0 Views

บทที่ 10

ทหารผู้เคร่งขรึมตกลงมาจากฟากฟ้า

 

แปลโดย : ราตรีสีทา

เกลาสำนวนโดย : ราตรีสีเทา

แก้คำผิดโดย : ราตรีสีเทา

 

ค่ำคืนนี้มืดมัวเป็นพิเศษ มันราวกับว่าผ้าม่านรัตติกาลล่องลอยปกคลุมอยู่เหนือหัว รัศมีที่แปลกประหลาดปรากกฏขึ้นเพื่อบังดวงจันทร์ พลังหยินชี่แผ่ตัวออกมาค่อนข้างรุนแรง ท้องฟ้าเต็มไปด้วยเมฆสีดำที่มีประกายฟ้าแลบเป็นครั้งคราว มันราวกับว่าจะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น

 

ปี๊ด! ทันใดนั้นเสียงแหลมเสียดหูก็ดังขึ้นมา  ราวกับว่าท้องฟ้าได้ถูกกระตุ้น ฟ้าแลบและฟ้าร้องเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องขณะที่มีฝนตกลงมาอย่างหนัก

 

ห่างออกไป ร่างเงาที่มีกลิ่นอายอันกดขี่และคุมคามนั้น เขากำลังทำการไต่ภูเขาอยู่ แต่ละขั้นตอนที่เขาทำนั้น เต็มไปด้วยพลังอำนาจ มันคือการแบกการคุกคามจากสวรรค์ เขาดูองอาจและเหี้ยมหาญ ฟ้าแลบ และแสงสว่างก็ได้ส่องกระทบลงมาบนใบหน้าของเขา ขณะที่เขาเงยหน้าขึ้นเพื่อมองไปขึ้นไปบนท้องฟ้า มองตรงไปยังสรวงสวรรค์ และแน่นอนมันมีการแสดงออกที่รุนแรงบนใบหน้านั้น รูม่านตาของเขาเปล่งประกาย ขณะที่กลิ่นอายของเขากำลังพุ่งทะยานขึ้น “ค่ำคืนความสับสนแห่งสวรรค์ เวลาที่สวรรค์ถูกปกคลุม เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด ในการปลุกสายเลือดเชื้อสายแห่งพระเจ้าขึ้น”

 

การปลุกตื่นสายเลือด ขึ้นอยู่กับศิลปะการปรับแต่งร่างกาย และมันมีศิลปะการปรับแต่งมากมายอยู่ในทวีปการต่อสู้นิรันดร์ ซึ่งแต่ละอัน ล้วนแล้วแต่มีลักษณะจำเพาะเป็นของตัวเองทั้งนั้น มันแล้วแต่โชคที่พบเจอ แม้ว่าเจียงซิ่วไม่เคยให้ความสำคัญกับเรื่องพวกนี้เลย ระหว่างที่เขาทำการบ่มเพาะอยู่ แต่หลังจากที่เขาได้ย้ายร่างไปที่ทวีปการต่อสู้นิรันดร์มากว่า 3 พันปี เขาได้รวบรวมศิลปะเฉพาะตัวพวกนี้มามากมาย ทักษะการต่อสู้ ศิลปะศักดิ์สิทธิ์ สมบัติ สิ่งประดิษฐ์ พวกมันมีมากเกินไปที่จะนับ แค่ศิลปะการปรับแต่งร่างกายอย่างเดียว – ก็มีมากกว่า 103632 ศิลปะแล้ว

 

เขาได้คำนวณแล้วในใจของเขา ในฐานะผู้นำนิกายปัจจุบันของนิกายย่างก้าวสวรรค์ เขาย่อมเลือกเทคนิคที่ดีที่สุดของนิกายย่างก้าวสวรรค์ ย่างก้าวสวรรค์โมฆียะ(คำเดียวกับโมฆะ) สิ่งนี้มันถูกสร้างขึ้นจากเฒ่าวิกลจริตรุ่นก่อนของนิกายย่างก้าวสวรรค์ แม้ว่าเขาจะวิกลจริต แต่เขาก็กำราบทุกคนด้วยย่างก้าวสวรรค์โมฆียะ และเอาชนะทุกคนภายใต้สวรรค์ที่ปราศจากอาวุธ

