0 Views

บทที่ 11

ผู้เชี่ยวชาญ

 

แปลโดย : ราตรีสีทา

เกลาสำนวนโดย : ราตรีสีเทา

แก้คำผิดโดย : ราตรีสีเทา

 

เป็นความสิ้นหวังอย่างหนึ่ง เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่รถยนต์ที่พวกเขานั่ง กำลังไหลตกหน้าผา แม้ว่าจะมีบางคนปรากฏตัวขึ้นเพื่อมาช่วยพวกเขา หัวใจของพวกเขาก็ยังคงรู้สึกท้อแท้เช่นเดิมอยู่ดี มันไร้ประโยชน์ ไม่ว่าใครจะเป็นใครที่มาก็ตาม มันก็ไร้ประโยชน์ทั้งหมด

 

เบนซ์ มาย-บาสช์(Benz Maybach) หนัก1.5ตันโดยประมาณ บวกกับแรงดึงดูดที่รถกำลังร่วงลงหน้าผา สิ่งนี้แม้แต่กระทั่งกลุ่มคนจำนวนมากก็ไม่สามารถดึงมันกลับขึ้นมาได้ นับประสาอะไรกับชายหนุ่มเพียงคนเดียว มันอาจจะเป็นไปได้ที่เขาจะตกลงไปในหน้าผาพร้อมกับพวกเขา

 

“ถ้าเทพคนนี้ทำไม่ได้แม้แต่เรื่องเล็กๆ เช่นการดึงรถขึ้นมา และฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกันเล่า!”

 

“ย๊าห์!”

 

เทพซิ่วผู้ดาลเดือด ราวกับว่าดวงตาของเขากำลังหลอมละลาย พวกมันเป็นสีดำอย่างสมบรูณ์ และดูน่าขนลุกอย่างมาก กล้ามเนื้อบนแขนของเขาขยายตัวขึ้น จนกระทั้งเส้นเลือดปรากฏขึ้นมา ในกระทันหันความแข็งแกร่งของพระเจ้าก็ประทุขึ้น

 

“ตื่นขึ้น เพื่อเทพคนนี้!”

 

คนที่อยู่ข้างใน จู่ๆก็รู้สึกว่ารถหยุดนิ่ง และเบนซ์ที่กำลังตกเหวเมื่อครู่ ขณะนี้กำลังลอยอยู่บนอากาศ

 

“ฮ๊าาาาา!!”

 

พร้อมกับเสียงคำรามนี้ รถถูกยกขึ้นโดยเขา ขณะที่เมอร์ซิเดสดูราวกับเป็นขนนกที่โบยบิน

 

คนที่อยู่ในรถต่างรู้สึกได้ว่ารถได้หยุดลง และเบนซ์ที่กำลังจะตกเหวในขณะนี้ กำลังลอยอยู่บนอากาศ

 

ผิดปกติ!

 

กันชนด้านหลังของเบนซ์ถูกยกขึ้นโดยเขา เขายกรถเบนซ์กลับไปที่เส้นทางภูเขา รถคันนี้หนักมากเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นพื้นจึงยุบตัวลงไปเมื่อยางล้อรถได้กระทบกับพื้น ในขณะที่มันกระทบยางล้อรถได้แตกระเบิดออกมา

 

“เรา… พวกเราไม่ได้ตกลงไป?”

 

ทั้งสี่คนในรถรู้สึกราวกับเพิ่งตื่นขึ้นมาจากความฝัน ในทันทีพวกเขากลิ้งตัวและคลานออกมาจากรถ การขยับของพวกเขาแต่ละขั้นตอนดูยากลำบากและตื่นตระหนก เฉพาะหลังจากที่รู้สึกได้แน่นอนแล้วว่า พวกเขาได้ถูกช่วยชีวิตเอาไว้

 

แต่เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ก็ยังคงรู้สึกเหมือน เป็นภาพลวงตา!

 

เจียงซิ่วไพร่มือไว้ข้างหลังเขา ภายใต้ความมืดมิดของรัตติกาลในช่วงเวลายามค่ำคืน ภาพเงานั้นดูแปลกตาเหลือเกิน เสื้อด้านหน้าของเขากำลังกระพือ ภาพอันละเอียดอ่อนนี้แม้แต่เซียนบนฟากฟ้า ก็สามารถมองเห็นมัน

 

ชะ… ชายหนุ่มคนนี้ยกรถยนต์คันนั้นได้ด้วยมือคู่นั้นจริงหรือ?

