0 Views

บทที่ 100

ล้มละลาย

 

ใบหน้าของเฉิงหลิงซูซีดลง “เจียงซิ่ว นายต้องการอะไร? ฉันพร้อมที่จะรับฟังทุกสิ่งทุกอย่างที่นายต้องการ ได้โปรดปล่อยตระกูลเฉิงไป ได้ไหม?”

 

“ปล่อยตระกูลเฉิงไป?”

 

“กลุ่มบริษัทเครือเฉิงมีอาชีพให้ทำ ก็เพราะว่าพ่อของฉันเป็นข้าราชการ เขาเคยมีเหมือนที่พวกเธอมีในตอนนี้ สำหรับเรื่องเนรคุณ พวกเธอเองก็ทิ้งครอบครัวเจียงของฉันไปในลักษณะแบบนี้ วิธีที่ดีที่สุดในการจัดการกับคนอย่างพวกเธอ ก็คือนำทุกสิ่งออกไปจากเธอ”

 

เฉิงหลิงซูรู้สึกถึงความเกลียดชังที่ไหลออกมาจากกระดูกเขา มันผ่านมายังโทรศัพท์มือถือเธอ

 

“มันเป็นเมตตายิ่งใหญ่มากแล้ว ที่เทพคนนี้ไม่ได้ฆ่าเธอไป เธอยังคิดว่าสามารถต่อรองกับฉันได้อยู่อีกไหม?”

 

“เจียงซิ่ว ฉันรู้ว่าครอบครัวเฉิงฉันทำให้นายผิดหวัง แต่ได้โปรด ปล่อยตระกูลเฉิงฉันไป ฉันจะแต่งงานตามสัญญา และก็จะไม่สานสัมพันธ์กับนักเรียนคนอื่นๆ อีก”

 

“ฮ่าฮ่าฮ่า…”

 

เจียงซิ่วหัวเราะออกมา เธอกำลังขอร้องให้เทพคนนี้ละเว้น?

 

เขาเรียกคืนเหตุการณ์จากช่วงเวลาก่อนหน้านี้ มาเข้าหัวตัวเอง ในวันนั้น เฉิงหลิงหรานขอโทษเขาอย่างอ่อนโยน เธอทำทุกวิถีทาง เธอขอร้องให้เขาให้อภัยตระกูลเฉิง แต่น่าเสียดาย แม้แต่เธอ ก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่เจียงซิ่วต้องการในท้ายที่สุดคืออะไร

 

“ขาดเขลา โง่เง่า”

 

“ปิ๊ป-ปิ๊ป-ปิ๊ป…”

 

ภายในออฟฟิต คณะกรรมการยังคงพูดคุยกันอยู่ พวกเขาวิพากษ์วิจารณ์เฉิงเฮาหลิน ความรับผิดชอบทั้งหมดถูกโยนไปที่เขา “คณะกรรมการทั้งหมด กรุณาใจเย็นๆ ให้เวลาฉันสักนิด ฉันจะต้องจัดการเรื่องนี้ได้อย่างแน่นอน”

 

“มีความคิดอย่างไรบ้าง?”

 

“เราสามารถขายโครงการออกไปได้ ซักสองโครงการ ขายออกไปในราคาที่ถูกที่สุด เพื่อหมุนเวียนเงินทุน ถ้าเราสามารถลากมันไปจนการสอบสวนสิ้นสุดลง กลุ่มบริษัทเคือเฉิงเรา ก็ยังสามารถกลับลงสนามได้อีกครั้ง”

 

นี่ก็เท่ากับต้องยอมเสียเล็ก เพื่อไปรักษาสิ่งใหญ่ที่สำคัญ เพื่อที่จะได้ดำรงอยู่ในสภาวะวิกฤติแบบนี้ต่อไปได้

 

