาสำนวนโดย : ราตรีสีเทา

แก้คำผิดโดย : ราตรีสีเทา

 

สายตาของบอดี้การ์ดเบิกกว้างขึ้นเหมือนดอกไม้ป่า เขาสัมผัสได้ถึงความกลัวสุดขีดในหัวใจ เขาสูงถึง1.9 เมตร มีน้ำหนักตัวมากกว่า 110กิโลกรัม ครอบครองร่างที่แข็งแกร่งดุจหินผา เขารู้ความแข็งแกร่งของตัวเองแจ่มชัดมาก แต่เจียงซิ่วเขากลับ… เขามีความสูงไม่ถึง1.8เมตร และมีรูปร่างผ่ายผอม แต่เขาก็ยังยกเขาขึ้นได้อย่างง่ายดาย ราวกับเป็นการคว้าไก่ตัวเล็กๆ

 

ฉากนี่น่ากลัวเกินไป! ตื่นตะลึง!

 

ความจริงที่น่าหวาดกลัวกว่านั้น ก็คือเจียงซิ่วกำลังยกตัวเขาขึ้นด้วยคอ ซึ่งหมายความว่าลำคอกำลังแบกน้ำหนักทั้งหมดของเขา  ถ้ากระดูกสันหลังส่วนคอของเขา ไม่สามารถรับมันไหว มันก็อาจจะหัก และเขาก็อาจจะเสียชีวิตได้

 

เจียงซิ่วปรากฎตัวออกมาอย่างสามัญ แต่เขากลับมีความสามารถที่ไม่แม้แต่จะเคยจินตนาการ

 

“ดูเหมือนว่าเขาเองก็มีฝีมืออยู่เล็กน้อย! ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมเขาถึงออกมาแบบนี้!”

 

“แต่แกร่นหาที่ตายแล้ว!”

 

บอดี้การ์ดอีกคนพุ่งเข้ามา ลักษณะคล้ายคลึงกับคนแรกอย่างมาก การเคลื่อนไหวของเขารวดเร็วและรุนแรง เขามาพร้อมกับแรงเฉื่อยที่มากมายมหาศาล ระเบิดหมัดออกมา แรงจากการโจมตีของหมัดนั้น อาจมากกว่าการโจมตีของบอดี้การ์ดก่อนหน้านี้ เขาเล็งเป้าหมายไปที่ขมับของเจียงซิ่ว ขมับเป็นจุดตายของมนุษย์ ถ้ามันถูกตีแม้แค่เพียงเล็กน้อย ด้วยการตีนั้นก็อาจทำให้เกิดการเลือดออกภายในสมอง ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้ในทันที

 

“ย๊า!”

 

ภายใต้การมองอย่างเหลือเชื่อของทุกคน คนที่หนักกว่า110กิโลกรัม ถูกโยนทิ้งโดยเจียงซิ่ว เขาคล้ายกับหุ่นเชิดยักษ์อันน่าเกรงขาม ที่กำลังพุ่งไปยังบอดี้การ์ดที่กำลังพุ่งเข้ามา

 

ปั๊ง! ทั้งสองคนชนกัน มันเหมือนการชนกันของรถบรรทุก พวกเขาถูกส่งออกไปยังกำแพงซึ่งอยู่ในที่ห่างออกไป กระแทกเข้ากับมัน เพราะเหตุเช่นนี้กำแพงจึงพัง และพวกเขาก็ตกลงบนพื้น พวกเขากรีดร้องด้วยความเจ็บปวดอยู่ตรงนั้น แม้แต่คนที่มีกระดูกแข็งเหมือนเหล็ก ก็คงจะไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้หลังจากนั้น

 

“แก…”

 

ดวงตาของยิ่งใหญ่เหล่ยเกือบจะโผ่ลออกมา ปากของเขากระตุก

 

“ต่อสู้ได้ดีเลยทีเดียว เฮอะ”

 