 

ถ้าไม่ใช่เพราะรอยฝ่ามือหนา 3 เซนติเมตร ที่กันชนหลังรถ พวกเขาก็คงจะเชื่อทันทีว่าเห็นภาพลวงตา

 

“ขอบคุณ เพื่อนตัวน้อย สำหรับการช่วยชีวิตพวกเรา!”

 

ชายชราได้แสดงความกตัญญูทันที ขณะที่คนขับรถที่บ่นเจียงซิ่ว ใบหน้าของเขาแสดงความอึดอัดใจ

 

“มันเป็นเรื่องง่ายๆ สำหรับฉัน!”

 

“ฉันมันเป็นแค่คนตาบอด ที่ก่อนหน้านี้ดูเบาน้องชายเกินไป โปรดยอมรับคำขอโทษของฉัน!”

 

เจียงซิ่วถอนหายใจ “การขับรถบนภูเขาเป็นสิ่งที่อันตรายมากแม้จะมาในช่วงเวลากลางวันก็ตาม นับประสาอะไรกับในคืนที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง การที่พบเห็นเทพคนนี้ ในวันนี้ นับได้ว่าเป็นเคราะห์ดีของพวกคุณแล้ว ตอนนี้พวกคุณคงต้องช่วยตัวเองแล้ว”

 

พูดได้ดังนั้น เจียงซิ่วหันไปรอบๆ และจากไป ชายชรารีบวิ่งไปหา “นายโปรดรอสักครู่!” เขารีบไล่ตามไปและมอบนามบัตรไว้ให้ “แม้ว่าพวกเราตอนนี้ไม่สามารถตอบแทนความช่วยเหลือ ที่นายช่วยเหลือชีวิตพวกเราไว้ได้ แต่ชายชราคนนี้ถูกเรียกว่า ถังเฉิ่นเชียน(Tang Zhenshan) ฉันค่อนข้างจะเป็นที่รู้จักในเมืองเจียง”

 

ปัจจุบัน ภายในใจของชายชราเต็มไปด้วยความยุ่งเหยิงจากความตกใจ ก่อนหน้านี้เขานึกถึงว่าพลังภายในของเจียงซิ่วนั้นดุดันและรุนแรง แต่ไม่ทันได้พูดถึงมัน ตัวเขาก็วิ่งเขามาดึงรถขึ้นเพื่อให้รถพ้นจากการตกเหว เขายกมันขึ้นไปในอากาศ นี่เป็นเรื่องที่น่าตกใจจริงๆ เขายังเป็นมนุษย์อยู่หรือเปล่า?

 

และสำหรับบอดี้การ์ดที่คลุกคลีอยู่กับถังเฉิ่นเชียน เขาไม่ได้ตระหนักเลยว่า เจ้าหน้าที่อาวุโสของตัวเอง กำลังถูกละเลยหน้าที่คุ้มกันจากตัวเขา ตัวเขายังไม่ได้ละสายตาจากรอยมือที่กันชนหลังรถแม้แต่วินาทีเดียว เขาติดตามเจ้าหน้าที่อาวุโสมาแล้วหลายปี และนี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นศิลปะการต่อสู้ที่น่าสยดสยองเช่นนี้ เขาทำความเข้าใจไม่ได้อย่างแท้จริง ความแข็งแกร่งเช่นนี้เพียงพอที่จะบดมนุษย์ให้เป็นเศษเนื้อได้ด้วยการชกครั้งเดียว

 

น่ากลัวอย่างแท้จริง!

 

“ถังเฉิ่นเชียน?”

 

เจียงซิ่วรู้สึกว่าเขาคุ้นเคยชื่อนี้เล็กน้อย ขณะที่ได้รับนามบัตรมา

 

ถังเฉิ่นเชียนกล่าว “นาย… ฉันสงสัยว่าอาจารย์ของเธอคือใคร? เขาถึงสร้างผู้เชี่ยวชาญที่เก่งกาจเช่นพ่อหนุ่มขึ้นมาได้ ฉันเกรงว่าเขาอาจจะบรรลุการบ่มเพาะความทรหดในระดับผู้เชี่ยวชาญแล้ว”

 

“ความทรหดระดับผู้เชี่ยวชาญ ทำได้เหมือนกับที่เทพทำไปเมื่อครู่นี้?” เจียงซิ่วถาม

 

ถังเฉิ่นเชียนพยักหน้า “การบ่มเพาะความทรหดระดับผู้เชี่ยวชาญ กล่าวได้ว่าพวกเขามาถึงจุดสูงสุดของความแข็งแกร่งร่างกายของพวกเขาแล้ว และเป็นสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างไปจากมนุษย์ปกติ พวกเขาสามารถหักมีดเหล็กกล้าได้ด้วยมือเปล่า และระเบิดกำแพงได้ด้วยหมัดธรรมดาๆ!”

