0 Views

บทที่ 15

ตื่นตกใจ

 

แปลโดย : ราตรีสีทา

เกลาสำนวนโดย : ราตรีสีเทา

แก้คำผิดโดย : ราตรีสีเทา

 

แม้ว่าเจียงซิ่วจะบอกว่าเซี่ยวไฮ่จะแพ้ แต่นั้นมันก็ไม่ได้แปลกอะไร เพราะโอกาสที่จะแพ้หรือชนะนั้นมี 50% แต่เขากลับคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำ ว่าเซี่ยวไฮ่จะพ่ายแพ้ใน10หมัด และมันก็10หมัดจริงๆ ไม่มากหรือน้อยไปกว่านั้น ดังนั้นนี่จึงทำให้เธอรู้สึกตกใจเล็กน้อย

 

“เจียงซิ่ว นายก็แค่เดาถูก” เย่ปิงหัวเราะเยาะ

 

เจียงซิ่วพูดพร้อมกับมองอย่างเย็นชา “ถ้าเทพคนนี้ไปอยู่ตรงนั้น ก็คงจะชนะไปแล้ว”

 

“นาย…” เย่ปิงพ่นลมหายใจออกมาด้วยความโกรธ เธออดทน และหันศีรษะของเธอกลับมา นายพูดเล่นกระทั่งตอนจบ ใครต้องการคุยกับชายหนุ่มอวดดีอย่างนายกัน?! “นายภูมิใจอะไรของนาย? นายแค่โชคดี”

 

หลังจากที่เซี่ยวไฮ่พ่ายแพ้ การแข่งขันที่สองก็เริ่มขึ้น

 

เวลานี้ กู่เชี่ยนจากแผนกศิลปะการต่อสู้ ก็ปรากฏตัวขึ้น และฝ่ายตรงข้ามของเขาก็มีน้ำหนักหมัดกลางๆ เป็นนักเรียนที่มีใบหน้าเหลี่ยมๆ

 

“ทำให้ดีที่สุด! นายทำมันได้!”

 

“นายทำมันได้ กู่เชี่ยน!”

 

เย่ปิงไม่ได้ส่งเสียงเชียร์ให้กับนักเรียนที่อยู่บนสังเวียน

 

“สู้กับเฟริสไฮ!”

 

“แสดงพลังของเซ็กเก้นไฮให้พวกนั้นได้เห็น!”

 

น้ำเสียงที่ไม่ใช่ของฝั่งเชียร์ทั้งสอง ดังขึ้นมา มันไม่เบาและก็มีความไม่แยแสอยู่ในน้ำเสียง เสียงนั้นลอยไปเข้าหูที่งดงามของหญิงสาวเย่ “กู่เชี่ยนจะพ่ายแพ้หลังจากผ่านไป22หมัด!”

 

เย่ปิงข่มความเดือดดาลของเธอลงไปได้อย่างยากลำบาก แต่เจ้าเพื่อนยากตัวนี้ ก็จุดให้มันติดขึ้นมาอีกครั้ง

 

“นายกำลังทำให้เลดี้คนนี้โกรธ”

 

สวรรค์ ใครปล่อยให้สัตว์ร้ายตัวนี้หลุดออกมา?

 

การแข่งขันเริ่มต้นขึ้น!

 

เย่ปิงและหลิวเซี่ยวหยิ่นกับสาวๆที่เกี่ยวข้อง ล้วนแต่กังวลใจกับสถานการณ์ของการแข่งขัน ทั่งคู่โถมเข้าหากันเพื่อต่อสู้ โจมตีแบบหลอกลวงเพื่อที่จะได้ใช้หมัดและการเตะ

 

“หมัดที่1 หมัดที่2 หมัดที่3 หมัด…”

 

จากด้านหลัง เจียงซิ่วนับจำนวนคล้ายไม่แยแส

 

“หมัดที่4…”

 

เย่ปิงในเวลานี้รู้สึกโกรธ ที่นายนับอยู่นั้น มีเจตนาอะไรกันแน่? นายกระตือรือร้นต้องการที่จะให้กู่เชี่ยนพ่ายแพ้? ถ้าโรงเรียนแพ้การแข่งขัน นายคิดว่านายจะได้หน้า?

