0 Views

บท 133 กำเนิด

วัฎจักรการเติบโตของสมุนไพรระดับกลางนั้นยาวนานกว่าของสมุนไพรระดับต่ำ โหยวเสี่ยวโม่ใช้น้ำที่เขาผสมน้ำวิเศษไว้จนหมด และผสมเพิ่มอีกนิดหน่อย แต่เขาผสมน้ำวิเศษไว้สำหรับรถน้ำสมุนไพรระดับสี่เท่านั้น เขาไม่มีแผนจะรดน้ำที่ทำละลายนี้แก่สมุนไพรระดับห้าหรือหกเลย

 

หลังจากที่ทำงานที่แปลงปลูกสมุนไพรเสร็จ โหยวเสี่ยวโม่เดินเข้าไปยังสมุนไพรวิเศษที่เขาขุดมาจากในถ้ำน้ำแข็งรอบนั้น หลังจากที่แช่พวกมันไว้ในน้ำวิเศษมาหลายวัน สิบต้นหรือมากกว่านั้นกำลังเติบโตอย่างดี บางต้นถึงกับเริ่มให้เมล็ดแล้ว

 

เมื่อพูดถึงเมล็ด โหยวเสี่ยวโม่คิดเกี่ยวกับเมล็ดอีกชุดหนึ่ง เมล็ดพวกนั้นไม่ได้ถูกซื้อมา พวกมันเป็นเมล็ดที่ผลิตขึ้นมาจากสมุนไพรที่เติบโต สมุนไพรแต่ละต้นสามารถผลิตเม็ดได้สามถึงสี่เมล็ด บางเมล็ดก็ดี บางเมล็ดก็ไม่ดี แต่เมื่อดูโดยรวมแล้ว เมล็ดที่ไม่ดีนั้นมีน้อยมาก

 

เนื่องจากเขาซื้อเมล็ดมาเยอะมากเมื่อครั้งก่อน เขาจึงไม่ได้ใช้เมล็ดเหล่านี้ พวกมันจึงถูกเก็บสะสมและวางไว้ตรงตู้ไม้ เขาตรวจตราพวกมันมาก่อนหน้านี้แล้ว ทุกๆเมล็ดดูอวบอ้วนและเปล่งประกายยิ่งกว่าเมล็ดที่เขาซื้อมาจากด้านนอกเสียอีก

 

แต่เนื่องจากเขารู้แล้วว่าสมุนไพรจะผลิตเมล็ดออกมา เขาจึงไม่เป็นกังวลเกี่ยวกับเรื่องเมล็ดแล้ว

 

ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมเขาถึงซื้อเมล็ดตั้งมากมายในเมืองฮันจี นั่นเป็นเพราะว่าเขาต้องการจะซื้อเมล็ดของแต่ละประเภทเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่เขากังวลว่าชายแก่จากศูนย์กลางโอสถวิเศษจะไม่ยอมขายให้เขาเนื่องจากจำนวนมันน้อยเกินไป จนไม่สามารถขายได้เงินมากนัก

 

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเขาจะต้องรอสมุนไพรผลิตเมล็ดก่อนที่เขาจะปลูกมันอีกครั้ง นั่นหมายถึงการสูญเสียเวลาเปล่า แน่นอนว่านี่เป็นเพราะเขาไม่ได้ขาดแคลนเงิน

 

โหยวเสี่ยวโม่กลับไปในกระท่อมไม้ เขาจับสายตาไปที่ไข่สัตว์อสูรระดับแปด สัตว์อสูรระดับแปดตัวนั้น หมาป่าเลือดสีน้ำเงินเป็นสัตว์อสูรระดับกลาง ครั้งสุดท้ายที่เขาไปที่หอคัมภีร์ เขาอ่านเกี่ยวกับมันในคัมภีร์ หมาป่าเลือดสีน้ำเงินเป็นสัตว์วิเศษประเภทแข็งแกร่งและรวดเร็ว ขนของมันเป็นสีขาวเหลือบเงินและนุ่มมาก หากมองข้ามความดุดันและโหดร้ายของหมาป่าเลือดสีน้ำเงินไปแล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันเป็นสัตว์วิเศษที่สวยงามมากตัวหนึ่ง

 

สัตว์วิเศษประเภทที่สามารถปรับตัวเข้ากับการต่อสู้ได้เช่นนี้ ย่อมเป็นทางเลือกที่ดีในการผูกมัด

 

แต่สิ่งหนึ่งที่จับความสนใจของโหยวเสี่ยวโม่ นั่นคือมันถูกบันทึกไว้ในคัมภีร์มาเมื่อนานมากมาแล้วว่า สายเลือกหมาป่าเลือดสีน้ำเงินไม่เพียงแค่ไม่ถูกจำกัดที่ระดับแปดเท่านั้น ว่ากันว่ามีเทพเจ้าหมาป่าระดับสิบเอ็ดและสิบสองอยู่ด้วย