 

“ความแข็งแกร่งของนายที่ได้โชว์ให้เห็นตอนนี้ มันเป็นบางสิ่งที่เป็นไปไม่ได้นอกเสียจากบรรลุถึงความทรหดระดับผู้เชี่ยวชาญเรียบร้อยแล้ว” เหตุผลที่ชายชราเชื่อว่าเจียงซิ่วบรรลุถึงความทรหดในระดับผู้เชี่ยวชาญแล้วนั้น ก็เพราะเขาคิดว่าพลังที่เจียงซิ่วได้แสดงออกมาขณะนั้น สอดคล้องกับศิลปะการบ่มเพาะความทรหดที่สุดแล้ว ไม่เช่นนั้น ก็คงจะเป็นอะไรที่อยู่เหนือไปกว่านั้น

 

เจียงซิ่วยิ้มรางๆ ศิลปะการบ่มเพาะความทรหด จะมาเทียบกับการบ่มเพาะของพระเจ้าได้อย่างไร? แต่เนื่องจากพวกนั้นเห็นเขาใช้แต่พลังกายแต่เพียงเท่านั้น มันก็ไม่แปลกที่พวกเขาจะเข้าใจผิด

 

“นายเป็นคนจากเมืองเจียง?”

 

เจียงซิ่วพยักหน้า

 

“เมืองเจียง เจียงซิ่ว!”

 

ถังเฉิ่นเชียนเป็นคนช่างพูดโดยธรรมชาติ ตั้งแต่เขาได้พบกับเยาวชนที่พิเศษคนนี้ ความตั้งใจที่จะเป็นเพื่อนกับเขาได้เกิดขึ้นมาในหัวใจ เด็กคนนี้มีชะตาที่จะเติบโตดังเช่นดาวหาง(อารมณ์เหมือนแบบพุ่งทะยานไม่สนใจใคร) บางทีความสำเร็จของเขาอาจจะมากว่าชูวเที่ยนหนาน

 

“นายเจียง ฉันจะไม่ซ่อนมันจากเธอ เหตุผลที่ชายชราคนนี้ ขึ้นไปบนเขา ทั้งๆ ที่เป็นวันที่ฝนตกหนัก ก็เพื่อจะไปพบ ท่านผู้ยิ่งใหญ่ชวู…”

 

ถังเฉิ่นเชียนพูดด้วยความกังวล “หนึ่งในศัตรูของฉันได้ลอบเข้ามาในประเทศ และพยายามที่จะสร้างความลำบากให้แก่ฉัน เรื่องนี้เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน จนฉันไม่สามารถขอใครช่วยได้ ฉันสามารถทำได้เพียงแต่ขึ้นเขา เพื่อไปขอความช่วยเหลือจากผู้ยิ่งใหญ่ชวู ได้แค่นั้น”

 

“ท่านผู้ยิ่งใหญ่ชวู อาศัยอยู่อย่างสันโดษที่ด้านบนภูเขานี้!”

 

หลังจากฝนตกหนัก ภูเขามีแผ่นดินถล่มจำนวนมาก และด้วยเหตุนี้จึงเป็นการยากที่จะขับรถไปต่อ หรือถ้าพวกเขาย้อนกลับไปทางหน้าผาอีกครั้ง เจียงซิ่วก็คงจะไม่ช่วยชีวิตพวกเขาอีกครั้งนึงแน่นอน

 

“จะบอกว่าอาจหาญก็ได้ แต่ฉันขอความช่วยเหลือจากนายในเรื่องนี้ได้ไหม?”

 

คิดว่ามันจะเป็นเรื่องง่ายหรือที่จะขอความช่วยเหลือจากเทพซิ่ว? แต่ทว่าตั้งแต่ที่เขาได้ช่วยพวกเขาเหล่านี้ไปแล้วครั้งนึง ถ้ามีคนมาฆ่าพวกเขาอีก เมื่อเป็นแบบนั้น ความพยายามของเขาเทพซิ่วจะไม่สูญเปล่าหรือ? มันคล้ายกับเป็นบางสิ่งที่พูดกันว่า ส่งพระพุทธรูปออกไปทางตะวันตก(ทางตะวันตกเชื่อว่าเป็นทางที่อัปมงคลอันนี้ไม่มีข้อมูลให้อ้างอิงก็เลยเอาตามความเชื่อไทย) ยิ่งไปกว่านั้นเขารู้สึกเสมอว่าชื่อนี้ ถังเฉิ่นเชียน ฟังดูคุ้นเคย