 

หันไปมองดู เธอพบว่าเจียงซิ่วไม่ได้มองตรงไปที่การแข่งขัน และแถมยังปิดตาของตัวเองอยู่ เขาดูสงบและปราศจากความกังวล

 

เย่ปิงยังค้นพบอีกว่าเจียงซิ่วกำลังค่อยๆ นับอย่างช้าๆ นับในเวลาเดียวกันฝ่ายตรงข้ามลงหมัด เจียงซิ่วนับอีกครั้ง การนับของเขาถูกต้องและสมบูรณ์แบบ

 

“หมัดที่ 7 8…”

 

เขาทำแบบนั้นได้ยังไง?

 

ฉันได้ยินมาว่าผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะการต่อสู้บางคนสามารถจับตำแหน่งได้ดวยการฟังเสียง แต่เจียงซิ่วเพิ่งเป็นนักเรียนมัธยมปลายปี3เองนี้หน่า เขาจะมีความสามารถในด้านศิลปะการต่อสู้ขั้นสูงได้อย่างไร?

 

“1718…”

 

หนึ่งในพวกบ้า ของทางฝั่งเฟริสไฮคนนึงกรีดร้อง “ใช้กำลังทั้งหมดของนายเลย!”

 

การเคลื่อนไหวของฝั่งนั้นกลายเป็นเร็วขึ้น และฝั่นนั้นก็โจมตีกันในลักษณะกระแทกแบบปะทะตรงๆ เสียงบนสังเวียนเริ่มดังเมื่อการต่อสู้เริ่มรุนแรงขึ้น แม้แต่เสียงเชียร์ก็ยังดังขึ้นเรื่อยๆ

 

“20 21.”

 

“แพ้!”

 

ขณะที่เจียงซิ่วกล่าวคำสุดท้ายออกมา กู่เชี่ยนกรีดร้องออกมาเช่นกัน คู่ต่อสู้ถอยหลังกลับและพุ่งตัวเข้ามา เพื่อที่จะได้ปะทะจากที่ๆห่างออกไป เขาล้มลง

 

ตื่นตระหนก เย่ปิงและหลิวเซี่ยวหยิ่นพวกเธอตกใจอย่างมาก!

 

“เป็นไปไม่ได้!” สาวสองคนนี้ถึงกับพูดไม่ออก เรื่องนี้น่าพิศวงเกินไป โดยเฉพาะกับความรู้สึกของเย่ปิง เมื่อเธอมองย้อนกลับไปที่เห็นเขากำลังนับอยู่อย่างเงียบๆ และตาของเขาเองก็ปิดอยู่

 

อาจเป็นไปได้ไหมว่า เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะการต่อสู้?

 

เย่ปิงตัดสินใจถามเขา และลืมวิธีการที่เธอเคยพูด เหมือนกับที่พูดกับชายหนุ่มอวดดีแบบเขาก่อนหน้านี้ “นี่ นายรู้เกี่ยวกับมันได้อย่างไร? เป็นไปไม่ได้ที่นายจะทำนายได้อย่างแม่นยำ”

 

“เธอไม่ได้พูดมันรึไง?” เจียงซิ่วพูดอย่างเย็นชา “ว่าเทพคนนี้ก็แค่เดาสุ่ม”

 

“เอาเถอะ ปล่อยมันไว้แบบนั้นแหละ ถ้านายไม่ต้องการบอกฉัน แล้วใครอยากจะรู้มันกันหล่ะ?” แม้เย่ปิงจะพูดไปแบบนั้น แต่เธอก็อยากรู้อยากเห็นจริงๆ ไม่มีทางที่จะเกิดเรื่องบังเอิญได้ขนาดนี้ในโลกนี้

 

การแข่งขันต่อไปก็ยืนยันแล้วได้แล้วว่า เขาไม่ได้คาดเดาได้เลย

 

“เชิ่นหยาน จะแพ้ใน 5 หมัด!”

 

“ลั่วเหวินบิ๋น จะแพ้ใน 11 หมัด!”

 

“เฉิงเฉิ่น จะแพ้ใน 9 หมัด!”

