0 Views

บทที่ 106 

วันที่สำคัญที่สุด

 

 

เจียงซิ่วรู้สึกว่ามันน่าขบขันมากเกินไป ดาราคนนี้ไม่หวงเนื้อหวงตัวเลยแม้แต่นิดเดียว และสิ่งที่ทำให้เจียงซิ่วนำกำปั่มาไว้ริมฝีปากของตัวเอง ก็คือการที่เธอพยายามคลานมา เธอคลานมาก่อนที่เขาจะได้ตอบเธอ อย่างไรก็ตาม เมื่อเธอเคลื่อนไหวได้เล็กน้อย เธอก็กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดทันที

 

หลังจากนั้น เขาก็เห็นดวงตาของเธอเปล่งประกายออกมาอีกครั้ง แต่เธอก็พยายามบังคับตัวเองไม่ให้ร้องออกมาด้วยการขบริมฝีปากตัวเอง ไม่อย่างงั้นแล้ว ภาพลักษณ์ของเธอในฐานะไอดอลออาจจะเสื่อมก็ได้

 

อย่างไรก็ตาม เธอก็ยังสะอื้นออกมา “มันเจ็บ”

 

เธอเจ็บมาก เมื่อตอนที่เธอตกมาจากบันไดหลายขั้น แม้แต่ผู้ชายก็ไม่สามารถทนมันได้ นับประสาอะไร กับนักเรียนหญิงที่น่ารักเช่นเธอ มันเป็นสิ่งที่รู้ได้โดยธรรมชาต ว่าผู้หญิงไม่ได้กลัวการโดนผลักลงบันได แต่กลัวการที่จะล้มลงไปเสียมากกว่า

 

“เธอเจ็บที่ไหน?”

 

เซี่ยวเซี่ยตงกัดฟันตอบ “อาจจะเป็นข้อเท้า…” กล่าวได้ดังนั้น เธอก็พยายามที่จะขยับอีกครั้ง แต่เธอก็สั่นไหวด้วยความเจ็บปวด ขณะที่เธอก็เริ่มร้องไห้ออกมา

 

เธอไม่สามารถกลั้นน้ำตาไว้ได้ แม้ว่าเธอจะต้องการมันก็ตาม

 

“ต้องการให้เท-… ให้ฉันช่วยตรวจดูให้รึเปล่า?”

 

เซี่ยวเซี่ยตงพยักหน้า แต่แล้วเธอก็ถามออกมา “นายตรวจเป็นรึเปล่า?”

 

ขาดเขลา โง่เง่า!

 

เธอสงสัยความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ของเทพคนนี้?

 

“งั้นทำไมเธอไม่โทรหาใครสักคน แล้วพาตัวเธอเองไปโรงพยาบาลหล่ะ?”

 

เซี่ยวเซี่ยตงไม่สามารถทนความเจ็บปวดได้แล้วจริงๆ “ถ้านายบอกว่าตัวเองทำได้ งั้นฉันก็จะลองให้นายทำดูก่อน…”

 

เธอต้องทุกข์ทรมาณเช่นนี้แหละ ตั้งแต่ที่เธอกล้าสงสัยเทพคนนี้ แต่ต่อมา เขาก็สวมบทบาทเหมือนกับคุณหมอที่กำลังตรวจร่างกายคนไข้ในโรงพยาบาลเจ็บรึเปล่า?” 

 

“อย่าล้อเล่นกันสิ!” เซี่ยวเซี่ยตงร้องออกมา นายยังกล้าถามออกมาแบบนี้? นายควรทำมันอย่างตั้งใจก็พอแล้ว ถูกมั้ย?

