0 Views

บทที่ 20

วางแผน

 

แปลโดย : ราตรีสีทา

เกลาสำนวนโดย : ราตรีสีเทา

แก้คำผิดโดย : ราตรีสีเทา

 

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในโรงเรียน ซึ่งเจียงซิ่วเองก็แปลกใจมาก สภานักเรียนมาเพื่อที่จะพูดอะไรบางอย่าง หลินชวูไปหาเจียงซิ่ว เพื่อกล่าวคำยกย่องเป็นตัวแทนของสภานักเรียน นอกจากนี้เขายังชวนเจียงซิ่วไปงานเลี้ย ซึ่งเจียงซิ่วเองก็ยินดีตกลง

 

สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างเจียงซิ่วและเฉิงหลิงซู หลังจากที่ประธานสภานักเรียนเย่เหวินเฉินปิดปากเรื่องความรักเหล่านั้น มันก็ไม่ได้กระจายต่อออกไปอีก เจียงซิ่วเดินเข้าไปเรียนในชั้นเรียนตามปกติ

 

ในช่วงเดียวกัน เฉิงหลิงซูก็ถามเขาถึงข้อตกลงที่จะยกเลิกการหมั้นของเธอ แต่เขาก็ไม่ตอบอะไรกลับไปเลย เฉิงหลิงซูกัดปากของเธอด้วยความโกรธ แต่เธอก็ไม่สามารถวิ่งเข้าไปในห้องเรียนของเจียงซิ่ว หรือหอพักของเขาเพื่อถามได้

 

ดังนั้นเรื่องนี้ จึงต้องล่าช้าออกไปชั่วคราว

 

เจียงซิ่วสนิทกับเพื่อนร่วมชั้นของตัวเองมากขึ้น โดยเฉพาะเย่ปิง ทัศนคติของเธอที่มีต่อเขาดีขึ้นมาก เรื่องการทุบตีหวังซือบิ๋น ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เป็ฯเรื่องความประทับใจที่เธอมีต่อเขา เพราะงั้นพวกเขาทั้งสองจึงกลายเป็นเพื่อนกัน

 

วันพฤหัสบดี อีกหนึ่งเหตุการณ์ใหญ่ก็เกิดขึ้นที่โรงเรียน อาจารย์ใหญ่ของเซ็กเก้นไฮถูกไล่ออกเนื่องจากถูกสงสัยว่ามีส่วนร่วมในการปกป้องหวังซือบิ๋น ในวันจันทร์ เมื่อเขารีบไปที่กระทรวงศึกษาธิการ เขาก้มหัวลงต่ำ เพราะเขาได้กระทำผิดอย่างใหญ่หลวง ไฟล์การขับไล่ของเจียงซิ่ว ได้ถูกลงทะเบียนไว้ในบัญชีแล้ว เพราะงั้นต่อมา เมื่อเขาเผชิญหน้ากับความกดดันของสื่อข่าว กระทรวงศึกษาธิการจึงจัดการเรื่องราวนี้ได้แค่วิธีเดียวเท่านั้น คือการไล่เขาออก

 

ความรู้สึกผิดและสำนึกเสียใจปรากฏขึ้นในหัวใจของเขา อาจารย์ใหญ่ฉินหลินเก็บข้าวของของตัวเอง ขณะที่เขาเดินทางออกจากเซ็กเก้นไฮ ออกจากเมืองเจียง ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของรัฐ ออกจากบัลลังก์การเป็นอาจารย์ใหญ่ ที่ที่เขาได้อยู่มาเป็นเวลาเนินนาน

 

แสงแดดค่อนข้างงดงามในบ่ายวันอาทิตย์ มันส่องกระจัดกระจายอยู่ทั่วเขตโรงเรียน ส่งผลให้ต้นไม้ขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหน้าอาคาร ถูกเงาบดบัง ยังมีลมโชยที่พัดผ่านไปมา บรรยากาศแบบนี้ เป็นที่แน่นอนว่ามันทำให้คนรู้สึกผ่อนคลาย

 

เจียงซิ่วเดินมาถึงห้องกิจกรรมของสภานักเรียน มันเป็นไปตามแผนที่ถูกวางไว้ เขาเคาะประตู

 

“ใครหน่ะ?” เสียงที่น่าฟังดังขึ้น เจียงซิ่วรู้สึกว่าช่างฟังดูคุ้นเคย และจากนั้นเขาได้ยินเสียงฝีเท้าอันสง่างามเข้ามาใกล้ขึ้น  และประตูห้องของสภานักเรียน ก็ถูกเปิดออก ดวงตาของเขาตกลงไปบนใบหน้าที่สวยงาม

 

เฉิงหลิงซูตื่นตกใจ “ทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่?!”

