0 Views

บทที่ 102

การเอารัดเอาเปรียบ

 

 

ตามเรื่องราวแล้วเฉิงหลิงหรานย่อมไม่เชื่อ ว่าจะเจียงซิ่วสามารถจัดหาเครื่องบินส่วนตัวมาได้ ในปี 2008 เครื่องบินส่วนตัวเป็นสิ่งที่ได้ยินแค่ในทีวีแต่เพียงเท่านั้น มันระดับสูงเกินไป แต่เจียงซิ่วก็พาพวกเขาไปรอยังพื้นที่VIPจริงๆ

 

เธอถามออกมาด้วยความตกใจ “ซิ่วน้อย เกิดอะไรขึ้น?”

 

เธอรู้เกี่ยวกับภูมิหลังของเขาเป็นอย่างดี เขาไม่ได้เป็นลูกชายที่มาจากตระกูลที่ร่ำรวย และแกล้งทำเป็นยากจน แต่เขาเป็นมันจริงๆ เลย

 

“เพื่อนของฉันกำลังจะบินไปที่เมืองจักรพรรดินะ มันกำลังจะออกจากที่นี่ งั้นแล้วฉันจึงขอให้พี่ไปกับเขาด้วย”

 

เฉิงหลิงซูแดกดันเขาอยู่ที่ด้านข้าง คนหลอกลวง หลอกลวงเธอต่อไปเถอะ

 

“ฉันอยากไปห้องน้ำ”

 

เฉิงหลิงซูรู้สึกราวว่าเธอจะต้องเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของปีศาจออกมาแน่ หากเธอยังอยู่ที่นี่ต่อ ดังนั้นเธอจึงออกจากที่นี่ อย่างไรก็ตาม เธอรู้สึกประหม่ามาก หลังจากพี่สาวของเธอจากไป เธอจะต้องอยู่กับเขาตามลำพัง เธอไม่รู้ว่าปีศาจตนนี้จะจัดการหรือทรมานเธออย่างไร

 

“ซิ่วน้อย ฉันไม่ยักรู้ว่านายมีคนรู้จักแบบนี้ด้วย”

 

“พี่ไม่เคยได้ยินหรอ? ฉันช่วยชีวิตถังเฉิ่นเชียนได้โดยบังเอิญ”

 

“โอ้!”

 

เฉิงหลิงหรานเคยได้ยินชื่อเกี่ยวกับถังเฉิ่นเชียนมาก่อน “เป็นอย่างนี้เอง”

 

“พี่ พี่คิดถึงฉัน ในช่วงปีเหล่านั้นหรือเปล่า?”

 

เฉิงหลิงหรานกำหมัดที่อยู่ตรงขาเธอเเน่น เธอจ้องมองไปยังหลังของน้องสาวเธอเองที่หายไปไกลแล้ว จากนั้นเธอก็มองมายังเจียงซิ่ว เธอรู้สึกว่าคำเหล่านี้คลุมเครือเกินไป เฉิงหลิงหรานกังวลว่าซูซูจะคิดอย่างไร หากได้ยินคำพูดเหล่านั้น แต่เธอตกตะลึงที่โดนเจียงซิ่วจ้องมองแบบหลงใหล “ทำไมตอนนี้นายถึงซุกซนแบบนี้? นี่เป็นวิธี ที่นายมองพี่สาวตัวเองรึไง?”

 

“ฉันจะตีนาย”

 

เจียงซิ่วตะลึง เขารู้สึกว่าเสน่ห์ของเฉิงหลิงหราน ที่อายุน้อยกว่านั้น เป็นอะไรที่พิเศษยิ่ง ในขณะที่เธอเปลี่ยนไปมาก หลังจากนี้ เขาไม่เคยรู้เลยว่าเธอมีด้านที่เจ้าอารมณ์แบบนี้อยู่ด้วย

 

“ทำไมฉันถึงมองพี่สาวไม่ได้หล่ะ?”

 

คำพูดเหล่านี้ไร้ยางอายนิดหน่อย

 

เฉิงหลิงหรานรู้สึกว่าแก้มของเธอกำลังไหม้ เจียงซิ่วขยับมือของเขาเพื่อที่จะได้เข้าใกล้เธอมากขึ้น ในฐานะที่เป็นผู้หญิง โดยธรรมชาติแล้ว เธอย่อมมีความอยากรู้อยากเห็น ดังนั้นเธอจึงลองเล่นกับเขาดู

 

“พี่ จริงๆ แล้วฉันเป็นหมาป่าร้ายตัวใหญ่”

 

เฉิงหลิงรานหัวเราะคิกคัก “ดูเหมือนว่านายจะรู้ตัวแล้ว!”