 

“ฉันเดาว่าข้อเท้าของเธอคงร้าว แม้ว่าเธอจะรักษามันได้หายขาด แต่มันก็จะเกิดผลตามมาในภายหลัง เธอจะทำได้แต่เดินแบบกะเผลกๆ ไปตลอด มันช่างหน้าเสียดาย ที่ดาราสาวสวยอย่างเธอ จะทำได้แค่เดินแบบกะเผลกๆ ไปตลอดชีวิต”

 

สำหรับผู้หญิง ความตายไม่ได้น่ากลัวเท่ากับความสวยงาม เซี่ยวเซี่ยตงจินตนาการถึงตอนที่เธอเดินแบบกะเผลกๆ ไปในทุกๆ ที่ เธอก็ร้องไห้ออกมาอีกครั้ง

 

เจียงซิ่วยังออกความเห็นอย่างโหดเหี้ยมต่อไป “โลกนี้มีหลายคนที่แข็งแกร่ง แม้ว่าความฝันของพวกเขาจะถูกทำลายไป ฉันเชื่อว่าเธอเองก็คงจะไม่หมดหวังเหมือนพวกเขา ขอให้เพลงของเธอได้รับการสนับสนุนตลอดไป”

 

เซี่ยวเซี่ยตงร้องไห้ออกมาดังมากยิ่งขึ้น

 

“ฉันเคยอ่านมาจากบางที่ ว่าเมื่อผู้คนเริ่มร้องไห้ จะทำให้การไหลเวียนโลหิตมันไหลรวดเร็วมากขึ้น เลือดจำนวนมากจะถูกสะสมอยู่บริเวณที่เกิดบาดแผล เมื่อเป็นแบบนั้นแล้ว ความน่าจะเป็นที่จะพิการ ก็จะเพิ่มขึ้นถึง 52.36789%”

 

เซี่ยวเซี่ยตงปล่อยโฮเสียงดังลั่น เธอต้องการจะหยุด แต่เธอก็ไม่สาารถหยุดตัวเองได้ รูปลักษณ์แบบนี้ช่างดูน่าสมเพชจริงๆ

 

เจียงซิ่วหัวเราะหลังจากเห็นหน้าตาแบบนั้นของเธอ “ฉันแค่ล้อเล่นนะ”

 

“ฉันอยู่ในสภาพที่ดูน่าสังเวช และนายก็ยังมีอารมณ์มาทำให้ฉันหวาดกลัว? นายไม่มีความเห็นอกเห็นใจเลยรึไง? นายยังเป็นมนุษย์อยู่รึเปล่า…” เซี่ยวเซี่ยตงโกรธ ถ้าเธอยังสบายดีอยู่ เธอจะคว้าผมของเขา และก็ทำให้มันยุ่งเหยิง เธอจะรอดู ว่าเขาจะยังยินดีในความโชคร้ายของเธออยู่หรือไม่

 

“จริงๆ แล้วฉันเป็นพวกที่มีความสุขในความทุกข์ของคนอื่น”

 

“โดยเฉพาะนักเรียนสาวที่น่ารัก”

 

เซี่ยวเซี่ยตงตอบกลับด้วยความหมั้นหน้า “ไอ้ชั่ว!”

 

เจียงซิ่วก้มลง และคว้าขาที่บาดเจ็บของเธอเบาๆ “ฉันจะถอดรองเท้าเธอออก ทนเจ็บหน่อย”

 

มันง่ายที่จะถอดรองเท้า ก็ในเมื่อเธอใส่รองเท้าของผู้ชาย เจียงซิ่วถอดถุงเท้าของเธอ เท้าที่สวยงามของเซี่ยวเซี่ยตง เผยออกมาสู่ภายนอก เธอมีผิวขาวที่ดูเปล่งปลั่ง และมันดูมีเสน่ห์มากภายใต้ทางเดินที่มืดมิดเช่นนี้ เธอมีนิ้วเท้าที่ดูเหมือนกับกลีบดอกไม้สีชมพู

 

เจียงซิ่วจับเท้าของเธอมาไว้ในมือ เทพคนนี้สามารถทำสิ่งนี้ได้ตลอดปี!

