0 Views

บท 136 แมลงอยู่ที่นี่

โหยวเสี่ยวโม่ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องที่เกี่ยวกับดินแดนสวรรค์นัก ดังนั้นความคิดของเขาจึงเปลี่ยนเป็นอีกเรื่องอย่างรวดเร็ว เขาพูดกับหลิงเซี่ยวอย่างตื่นเต้น “ศิษย์พี่ใหญ่หลิง ข้ามีข่าวดีจะบอกท่าน ไข่สัตว์วิเศษระดับแปดฟักแล้ว”

 

“นั่นดีมาก”

 

หลิงเซี่ยวยิ้มขณะพูด ไม่แปลกใจแม้แต่น้อย ภายในมิติมีพลังวิญญาณอยู่เต็มเปี่ยม คงจะแปลกมากหากมันไม่ฟักโดยไว

 

โหยวเสี่ยวโม่ยิ้มขณะกล่าว “ข้าตั้งชื่อเล่นให้มันแล้ว ทายสิว่าข้าตั้งว่าอะไร?”

 

โหยวเสี่ยวโม่มองดูหลิงเซี่ยว และรู้ว่าอีกฝั่งกำลังจะทาย เขาอดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้ ดวงตาฉายประกายเปล่งปลั่งออกมาขณะมองไปที่หลิงเซี่ยว

 

หลิงเซี่ยวเผยรอยยิ้มมีนัยยะออกมา “ศิษย์น้อง”

 

อืม? โหยวเสี่ยวโม่พยักหน้า

 

หลิงเซี่ยวกล่าว “เจ้าคิดว่าศิษย์พี่ใหญ่เช่นข้า ความชาญฉลาดนี้จะเทียบกับเจ้างั้นรึ?”

 

หัวสมองของโหยวเสี่ยวโม่ลอยออกมาเป็นรูปเครื่องหมายคำถาม เขาหมายความว่าอะไรกัน อา? ถึงแม้ว่าความฉลาดจะต่างกันก็จริง แต่มันก็ไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกับการคาดเดาเลยนี่?

 

หลิงเซี่ยวเห็นว่าโหยวเสี่ยวโม่ยังคงไม่เข้าใจดังนั้นเขาจึงกล่าวว่า “เจ้าคิดว่าคนที่ฉลาดกับคนที่โง่เขลาจะมีรสนิยมเหมือนกันงั้นรึ?”

 

โหยวเสี่ยวโม่ “…….”

 

ขอบคุณที่สละเวลาเพื่อมากล่าวดูถูกข้านะ การเลือกชื่อให้สัตว์วิเศษตัวน้อยนี่มันอยู่ต่ำกว่าความชาญฉลาดของท่านรึไง?

 

โหยวเสี่ยวโม่ยิงสายตาไปที่หลิงเซี่ยว แล้วหากข้าโง่นัก ท่านจะดูถูกข้ารึ? ไม่เคยได้ยินสุภาษิตนี้รึไง “ช่างปะรองเท้าสิบคนยังสามารถเหนือกว่าจูกัดเหลียงได้?

 

ความเป็นจริงก็คือหลิงเซี่ยวไม่เคยได้ยินสุภาษิตนี้

 

“เอาละ ไหนลองว่ามาสิ เจ้าตั้งชื่อมันว่าอะไร?”

 

หลิงเซี่ยวรู้สึกพอใจมากที่ได้รับสายตาจากโหยวเสี่ยวโม่ รู้สึกพอใจเสียจนหยุดแกล้งในที่สุด อันที่จริง เขาเองก็สงสัยอยู่นิดหน่อยว่าชื่อที่โหยวเสี่ยวโม่ตั้งคืออะไร? ที่จริงจะเรียกมันว่าหมาป่าเลือดสีน้ำเงินก็เพียงพอแล้วไม่ใช่รึ ทำไมยังต้องมีชื่อเล่นอีก?

 

“ชื่อว่าเจ้าลูกบอลน้อย(เสี่ยวพีชิว)…..”