 

เจียงซิ่วตื่นเต้นหลังจากที่ได้เห็นลักยิ้มของเธอ เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลย ว่าเฉิงหลิงหรานจะมีการแสดงออกที่น่ารักแบบนี้ได้ โดยปราศจากความเกลียดชังที่ผูกมัดเธอไว้

 

“พี่ ฉันขอถามอะไรพี่หน่อยได้ไหม?”

 

“แน่นอน”

 

“ทำไมพี่ไม่มาเจอฉันเลย หลังจากตอนนั้น”

 

หลังจากตระกูลเจียงถูกปฏิเสธ ก็ไม่มีใครอยู่นั่นเพื่อดูแลเจียงซิ่ว เฉิงหลิงหรานอายุเพียงแค่ 9 ปี เมื่อตอนที่เขาถูกส่งตัวไปยังเมืองดงซงเพื่อการศึกษา เธอส่งของขวัญมาให้เขา 5 ปีติดต่อกัน และก็ไปที่นั่นเพื่อพบเขาเป็นครั้งคราว อย่างไรก็ตาม เธอก็หยุดไปในทันทีเลย เจียงซิ่วจำมันได้ว่าค่อนข้างดี ตอนนั้นเขาอยู่ม.1 นขณะที่เฉิงหลิงหรานอยู่ม.3

 

เฉิงหลิงหรานลุกลี้ลุกลน “มะ ไม่ใช่ว่าเวลานั้นมันอยู่ในช่วงสอบเข้าโรงเรียนมัธยมเหรอ?”

 

“และหลังสอบ?”

 

“ฉันลืมเรื่องนี้ไปนานแล้ว”

 

พวกเขาไม่เห็นกันและกันตั้งแต่นั้นมา จนกระทั่งวันเกิดของเฉิงหลิงซู

 

“หรือมันเป็นช่วงป็อปปี้เลิฟ?”

 

เฉิงหลิงหรานอายุ 15 ปี เป็นอายุที่เด็กผู้หญิงปรารถนาที่จะมีความรัก และต้องการมีประสบการณ์รักครั้งแรก เจียงซิ่ววัย 13 ปีไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน และถึงแม้ว่าเขาจะคิดถึงเฉิงหลิงหราน เขาก็จะคิดถึงของขวัญของเธอมากกว่า เขารู้สึกหดหู่ใจ หลังจากที่เธอหยุดให้มัน

 

“ป็อปปี้เลิฟหัวนายสิ!”

 

เด็กเหลือขอคนนี้กล้าพูดมากจริงๆ

 

เฉิงหลิงหรานหน้าแดงเนื่องจากความอับอาย เธอดีดหน้าผากเขาด้วยปลายนิ้วของเธอ เธอเดือดพล่านไปด้วยความโกรธ “ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีป็อปปี้เลิฟเหมือนนายและซูซูนะ ถูกหมั้นกันตั้งแต่อายุยังไม่ถึงหนึ่งปีเลยนะ”

 

เจียงซิ่วอุทานหลังจากโดนดีดนิ้วใส่ ทำเป็นว่าหน้าผากของเขาเจ็บมาก “มันต่างกัน มันเป็นการหมั้นของเด็ก ไม่ใช่ป็อปปี้เลิฟ”

 

“งั้นระหว่างเราตั้งหาก คือสิ่งที่เรียกว่าป็อปปี้เลิฟ…”

 

เฉิงหลิงหรานรู้สึกว่าเธอถูกกล่าวหาอย่างผิดๆ เธอไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะโต้ตอบกลับมาแบบนี้ เธอเอื้อมมือออกไปตีเขาอีกครั้ง มันก็เพราะเขาทำตัวแย่มาก แต่เขาก็จับมือที่อ่อนโยนของเธอไว้

 

“นายค่อนข้างกล้าหาญดี นายจะตีฉันกลับรึไง?”