 

เซี่ยวเซี่ยตงรู้สึกแปลกๆ ก็ในเมื่อเท้าของเธอ ถูกมือที่แข็งแกร่งนั้นกุมเอาไว้ มันส่งผลทำให้ใบหน้าของเธอรู้สึกเหมือนกับถูกเผาไหม้ เธอมองไปยังใบหน้าของเจียงซิ่ว และค้นพบว่าสายตาของเขาพร่ามัว นายมันตัวชั่วร้าย

 

เธอรู้สึกราวกับว่าเธอกำลังถูกล่วงละเมิดอยู่ “หลับตาของนายซะ นายไม่ได้รับอนุญาตให้ดู”

 

เจียงซิ่วพยักหน้า แล้วก็หลับตา เขาเริ่มคล่ำไปรอบๆ ขาของเธอ

 

เหมือนเธอจะถามหาความซื่อสัตย์จากเทพคนนี้? ฮี่ฮี่ฮี่…

 

เซี่ยวเซี่ยวตงรู้สึกว่าขาของเธอเริ่มจะถูกจับเข้ามาด้านในมากขึ้น เธอมองไปยังมือที่คล่ำไปรอบๆ ขาของเธอ แต่เธอไม่กล้าเคลื่อนไหวอะไร เพราะเธอเจ็บมาก

 

ความดื้อรั้นของเทพซิ่ว มันทำให้อุปสรรค์ต้องเจอกับความทารุณ เขาประคองเท้าของเซี่ยวเซี่ยตงไว้ มันราวกับแกะสลักมาจากหยกที่สวยงาม

 

“เป็นไงบ้าง นายคิดสาเหตุออกไหม?”

 

“ฉันยังตรวจสอบอยู่…”

 

เซี่ยวเซี่ยตงไม่สามารถเข้าใจได้ ว่าเขาตรวจสอบการบาดเจ็บของเธอ หรือใช้โอกาสนี้เพื่อหาผลประโยชน์จากเธอกันแน่

 

เธอเห็นเขาคล่ำไปรอบๆ ขาของเธออีกครั้ง

 

แม้ว่าเจียงซิวจะไม่เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ซักเท่าไหร่ แต่ความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเขา ก็อยู่ไกลกว่าแพทย์บนโลกใบนี้มากมายนัก เขาเพ่งความรู้สึกไปที่เท้าของเธอ โครงสร้างกระดูกและข้อเท้าของเธอปรากฏขึ้นในใจเขาทันที นี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อ พินิจกระดูก

 

“แค่เท้าเคล็ด”

 

ข้อเท้าของเธอบิดขณะที่เธอลตกลงมา

 

“ฉันจะช่วยให้มันเข้าที่”

 

เซี่ยวเซี่ยตงรู้สึกโล่งใจ หลังจากได้ยินว่ามันแค่เคล็ด เธอคิดว่าเธอจะปล่อยให้เขาหาทางแก้ปัญหามันดู จากนั้นก็ไปโรงพยาบาลในวันพรุ่งนี้ เพื่อเอกซเรย์ยืนยันดูอีกครั้ง ว่ามันถูกแบบที่เขาบอกหรือไม่

 

“ตกลง!”

 

 

หลังจากที่ดาราสาวอย่างเช่นเซี่ยวเซี่ยตงหายตัวไป สตาร์ฟ ผู้จัดการของเธอ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย พยายามมองหาเธอในทุกๆ ที่ พี่สาวหลี่ และผู้จัดการของเธอ ผางโหรว กำลังเดินผ่านในที่ๆ นึง เธอเห็นเงาอยู่สองเงา เธอหยุดดู เพื่อที่จะมองพวกเขาได้อย่างชัดเจน หลังจากที่คนนึงโผล่หน้าออกมา มันก็ไม่ใช่ใครอื่น นอกซะจากเซี่ยวเซี่ยตง

 

และตอนนี้ เด็กเหลือขอคนนี้ ก็กำลังนอนอยู่บนพื้น พร้อมกับชายคนหนึ่งที่อยู่ด้านบนของเธอ

 

ท่าทางดูล่อแหลม มันสามารถมองเห็นได้ด้วยดวงตา เห็นได้แบบชัดเจน

 

พี่สาวหลี่คิด เด็กเหลือขอนางนี้ หลอกผู้คนมากมาย เพื่อแอบออกไปกับนักเรียนชายคนนี้หรือไม่?