 

หนึ่งศัตรูที่เข้มแข็งกว่า จะกลับกายที่เป็นอีกหนึ่งที่เข้มแข็งกว่าศัตรู นี้เป็นความเชื่อของเฒ่าวิกลจริตนั้น การเลียนแบบล้วงหน้าด้วยความดุร้าย วิธีการข้างต้น ค่อนข้างเหมาะสมที่จะปลุกสายเลือดของเขา ถ้าเขาไม่อ่อนแอ่ เขาก็ย่อมที่จะไม่บ้า ถ้าเขาไม่บ้า ก็เท่ากับเขาเลือกที่จะไม่สู้ต่อไป

 

“อ๊ากกกก!”

 

เสียงกรี๊ดร้องดังขึ้นจากปากเจียงซิ่ว กลิ่นอายของเขาก็ทะยานขึ้นตามสืบเนื่องกัน เสียงฟ้าร้องและฟ้าแลบกึกก้องอยู่บนท้องฟ้า

 

“กฏแห่งการหวนคืนกลับต้นกำเนิด โมฆียะ หวนคืนสู่ฉัน!”

 

เจียงซิ่วมองลงมายังโลกด้วยความเย่อหยิ่ง แม้ก่อนที่ศิลปะอันลึกลับจะเสร็จสิ้นด้วยมือเขา เลือดภายในร่างกายของเขาก็เริ่มหมุนเวียนเร็วขึ้น เขารู้สึกราวกับว่ากำลังถูกไฟเผา  น้ำฝนที่ร่วงลงมา คล้ายเป็นหยดน้ำจากอุกกาบาตที่หยดลงมาบนเหล็กร้อน ซึ่งก็คือร่างกายของเขา มันเกิดเสียงดังฉ่า และกลายเป็นไอน้ำ ยีนเชื้อสายแห่งพระเจ้าที่ซ่อนอยู่ภายในสายเลือดของเขา ค่อยๆ ถูกกระตุ้นอย่างช้าๆ โซ่ตรวนที่ถูกเก็บมาไว้มากกว่าหลายพันปีได้เริ่มเปิดเผยออกมา

 

“อ๊ากกกก!”

 

เป็นอีกครั้ง ที่เสียงคำรามดังกึกก้องออกมาจากภูเขาพร้อมๆ กับเสียงฟ้าร้อง การแผดเสียงนี้ดังกว่าครั้งก่อนๆ และมันเหมือนเสียงที่หลุดออกมาจากยุคโบราณ กลิ่นอายของมันน่ากลัวพอที่จะข่มขวัญทุกๆ คน

 

“สภาพอากาศเลวร้ายอะไรแบบนี้!”

 

รถเบนซ์สีดำแล่นไปตามทางอย่างโดดเดียว เพื่อไปยังยอดภูเขา คนขับรถเป็นคนที่ดูตัวเตี้ย หมวกมือสองของเขาถูกลดต่ำลงมา มีบางคนนั่งอยู่ที่ด้านหลังเขา แต่รูปลักษณ์ของเขาก็ไม่อาจเห็นได้เนื่องจากมันมืดเกินไป

 

“อ๊ากกกก…..”

 

สายตาของเจียงซิ่วเปลี่ยนไป รูม่านตาของเขาขยายกว้างขึ้น และตอนนี้มันก็เกือบครอบคลุมทั้งดวงตา ทำให้มันดูเหมือนที่จะกลายเป็นสีดำอย่างสมบรูณ์ เลือดสีแดงไหลออกมาจากขอบตา เส้นโลหิตปรากฏขึ้นที่ใบหน้าของเขา คอ ร่างกาย และแขน มันแผ่ขยายไปอย่างไม่จบสิ้น ขยับเขยือนและเต้นออกมาเป็นจังหวะ

 

การปลุกตื่นสายเลือดได้เริ่มขึ้น!