 

“ฉันกำลังต่อสู้กับความอยุติธรรม ต่อต้านการแสวงหาผลประโยชน์ ต่อต้านความรุนแรงในครอบครัว”

 

“ปล่อยพี่นะ…”

 

“ฉันจะกรี๊ดออกมาแล้วนะ ว่านายมาก่อกวนฉัน” เฉิงหลิงหรานเตือนเขา

 

“พี่ ถ้าพี่ทำอย่างแบบนั้น ชีวิตของฉันก็คงต้องจบสิ้นแล้ว ฉันจะถูกตราหน้าว่าเป็นคนชั่ว และถูกทุบตี ฉันคงไม่มีหน้าที่จะพบผู้คนได้อีกต่อไป ฉันจะสูญเสียความมั่นใจ และจมอยู่กับความรู้สึกต่ำต้อย และความรู้สึกก็จะถูกผสมปนเปกันเพราะด้วยเหล้า ใช้ชีวิตอยู่ในโลกมึนเมาทุกวัน”

 

“ฉันจะกลายเป็นคนที่แตกสลาย”

 

เฉิงหลิงหรานฝืนยิ้ม “หากนายยังคงทำตัวเหมือนเป็นเหยื่อ ในหมู่พวกเราใครจะต้องทนทุกข์กับการขาดทุน?

 

“ฉัน!” เจียงซิ่วตอบด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจ “พี่จะตบฉัน ถ้าฉันปล่อยพี่… ช่างมันเถอะ ตีฉันก็ได้ถ้าพี่ต้องการ ถ้าฉันไม่ตกนรก แล้วใครจะตก? แน่นอน ว่าฉันไม่สามารถทำให้คนสวยแบบพี่ตกนรกไปได้ ดังนั้นฉันต้องทำภารกิจนี้ แต่พี่จะสามารถทำท่าทางดีๆ กว่านี้ กับคนที่ถูกกำหนดให้ตกนรกอย่างฉันได้ไหม?”

 

เฉิงหลิงหรานหัวเราะคิกคัก และต้องการที่จะโต้กลับ แต่เธอก็ปิดปากในทันที และก็ดึงมือของเธอกลับมา เมื่อเธอเห็นว่าเฉิงหลิงซูกลับมาแล้ว

 

เจียงซิ่วเห็นสิ่งนี้ จึงเกิดความคิดที่ก้าวร้าวขึ้น เทพคนนี้ผิดพลาดครั้งใหญ่แล้ว ที่ไม่ได้ฆ่าเธอไป

 

“เราสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้อย่างอิสระเพราะเป็นพื้นที่ VIP”

 

เฉิงหลิงซูกลับมาพร้อมกับความคิดสิ่งต่างๆ มากมาย และเข้าสู่บทบาทของเธอ ในฐานะลูกสาวคนสุดท้องของตระกูลเฉิง

 

“พี่ พี่ต้องการอะไรรึเปล่า?”

 

เฉิงหลิงหรานส่ายหัวของเธอ เธอค้นพบว่าหลังมือของเธอเหงื่อออก โดยธรรมแล้วมันย่อมไม่ได้มาจากเธอ ดังนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันมาจากเจียงซิ่ว เธอสงสัยว่าทำไมเขาเหงื่อออกมาก มีอยู่สองเหตุผลที่ผู้คนเหงื่อออก เมื่อมันร้อนเกินไปหรือเมื่อพวกเขากังวลเกินไป แอร์กำลังทำงานที่นี่ ดังนั้นมันจึงไม่ใช่เพราะความร้อน ซึ่งหมายความว่าเขาค่อนข้างประหม่า

 

ทำไมเขารู้สึกประหม่า? หรืออาจจะเป็นเพราะเขากำลังพยายามหาประโยชน์จากฉัน? ใบหน้าของเฉิงหลิงหรานเปลี่ยนเป็นสีแดง เมื่อเธอมองไปที่เขา เขาหลบสายตาของเธอราวกับว่าเขาไปทำอะไรที่ผิดศีลธรรมมา เฉิงหลิงหรานมั่นใจตัวเองแล้วในตอนนี้ และนี่ก็ทำให้เธออายมากยิ่งขึ้น

 

เฉิงหลิงหรานกัดริมฝีปากตัวเอง รู้สึกว่ามือของเธอกระตุกราวกับเธอได้ทำผิดร้ายแรงมา

 

“คุณค่ะ เที่ยวบินของคุณพร้อมแล้ว”

 

ผู้ดูแลหญิงเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้ม

 

“โอเค!”