 

สมาชิกสภานักเรียนคนอื่นๆ อยู่ในห้องและกำลังทำงานอยู่ ดังนั้นเธอจึงกลายเป็นขวัญอ่อน เพราะกลัวว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาจะถูกเปิดเผย เธอลดเสียงของเธอลง และการแสดงออกของเธอคล้ายเหมือนจะเตือนสติเขา “นายมาที่นี่ทำไม?”

 

ในตอนนั้นเองที่เจียงซิ่วเพิ่งนึกได้ว่าเธอนั้นคือความภาคภูมิใจของสวรรค์ เฉิงหลิงซู เธอเองก็เหมือนจะเป็นสมาชิกสภานักเรียนด้วยเช่นกัน “หลินชวูจากสภานักเรียนพูดว่า เพื่อเป็นเกียรติกับการกระทำที่ทรงคุณธรรมของฉัน สภานักเรียนเลยชวนฉันไปทานอาหารกลางวันด้วยกัน และดูเหมือนจะจัดงานเลี้ยงให้ด้วย”

 

“ซูซู นั้นใครหรอ? นักเรียนเจียงซิ่วมาถึงแล้ว?”

 

สังเกตเห็นว่าเฉิงหลิงซูเปิดประตูไปครึ่งบาน แต่ก็ไม่ได้กลับมา เย่เหวินเฉินเลยเดินเข้าไปหา เขาดูหล่อเหล่าและสูงถึง 180 ซม. ลักษณะดูเรียบร้อย เขามาพร้อมกับแว่นตา ดูโดยรวมเขาดูสุถาพอย่างมาก เขามีรอยยิ้มที่อบอุ่นบนใบหน้าของเขา แสดงให้เห็นว่าไม่มีความโกรธหรือความริษยาอยู่ในใจเขาเลย “นั้นนักเรียนเจียงซิ่วใช่ไหม? เรากำลังรอนายอยู่เลย!”

 

“พี่น้อง ฮีโร่มาถึงแล้ว เตรียมตัวออกเดินทาง!”

 

มีหลายคนที่อยู่ในห้องสภา มีอยู่ประมาณ 10 คน

 

“เฮ้ นายมา!”

 

คนที่โทรหาเจียงซิ่วและคนที่เป็นคนชวนเขามา หลินชวู

 

เจียงซิ่วพยักหน้าแทนคำตอบ ถ้าเป็นช่วงเวลาก่อนหน้า เขาไม่เคยข้ามเส้นกับพวกเจ้าชายผู้ดีเหล่านี้ เมื่อพวกนี้อยู่ตรงไหน เขาทำได้เพียงแค่มองพวกเขาจากด้านหลังเท่านั้น

 

“เราจะไปที่ไหนกัน?”

 

หลินชวูกล่าว “เขตซินเฉิง มีสถานบันเทิงมากมายอยู่นั่น บาร์ ดิสโก้(น่าจะเป็นฟอร์สำหรับเต้น) คาราโอเกะ เกมเซ็นเตอร์ ทุกอย่างมีที่นั่น มันน่าจะเป็นที่ที่ดีมาก”

 

เมื่อเดินไปถึงทางเข้าหน้าโรงเรียน ก็เห็นรถราคาแพงขับเข้ามา ถูกสุดที่พวกเขามีคือ Audis กับ BMWs (ขออนุญาตทับศัพท์) เห็นได้ชัดว่าทรัพยากรทางการเงินและภูมิหลังของพี่น้องเหล่านี้ค่อนข้างน่าประทับใจ

 

นอกจากนี้ยังมี Ferrari(เฟอร์รารี่)

 

เหตุผลที่พวกเขาเลือกเขตซินเฉิง เพราะมันเป็นพื้นที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ ดังนั้นจึงมีโครงการก่อสร้างอยู่เป็นจำนวนมาก ฉะนั้นพนักงานส่วนใหญ่ จะเป็นพนังงานพาท์ไทม์ที่เข้ากะจากภายนอก และอันธพาลท้องถิ่นก็เดินวนไปมาอยู่รอบๆ ในระยะเวลาสั้นๆนี้ เขตซินเฉิงในปัจจุบันนั้นค่อนข้างวุ่นวาย ถ้าทำอะไรบางอย่างกับเจียงซิ่วที่นั้น เขาก็จะไม่สามารถหลบหนีไปไหนได้ ดังนั้นแล้วเขาจะสามารถตำหนิใครได้?