 

แต่ในตอนนี้ หมาป่าสายเลือดสีน้ำเงินบริสุทธ์ยิ่งหายากมากขึ้นทุกวันๆ และไม่มีหมาป่าเลือดสีน้ำเงินตัวไหนที่ระดับสูงกว่าระดับแปดเลย กล่าวกันว่าหมาป่าสายเลือดน้ำเงินที่สูงกว่าระดับแปดจะสามารถเปลี่ยนรูปร่างได้

 

โหยวเสี่ยวโม่ยกไข่สัตว์วิเศษขึ้นด้วยทั้งสองมือ ขณะที่วาดฝันไปด้วย หรือว่านี่จะเป็นไข่สัตว์วิเศษบริสุทธ์? หากเป็นเช่นนั้น มิได้หมายความว่าเขาจะมีเทพเจ้าหมาป่าในตำนานหรอกรึ?

 

หากเป็นเช่นนั้นจริง เขาคงจะต้องถูกปลุกจากความฝันด้วยเสียงหัวเราะเสียแล้ว น่าเสียดายที่มันเป็นได้แค่เพียงความฝันเท่านั้น

 

โหยวเสี่ยวโม่ก้มลงและมองไปที่ไข่สัตว์วิเศษ ศิษย์พี่กล่าวว่าเวลาที่ดีที่สุดในการผูกมัดก็คือก่อนที่สัตว์วิเศษจะฝักออกมา หรือขณะที่มันเป็นเด็ก เช่นนี้เอง ในระหว่างการผูกมัดจะไม่ค่อยมีการต่อต้านจากสัตว์วิเศษมากเท่าไหร่ เนื่องจาก หากการต่อต้านจากสัตว์วิเศษรุนแรงมากเกินไป มันจะยากต่อการควบคุม หรืออาจจะจบลงที่ความเจ็บปวดก็ได้

 

เมื่อเห็นว่าไข่ใกล้จะฟักได้ทุกนาทีแล้ว เขาจึงจะต้องใช้เวลานี้เพื่อสร้างพันธะผูกมัด แต่….. โหยวเสี่ยวโม่จำได้ถึงสิ่งอื่นที่ศิษย์พี่ใหญ่บอกเขา

 

จำนวนสัตว์วิเศษที่ผู้หลอมโอสถสามารถผูกมัดได้นั้นขึ้นอยู่กับพลังวิญญาณของพวกเขา พลังวิญญาณที่แข็งแกร่งจะสามารถผูกมัดกับสัตว์วิเศษได้มากขึ้น อันที่จริง มันขึ้นอยู่กับระดับของวิญญาณด้วย

 

ยกตัวอย่างเช่น ผู้หลอมโอสถระดับสามมักจะสามารถผูกมัดได้สามตัว ระดับของสัตว์วิเศษขึ้นอยู่กับความสามารถในการสร้างพันธะของพวกเขา จากนั้น ทุกๆการเลื่อนระดับจะสามารถเพิ่มสัตว์วิเศษได้หนึ่งตัว แต่เนื่องจากมันมีจำกัด ผู้หลอมโอสถส่วนใหญ่จะไม่ผูกมัดกับสัตว์วิเศษตัวไหนก็ได้

 

โหยวเสี่ยวโม่นั้นเป็นผู้หลอมโอสถระดับสามแล้ว ตามหลักการแล้ว เขาสามารถผูกมัดสัตว์วิเศษได้สามตัว อย่างไรก็ตาม เขาไม่รู้ว่าความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้จะเพียงพอในการผูกมัดกับสัตว์วิเศษระดับแปดรึไม่

 

หลังจากลังเลเล็กน้อย เขาจึงตัดสินใจที่จะลองดู

 

เมื่อคิดเช่นนี้แล้ว โหยวเสี่ยวโม่จึงวางแขนขวาไว้บนไข่ กระแสพลังวิญญาณไหลออกจากฝ่ามือเข้าไปในไข่

 

พลังชีวิตภายในนั้นมีชีวิตชีวาและแข็งแกร่ง เสียงหัวใจเต้นของมันแข็งแกร่งมาก เต้นอย่างรวดเร็ว ในขณะที่มันยังคงอยู่ภายในเปลือก เขายังคงสามารถรู้สึกได้ถึงแรงกดดันน้อยๆที่แผ่ออกมาจากสายเลือดหมาป่าสีน้ำเงินได้

 