เขาคือยิ่งใหญ่เหล่ย ปู่เหล่ย(มันแทนตัวเองเป็นปู่)ได้สัมผัสโลกใต้ดินในเมืองเจียงมานานหลายปี เขาไม่ได้คาดหวังว่าจะมีใครบางคน กล้าที่จะลูบคมเขา และแม้แต่กระทั้งดูถูกเขา มีเพียงความคิดเดียวที่ครอบงำเขาในตอนนี้ – ฉันจะฆ่าแก

 

“พวกแกทุกคน ไปสับมันให้เป็นชิ้นๆ”

 

ยิ่งใหญ่เหล่ยมีบอดี้การ์ด 7-8 คน และพี่น้องที่ติดตามเขามาจากโลกใต้ดินอีกประมาณ20คน  ยังมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของเมืองสถานบังเทิงแห่งนี้อยู่อีก พวกเขาเห็นเรื่องเช่นนี้มามากมายหลายครั้งแล้ว พวกเขาจึงรีบวิ่งเข้าไปในห้อง เพื่อที่จะได้หยิบอาวุธที่พวกเขาใช้อยู่เป็นประจำ ท่อเหล็ก มีดพร้า ไม้เบสบอล และพวกเขาก็พุ่งเข้าหาเจียงซิ่ว

 

ฉากที่คนกลุ่มใหญ่ตระโกนว่า ‘ฆ่ามัน’ สิ่งที่คิดว่าจะเกิดขึ้นเฉพาะในโทรทัศน์ กลับเกิดขึ้นจริง โดยที่มีพวกเขาเป็นแค่ฉากประกอบเท่านั้น มีดเหล่านั้นแหลมคมมาก มันอาจถือว่าโชคดีถ้าถูกแค่เฉือน มันจะมีแค่เลือดออก แต่การถูกแทงไปที่อวัยวะสำคัญ นั้นเพียงพอที่จะเชื่อมโยงไปถึงชีวิตและความตาย

 

เย่เหวินเฉินและหลินชวูต่างก็หวาดกลัว และไปขดซ่อนตัวอยู่ที่ตรงมุม

 

“ดูแคลนคนขายไม้?”

 

เจียงซิ่วเพียงแค่ชำเลืองมองและกลิ่นอายของเขาก็เปลี่ยนไปในทันที การเคลื่อนไหวของเขาคล้ายเงา ขณะที่เขาวิ่งเข้าไปในฝูงชน เชกเช่นเดียวกับที่เขาพุ่งผ่านเข้าไปในกลุ่มคนจำนวนมากในอาคารศิลปะการต่อสู้วันนั้น มันก็เป็นเพียงเส้นทางที่ยาวขึ้นเล็กน้อย ทางยาวประมาณ40-50เมตรและระหว่างทางก็เต็มไปด้วยคนโง่

 

“ฆ่ามัน!”

 

มันอาจเป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่จะจัดการกับคนจำนวนมากเหล่านี้ ก่อนที่จะทำการปลุกตื่น แต่ในปัจจุบัน เทพซิ่วได้เข้าสู่การปลุกตื่นระดับที่ 1 ขอบเขตในตำนานไปแล้ว พละกำลังศักดิ์สิทธิ์ที่เขามี เพียงพอที่จะยกรถน้ำหนักเป็นตันขึ้นหัวได้ ความสามารถในต่อยและแตะที่เขาตรอบครองอยู่ ก็คงจะจินตนาการกันได้ ขณะที่เขาได้พุ่งผ่านเข่าไปสู่คนเหล่านั้น เสียงของการบดกระดูกส่งมาให้ได้ยิน การตีแต่ละครั้งทำให้เกิดอาการบาดเจ็บสาหัญ

 

ปั๊ง! ปั๊ง! ปั๊ง!

 

แต่ละคนถูกส่งลงไปนอนกับพื้น!

 

หลายร้อยคนกำลังเบียดเสียดกันอยู่ในทางเดินยาว 50 ม. พวกเขามองไปที่เจียงซิ่วตลอดเวลา เงาของเขากระพริบจากที่นี่ ไปที่นั่น เมื่อใดก็ตามที่เขาปรากฏตัว ศัตรูของเขาก็จะพ่ายแพ้ลงไป จิตวิญญาณของพวกเขาแตกกระจายหายวับในพริบตา

 

ท่อเหล็กงอ มีดพร้าแตก ไม้เบสบอลกลายเป็นเศษเล็กเศษน้อย เขาเหมือนเป็นฮีโร่ในหมู่มนุษย์ ปรากฏตัวเหมือนพระเจ้าที่ลงไปเยี่ยมเยือนโลก!