แม้ว่าทรัพย์สินของกลุ่มษริษัทเครือเฉิงจะลดลงไปมาก และผู้ถือหุ้นก็ประสบกับความสูญเสีย แต่นี่เป็นทางเลือกที่ดีกว่า ถ้าจะผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ มันต้องใช้เงินจำนวนมากเพื่อค้ำจุน ไม่เช่นนั้นกลุ่มบริษัทเครือเฉิง ก็คงทำได้แต่เพียงรอล้มละลาย

 

“ฉันจะโทรไปหาผู้ซื้อบางราย”

 

เฉิงหลิงซูตกอยู่ในสถานะที่กลายเป็นเซ่อ “ไร้ประโยชน์…ทุกอย่างมันไร้ประโยชน์…”

 

เธอรู้ว่าอิทธิพลของเจียงซิ่วไปไกลแค่ไหน เขายังมีตระกูลหวังที่ค่อยเรียกใช้ได้อยู่อีก นอกจากนี้เขายังสามารถควบคุมเพิ่มหรือปลดตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีเมืองเจียงได้ ดังนั้นแล้วมันคงไม่มีทางที่กลุ่มบริษัทเครือเฉิง จะสามารถหนีออกจากฝ่ามือของเขา

 

เขาไม่ได้วางแผนที่จะทำให้กลุ่มบริษัทเครือเฉิงจบไปเลยครั้งเดียว แต่กลับกัน เขาต้องการให้มันดิ้นร้นจนไปถึงความตาย

 

ปีศาจวิปลาส!

 

เฉิงเฮาหลินโทรไปหาผู้ซื้อทุกๆ คนที่รู้จัก โครงการมีมูลค่า 400-500 ล้าน แต่ไม่มีใครเต็มใจที่จะซื้อ แม้หลังจากที่เขาลดเงินลงไปถึง 50% มันก็คงไม่มีประโยชน์อยู่ดี แม้ว่าเขาจะลดให้เหลือแค่ 10% ของราคาจริง

 

“ผู้อำนวยการเฉิง ไม่ใช่ว่าเราไม่ต้องการซื้อ แต่เราไม่กล้าซื้อ… ”

 

“ทุกคนรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น”

 

ทุกคนในโลกธุรกิจย่อมเป็นบุคคลที่มีประสบการณ์ เห็นได้ชัดว่าเฉิงเฮาหลินได้ทำให้ผู้มีอิทธิพลระดับสูงบางคนขุ่นเคือง เย่เฉิ่งชิ่วถูกลดระดับ ก็เนื่องจากสิ่งนี้ เห็นได้ชัดว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเขาเป็นคนที่มีอิทธิพลมาก ดังนั้นแล้ว จึงไม่มีใครกล้าที่จะต่อต้านบุคคลเช่นนี้

 

“เจ้ากรมหวู เจ้าก-…”

 

ห้องเงียบลงไป สมาชิกคณะกรรมการที่ทะเลาะกันก็หยุดลงไปด้วยเช่นกัน พวกเขาเห็นสถานการณ์ทุกๆ อย่าง กลุ่มบริษัทเครือเฉิงจบสิ้นแล้ว และจะไม่มีโอกาสฟื้นคืนกลับมาได้อีก

 

“เฮาหลิน…”

 

ท่าทางของซันเสี่ยวหงค่อนข้างน่าเกลียด ราวกับว่าเธอกำลังไว้ทุกข์อยู่ในงานศพก็มิปาน มันอดไม่ได้ที่เธอจะต้องคิดถึงหลินเยี่ยหลิง เธอเคยเป็นผู้หญิงที่สวยงามมาก่อน แต่เธอก็ทรุดโทรมเพราะการขายผลไม้ที่ข้างถนน ทั้งหมดก็เนื่องจากความโชคร้ายของครอบครัวเธอเอง ซันเสี่ยวหงรู้สึกราวกับว่าเธอมองเห็นอนาคตของเธอได้

 

“คะ ครอบครัวของเรากำลังจะล้มละลายจริงๆ?”

 

“นี้จะเป็นไปได้อย่างไร? ไม่ใช่ว่าเรามีสินทรัพย์มากมายหรือไร? เราจะล้มละลายได้อย่างไร?”