 

โหยวเสี่ยวโม่มองหลิงเซี่ยวและกล่าวออกมาด้วยเสียงแผ่วเบา

 

หลิงเซี่ยวไม่อาจหยุดตัวเองไม่ให้เปล่งเสียงหัวเราะออกมาได้ *ฮึ* “ชื่อนี้…….. มีความหมายอะไรไหม?”

 

โหยวเสี่ยวโม่พยักหน้าทันที “แน่นอนว่ามี มันซนมากทีเดียว หากท่านไม่มองมันเพียงชั่วแว่บเดียวเท่านั้น มันจะต้องกลิ้งไปที่นู่นที่นี่เหมือนกับลูกบอลตัวน้อย”

 

แต่โหยวเสี่ยวโม่หนุ่มน้อยไม่รู้ว่าลูกบอลนั้นเป็นสิ่งที่อยู่ในยุคโมเดิร์นเท่านั้น หลิงเซี่ยวผู้ยิ่งใหญ่นั้นเป็นบุคคลที่ผ่านยุคโบราณเสียยิ่งกว่าโบราณมา อีกทั้ง เขายังเป็นคนที่โบราณที่สุดอีกด้วย ดังนั้นเขาจึงไม่เข้าใจว่าอะไรคือลูกบอล แต่เนื่องจากมันสามารถวิ่งและกระโดดไปรอบๆอย่างบ้าคลั่งแล้ว มันคงจะมีพลังงานล้นเหลือเป็นแน่แท้

 

ทั้งสองพูดคุยกันอีกสักพัก เนื่องจากหลิงเซี่ยวไม่สามารถอยู่นานๆได้ เขาจึงจากไปก่อน โหยวเสี่ยวโม่อยู่ที่หอคัมภีร์ต่ออีกประมาณสองชั่วโมงจึงออกไป

 

เมื่อเขามาถึงห้อง เขาเข้ามิติไปเพื่อตรวจดูเจ้าลูกบอลน้อย เจ้าลูกบอลน้อยนั้นเชื่อฟังมาก แต่มันก็ไม่ได้เชื่อฟังขนาดนั้น มันกระโดดไปที่นู่นที่นี่อยู่ภายในกระท่อมไม้หลังเล็ก โชคดีที่เขาเก็บทุกสิ่งไว้อย่างหนาแน่นด้านบนตู้ไม้แล้ว มิเช่นนั้นพวกมันคงถูกเจ้าลูกบอลน้อยทำเสียหายเป็นแน่

 

โหยวเสี่ยวโม่เองก็ไม่อยากให้มันถูกขังอยู่แต่ในกระท่อมไม้ ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากเห็นเขา เจ้าลูกบอลน้อยก็วนไปรอบๆตัวเขาอย่างไม่อยากให้เขาไป เขาจึงไม่มีตัวเลือก และนำตัวเจ้าลูกบอลน้อยออกมาจากมิติ

 

“เจ้าลูกบอลน้อย อา เจ้าจะต้องจำไว้ว่าห้ามวิ่งออกไปด้านนอกนะ และเจ้าห้ามเห่าด้วย หากเจ้าถูกค้นพบ เจ้าจะถูกนำตัวไปนะ เข้าใจไหม?”

 

โหยวเสี่ยวโม่ยกเจ้าลูกบอลน้อยด้วยสองมือของเขา และกล่าวเตือนอย่างตรงไปตรงมา

 

เจ้าลูกบอลน้อยกระพริบดวงตาสีแดงราวกับอัญมณีของมัน และจากนั้นจึงแล่บลิ้นออกมาเหมือนกับสุนัข

 

โหยวเสี่ยวโม่ลูบหัวมัน “เจ้าลูกบอลน้อย เจ้าไม่ใช่สุนัข เจ้าไม่ควรเอาลิ้นออกมา แต่เจ้าต้องพยักหน้า เข้าใจไหม?”

 

“อู๋…..”

 

เจ้าลูกบอลน้อยหอนขึ้นมาทันที แต่ก่อนที่มันจะหอนสำเร็จ มันก็ถูกโหยวเสี่ยวโม่ปิดปาก

 

“ชู่ว ชู่ว ชู่ว!”