 

“โชคดีจริงๆ ที่วันนี้พี่ชายคนหนึ่งของฉันเปิดร้านใหม่ที่นั่น ทุกคน ไปที่นั้น และสร้างความสนุกสนานให้แก่เขา!”

 

มันเป็นสถานบันเทิงที่ตกแต่งไปด้วยเครื่องประดับแพรวพราว มันมีหลายสิ่งที่ผิดธรรมดาอยู่ภายใน เพียงว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้มันออกมาโชว มีนักเรียนจำนวนมากอยู่ที่นี่ ด้วยชุดนักเรียนของพวกเขา

 

เจียงซิ่วสวมเสื้อผ้าแฟชั่น เปิดเผยบุคลิกลักษณะของเขา เฉิงหลิงซูก็สวมเสื้อผ้าที่ดูมีสไตล์ เสื้อกันหนาวคลุมร่างกายของเธอ ขาที่เรียวเล็กของเธอดูเหมือนจะเต็มไปด้วยจิตวิญญาณอันร้อนแรง ฉากที่สวยงามเช่นนี้ จึงทำให้ทุกคนจ้องมองมัน

 

กลุ่มของพวกเขามักออกไปเที่ยวด้วยกันบ่อยๆ ดังนั้นเจียงซิ่วจึงกลายเป็นคนแปลกหน้าไป เพราะแบบนั้นเขาจึงดูแปลกแยกจากกลุ่มไปเล็กน้อย แม้ว่าเจียงซิ่วจะทิ้งท่าทางการเป็นเทพซิ่วออกไป เพื่อไปสนทนากับพวกเขา เขาก็ไม่สามารถพูดกับพวกนั้นได้อยู่ดี เนื่องจากพวกเขาไม่มีหัวข้ออะไรที่จะคุยกันได้เลย

 

และตัวเขาเอง ก็ไม่สามารถพูดคำเหล่านี้ออกมาได้ นายวาดยันต์นี้ได้ไหม? มีความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยในการจัดเรียงตรรกะแบบนี้รู้ไหม?  การควบคุมทักษะใบมีดของนายไม่เหมาะสมเล็กน้อยนะ นัดรวมพลเพื่อไปพิชิตดาวเคราะห์ดวงนี้กัน

 

เมื่อเป็นเช่นนั้น การไม่มีอะไรพูดคุย มันเหมือนจะดีกว่า

 

แต่นี่ไม่ใช่อุปสรรคต่ออารมณ์ของเขา เขาโชคดีแล้วที่ได้กลับมา ดังนั้นเขาจึงอยากจะสัมผัสกับเรื่องพวกนี้อย่างเป็นธรรมชาติ หลังจากนั้น เขาอาจต้องใช้เวลาอีกหลายร้อยปี ในการบ่มเพาะอีกหน เพื่อที่เขาจะสามารถออกจากโลก และกลับไปยังทวีปการต่อสู้นิรันดร์ได้

 

“เป็นไงบ้าง? นายจะให้พวกแผนกศิลปะการต่อสู้จัดการเลยไหม?”

 

“ฉันเตรียมการไว้เรียบร้อยแล้ว” หลินชวูกล่าว “พวกเขาอยู่ในห้องถัดไป หลังจากที่ปล่อยตัวเองไปกับอารมณ์สุขสมแล้ว มันก็ไม่ควรเป็นเรื่องยาก สำหรับการที่พวกเขาจะเอาชนะชายคนหนึ่ง”

 

“เล่นหนักแค่ไหน?” ความโหดร้ายกระพริบผ่านดวงตาของเย่เหวินเฉิน แม้แต่หลินชวูก็ตื่นตกใจ “ฉันไม่ได้พูด ว่าแค่ทุบตีเฉยๆ ทำให้เขาพิการซะ”

 

“นายเข้าใจไหม?”