 

“อ๊ากกก อ๊ากกกก….”

 

เจียงซิ่วกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เช่นเดียวกันกับสัตว์โบราณในยุคอดีตกาล

 

“เสียงร้องนั้นมันน่ากลัวจริงๆ มีสัตว์อยู่ในภูเขารึเปล่า?”

 

ทุกคนที่อยู่ในรถรู้สึกว่าผมของพวกเขาลุกชูชัน เมื่อพวกเขาได้ยินการแผดเสียงนั้น

 

“อาจเป็นเช่นนั้น!”

 

วิ่งผ่านภูเขาไปไกล และมันคล้ายกับความลับที่ไม่มีวันสิ้นสุด ก่อนหน้านี้ในข่าวได้มีการอ้างว่าพบเสือดาวที่ถนนหนานจิ๋ง ภายในเนินเขาจิ๋งเชิน เนินเขานี้ค่อนข้างเล็ก ดังนั้นคนจำนวนมากจึงมาปีนที่นี้เพื่อให้ตัวเองแข็งแรงขึ้น ผลลัพธ์ก็คือทำให้ชายสองคนตายไป และอีกหนึ่งได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่จะถูกเสือดาวพาตัวไปให้ไฟฟ้าช็อต นี้มันเป็นเหตุการณ์ที่ยากเกินจะคำนึงถึงจริงๆ

 

“อ๊ากกก!”

 

อีกหนึ่งการคำราม!

 

เจียงซิ่วรู้สึกราวกับว่ามีไฟลุกพรึบขึ้นมาบนผิวเขา กล้ามเนื้อทั่วร่างกายของเขาสั่น เสียงแตกเหมือนพลุ ดังออกมาจากร่างกายของเขา

 

เขากำหมัดแน่น และรู้สึกถึงพลังนับอนันย์ที่อยู่ภายในร่างกายของเขา

 

“เชื้อสายพระเจ้าชนิดอะไร?”

 

บูม! มันรู้สึกราวกับว่าร่างกายถูกแยกออกจากกัน ก่อนที่โลกภายในดวงตาของเขาจะต่างจากเดิม – สีสันกลายเป็นมีชีวิตชีวามากขึ้น และเสียงก็กลายเป็นกระจ่างใสขึ้น สายเลือดของเจียงซิ่วได้ถูกปลุกตื่นขึ้นเรียบร้อยแล้ว แต่มันเป็นเชื้อสายพระเจ้าชนิดที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ข้อบ่งชี้เพียงอย่างเดียวก็คือดวงตาสีดำทมิฬสองดวงที่ปรากฏออกมาจากการปลุกสายเลือด

 

เขาส่งกำปั้นของเขาไปยังต้นไม้ด้านหน้า ต้นไม้ที่ยาวกว่า 30 เมตรส่ายอย่างรุนแรง และใบไม้หลายใบได้ร่วงลงมา

 

“ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน บางทีมันอาจจะเป็นสายเลือดพระเจ้าชนิดใหม่” (สำหรับคนที่งง เหมือนเชื้อสายพระเจ้าจะมีหลายชนิด เวลาปลุกตื่นมาก็จะไม่เหมือนกันทุกคนเพราะเชื้อสายถูกผสมกันมาตั้งแต่โบราณ ทำให้อาจเกิดเชื้อสายใหม่ๆ ออกมาได้ แม้จะมีพระเจ้าที่เป็นต้นกำเนิดคนเดียว)

 

มีชนิดเชื้อสายพระเจ้ามากมาย และพวกมันก็ไม่ได้มีสิ่งที่เรียกว่าพันธุกรรมแปลกแยก กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ เชื้อสายพระเจ้าสามารถจับคู่กันได้ และสืบทอดต่อ ไปยังรุ่นต่อไป และรุ่นนี้ที่เกิดมาก็จะมียีนที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเป็นการส่งผลให้สายเลือดแห่งพระเจ้ากลายเป็นเรื่องที่ซับซ้อนมากขึ้น

 

“มันอาจไม่เลวร้าย!”