 

เธอกลายเป็นรู้สึกหวาดกลัว หากมีข่าวออกมาว่าเซี่ยวเซี่ยตงมีแฟนหนุ่ม การสร้างภาพลักษณ์ก็จะเป็นไปได้ยากมากขึ้น พวกแฟนคลับของเธออาจจะตายเนื่องจากความโศรกเศร้าก็เป็นไปได้

 

เธอได้ยินชายคนนั้นพูด “ฉันจะเริ่มแล้วนะ”

 

เซี่ยวเซี่ยตงตอบกลับ “โอเค..”

 

เจียงซิ่วกุมข้อเท้าของเธอ แล้วก็บิดมันเล็กน้อย ความเจ็บปวดที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน มันทำให้เธอเซี่ยวเซี่ยวตงร้องออกมา “มันเจ็บ…”

 

พี่สาวหลี่ตกตะลึงด้วยคำพูดลักษณะนั้น

 

โครงสร้างกระดูกข้อเท้า และหลอดเลือดของเซี่ยวเซี่ยตง ปรากฏอยู่ในใจของเจียงซิ่ว กระดูกกลับมาเข้าล็อกของมันแล้ว เขารู้สึกว่าตัวเองกระทำการรักษาแบบไม่ชำนานเล็กน้อย เพราะเขาไม่ได้ทำมันมานานมากแล้ว

 

“มันเข้าที่แล้ว”

 

“มันทำให้ฉันเจ็บจริงๆ…”

 

“ทนอีกนิดนึง เธอจะรู้สึกดีขึ้นเร็วๆนี้…”

 

หัวใจของพี่สาวหลี่แทบจะหยุดเต้น เธอมองดูนาฬิกาและจดบันทึกเวลา 12 กรกฎาคม 2008 เวลา 20:45 น. มันเป็นวันที่สำคัญ วันที่สำคัญสุดของหญิงสาวคนนึง

 

วันที่เธอกลายเป็นผู้ใหญ่!

 

พี่สาวหลี่เห็นนักข่าวมุ่งหน้ามายังทิศทางนี้ และก็คิด หากนักข่าวจับภาพฉากนี้ได้ มันจะกลายเป็นหายนะ

 

เธอกล่าวคำแนะนำให้ผู้จัดการผางโหรวไปกับเธอ ไปสกัดกั้นนักข่าว

 

“พี่สาวหลี่ ทำไมถึงไม่เอาตัวเซี่ยวเซี่ยตงมา?”

 

“กลับไปที่โรงแรม และเตรียมตัวสำหรับงานฉลอง คอนเสิร์ตครั้งนี้ประสบความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ ดังนั้นหัวหน้าเลยรู้สึกตื่นเต้นมาก…”

 

พวกเธอเดินไปยังผู้สื่อข่าว

 

 

ที่ทางเดิน เจียงซิ่วกล่าว “เอาหล่ะ เธอจะสามารถหายขาดได้ภายในหนึ่งเดือน”

 

เซี่ยวเซี่ยตงรู้สึกได้ว่ามันไม่ได้เจ็บปวดอีกต่อไปแล้ว เธอขยับมักอีกเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอะไร เธอเปิดปากออกมาในลักษณะยิ้มแหยๆ “ขอบคุณ!”