 

เหงื่อเย็นเฉียบไหลลงมาจากหน้าผากหลินชูว “ทำให้เขาพิการ?”

 

เย่เหวินเฉินกล่าว “ไม่เป็นไร ตราบใดที่ไม่ถึงขั้นคอขาดบาดตาย หรือนายจะกลัวว่าฉันไม่สามารถรับผิดชอบได้?”

 

หลินชวูไม่เคยคิด ว่าเย่เหวินเฉินจะไม่สามารถรับผิดชอบได้ แม้ว่าชีวิตมนุษย์คนนึงจะหายไป มันก็คงจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น สิ่งที่หลินชวูไม่ได้คิดถึงมันนั้นก็คือ เย่เหวินเฉินได้กลายเป็นคนเลือดเย็นไปแล้ว เพียงแค่เพราะเรื่องผู้หญิงเท่านั้น สิ่งนั้นมันทำให้เขาต้องการให้คนอื่นพิการ เขาปาดเหงื่ออันเย็นเฉียบออกไป สำหรับทุกคนที่ต่อต้านเย่เหวินเฉิน พวกเขาคงมีฉากจบที่น่าสังเวชรอพวกเขาอยู่

 

“ฉันยังไม่ได้พูดเรื่องนี้กับพวกเขา ฉันเพียงแค่เรียกพวกเขามาสำหรับมื้อกลางวัน ไปพูดคุยกับพวกเขาด้วยกัน”

 

เย่เหวินเฉินลุกขึ้น “นายสนุกกับตัวเองเถอะ นายน้อยหลินและฉัน จะไปจ่ายบิลกันก่อน”

 

พูดประโยคนี้เสร็จ เขาและหลินชวูก็ลุกออกไป

 

“นายน้อยเย่!”

 

มองไปที่เย่เหวินเฉินที่กำลังเดินเข้ามา สมาชิกของแผนกศิลปะการต่อสู้ทุกคนลุกขึ้น และต้อนรับเขา นี่ไม่ใช่เรื่องแปลก ไม่เพียงแต่เขาเป็นประธานสภานักเรียนของโรงเรียน ภูมิหลังเขาเองก็ดีเช่นกัน เขาเป็นลูกหลานของตระกลูที่ทรงอิทธิพล

 

ถ้าพวกเขาเจอปัญหาในอนาคต มันก็คงจะง่ายสำหรับพวกเขา ที่จะไปหาเย่เหวินเฉินเพื่อขอความช่วยเหลือ

 

ปั๊ง แผ่นสีแดงจำนวนมากถูกฝาดลงบนโต๊ะ

 

“นี่100,000!” เย่เหวินเฉินก้มหัวของเขาลงนิดหน่อย เพื่อที่จะเช็ดแว่นตา “ฉันต้องการให้หนูบางตัวพิการ ใครก็ตามที่ต้องการจะทำ เงินนี้เป็นของคนคนนั้น หากมีบางอย่างเกิดขึ้น ฉันจะเป็นคนรับผิดชอบเอง”

 

คนจากแผนกศิลปะการต่อสู้มองกันและกัน เนื่องจากใครบางคนมีข้อพิพาท พวกเขาจะไม่ช่วยโดยปราศจากเหตุผล การได้ยินคำพูดเหล่านั้น ทั้งหมดของพวกเขาจึงมองกันและกันอีกครั้ง และก็กลับไปจ้องมองที่ก้อนเงิน การแสดงออกของพวกเขาจึงกลายเป็นลังเล

 

“นายน้อยเย่ คุณต้องการให้เขาพิการยังไง?”

 

เย่เหวินเฉินกล่าว “ทำลายขาและแขนของเขา ดีที่สุด ถ้าทำให้มันไม่สามารถใช้แขนขาได้เลยไปตลอดชีวิต”

 

ซู๊ด! สมาชิกของแผนกศิลปะการต่อสู้สูดลมหายใจเข้า

 

ใครกันที่กล้าล่วงเกินนายน้อยเย่? แม่ง เขาไม่ได้มีดวงตาหรือไง? ไม่ว่าใครก็ตามที่กล้าล่วงเกิน แกคงไม่สามารถจ่ายค่าตอบแทนให้กับบรรพบุรุษนายนี้ ได้อีกต่อไปแล้วหล่ะ

 

“เอาหล่ะ เรื่องนี้ ฉันจะทำ!”