 

เธอไม่เคยคิดว่าเธอจะต้องประสบกับความยากจนในชีวิตของเธอมาก่อน

 

เฉิงหลิงหรานประคองซันเสี่ยวหง เธอกอดรัดกลับเพื่อปลอบโยน เธอรู้ดีว่าใช้คำพูดอะไรไปในตอนนี้ ก็ไร้ประโยชน์อยู่ดี เพราะเธอเองก็รู้สึกกังวลใจกับเรื่องนี้มากเช่นกัน

 

“ทำไมลูกไม่โทรหาจุนเฟย? บางทีกลุ่มบริษัทเฉิงของเราอาจจะสามารถกู้กลับมาได้ หากตระกูลของเขาอัดฉีดเงินมาให้” ซันเสี่ยวหงกล่าวถึงหลี่จุนเฟยที่มาเยี่ยมบ้านเมื่อวานนี้ เขามาจากตระกูลที่มีทรัพย์สินมูลค่า 10,000 ล้าน

 

“นั้น…”

 

เฉิงหลิงหรานไม่ได้รู้จักหลี่จุนเฟยนานขนาดนั้น

 

“เอาล่ะ ฉันจะลองถามดู”

 

เฉิงหลิงหรานต้องปลุกใจตัวเอง ที่ต้องทำเช่นนี้ก็เพราะครอบครัวของเธอกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เธอออกจากห้องประชุม แล้วก็โทรหาหลี่จุนเฟย

 

“มันไร้ประโยชน์…”

 

เฉิงหลิงซูส่ายหัวและวุ่นวายใจ เธอรู้ว่าสถานการณ์นี้ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยเงินเพียงเล็กน้อย เงินสามารถชะลอได้เพียงเล็กน้อย ตราบใดที่รัฐบาลยังไม่หยุดการสอบสวน มันก็คงไม่มีโอกาสที่กลุ่มษริษัทเครือเฉิงจะกู้ตัวเองกลับมาได้ ขณะที่เจียงซิ่ว ปีศาจตัวนั้น จะทำการสอบสวนต่อไป จนกว่ากลุ่มบริษัทเครือเฉิงจะประกาศล้มละลาย

 

“อะไรนะ? คุณต้องการให้ตระกูลผมอัดฉีดเงินเข้ากลุ่มบริษัทเครือเฉิง?” หลี่จุนเฟยหัวเราะ “หลิงหราน ไม่ใช่ว่าฉันไม่ต้องการช่วย แต่หากสถานการณ์ของคุณไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยเงิน ดังนั้นจึงไม่มีประโยชน์ แม้ว่าผมจะทุ่มเงินลงไป มันจะสามารถแก้ไขได้ก็ต่อเมื่อกลุ่มบริษัทเครือเฉิงจ่ายหนี้คืนธนาคารเต็มราคา แต่สิ่งนี้ไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ แล้วเรื่องนี้ล่ะเป็นไง? กลุ่มบริษัทเครือเฉิงของคุณประกาศล้มละลายเลย และตระกูลหลี่ของผมจะเอาเงินไปให้ เพื่อที่กลุ่มบริษัทเครือเฉิงจะสามารถสามารถพลิกรำกลับมาได้อีกครั้ง”

 

“ไม่จำเป็น ขอโทษที่ทำให้คุณต้องหนักใจ”

 

เธอกลับไปที่ห้องประชุม และส่ายหัวไปทางแม่ที่กำลังรออย่างมีความหวัง

 

“มันไร้ประโยชน์…”

 

“ไม่ว่าพี่จะทำอะไร มันจะไร้ประโยชน์ทั้งหมด…”

 