 

ขณะที่เจียงซิ่วกำลังจะตอบ เงาสองร่างวิ่งลงมาจากยอดเขาอย่างรวดเร็ว พวกเขาเคลื่อนที่ 3-4เมตรด้ยวการก้าวเพียงก้าวเดียว มันดูยืดหยุ่นดุจนกนางแอ่น “ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าก็กำลังพยายามคาดเดาว่าเป็นใคร พ่อแก่ ถังเฉิ่นเชียนนี้เอง”(แต่ละคำเรียกเรื่องนี้ปวดหัวจริง)

 

เช่นเดียวกับคำพูดเหล่านั้น พวกเขาได้มาถึงเรียบร้อยแล้ว พวกเขาเป็นชายสองคนอายุประมาณ 60 แต่ทว่าร่างกายของพวกเขาก็ยังสมบรูณ์และแข็งแรง

 

“ท่านผู้ยิ่งใหญ่ชวู!”

 

คนที่อยู่ด้านขวาของถัง ที่สวมสูทอยู่ คือท่านผู้ยิ่งใหญ่ชวู ชูวเที่ยนหนาน ร่างของเขาดูดีและสายตาของเขาก็สดใส เขามีลักษณะที่เป็นเหมือนกับผู้เชี่ยวชาญ ชายที่อยู่ด้านข้างเขามีแขนและขาที่ดูกำยำ กลิ่นอายอันเงียบสงบที่มีทั้งดีและไม่ดีปนกัน โดยรวมแล้วเขาดูธรรมดาอย่างมาก

 

ถังเฉิ่นเชียนรู้สึกตกใจ “ฉัน…”

 

“ฉันรู้เรื่องราวของพ่อแก่อยู่แล้ว ดังนั้นฉันจึงชวนสหายสนิทมา หลิวเฉิ้งจิน(Liu Zhengjun)  ก็เพื่อปกป้องพ่อแก่จากอันตราย” ท่าทางของผู้ยิ่งใหญ่ชวูเยือกเย็น ราวกับลมในฤดูใบไม้ผลิ

 

“นั้นมันสุดยอดมาก!”

 

ถังเฉิ่นเชียน รู้สึกพอใจอย่างยิ่ง เขากำลังสงสัยว่าจะปีนเขาขึ้นไปได้อย่างไร และท่านผู้ยิ่งใหญ่ชวูก็บังเอิญลงมาพอดี และยังนำผู้เชี่ยวชาญอีกคนนึงมาเป็นผู้ช่วยด้วย

 

“เพื่อนตัวน้อยนี่ใคร?” สายตาของผู้ยิ่งใหญ่ชวูมองสำรวจร่างกายของเจียงซิ่ว

 

“เพื่อหลีกเลี่ยงความยุ่งยาก” ถังเฉิ่นเชียนพูดตรงๆ “นี้คือนายเจียงซิ่ว เพื่อนที่ฉันขอให้มากับฉัน ความแข็งแกร่งของเขาใช้ได้เลยทีเดียว ด้วยความร่วมมือของพวกนายทั้งสาม ฉันเชื่อว่าวันนี้เราจะปลอดภัย”

 

“เด็กหนุ่ม?”

 

ท่านผู้ยิ่งใหญ่ชวูเพ่งมองไปยังเจียงซิ่ว ความดูถูกกระพริบผ่านดวงตา การบ่มเพาะทักษะการต่อสู้สะสมได้ตามกาลเวลา และตัวตนแบบไหนกันที่เขามี? คนอย่างเขาจะไปอยู่ในระดับเดียวกับเยาวชนได้อย่างไร?

 

“กลับไปกับพวกเรา พวกเราจะต้องรอให้ศัตรูเข้ามา!”