 

ต้นไม้เก่าแก่ที่อยู่ในจุดที่ลึกที่สุดของภูเขาโดยธรรมชาติมันย่อมแข็งแกร่ง และความแข็งของมันก็ย่อมมากกว่าเตาหลอมที่ทำมาอย่างลวกๆ ภายในตลาดในเมือง

 

การปลุกตื่นสายเลือดต้องใช้พลังงานเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเขาจึงเตรียมอาหารที่เขานำมาก่อนหน้านี้ออกมา

 

เนื้อเสต็ก 2 ชิ้นที่มีราคา1888หยวนต่อหนึ่งอัน เขาไม่รู้สึกอิ่มแม้กระทั่งหลังจากที่กินพวกมันลงไป หลังจากนั้น เจียงซิ่วก็นั่งขัดสมาธิท่าดอกบัวและเริ่มเข้าฌาน เพื่อทำความเข้าใจลักษณะเชื้อสายพระเจ้าของเขา

 

เขาตั้งใจที่จะศึกษา ทักษะศักดิ์สิทธิ์เชื้อสายพระเจ้าของเขา ให้มากสุดที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

 

เสียงของรถเหยียบก้อนหินดังเข้ามาในหูเขา มีรถยนต์กำลังขึ้นเขา เจียงซิ่วรู้สึกว่ามันแปลกประหลาดอย่างมาก ในวันที่สภาพอากาศเลวร้ายเช่นนี้และยิ่งไปกว่านั้นนี้เป็นช่วงเวลากลางคืน ใครบางคนจะอยากขึ้นไปบนยอดภูเขาได้อย่างไร? มันอันตรายมาก!

 

ฟ้าแลบผ่านและตามมาด้วยเสียงฟ้าร้องที่กึกก้อง!

 

ชายหนุ่มที่อยู่ภายในรถเบนซ์กล่าวขึ้น “ชูวเที่ยนหนานนั้น(Chu Tiannan) เป็นเขาจริงๆ รึเปล่า ที่ว่าอำมหิตสุด ตามที่ตำนานได้กล่าวมา?”

 

“เขาช่างน่ารำคาญ ถึงแม้แต่ต้องการให้ปู่ไปหาเป็นการส่วนตัว!”

 

ชายชรากล่าว “ตามตำนาน ชูวเที่ยนหนานฝึกฝนทักษะเต๋า และพลังบ่มเพาะค่อนข้างสูง เขาแม้กระทั่งมีพลังความแข็งแกร่งที่เกินสามัญสำนึกของคนธรรมดาไปไกล เขาเป็นคนสมัยนิยมในยุคที่ผู้คนผิดปกติ ประเภทของชายคนนี้ แกสามารถเคารพข้าได้ แต่ไม่สามารถโกรธได้!”

 

“ไม่ใช่ว่ามันอันตรายรึไง ที่ขึ้นเนินเขาไปด้วยสภาพอากาศแบบนี้?”

 

คนขับรถยังกล่าวเสริมอีกว่า “ผู้อาวุโสถัง ถนนกว้างขึ้นและพื้นถนนก็ลื่นขึ้นด้วย ข้างหน้ามีศาลาอยู่ ทำไมเราไม่รอให้พายุหยุดลง แล้วค่อยเดินทางต่ออีกครั้ง?”

 

ชายชราพัมพึมกับตัวเองและพูดว่า “เอาเถอะ!”

 

รถถูกนำไปจอดที่ศาลา และในที่สุดชายที่อยู่ภายในก็ออกมา

 

“มีบางคนอยู่ที่นี่!”