 

โหยวเสี่ยวโม่รีบทำให้มันเงียบ หากเขาปล่อยให้มันหอน คนข้างห้องทั้งซ้ายและขวาคงจะได้ยินเสียง หากเป็นเช่นนั้นจริง เขาจะอธิบายเกี่ยวกับเสียงหอนนี่ยังไง? เขาเตือนมันอย่างรวดเร็ว “เจ้าลูกบอลน้อย ข้าไม่ได้บอกให้เจ้าหอน ข้าบอกให้เจ้าพยักหน้า พยักหน้าสิ เข้าใจไหม?”

 

เขาแม้กระทั่งทำตัวอย่างให้ดูหลังจากพูดจบ

 

เจ้าลูกบอลตอบสนองโดยการหันหัวของมันไปทางอื่น และเริ่มตรวจสอบห้องของเจ้านาย

 

โหยวเสี่ยวโม่ส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้ ดูเหมือนเขาคงต้องได้แต่รอปาฏิหารย์เท่านั้นแล้วละ เจ้าลูกบอลน้อยเพิ่งจะฟักมาได้ไม่ถึงสองวันดี ดังนั้นมันจึงไม่เข้าใจในคำพูดของเขา เขาปิดประตูและหน้าต่างก่อนที่จะนำเจ้าลูกบอลวางลงกับพื้น

 

เมื่อได้รับอิสระ เจ้าลูกบอลน้อยจึงเริ่มวิ่งทันที และทำสิ่งที่มันชอบมากที่สุด นั่นคือการวิ่งเป็นวงกลม ในครั้งนี้มันวิ่งวนรอบๆโต๊ะ หลังจากวนไปหลายรอบ มันจึงเริ่งวิ่งวนสิ่งอื่นแทน หลังจากที่วิ่งวนทุกสิ่งจนเสร็จ มันจึงวิ่งวนเป็นวงกลมตรงที่นั่นแทน

 

เมื่อเห็นว่ามันไม่หอนอีกต่อไป โหยวเสี่ยวโม่จึงนำของเล่นออกมาจากมิติและให้เจ้าลูกบอลใช้เล่น ของเล่นนั้นทำมาจากไม้ไผ่สานเป็นลูกกลม เขาซื้อมันในระหว่างที่เดินดูร้านค้าในเมืองฮันจี เจ้าลูกบอลน้อยมีความสุขกับไม้ไผ่สานอันนี้ และกลิ้งลูกกลมไปรอบๆด้วยอุ้งมือของมัน

 

มันชอบของสิ่งที่คล้ายกับลูกบอล ช่างเข้ากับชื่อเจ้าลูกบอลน้อยจริงๆ

 

หลังจากที่ปล่อยให้เจ้าลูกบอลเล่นไปมา โหยวเสี่ยวโม่ก็ไม่กล้าหลอมโอสถเลย เนื่องจากเมื่อเขาเริ่มต้นหลอมโอสถแล้ว เขาจะมีสมาธิอย่างมาก และคงไม่สามารถดูแลเจ้าลูกบอลได้ หากเจ้าลูกบอลนำหายนะมาให้โดยการดึงดูดความสนใจของคนอื่น เขาคงจะต้องตายแน่ๆ

 

เขาหยิบแผนที่มาจากชั้นหนังสือ โหยวเสี่ยวโม่เริ่มศึกษาแผนที่ของทวีปหลงเซี่ยว

 

เขายืมหนังสือมากมายมาจากหอคัมภีร์ ทุกครั้งเขาจะยืมหนังสือมากกว่าสิบเล่ม เขามักจะอ่านพวกมันจนหมดในเวลาหนึ่งเดือน แต่ทั้งหมดนี้ก็ต้องขอบคุณความสามารถของเขาด้วย

 

ไม่กี่วันต่อมา หลิงเซี่ยวมาหาเขาอีกครั้ง

 

ครั้งนี้เขานำข่าวอื่นๆมาบอกด้วย นั่นก็คือแมลงซ่อนเร้นกลิ่นเจ็ดดาราตัวผู้อยู่ในมือเขาแล้ว