พลังวิญญาณอันอ่อนโยนไหลเข้าไปภายในเปลือกไข่ และแผ่คลุมไปทั่วพลังชีวิตตัวน้อยที่อยู่ภายใน เหตุการณ์ดำเนินไปโดยไม่มีการต่อต้านใดๆจากสิ่งมีชีวิตตัวน้อยเลย เขากระทั่งรู้สึกได้ถึงสิ่งมีชีวิตตัวน้อยที่อยู่ภายในไข่ครางออกมาด้วยความสบายใจราวกับว่าพยายามจะพูดบางสิ่ง

 

โหยวเสี่ยวโม่ตัดสินใจที่จะเทพลังวิญญาณของเขาเข้าไปในพื้นที่ระหว่างคิ้วของหมาป่าเลือดสีน้ำเงิน เขาทำสำเร็จอย่างไม่ยากเย็นโดยไม่คาดคิด เขารับรู้ได้ถึงพันธะที่สร้างขึ้นระหว่างเขากับสัตว์วิเศษทันที ราวกับเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวที่มองไม่เห็น

 

โหยวเสี่ยวโม่รู้สึกยินดีอยู่ภายในใจ และเขาจึงถอนพลังวิญญาณออกมาอย่างระมัดระวัง จากนั้น เขาจึงหยิบไข่ขึ้นมา และมองไปที่มันด้วยความดีใจ นี่เป็นสัตว์วิเศษที่เขาผูกมัดตัวแรก และมันคือหมาป่าเลือดสีน้ำเงินระดับแปด เมื่อเปรียบเทียบกับผู้หลอมโอสถอื่นๆแล้ว เขาโชคดีอย่างมาก!

 

แต่สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจมากที่สุดคือ ทุกขั้นตอนนั้นลื่นไหลมาก มันไม่ยากอย่างที่ศิษย์พี่ใหญ่กล่าวเลย ไม่ว่าเขาจะคิดอย่างไร เขาก็ยังคงไม่เข้าใจอยู่ดี

 

เนื่องจากเขาสร้างพันธะกับหมาป่าเลือดสีน้ำเงินแล้ว เขาสามารถรู้สึกได้ถึงพลังชีวิตที่ส่งออกมาจากภายในไข่ พลังชีวิตนั้นบอกกับเขาว่ามันจะฟักในอีกสามวันให้หลัง

 

ความรวดเร็วนี้นับว่าเร็วยิ่งนัก ก่อนหน้านี้ ในตอนที่เขาได้รับไข่มา แม้ว่าเขาจะรู้สึกได้ถึงพลังชีวิตภายในไข่ แต่มันก็ชัดเจนว่าอีกนานกว่าจะฟัก แต่คาดไม่ถึงว่าหลังจากที่นำมันกลับมาเพียงไม่กี่วัน มันก็ใกล้จะฟักแล้ว เขาตั้งตารอคอยมันอย่างมาก หมาป่าเลือดสีน้ำเงินที่เพิ่งเกิดใหม่จะเป็นอย่างไรกัน?

 

ขณะที่เขาระงับความตื่นเต้นนี้ โหยวเสี่ยวโม่ก็หลอมโอสถต่อเนื่องถึงสามวัน ในที่สุด วันจะต้อนรับหมาป่าเลือดสีน้ำเงินก็มาถึง

 

เนื่องจากหลิงเซี่ยวไม่ได้มาหาเขาสามวันแล้ว และเนื่องจากเขาไม่มีหนทางในการติดต่อหลิงเซี่ยว เขาจึงไม่ได้บอกหลิงเซี่ยวเกี่ยวกับการฟักของหมาป่าเลือดสีน้ำเงิน ในวันนั้น หลังจากจัดการทุกสิ่งเสร็จ เขาจึงเข้ามาในมิติ

 

ไข่สัตว์วิเศษถูกวางไว้ตรงสวน บนแท่นหิน ภายในหลุมที่ไว้สำหรับวางหม้อหลอม เพื่อเป็นการเตรียมตัวสำหรับการกำเนิดของมัน หมาป่าสีน้ำเงินจึงดูดซึมพลังวิญญาณในมิติ แต่เมื่อมันรับรู้ได้ถึงตัวตนของโหยวเสี่ยวโม่ ไข่กลมๆนั้นก็รู้สึกยินดี และเคลื่อนไหวเล็กน้อยราวกับว่ามันดีใจที่ได้เห็นเขา

 

โหยวเสี่ยวโม่ไม่แปลกใจ ภายในสามวันนี้ เขาคุ้นเคยกับการเห็นท่าทางมีชีวิตชีวาของไข่สัตว์วิเศษแล้ว พูดง่ายๆก็คือ มันมีพลังล้นเหลือมากเกินไป

 

วันก่อนหน้านี้ ไข่สัตว์วิเศษกลิ่งออกมาจากกระท่อมไม้ไปที่แปลงสมุนไพร เพื่อเรียกความสนใจของเขา มันกระโดดอย่างเบิกบานใจไปรอบๆด้านหน้าเขา ทำให้เขาตกใจจนเกือบตาย หากเปลือกไข่เกิดราวขึ้นมาละ? นั่นไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่สามารถออกมาฟักได้อย่างปกติรึ?