 

“…”

ตกตะลึงและมึนงง เย่ปิงและหลิวเซี่ยวหยิ่นไม่มีคำอธิบายใดๆ กับอาการตกใจที่อยู่ในหัวใจของพวกเธอ เจียงซิ่วดูเหมือนจะเป็นนักพยากรณ์ที่แปลกประหลาด คำพูดของเขานั้นตรงและแม่นยำในทุกรายละเอียด

 

ณ ตอนนี้ สาวๆไม่สงสัยเลยว่าเจียงซิ่วนั้นมีทักษะการวิเคราะห์ที่เหนือมนุษย์มนา

 

“นั้น หวังยี่หนาน(Wang Yinan) กัปตันหวังยี่หนานกำลังออกไปต่อสู้”

 

“เราต้องชนะการต่อสู้ครั้งนี้!”

 

พวกเขาไม่สามารถพ่ายแพ้แม้เพียงอีกครั้ง ก่อนหน้านี้ เซ็กเก้นไฮพ่ายแพ้ไปแล้ว 6 ครั้ง หวังยี่หนานเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในเซ็กเก้นไฮ ถ้าพวกเขาแพ้การต่อสู้ครั้งนี้ นั้นก็คงจะกลายเป็นหายนะ

 

เย่ปิงถามขึ้นมาอย่างเงียบๆ “แมตช์นี้หล่ะ?”

 

เจียงซิ่วกล่าวด้วยเสียงโทนเดียวแบบก่อนหน้า “หวังยี่หนานจะแพ้ใน 27 หมัด!”

 

“เป็นไปไม่ได้!”

 

เย่ปิงและหลิวเซี่ยวหยิ่นร้องออกมา และปิดปากลงในทันที ณ จุดนี้ พวกเธอเชื่อในการตัดสินใจของเจียงซิ่ว และตั้งแต่ที่เขากล่าวว่าหวังยี่หนานจะพ่ายแพ้ ก็ไม่จำเป็นต้องสงสัยใดๆ

 

พวกเขาไม่สามารถแพ้ได้อีกครั้ง ถ้าไม่งั้นพวกเขาก็คงจะเสียหน้าที่มีทั้งหมดไป

 

“ต่อสู้แบบใจเย็น อย่าไปกังวลผลจากการแข่งขันก่อนหน้านี้” หน้าตาอันสวยงามของกู่ฉีขาวซีด ตั้งแต่การแข่งขันจบลงด้วยความปราชัย เธอก็เป็นคนที่เสียหน้ามากที่สุด เธอเคยผ่านความแพ้มาก่อน แม้เธอจะมีชื่อเสียงที่ยิ่งใหญ่มากก็ตาม จึงทำให้เธอรู้ว่ามันมีความรู้สึกแบบไหน

 

“พี่ชายหนาน ทำให้ดีที่สุด! พวกเราไม่สามารถแพ้เกมนี้ได้”

 

“คุณทำมันได้!!”

 

สังเวียนอยู่ภายในโรงเรียนเซ็กเก้นไฮ หากข่าวที่พวกเขาพ่ายแพ้ในสังเวียนบ้านตัวเอง ถูกแพร่ออกไป มันคงจะเป็นสิ่งที่อึดอัดใจอย่างที่สุด

 

กู่ฉีให้คำแนะนำทางจิตวิทยาขั้นสุดท้าย “ไม่เกี่ยวกันว่าเธอจะพ่ายแพ้หรือไม่ แต่อย่าได้หงุดหงิดและเชื่อมั่นในพลังของตัวเอง”

 

“อืมม!”

 

หวังยี่หนานหยักหน้าอย่างเคร่งขรึม

 

“ฉันไม่สามารถพ่ายแพ้ในการแข่งขันนี้ได้!”

 

ขณะที่การแข่งขันเริ่มขึ้น เพื่อปกป้องเกียรติยศของเซ็กเก้นไฮ นักเรียนทุกคนยืนขึ้นและตะโกนอย่างบ้าคลั่ง

 

“พี่ชายหนาน คุณสามารถทำมันได้ เอาเขาลงไป”

 

“ทำให้ดีที่สุด!”