 

ก่อนหน้านี้ หลิงเซี่ยวผูกมัดแมลงตัวเมียไว้ในสถานที่หนึ่งพร้อมกับสร้างม่านขึ้นมารอบๆ เมื่อตัวผู้ปรากฎตัวขึ้น เขาจึงรับรู้ได้ทันที ดังนั้นเขาจึงจับตัวผู้ตรงนั้นเอง และเขายังคงจับอย่างอื่นได้อีก นั่นก็คือคนที่ติดตามพวกเขา

 

โชคดีที่เขาจดจำหัวหน้ากลุ่มได้ นั่นคือผู้จัดการศูนย์กลางโอสถวิเศษนั่นเอง ชายแก่ที่ขายสมุนไพรให้แก่พวกเขา สำหรับผู้ครองเมืองฮันจี ถังฮุย เขาไม่ปรากฏตัวออกมา โชคดีของเขาไปที่หลุดรอดจากเหตุการณ์นี้ไปได้

 

หลิงเซี่ยวไม่ให้พวกนั้นได้พูดอะไร เพียงแค่นำพวกนั้นเข้าสู่มิติของเขา หลังจากผ่านมาหลังวัน เขาจึงหาเวลาว่างเพื่อมาหาโหยวเสี่ยวโม่พร้อมกับนำแมลงซ่อนเร้นกลิ่นเจ็ดดาราคู่นี้มาด้วย

 

“นี่คือแมลงซ่อนเร้นกลิ่นเจ็ดดาราตัวผู้และตัวเมียงั้นรึ? แล้วตัวไหนคือตัวผู้ละ?”

 

โหยวเสี่ยวโม่นั่งบนโต๊ะและมองดูแมลงซ่อนเร้นกลิ่นเจ็ดดาราที่นอนอยู่ในกล่องหยกเหมือนกับตายแล้ว เมื่อดูจากภายนอก พวกมันแทบจะเหมือนกันมาก ไม่มีทางที่จะบอกได้ว่าตัวไหนตัวผู้ ตัวไหนตัวเมีย

 

หลิงเซี่ยวชี้ตัวที่อยู่ทางซ้าย “ตัวนี้คือตัวผู้”

 

โหยวเสี่ยวโม่อดนึกถึง สุภาพบุรุษทางซ้าย สุภาพสตรีทางขวา* ดูเหมือนว่าจะมีตรรกะซ่อนอยู่ภายใต้สุภาษิตนี้จริงๆ แต่เขาก็ยังคงสงสัยอยู่ดี เขายืดมือออกไปและเคาะแมลงที่ไม่เคลื่อนไหวทั้งสองตัว “ทำไมพวกมันไม่ขยับ?”

 

หลิงเซี่ยวมองอย่างไม่ใส่ใจไปที่แมลงซ่อนเร้นกลิ่นเจ็ดดาราที่อยู่ภายในกล่องหยก และกล่าวเบาๆ “ดูเหมือนคงกลัวจนตายละ”

 

กลัวจนตาย? กลัวอะไร?

 

โหยวเสี่ยวโม่มึนงง แต่เมื่อมองดูใกล้ๆ เขาเห็นว่าแมลงทั้งตัวผู้และตัวเมียต่างก็กำลังสั่นอยู่ ในตอนนี้เองที่เขารู้ว่าพวกมันกำลังแกล้งตายอยู่ นี่มันไม่เหมือนมนุษย์จนเกินไปหน่อยรึ? โหยวเสี่ยวโม่คิดถึงเจ้าลูกบอลน้อยทันที ตั้งแต่เจ้าลูกบอลน้อยเกิดมา มันยังไม่เคยเจอหลิงเซี่ยวเลย เนื่องจากมันเป็นสัตว์วิเศษของเขา มันควรจะต้องทำความรู้จักกับ……หัวหน้าครอบครัว?