 

“ฉันกลัวว่านายจะเป็นคนเลวมากกว่ากลัวที่จะต้องเดินขากะเผลกๆ ไปตลอดซะอีก”

 

มันก็แค่ตัววายร้ายคนนี้ ไม่รู้จักวิธีทำตัวอย่างสุภาพ

 

“นั่งลง…”

 

“เพื่ออะไร?” เจียงซิ่วถาม

 

“เพื่อให้นายจะได้พาฉันไปได้ไง ฉันจะเดินไปทั้งๆ แบบนี้ได้ยังไง?” เมื่อเธอกล่าวได้ดังนั้น เธอก็พร้อมที่จะขี่หลังเจียงซิ่วแล้ว

 

“ไม่มีใครกล้าขี่ฉัน เพราะฉันเป็นคนที่ขี่คนอื่นมาโดยตลอด”

 

“บ๊ะ! ไอ้ตัวชั่วร้าย..”

 

คำพูดเหล่านั้นฟังดูผิดศีลธรรมเล็กน้อย

 

“นายจะให้ฉันขี่หลัง หรือไม่ให้ขี่?”

 

“ไม่!” เจียงซิ่วตอบกลับ

 

เจียงซิ่วสงวนไว้ให้ผู้หญิงที่เป็นเพียงสิ่งเดียวของเขาในช่วงเวลาก่อนหน้านี้ และในเวลานี้ก็เป็นแบบเดียวกัน และผู้หญิงคนนั้นจะต้องไม่ใช่ใครอื่นนอกเสียจากเฉิงหลิงหราน พื้นที่ๆ กว้างใหญ่นี้ มันเป็นของเธอ มันจะต้องเป็นเธอเท่านั้น

 

เซี่ยวเซี่ยตงกล่าว “มีตำรวจและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจำนวนมากอยู่ด้านนอก ถ้านายไม่ให้ฉันขี่หลัง ฉันจะบอกพวกเขาว่านายผลักฉันตกบันได” เธอเชิดคางของเธอขึ้น เธอทำตัวเหมือนกับคนที่ค่อนข้างหยิ่ง

 

“ฉันไม่อนุญาตให้เธอมาขี่หลังฉัน!”

 

“ยังไงก็ตาม ฉันสามารถอุ้มเธอ…”

 

กล่าวได้แบบนี้ เขาก็อุ้มเซี่ยวเซี่ยตงขึ้นมาในท่าเจ้าหญิง เขาทำมันก่อนที่เธอจะได้ร้องกล่าวออกมา เขาเริ่มเดินขึ้นบันไดขึ้นไป เซี่ยวเซี่ยตงไม่สามารถกล่าวออกมาได้แม้แต่คำเดียวในเวลานี้

 

หลังจากที่ก้าวขึ้นบันไดมาได้ไม่กี่ก้าว เธอก็ถามเขา “ฉันหนักรึเปล่า?”

 

“ก็ไม่มาก” เจียงซิ่วตอบกลับ

 

“โอ้… ฉันไดเอ็ดมาเมื่อเร็วๆนี้…”

 

พลังในการรับรู้นักหนักของเทพซิ่วค่อนข้างแม่นยำ น้ำหนักตัวของเซี่ยวเซี่ยตงอยู่ที่ 47.5 กิโลกรัม และเธอก็เสียไปอีกหลายกิโล เนื่องจากจากคอนเสิร์ตในคืนนี้ ขณะที่ความสูงของเธออยู่ที่ 170 ซม. ถ้าเธอยังอดอาหารต่อไป มันก็อาจนับได้ว่าเป็นการฆ่าตัวตายได้อยู่เหมือนกัน

 

“ฉันร้องเพลงในคอนเสิร์ตได้ดีหรือเปล่า?”

 

“นายไม่ได้ฟันฉันร้องเลยหรอ?”

 

“ฉันมาพร้อมกับเพื่อนที่ชอบเพลงของเธอ…”

 

“เป็นผู้ชายหรือผู้หญิง?”

 

กลุ่มลับถึงตอนที่ 320 แล้วนะครับ ถ้าเข้าตอนนี้มีโปรแถม 1 กลุ่ม เริ่มใช้ตั้งวันที่ 10/10/62 ถึง 18/10/62

ติดตามข่าวสารได้ที่เพจ INDYNOVEL