 

ในใจของเขา การที่สัตว์วิเศษตัวน้อยไม่สามารถฟักออกมาได้อย่างปกติหมายถึงลูกสัตว์ที่เกิดก่อนกำหนด

 

ตั้งแต่ตอนนั้น โหยวเสี่ยวโม่สั่งห้ามไม่ให้มันกระโดดขึ้นลง และอนุญาตให้มันส่ายไปมาด้านข้างได้อย่างเดียวเท่านั้น

 

สัตว์วิเศษตัวน้อยฉลาดมาก ตั้งแต่ตอนนั้น มันไม่กระโดดขึ้นลงอีกเลย ทุกครั้งที่มันเห็นเขา มันจะส่ายด้านข้างไปมาเพื่อแสดงถึงความยินดีของมันแทน

 

โหยวเสี่ยวโม่เดินเข้าไป และหยิบมันขึ้นมาในอ้อมแขน และลูบหัวมัน สัตว์วิเศษตัวน้อย ถูไถตัวเองกับแขนนั้นผ่านทางชั้นเปลือกไข่ด้วยความรัก การมีปฏิสัมพันธ์อย่างรักใคร่นี้ไม่ใช่เพราะความเป็นเจ้านายและข้ารับใช้ แต่กลับเป็นเพราะมีความสุขอย่างแท้จริง

 

หลังจากกอดรัดอยู่พักหนึ่ง โหยวเสี่ยวโม่จึงวางมันลง วันนี้เป็นวันที่สัตว์วิเศษตัวน้อยจะฟักออกมา เขาเคยดูรายการโลกของสัตว์มาก่อน เขารู้ว่าสัตว์เกือบจะทุกตัวจะเกาะติดกับสิ่งแรกที่มันเห็นในขณะเกิด ดังนั้น เขาจึงต้องการเห็นสัตว์วิเศษตัวน้อยด้วยสองตาของตนเอง และเขาเองก็ต้องการเป็นสิ่งแรกที่ถูกเห็นเช่นกัน

 

สัตว์วิเศษตัวน้อยที่ถูกวางกลับเข้าที่แท่นหินแล้วจึงกลิ้ง *ขลุก ขลุก* กลับเข้าไปในหลุมดังเดิม

 

ในขณะที่มันหยุดเคลื่อนไหว พื้นผิวของเปลือกไข่จึงส่งแสงสีขาวออกมาทันใด แสงสีขาวเริ่มกระพริบอย่างรุนแรง จากนั้นพลังวิญญาณภายในมิติจึงเริ่มเคลื่อนไหว และหลั่งไหลเข้าสู่ไข่สัตว์วิเศษ

 

เหตุการณ์ยังคงดำเนินต่อไปอีกครู่หนึ่ง และหยุดลงเมื่อเปลือกไข่เกือบจะระเบิดออกมา จากนั้น *แกร่ก* เสียงดังออกมาทำให้โหยวเสี่ยวโม่กระโดดด้วยความตกใจ เมื่อมองดูดีๆ เขาจึงพบว่าเปลือกไข่มีรอยร้าว

 

รอยแตกร้าวเริ่มขยายเป็นวงกว้าง ในวินาทีต่อมา ไข่ทั้งใบจึงเต็มไปด้วยรอยร้าว จากนั้นอุ้งมือน้อยๆยืดออกมาจากเปลือกไข่ที่แตก อุ้งมือน้อยสั่นไหวก่อนจะกดลงไปบนแท่นหิน จากนั้นหัวเปียกปอนจึงโผล่ออกมาด้วยดวงตากึ่งปิด อุ้งมือหน้า และขาหลัง คลานออกมาจากเปลือกไข่ทีละนิดๆ

 

หมาป่าเลือดสีน้ำเงินตัวน้อยนอนแหมะอยู่ด้านบนของแท่นหินและส่งเสียงครางหงิงๆอย่างมึนงงไปที่โฆยวเสี่ยวโม่ สัตว์วิเศษแรกเกิดยังไม่มีความแข็งแรงมากนัก

 

โหยวเสี่ยวโม่วางมือลงบนหัวใจของเขา ใบหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจและความสุข

 

หมาป่าเลือดน้ำเงินตัวน้อยขนสีขาวเหลือบเงินและสวยงามนี้เป็นสหายของเขา เขาคิดมาตลอดว่าหมาป่าเลือดสีน้ำเงินจะต้องเป็นสัตว์วิเศษที่ดุร้ายมาก เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าสัตว์วิเศษแรกเกิดจะน่ารักได้ขนาดนี้