 

เสียงตะโกนของพวกเขากลายเป็นแหบแห้งหลังจากตะโกนด้วยพลังทั้งหมดที่มี

 

ขณะนี้ ความตั้งมั่นของทุกคนในเซ็กเก้นไฮเป็นปึกแผ่น หญิงสาวบางคนร้องไห้ ขณะที่พวกเธอโบกสองมือเพื่อให้กำลังใจ

 

“ทำไมนายถึงไม่เชียร์?!” เสียงที่คล้ายมรสุมฤดูหนาวดังขึ้น เจียงซิ่วยกศีรษะขึ้นมอง มันเป็นครูกู่ฉี ความเย็นชาคล้ายน้ำแข็งกำลังปกคลุมใบหน้าของเธออยู่ในขณะนี้

 

สิ่งนี้ดึงดูดการจ้องมองของคนใกล้เคียงทั้งหมด

 

กู่ฉีได้สังเกตเจียงซิ่วมาเป็นเวลานานแล้ว เขาปิดดวงตาของเขาและไม่ได้มองไปที่การแข่งขันเลย “นายไม่ใช่นักเรียนมัธยมของเซ็กเก้นไฮ? นายไม่ได้รู้สึกว่าใช่เกียรติยศร่วมกัน? นายดูไม่เหมาะสมที่จะเป็นนักเรียนของโรงเรียนเราจริงๆ”

 

“ถ้าเชียร์แล้วเกิดผล พวกเขาก็คงจะไม่แพ้!” เจียงซิ่วกล่าว

 

“นาย…”

 

ครูกู่ฉีเกือบจะสลบลงไปด้วยโทสะ นี้น่าสะอิดสะเอียนมาก ดวงตาที่สวยงามของเธอดูอมหิตขึ้น เหตุผลจะนำพาไปสู่ความเชื่อมั่น จากแต่นี้ต่อไป ครูกู่ฉีเริ่มมีความเกลียดต่อเจียงซิ่วอย่างแรงกล้า

 

“ถึงจะเป็นแบบนั้นก็ตาม มันก็ยังดีกว่านาย ระยะเวลาของหลักสูตรศิลปะการต่อสู้ค่อนข้างนานดังนั้นพวกเขาจึงสามารถรวบรวมแต้มได้โดยการมีส่วนร่วมในการแข่งขัน และแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้มีความสำเร็จใดๆ แต่พวกเขาก็รวบรวมความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่จำเป็นสำหรับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว แต่นาย?”

 

“ไม่มีอะไรดีเลยที่เกี่ยวกับตัวนาย!”

 

ความวุ่นวายเกิดขึ้นรอบตัวอย่างกะทันหัน หวังยี่หนานถูกเตะโดยฝ่ายตรงข้าม ณ ตรงกลางของเวที และไม่สามารถลุกขึ้นได้หลังจากผ่านไปชั่วขณะนึง

 

“แพ้?!”

 

ผู้ชนะยืนอยู่ตรงกลางเวที เขาสวมชุดกีฬาและตัดผมสั้นมาก ความสูงเขาคือ 178 เซนติเมตรและถูกเรียกว่า หลิวหยาง(Liu Yang) เขายกกำปั้นขึ้นมาอย่างภาคภูมิใจ เขาหมุนหัวแม่มือของเขาไปมาและขยับมันอย่างดูถูก “เซ็กเก้นไฮ ก็แค่นี้!”

 

เงียบ ไม่มีเสียงใดแม้แต่เสียงเดียว

 

พวกที่แพ้เหล่านั้นก้มหัวลงเหมือนสุนัขจรจัด

 

แพ้ติดต่อกันเจ็ดครั้ง ไม่ชนะเลยแม้แต่ครั้งเดียว

 

คำพูดไหนบ้างที่จะพูดได้?

 

“ฮ่าฮ่าฮ่า…” มองไปยังลักษณะที่เศร้าหมองจากผู้คนของเซ็กเก้นไฮ นักเรียนจากเฟริสไฮกลายเป็นภาคภูมิใจมากยิ่งขึ้น ในขณะที่พวกเขาหัวเราะออกมา “เซ็กเก้นไฮ พวกแกไม่สามารถชนะได้แม้แต่ครั้งเดียว เปิดแผนกศิลปะการต่อสู้? ทิ้งมันไปดีกว่า”

 

“เก็บของและเตรียมตัวกลับ”

 

เจียงซิ่วกล่าวว่า “เอาล่ะ ตอนนี้ฉันจะกลับไปที่หอพักของฉันเพื่อนอนหลับ” เขารู้สึกเหนื่อยมากและนอนหลับไปเพียงประมาณ 3 ชั่วโมงเขาจึงรู้สึกไม่สบายจริงๆ

 

“นาย…” ครูกู่ฉีคือใครบางคนที่ได้รับความเจ็บปวดหลังจากพ่ายแพ้อย่างอัปยศอดสูมาโดยเฟริสไฮ เธอถูกโจมตีอย่างสาหัส

 

“นายจะมากเกินไปแล้ว พวกเราพ่ายแพ้ไปอย่างน่าชิงชัง และเส้นประสาทนายก็ยังคงมีแต่ความแดกดัน!”