 

กลุ่มคนลุกขึ้นยืน ก็แล้วเดินไปยังบริเวณที่เครื่องขึ้น พี่สาวลังเลที่จะมีขึ้นไปหลังจากไปถึงที่นั่น เฉิงหลิงหรานรู้สึกค่อนข้างกังวลเกี่ยวกับพ่อแม่ของเธอ “เธอต้องเฝ้าดูแลพ่อกับแม่พี่นะ ตั้งแต่ที่พี่ออกไปแล้ว ดูแลตัวเองด้วย”

 

เฉิงหลิงซูคร่ำครวญอยู่ในใจของเธอ ดูแลตัวเองเหรอ? หนูจะตกนรกตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป หนูไม่รู้ว่าปีศาจตัวนี้จะทรมานหนูอย่างไรบ้าง

 

“รู้แล้ว! พี่ พี่เองก็เถอะ ดูแลตัวเองในเมืองหลวงด้วย”

 

เมื่อเฉิงหลิงหรานขึ้นเครื่อง เจียงซิ่วก็ให้บัตรเครดิตธนาคารแก่เธอ “ควรมีเงินในขณะเดินทาง ฉันรู้ว่าพี่จะปฏิเสธ แต่พี่ก็ไม่จำเป็นต้องใช้เงินก็ได้ ดังนั้นเพียงเก็บไว้กับพี่ รหัสก็คือรหัสวันเกิดของพี่”

 

เฉิงหลิงหรานลังเลเล็กน้อย แต่ก็ยังคงรับมาในท้ายที่สุด “อื้ม!”

 

เฉิงหลิงซูที่อยู่ด้านข้างรู้สึกโกรธเคือง แต่เดิมแล้วเงินนี้ก็เป็นเงินของครอบครัวเฉิงเรา

 

เครื่องบินเริ่มบินออกไปอย่างรวดเร็ว

 

เฉิงหลิงหรานนั่งอยู่ที่นั่งริมหน้าต่าง การตกแต่งภายในเครื่องนั้นค่อนข้างหรูหราและได้รับการออกแบบมาทันใหม่มาก เธอตกใจมากขึ้น หลังจากที่เข้าไปข้างใน เครื่องบินแบบนี้มักมีราคาอยู่ที่ประมาณ 100 ล้าน และการเดินทางครั้งเดียว ก็มีค่าใช้หลายล้านแล้ว หลังจากเธอถามผู้ดูแล เธอก็บอกกับเฉิงหลิงหรานว่าเธอเป็นลูกค้าเพียงคนเดียว และเที่ยวบินนี้ก็มีกำหนดสำหรับเธอคนเดียว

 

เธอมองไปยังสนามบินด้วยความประหลาดใจ ความโปรดปรานของเจียงซิ่วที่ได้รับจากการช่วยชีวิตถังเฉิ่นเชียนนั้น ก็เหมือนกับบัตรที่เขามอบให้กับเธอ หลังจากใช้งาน เงินในนั้นจะลดลงเรื่อยๆ และในที่สุด เงินทั้งหมดในนั้นก็จะหมดไป การ์ดก็จะถูกทำขึ้นมาใหม่ในไม่ช้าก็เร็ว เธอรู้สึกค่อนข้างตะลึง ที่เขาใช้เงินจำนวนมหาศาลในการส่งเธอกลับไปยังเมืองหลวงจักรพรรดิ

 

ร่องรอยที่เขาจับมือเธอยังคงปรากฏอยู่ที่นั่น เธอหยิบอมยิ้มออกมาจากกระเป๋า แล้วก็ดูดมัน

 

 

“เราจะไปที่ไหน?”

 

เฉิงหลิงซูถามอย่างเหนียมอาย ปีศาจตัวนี้ทำตัวดีกับพี่ แต่ก็มักเย็นชากับฉันอยู่เสมอ

 

“ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับฉัน ฉันเองก็สามารถไม่ทำร้ายคุณลุงและคุณป้าได้เหมือนกัน”

 

เธอค่อนข้างกลัวที่จะอยู่กับเจียงซิ่วตามลำพัง ถ้าเธออยู่ด้วยกันกับคู่คุณลุงคุณป้าเจียง เธอคงจะรู้สึกดีขึ้น

 

“เธอคิดว่าตัวเธอเองมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะอยู่ร่วมกับพ่อแม่ของเทพคนนี้หรือไร?”

 

เฉิงหลิงซูไม่กล้าพูดอะไร ขณะที่เธอรู้ว่าจะเป็นการหาปัญหามาให้ตัวเองเสียเปล่าๆ ถ้าเธอเผชิญหน้ากับเขา

 

“เธอไม่ต้องการอาศัยอยู่ในวิลล่า?”

 

“เทพคนนี้มีบ้านพักหลังใหญ่ มันเพียงพอสำหรับเธอแน่ถ้าจะไปอยู่” เฉิงหลิงซูกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ “ไม่! ฉันไม่ไป…”