 

ทั้งสี่คนเข้าไปในศาลา และมองไปที่ร่างของเจียงซิ่ว

 

“หืมม?”

 

ชายชราประหลาดใจ แม้กระทั่งชายสองคนที่อยู่ข้างหลังเขาก็รู้สึกอัศจรรย์

 

“มันคืออะไร?” ชายหนุ่มถาม และรู้สึกงงงวย

 

ชายชราตอบ “ระวังวิธีในการมองเขาด้วย แกสังเกตเห็นอะไรที่แตกต่างไปหรือเปล่า?”

 

ชายหนุ่มมองไปที่เจียงซิ่ว “ไม่ ไม่เห็นมีอะไรแตกต่างเลย แต่สำหรับคนที่มานอนในศาลากลางภูเขา ช่วงเวลากลางคืนที่มีฝนฟ้าคะนองแบบนี้ เขาแปลกประหลาดจริงๆ”

 

“สังเกตลมหายใจของเขา!” ชายชรากล่าว

 

“นั้นคือ” ชายหนุ่มยกคิ้ว ที่รูปร่างคล้ายกระบี่ขึ้น

 

ชายชรากล่าว “นี้คือวิธีการบ่มเพาะพลังภายในแบบโบราณประเภทนึง นิกายโบราณกาลมากมาย มีวิธีบ่มเพาะพลังภายในที่ค่อนข้างพิเศษ ซึ่งอาจต้องใช้เงื่อนไขทางภูมิอากาศแบบที่เฉพาะเจาะจง เช่นเดียวกับพายุฝนฟ้าคะนองในวันนี้ ถ้าฉันไม่ได้มองผิด เขาควรจะบ่มเพาะอยู่ในขณะนี้”

 

ชายหนุ่มเข้าไปหาเขาอย่างแปลกใจ เพื่อตรวจสอบคำพูดของคุณปู่ มันดูราวกับว่ามีเสน่ห์ที่น่าสนใจ(เหมือนแม่เหล็ก) บังคับร่างให้เจียงซิ่วต้องดึงอากาศรอบตัวเข้าไป หลังจากพยายามฟังอย่างระมัดระวัง เขายังสังเกตเห็นเสียงฟ้าร้องที่จางๆ ระหว่างที่เขาหายใจทุกครั้ง

 

“น่าอัศจรรย์ นี่มันน่าทึ่งจริงๆ” ชายชรากล่าว “อายุยังน้อย แต่การบ่มเพาะภายในร่างของเขามีความลึกซึ้งมาก มันอาจจะเป็นไปได้ ที่เขาจะก่อพลังชี่ที่แท้จริงขึ้นได้แล้ว”

 

เจียงซิ่วเปิดตาของเขาอย่างช้าๆ ตาดำของเขาดูลึกซึ้งมาก มันเร้นลับเหมือนนภาที่เต็มไปด้วยดวงดาว สามารถคิดได้ว่าเทพคนนี้กำลังบ่มเพาะ ไม่เลว แต่ถ้าเทียบกับการบ่มเพาะเพื่อความเป็นอมตะ บ่มเพาะพลังภายในด้วยการหายใจเช่นนี้ มันเป็นเพียงแค่ผิวเผินเท่านั้น ช่างน่าขันเสียจริง

 

ชายชราเห็นว่าเจียงซิ่วเปิดตาของเขาขึ้น เขาจึงพูด “โปรดอภัย เพื่อนตัวน้อย เธอรู้จักกับชูวเที่ยนหนานไหม?”

 

เจียงซิ่วส่ายศรีษะ

 

นี้ทำให้ชายชรารู้สึกประหลาดใจ “เธอไม่ใช่ศิษย์ของชูวเที่ยนหนานหรือ?”

 

“ฮึ่ม!”