 

เมื่อถึงจุดสิ้นสุดของทางเดิน ไม่มีใครที่ยืนยัดอยู่เบื้องหลังเขาได้อีก ทางที่เขาผ่านมานั้น กลายเป็นยุ่งเหยิง ผู้คนล้มเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้น หกหรือเจ็ดคนพวกเขากอดศีรษะหรือไม่ก็ขาตัวเอง ในขณะที่กำลังร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด พวกเขากรีดร้องดังแหลมสูง มันเป็นภาพที่ดูแล้วน่าสลดใจจริงๆ

 

“ฉันไม่ได้ฝันไป ใช่ไหม?”

 

คนเดียวสู้กับคนกว่าร้อย?

 

นี้

 

“เขา… ชนะ?”

 

เฉิงหลิงซู รู้สึกราวกับเธอกำลังฝัน เธอตื่นตกใจอย่างแท้จริง เป็นเพราะเธอคุ้นเคยกับเจียงซิ่วดี และรู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับตัวเขา เขาเป็นนักเรียนชายที่เธอเชื่อว่าเขาไม่มีโอกาสในอนาคตแน่ๆ และสุดท้ายเขาก็คงทำได้แค่ขายอาหารอยู่ในตลาดเหมือนพ่อแม่ของเขา ไม่คาดฝันว่าเขาจะแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก

 

คนนี้คือเจียงซิ่วจริงๆ?

 

นี่เป็นไปได้อย่างไร? เขาไปเรียนศิลปะการต่อสู้มาตั้งแต่เมื่อไหร่?

 

สำหรับเย่เหวินเฉินและหลินชวู ในที่สุดพวกเขาก็เข้าใจว่าทำไมสมาชิกในแผนกศิลปะการต่อสู้ต่างชื่นชมเจียงซิวดุจเทพ ถ้ามีนายน้อยที่มีอำนาจมาจากเมืองจักรพรรดิ ตัวเย่เหวินเฉินเองก็คงทำแบบพวกเขา

 

“แกดูแคลนคนขายผลไม้อยู่ไหม?”

 

“ตอนนี้แกคิดอย่างว่ายังไง?”

 

เจียงซิ่วเดินเข้าไปอย่างมั่นคง ยิ่งใหญ่เหล่ยรู้สึกว่าลำคอของเขาแห้งผาก ขณะที่เขาขยับนิ้วมือที่กำลังสั่นอยู่นั้นขึ้นมา แต่ซิการ์ขนาดใหญ่ของเขา ได้ล่วงลงไปที่พื้นดินตั้งนานแล้ว

 

อึก!

 

ปู่เหล่ยกลืนน้ำลายลงคอไปอย่างยากลำบาก อย่างแรกคือบอดี้การ์ด10ทั้ง พี่น้องของเขากว่า 20คน บวกอีก 200กว่ายามรักษาความปลอดภัย รวมทั้งสิ้นแล้วประมาณ 300คน ทุกคนต่างพากันล้มลงโดยเยาวชนตรงหน้าเขา เป็นปกติที่เขาจะต้องทำตัวเรียบร้อยขึ้นต่อหน้าผู้เชี่ยวชาญ

 

“กะ แกเป็นใคร?”

 

“คนขายผลไม้!”

 

“แกมีทักษะมากมายเลยทีเดียว จริงๆแล้ว ความเร็วของแกรวดเร็วมาก หมัดและลูกเตะมีพลังทำลายล้างสูง แกจัดการคนทั้ง 300คนเพียงลำพัง และฉันเอง ก็ไม่เคยเห็นคนที่มีทักษะแบบแกมาก่อน” ยิ่งใหญ่เหล่ยพูดอย่างช้าๆ และเขาก็ค่อยๆ สงบลง “แต่ ยุคปัจจุบันนั้นแตกต่างออกไป แกแข็งแกร่งกว่าแล้วไง? แกจะรวดเร็วไปกว่ากระสุนปืนไหมหล่ะ?”