 

“ถูกต้อง!”

 

เย่ปิงก็คุ้นเคืองในขณะที่จ้องไปที่เจียงซิ่ว มันราวกับว่าเธอจะไม่สามารถอยู่ร่วมโลกเดียวกับเขาได้

 

เจียงซิ่วหยุดอย่างฉับพลันและดูเหมือนจะมุ่งไปยังทิศทางที่ของผู้คนจากเฟริสไฮ เห็นว่าเจียงซิ่วกำลังปิดเส้นทางของพวกเขา หลิวหยางแผงฤทธิ์ โดยการยื่นมือออก เพื่อที่จะพลักเขาออกไป

 

“ไปให้พ้น!”

 

สายตาของเจียงซิ่วเริ่มเย็นชาขณะที่เขายกมือเพื่อตบหน้าอีกฝ่าย บูมม! การโจมตีจากเทพซิ่วนั้นหมายความว่าอะไร? ฝ่ามือทรงพลัง มันมีอำนาจมากพอที่จะทะลวงอากาศ ดูราวกับว่ามันไม่ได้โดนเขา แต่หลิวหยางก็บินกลับออกไป ทามกลางสายตาที่ตื่นตระหนกของทุกคน

 

“พระเจ้าช่วย!”

 

เทพซิ่วเดินผ่านหลิวหยาง

 

“ทุบตีมัน!”

 

เมื่อผู้คนจากเฟริสไฮเห็นว่าหลิวหยางถูกส่งกลับมา พวกก็ก้าวร้าวขึ้นในทันที แต่ฉากตรงหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไปในพริบตา ใบหน้าของพวกเขาได้รับความเจ็บปวด และทุกคนก็บินกลับออกมา

 

เมื่อซือถูเชิง เห็นว่ารุ่นน้องของพวกเขาพ่ายแพ้ เขาเองก็เริ่มโจมตีด้วยเช่นกัน ส่งลูกเตะกลางอากาศเข้าสู่เจียงซิ่ว แต่เทพซิ่วก็มาถึงหน้าเขาก่อนเรียบร้อยแล้ว เท้าของเขากระแทกลงบนร่างกายของซือถูเชิง ส่งผลให้เขาบินกลับออกไปลักษณะคล้ายปืนใหญ่ เขากระแทกเข้ากับกำแพง แม้แต่กระทั่งทำให้กระจกบนผนังแตกออกมาเป็นชิ้น ๆ

 

ในวินาทีที่ห่ำหันกันนี้ เทพซิ่วได้เผยความรุนแรงของเขาเป็นครั้งแรก กลุ่มคมมากกว่า 10 คนได้รับความพ่ายแพ้ด้วยการต่อสู้เพียงครั้งเดียว มันเป็นการแพ้อย่างสิ้นเชิง ไม่มีใครสามารถต่อสู้กับเขาได้และพวกเขาทั้งหมดก็กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดอยู่บนพื้นดิน

 

เมื่อถึงเวลาที่คนสุดท้ายล้มตัวลงบนพื้น เจียงซิ่วก็ออกจากอาคารศิลปะการต่อสู้ไปแล้ว

 

“ฉันไม่ได้ฝันไป ใช่ไหม? เขาเอาชนะนักเรียนทั้งหมดจากเฟริสไฮได้ด้วยตัวคนเดียว”

 

เย่ปิงตกใจมากจนขากรรไกรเธอแทบจะตกลงไป

 

แม้แต่ครูกู่ฉีก็มึนงงอย่างสมบรูณ์ เมื่อได้เห็นฉากนี้

 

 

 

ติดตามข่าวสารได้ก่อนใครที่ เพจ INdy-Novel