 

เจียงซิ่วกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ไอ้ขยะเปียกนั้น ไม่สามารถเทียบได้กับอาจารย์ของฉัน” ในหัวใจของเจียงซิ่ว อาจารย์ในอดีตของมีตำแหน่งสูงมาก ไม่มีใครสามารถเทียบเคียงกับเขาได้ในทวีปการต่อสู้นิรันดร์

 

คนขับรถที่อยู่ข้างหลังชายชราก็ตกใจมาก “แก… แกลบหลู่เกียรติ ท่านผู้ยิ่งใหญ่ชวู!”

 

เจียงซิ่วหัวเราะเยาะ “ลบหลู่เกียรติ? เทพคนนี้ชื่นชมเขามากเกินไปแล้ว”

 

คนขับรถ “ไอเด็กสารเลว แม้ว่าแกจะมีทักษะเล็กน้อย แต่ตัวตนของแกมันเล็กกร่ะจ่อยร่อยซะจนน่าสงสาร”

 

“ฉันเห็นแกเพิ่งสำเร็จเข้าไปอยู่ในขั้นแรกเริ่มของการบ่มเพาะพลังภายใน และแกรู้ไหมว่าท่านผู้ยิ่งใหญ่ชวู อยู่ขอบเขตไหน? เขาอยู่ในขอบเขตของผู้เชี่ยวชาญ มันแม้แต่กระทั่งเป็นไปได้ที่เขาอาจตัดผ่านไปยังขั้นต่อไปแล้ว”

 

“ให้ฉันได้แนะนำ เก็บคำพูดของตัวแกเองไว้ และอย่าทำตัวเหมือนเป็นกบในบ่อน้ำ หยุดพูดพลอยๆได้แล้ว!”

 

เจียงซิ่วยิ้ม “เป็นเช่นนั้น?”

 

เมื่อพูดไปก็เน่าเสีย บวกกับพูดไปก็ไร้ประโยชน์อีก เจียงซิ่วหลับตาและกำหนดจิตใจตัวเอง

 

ในศาลาเริ่มเงียบอีกครั้ง

 

ประมาณ10นาที ฝนฟ้าคะนองก็หยุดลง คนเหล่านั้นออกไป ขึ้นไปยังภูเขา ถนนกลายเป็นแย่ลง และก็ปรากฏแผ่นดินถล่มขึ้นที่ด้านบนด้วยเหมือนกัน มันคงจะเสียหายอย่างมากเมื่อนำรถขึ้นไป

 

“ปั๊ง!”

 

มีเสียงระเบิดออกมา เมอร์เซเดสเบนซ์มูลค่ามากกว่า 3ล้านหยวน กะทันหันได้เลี้ยวไปข้างทาง เส้นทางที่ภูเขาค่อนข้างแคบ และปลายสุดก็ยังเป็นหน้าผา(มันคงไปตกลงที่หน้าผา) รถเสียการควบคุมเมื่อมันพุ่งไปหาหน้าผานั้น

 

“อ้าาาาห์!!”

 

คนที่อยู่ในรถกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนก

 

“อาวุโสถัง!”

 

“คุณปู่!”

 

ในขณะนี้ พวกเขามีแต่ความรู้สึกกลัวและสิ้นหวังแต่เพียงเท่านั้น พวกเขาเข้าใจว่าสิ่งที่รอคอยพวกเขาคือ…. ความตาย

พวกเขาจะหายตัวไปจากโลกนี้อย่างสมบรูณ์

 

“ใครก็ได้ช่วยเราด้วย!”

 

“ช่วยชีวิตพวกเราด้วย!”

 

ครึ่งนึงของเบนออกไปยังหน้าผา ในขณะนั้นเอง ในทันทีมีบุคคลพุ่งไปดุจกระสุนปืน พุ่งไปยังพวกเขา เขาวิ่งตัดเส้นทางภูเขา ตัดผ่านก้อนหินยักษ์ของภูเขา และจากนั้นก็เหมือนทหารผู้เคร่งขรึมที่ตกลงมาจากฟากฟ้า เขาคว้ารถคันนั้นไว้