 

เจียงซิ่วหัวเราะเบาๆ “นายสามารถลองมันได้!”

 

ยิ่งใหญ่เหล่ยหยิบ ปืนพกไทป์ 54 ‘แบล็คสตาร์’ ขึ้นมา เล็งไปที่หัวของเจียงซิ่ว

 

“แม่แกเถอะ! แกคนว่าพ่อคนนี้ง่ายที่จะต่อกร?!”

 

เจียงซิ่วยังคงเงียบ

 

“แกค่อนข้างกล้าหาญมากเลยทีเดียว!”

 

ยิ่งใหญ่เหล่ยเชื่อว่าเจียงซิ่วไม่กล้าที่จะต่อต้าน เนื่องจากมันจะต้องจบลงไม่ดีแน่ๆ แกค่อนข้างที่จะกล้าหาญดี ฉันกำลังจ่อปืนไปที่หัวแก แต่แกก็ไม่สะดุ่งสะเทือนเลยแม้แต่นิดเดียว

 

“คุกเข่าลง คุกเข่าลงให้พ่อคนนี้!”

 

“ได้ยินฉันไหม? ไม่เชื่อหรอว่าฉันไม่กล้ายิ-…”

 

เขายังไม่ทันพูดจบมันก็เกิดขึ้น ยิ่งใหญ่เหล่ยในทันที รู้สึกถึงความเจ็บปวดจากร่างกายของตัวเอง จากนั้นตามมาด้วยพละกำลังอันยิ่งใหญ่ เขาถูกส่งบินกลับไป เข้าไปกระแทกกับตู้สุราที่ด้านหลังเขา นั้นจึงทำให้เกิดเสียงแตกกระจาย และส่งผลให้ไวน์สีแดงสาดไปทั่วทุกหนทุกแห่ง

 

“ปู่เหล่ย!”

 

ในช่วงปีแรกๆ ของเขา เขามีโอกาสได้ต่อสู้ และก็ไม่เคยพ่ายแพ้ใคร อย่างไรก็ตาม ด้านหน้าของเขาคือเจียงซิ่ว เขาไม่มีอำนาจที่จะสวนกลับเลยแม้แต่น้อย เขายังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเจียงซิ่วทำร้ายเขาในช่วงสองสามวิก่อนหน้านี้ได้อย่างไร

 

“อั๊กก…”

 

ยิ่งใหญ่เหล่ยขดตัวลงบนพื้นและอุทานออกมาอย่างเจ็บปวด ปืนพกหลุดห่างจากตัวเขาไปหนึ่งเมตร เขาพยายามจะคว้ามันไว้ แต่เขาก็ไม่สามารถทำได้แม้แต่กระทั่งแต่คลาน

 

ข้อเท็จจริงได้รับการพิสูจน์แล้ว ผู้เชี่ยวชาญที่แข็งแกร่งจริง คนนั้นๆ จะไม่มีโอกาสในการยิงปืนใส่เขาได้

 

“ฉันยอมรับว่าฉันเป็นคนตาบอด แกเป็นคนที่แข็งแกร่งจริงๆ!”

 

“แต่มีใครบางคนที่อยู่ข้างบนเสมอ!”

 

“อย่าลืมไปว่าที่นี่คือเมืองเจียง เป็นเขตแดนของฉัน พ่อคนนี้มีคนอีกหลายสิบคน แค่รอ ถ้าแกมีความกล้า…” เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกจากเสื้อผ้าอย่างยากลำบาก “แกกล้าไหมหล่ะ?”