 

โหยวเสี่ยวโม่หายตัวไปในทันที และปรากฏตัวอีกครั้งพร้อมกับเจ้าลูกบอลน้อยที่นุ่มนิ่มและฟู่ฟ่องในอ้อมแขน

 

มันเกิดมาได้สี่ถึงห้าวันแล้ว ขนของมันหนาแน่นมาก อีกทั้งยังคงเป็นสีขาวเปล่งประกายมองดูสวยงามมาก โหยวเสี่ยวโม่ชอบร่างกายที่มีขนนุ่มนี้ที่สุด

 

ผลลัพธืคือ แทนที่มันจะทำตัวร่าเริงเป็นปกติ มันกลับขดตัวเป็นลูกกลม อุ้งเท้าทั้งสี่เก็บเข้าไปภายใน ดูเหมือนชื่อของมันเป็นอย่างยิ่ง แต่มันเองก็ตัวสั่นด้วยความกลัวเช่นกัน

 

โหยวเสี่ยวโม่ตกตะลึงไปชั่วขณะ เกิดอะไรขึ้น? เขากอดมันในอ้อมกอด เจ้าลูกบอลน้อยก็ราวกับเครื่องขุดเจาะ พยายามที่จะฝังตัวเข้าไปในเสื้อผ้าของเขา อุ้งมือของมันตะกายไปมา

 

หลิงเซี่ยวไม่รอให้โหยวเสี่ยวโม่เข้าใจถึงเหตุผล เขาเหยียดมือออกไปและจับหูเจ้าลูกบอลน้อย จากนั้นจึงยกมันขึ้น สัตว์วิเศษแม้ว่าจะยังอายุน้อย แต่ร่างกายของมันก็แข็งแกร่งมาก แต่แม้ว่ามันจะถูกจับหูและยกขึ้น มันก็ไม่ส่งเสียงออกมา มันม้วนตัวกลับเป็นลูกกลมและสั่นเทิ้มอย่างน่าสงสาร

 

โหยวเสี่ยวโม่มึนง หรือว่ามันจะกลัวหลิงเซี่ยว? แต่เพราะอะไรกัน อา?

 

“อ่าว วู่…..”

 

เจ้าลูกบอลน้อยส่งเสียงอย่างน่าสงสารไปยังโหยวเสี่ยวโม่ ดวงตาของมันเต็มไปด้วยน้ำตากระแทกใจอันอ่อนบางของโหยวเสี่ยวโม่ทันที

 

“ศิษย์พี่ใหญ่หลิง ดูเหมือนเขาจะกลัวท่าน ท่านส่งมันมาให้ข้าก่อนได้รึไม่?”

 

โหยวเสี่ยวโม่มองหลิงเซี่ยว

 

หลิงเซี่ยวมองโหยวเสี่ยวโม่ และจากนั้นจึงมองดูเจ้าลูกบอลที่ขดตัวกลมอีกครั้ง เขาขว้างมันกลับเข้าใส่อ้อมแขนโหยวเสี่ยวโม่อย่างรังเกียจ ไร้ประโยชน์ เขายังไม่ได้ทำอะไรเลย แต่มันก็ยังคงกลัวถึงขนาดนี้

 

แม้ว่ามันจะกลับเข้าสู่อ้อมแขนของโหยวเสี่ยวโม่แล้วก็ตาม เจ้าลูกบอลน้อยยังคงสั่นอย่างไม่รู้จบ

 

โหยวเสี่ยวโม่ไม่มีทางเลือก นอกจากเก็บมันเข้ามิติเช่นเดิม เมื่อกลับมายังมิติ เจ้าลูกบอลน้อยวิ่งออกไปทันที โหยวเสี่ยวโม่รู้สึกผิดหวังขึ้นมา

 

พอเขาออกไปอีกครั้ง หลิงเซี่ยวจึงบอกเขาว่าต้องการพาเขาไปบางแห่ง หลิงเซี่ยวจับมือโหยวเสี่ยวโม่ และทั้งสองคนก็หายตัวไป

**************

*สุภาพบุรุษทางซ้าย สุภาพสตรีทางขวา – เป็นการปฏิบัติที่ใช้กันทั่วไปของจีน เช่น ที่ตั้งของห้องน้ำ แหวนแต่งงาน หรือตำแหน่งในการถ่ายรูปพิธีการเป็นต้น