สถานการณ์พัฒนาไปยังทิศทางที่ไม่สามารถย้อนกลับได้ เฉิงเฮาหลินใช้วิธีการทั้งหมดที่จะทำได้ และธนาคารขนาดใหญ่ทุกแห่ง ก็แก่งแย่งกัน พวกเขารอกลุ่มบริษัทเครือเฉิงเป็นหนี้ แม้ว่าพวกเขาจะไม่อะไรเลยก็ตาม หลังจากนั้น 10 วัน กลุ่มบริษัทเครือเฉิงก็ต้องประกาศล้มละลายอย่างช่วยไม่ได้

 

บริษัทดาวรุ่งพุ่งแรง ค่อยๆ ร่วง และดับลงไปในที่สุด

 

ในวันที่กลุ่มบริษัทเครือเฉิงต้องประกาศล้มละลาย ก็เป็นวันที่ธนาคารประมูลทั้ง 6 โครงการ โดยมีผู้นำที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ของตระกูลหวังมาด้วยเช่นกัน หวังเซี่ยตง เขามาที่เมืองเจียงเพื่อประมูลพวกมันไป

 

แม้ว่าเขาจะมาประมูล แต่ทุกคนรู้ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นของคุณเจียง จะไม่มีใครต่อสู้เพื่อเอาพวกมันไป พวกมันทั้งหมดตกไปอยู่ในมือตระกูลหวังในราคาถูก

 

เฉิงเฮาหลินนั่งอยู่บนเก้าอี้ในห้องทำงาน ทุกอย่างเหมือนเดิมที่อย่างที่มันควรจะเป็น แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นของเขาอีกต่อไปแล้ว

 

ครืด!

 

ประตูถูกเปิด และหวังเซี่ยตงก็เดินเข้ามา และตามมาด้วยหลายคนแน่นจนแออัด ดวงตาของเฉิงเฮาหลิน เบิกกว้างเมื่อเขาเห็นหวังเซี่ยถัง “มันเป็นนาย!!”

 

เขาเกือบจะแผดเสียงออกมา เขามักจะคิดถึงตัวตนของคนที่กระทำแบบนี้กับตระกูลเฉิงอยู่เสมอๆ เขาคิดว่ามันคงจะเป็นถังเฉิ่นเชียนและคนอื่นๆ แต่พวกเขาก็ไม่ได้มีอำนาจขนาดที่จะกำจัดเย่เฉิ่งชิ่วออกจากตำแหน่งไปได้ ตอนนี้เอง ปริศนาก็ได้รับการแก้ไขในที่สุด มันเป็นตระกูลหวัง ตระกูลหวังคนเดียวกันกับที่สัญญาว่าจะร่วมมือกับเขา

 

หวังเซี่ยถังกล่าว “มันเป็นเวลานานแล้ว พี่ชายเฮาหลิน ยังไงก็ตาม คุณกำลังเข้าใจผิดอยู่ ฉันไม่ใช่คนที่ทำมัน มันเป็นเจ้านายของฉัน”

 

“นายมีเจ้านาย?”

 

หวังเซี่ยถังไม่เต็มใจที่จะรับคำกล่าวโทษ ในความเป็นจริง เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจียงซิ่วเป็นศัตรูกับตระกูลเฉิง เขาพยักหน้า “ใช่ เจ้านายของฉันเอง”

 

“โลกธุรกิจเป็นสนามรบ พี่ชายเฮาหลิน ชายคนหนึ่งจะถูกเรียกว่าราชาถ้าเขาประสบความสำเร็จ แต่เขาจะเป็นขโมย ถ้าเขาแพ้ คุณไม่สามารถตำหนิคนแบบนี้ได้ หากคุณไม่ขยายตัวอย่างรุนแรง เจ้านายของฉันก็จะไม่จับจุดไปที่คุณ”

 

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในทุกวันนี้ และผลกำไรมหาศาลเหล่านั้นก็ทำให้พ่อค้าตาบอดได้ อนันทรัพย์ของชิงเหว่ยผิงเองก็เป็นแบบนั้น และเฉิงเฮาหลินเองก็เช่นกัน พวกเขาลงทุนด้วยทรัพย์สินทั้งหมดของตัวเอง และในกรณีที่เกิดปัญหาขึ้น พวกเขาจะสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง

 

“ได้โปรด…”

 

หวังเซี่ยถังชี้ไปที่ทางออกประตู

 

ใหน้าของเฉิงเฮาหลินหันไปอย่างซีดเผือก เขารู้สึกลังเลที่จะออกไป มือขวาของเขากำเก้าอี้แน่น ทำให้เกิดเสียงลั่นดัง เอี๊ยด จากกำลังที่ส่งไป แต่เขาก็ไม่มีอำนาจที่จะต่อกรกับชะตากรรมตัวเองได้ เขาได้แต่ยืนขึ้นอย่างเศร้าโศก จากนั้นก็เดินออกไป มันราวกับว่าเขาได้สูญเสียจิตวิญญาณทั้งหมดของตัวเองไปแล้ว

 

“พ่อ พ่ออยู่ไหน?”

 

ลูกสาวคนโตโทรมาหาเขา

 

“เราไม่สามารถเข้าไปในบ้านได้แล้ว ในตอนนี้แม่และซูซูอยู่ที่บ้านเก่าของพวกเรานะ…”

 

เฉิงเฮาหลินระลึกถึงบ้านเก่าที่เขาลืมไปนานแล้ว มันเป็นบ้านเล็กๆ ที่ได้มาตอนที่เขากับซันเสี่ยวหงแต่งงานกัน พวกเขาค่อนข้างพอใจแล้วในตอนนั้น แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม เขาก็ต้องไปที่นั่นเพื่อมีชีวิตอยู่ในขณะนี้ หัวใจของเขาขัดแย้ง เมื่อเขานึกถึงพื้นที่ที่มีผู้คนหนาแน่น ผนังที่เปียกชื้น รา และรวมถึงห้องน้ำที่มีปัญหา

 

เฉิงหลิงซูยืนอยู่ข้างนอกประตู ก้าวเข้าไปข้างใน ครุ่นคิดว่านี่เป็นสถานที่ที่มนุษย์สามารถมีชีวิตอยู่ได้หรือไม่

 

ซันเสี่ยวหงยังคงสวมใส่เสื้อผ้าที่มีราคาแพง

 

มีเพียงแค่เฉิงหลิงหรานที่เป็นคนยกกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่เข้าไปภายในบ้านหลังนั้น ตอนนั้นเอง ก็มีมือมาหยุดเธอ สายตาของเฉิงหลิงหรานสว่างขึ้น หลังจากที่เธอเห็นว่ามันเป็นใคร “ซิ่วน้อย…”

 

“ให้ฉันช่วย…”

 

เฉิงหลิงซูรู้สึกประหลาดใจ ที่เจียงซิ่วมาปรากฏตัวขึ้นที่นี่ เขาเป็นเหมือนปกติ ใส่เสื้อผ้าเรียบง่ายซึ่งเหมาะกับถนนสายเก่านี้จริงๆ เธอเกือบเปิดปากของตัวเอง เพื่อถามว่าเขายังมีหน้ามาปรากฏตัวที่นี่ได้อีก ไอ้ฆาตกร ไอ้ปีศาจ

 

แต่วินาทีถัดไป เธอก็กลืนคำกลับลงไป ทิ้งความกลัวไว้ในใจของเธอ แม้ว่าเจียงซิ่วจะดูธรรมดา แต่เขาก็มีทั้งเมืองเจียง ไม่สิ มากกว่าครึ่งหนึ่งของมณฑลเจียงหนาน ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเขา

 

มันง่ายสำหรับเขา ถ้าต้องการสร้างปัญหาให้ตระกูลเฉิงมากขึ้น

 

“พี่ไม่จำเป็นต้องทำ ให้น้องสาวทำ โอเคไหม? มันจะทำให้เสื้อผ้าของพี่สกปรกเปล่าๆ”

 

“ไม่เป็นไร… ทำไมนายไม่พักบ้างล่ะ?”