 

ยิ่งใหญ่เหล่มีความอาจหาญมากในขณะนี้ ถ้าเจียงซิ่วไม่กล้า เขาก็จะใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อข่มขู่ เพราะฉะนั้นแล้ว เขาจึงถามสิ่งนั้นออกไป ด้วยสภาพร่างกายปัจจุบันของเขา คงเป็นเรื่องยากสำหรับเขา ที่จะโจมตีเจียงซิ่วอีกครั้งได้

 

เจียงซิ่วดึงเก้าอี้มา และนั่งลง โบกมือให้เขา เปรยเป็นนัยๆว่า ทำตามที่เขาพอใจ เขาหันไปทางเฉิงหลิงซูและพวกที่เหลือ “เฮ้ ทำไมถึงยังไม่ออกไป? พวกเธอวางแผนที่จะอยู่ที่นี่?”

 

เขาไม่รู้ว่ายิ่งใหญ่เหล่ยจะเรียกใครมา และมันก็ค่อนข้างอันตรายสำหรับคนเหล่านั้นที่จะอยู่ที่นี่ เขาจะไม่สามารถปกป้องพวกนั้นได้ ในขณะที่เขายังอยู่แค่ การปลุกตื่นระดับ 1 ขอบเขตในตำนาน

 

เฉิงเหลิงซูและคนอื่นๆ ราวกับว่าพวกเธอพึ่งตื่นมาจากความฝัน เย่เหวินเฉินกล่าวอย่างรีบร้อน “เร็ว! ไปกันเถอะ!”

 

ที่ด้านข้าง ยิ่งใหญ่เหล่ยได้โทรหาพี่ชายด๊งเรียบร้อยแล้ว “ฮัลโหล!”

 

อาด๊งรู้สุกดีขึ้นนิดหน่อยเพราะพ่อแก่ได้ตื่นขึ้นมาแล้ว ท่าทางของเขาดูเหมือนจะดีขึ้น หลังจากที่แพทย์ป้อนยาแก้ปวดบางชนิดให้ ดังนั้นแล้ว เสียงของเขาเหมือนจะอ่อนโยนขึ้นมานิดหน่อย “เกิดอะไรขึ้นอีก?”

 

“พี่ชายด๊ง ฉันเจอปัญหาแล้ว เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญศิลปะการต่อสู้ เขาค่อนข้างแข็งแกร่ง!”

 

ได้ยินว่ามันเป็นผู้เชี่ยวชาญศิลปะการต่อสู้ อาด๊งรู้สึกสนใจ แม้แต่พ่อแก่ถังเฉิ่นเชียนที่อยู่ด้านข้างก็รู้สึกสนใจเล็กน้อย ดังนั้นเขาจึงกล่าวถาม “ประวัติและภูมิหลังของเขาเป็นยังไง?”

 

ยิ่งใหญ่เหล่ยถือได้ว่าเป็นคนที่ฝึกศิลปะกาต่อสู้ เขาฝึกฝนอย่างหนักในช่วงวัยหนุ่มของเขา และแม้ว่าความรู้ของเขา ที่มีต่อศิลปะการต่อสู้ชั้นสูงจะไม่ได้มากนัก แต่เขาก็ยังสามารถจำแนกพื้นหลังของคนๆนั้นได้ อย่างไรก็ตาม ตัวเขาไม่สามารถทำอะไรเจียงซิ่วที่ผ่านทางเดิน50เมตรได้เลย ในขณะเขาเดินผ่าน ก็ล้มคนกว่า300คนลงไปด้วย แม้แต่หลังจากที่เขาเริ่มลงมือ เขาก็ยังได้พบข้อเท็จทริงที่ว่า ได้มีรอยเท้าปรากฏขึ้นมาบนตัวเขา

 

“ฉันไม่รู้ก็เลยบอกไม่ได้ แต่ฉันได้ยินเพื่อนร่วมชั้นของเขาพูดอยู่ ดูเหมือนว่าเขาจะมีชื่อเรียก ชื่อเจียงซิ่ว!”

 

“อะไรนะ!? เจียงซิ่ว!?” อาด๊งตื่นตะลึงยิ่ง!

 

 

 

R.I.P ยิ่งใหญ่เหล่ยอีกที 5555

 

นิยาเรื่องนี้มี*กลุ่มลับ*แล้วนะครับ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ปักหมุนเพจ

ติดตามข่าวสารได้ก่อนใครที่ เพจ INdy-Novel