 

บ้านของตระกลูถังตั้งอยู่ในจุดที่อุดมสมบรูณ์ที่สุดของเมืองเจียง มันตั้งอยู่ระหว่างภูเขาและมีการตรวจตราจากทหารทั้งสองด้าน ทหารเหล่านี้ถือปืนกลย่อยของตัวเองไว้ตลอด เจียงซิ่วในที่สุดก็จำได้แล้วว่าถังเฉิ่นเชียนเป็นใคร เขาเป็นเจ้าหน้าที่อาวุโสที่เกษียณตัวไปแล้ว เกษียณไปด้วยตำแหน่งทางทหารระดับสูงสุดของเมืองเจียง

 

เนื่องจากตัวตนของเขามีระดับสูงมาก ฝ่ายตรงข้ามของเขาก็คงไม่ได้ใช่วิธีการที่อ่อนแอ่ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกเขาคงขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญเช่นกัน

 

ตลอดทางเข้ากองทหาร แบะแม้แต่กระทั่งประตูทางเข้าเซฟเฮาท์ ถูกรอบล้อมไปด้วยทหาร เขาเหล่านั้นเป็นยามที่อยู่ด้านนอกและกำลังซ่อนตัวอยู่ สามเส้นทางที่ป้องกันด้านนอกและสามเส้นทางที่ป้องกันภายใน มีอย่างน้อยๆ ก็12 ทีม แม้ว่าการป้องกันได้ถูกเสริมกำลังอย่างหนัก พ่อแก่ถังก็ยังกังวลอยู่ดี

 

“พ่อแก่โปรดผ่อนคลาย ด้วยผู้เชี่ยวชาญหลิวและตัวฉันได้อยู่ที่นี่ จะไม่มีใครสามารถก้าวเข้ามาในลานแห่งนี้ได้!”

 

ในคืนนี้เจียงซิ่วไปมาหลายสถานที่ ดังนั้นเขาจึงรู้สึกเหนื่อยเป็นอย่างมาก เขากล่าว “อาวุโสถัง จัดห้องพักให้ฉัน ฉันเหนื่อยนิดหน่อย”

 

“นาย ตามมาด้านนี้!”

 

หลายชายของผู้อาวุโสถัง ถังเหวินเฉิน(Tang Wenchen) นำเจียงซิ่วไปที่ห้องรับแขก

 

“พ่อแก่ เบื้องหลังเด็กหนุ่มคนนี้เป็นแบบไหน?” ผู้ยิ่งใหญ่ชวูกล่าว “โปรดอภัยที่ฉันต้องพูดตรงๆ แต่การบ่มเพาะทักษะการต่อสู้เป็นเส้นทางที่โดดเดียว และต้องไม่พึ่งพาคนอื่น มันต้องใช้เวลาในการขัดเกลา ใครจะรู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้มาจากไหน? พ่อแก่ต้องไม่ถูกโกงโดยเขา”

 

หลิวเฉิ้งจินเห็นด้วยเช่นกัน “ฉันเองก็รู้สึกไม่ได้ถึงพลังภายในร่างกายเขาเลยแม้แต่นิดเดียว ความเป็นไปได้ที่มากที่สุด ก็คือเขาคงรู้ทักษะแปลกๆไม่กี่อย่าง เมื่อเป็นแบบนั้นแล้ว ทำไมไม่ให้พวกเราทดสอบเขาดู ว่าเขามีฝีมือหรือไม่?”

 

“นั้นไม่เหมาะอย่างยิ่ง!” อาวุโสถังพูด

 

ผู้ยิ่งใหญ่ชวูจ้องไปที่ หลิวเฉิ้งจิน “พ่อแก่ ถ้าต้องการที่จะขอความช่วยเหลือจากใครสักคนจริงๆ ทำไมคุณไม่มาหาเราก่อน? สำหรับเราที่ได้ทำงานร่วมกับเด็กหนุ่มนี้ มันคงจะไม่ลำบากเกินไปที่จะนึกถึงสถานะของพวกเราใช่ไหม?”

 

อาวุโสถังเผยให้เห็นใบหน้าที่เคร่งขรึม “ฉันเข้าใจสิ่งที่นายหมายถึง แต่ฉันไม่ได้สังเกตในเรื่องนี้ และตั้งแต่ที่เขาได้มาที่นี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถ้าฉันบอกให้เขาออกไปตอนนี้ นั้นคงจะเป็นการใจไม้ไส้ระกำเกินไป…”

 

“ผู้เชี่ยวชาญหลิว มันดูเหมือนว่าวันนี้เราจะทำตัวชอบส่อเรื่องชาวบ้านเกินไป”

 

การพูดเช่นนั้น ทั้งสองคนตั้งใจที่จะออกไป

 

ใบหน้าของอาวุโสถังกลายเป็นน่าเกลียด “ผู้เชี่ยวชาญ โปรดรอสักครู่”

 

“ฉันจะขอให้นายเจียงออกไป”

 

 

ติดตามข่าวสารได้ก่อนใครที่ เพจ INdy-Novel