 

คนที่ยืนขึ้นมาเป็นคนแรก คือหวังยี่หนาน เรื่องนี้ ฟังดูแล้วค่อนข้างร้ายแรง แต่ในที่นี้ มีหลายคนที่มาจากแผนกศิลปะการต่อสู้ มันเป็นบางสิ่งที่เรียกว่า ‘กฎหมายไม่สามารถลงโทษได้ทุกคน’ ตั้งแต่ที่เย่เหวินเฉินเป็นคนบงการฉากหลังที่แท้จริง แม้ว่าท้องฟ้าจะถล่มลงมา เขาก็คงจะยกมันขึ้นมาได้

 

“เอาหล่ะ พวกเราจะรอข่าวจากพวกนาย…”

 

หลังจากที่เย่เหวินเฉินออกไป สมาชิกแผนกศิลปะการต่อสู้ทุกคนรวมตัวหารือกัน มันไม่ซับซ้อนมากนัก อยู่ใกล้ๆห้องน้ำ หลังจากที่ได้รับสัญญาณจากนายน้อยหลิน พวกเขาก็จะไปทุบตีเขาคนนั้น และก็สาปแช่ง แล้วก็ทุบตีเขาต่อ สิ่งนี้หยาบกระดางและตรงไปตรงมาอย่างมาก

 

เย่เหวินเฉินกลับไปยังที่ที่พวกเขารวมตัวกัน แสงแดดอันอบอุ่น สภาพแวดล้อมรอบข้างคือสนามหญ้าทั้งหมด มันอดทำให้เขามีความพึงพอใจไม่ได้ บางคนใช้ไมโครโฟนเพื่อร้องเพลงอยู่

 

การจ้องมองครั้งแรกของเขาตกอยู่ที่ร่างกายของเฉิงหลิงซู แต่การมองนี้ก็กลับเต็มไปด้วยความโกรธและความริษยาอีกครั้ง เมื่อเขาพบว่าเฉิงหลิงซู กำลังแอบมองไปที่เจียงซิ่วอยู่ แต่ดูเหมือนเขาเข้าใจผิดกับน้องสาวตัวน้อยเฉิงไป เธอเพียงแค่กำลังคิดถึงหนทางที่จะนำสัญญากลับคืนมา

 

ตามพฤติกรรมของเจียงซิ่ว เขาควรจะเซ็นสัญญาแล้ว แต่ไม่ได้มอบให้กับเธอ

 

“เอาหล่ะ ทุกคน ร้องพร้อมกันนะ…”

 

ฝูงชนกรีดร้องทันที

 

เฉิงหลิงซูมีลักษณะที่ค่อนข้างเงียบ เธอดูเหมือนไม่ค่อยคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมแบบนี้ ทำเพียงแต่ส่งยิ้มไปให้คนอื่นๆ พอเป็นพิธี

 

เจียงซิ่วยืนขึ้น ในชั่วเวลานั้น และตรงไปที่ห้องน้ำ เขาไม่จำเป็นต้องบอกให้ใครทราบ เพราะว่าไม่มีจดจำการคงอยู่ของเขาได้(ทำไมน่าสงสาร555)

 

หลินชวูเฝ้ามองดูเขาจากชั้นสอง เขาส่งข้อความไปถึงสมาชิกแผนกศิลปะการต่อสู้อย่างรวดเร็ว ขณะที่เขาเห็นเจียงซิ่วออกมา

 

“ปลาได้ออกมาแล้ว!”

 

เซี่ยวไฮยกแขนเสื้อและยืนขึ้น “ฉันค่อนข้างทำได้ดีทีเดียว สำหรับเรื่องหลอกลวงแบบนี้! ให้ฉันไป!”

 

ขณะที่เขาเข้ามาประชิดเจียงซิ่ว เขารู้สึกว่าชายคนนี้ค่อนข้างคุ้นเคย

 

 

 

ติดตามข่าวสารได้ก่อนใครที่ เพจ INdy-Novel