0 Views

บท 128 ถูกหลอกอีกแล้ว

เมื่อรู้สึกได้ว่าเขามีเพื่อนเพิ่มมาอีกหนึ่งคนแล้ว โหยวเสี่ยวโม่จึงฮัมเพลงกล่อมเด็ก “เสือน้อยสองตัว” ไปตลอดทางกลับห้องของตน ดึงดูดสายตาประหลาดใจจากศิษย์รอบข้าง

 

มันช่วยไม่ได้นี่นา ใครใช้ให้เขาร้องเป็นแต่เพลงกล่อมเด็กกันเล่า? ตั้งแต่เด็ก เขาก็ถูกเลี้ยงดูมาภายใต้พ่อแม่ที่เข้มงวด เขาได้ดูเพียงข่าวสารและธุรกิจในทีวีเท่านั้น การ์ตูน นิยาย เพลงป็อบ และสิ่งทั้งหลายเหล่านั้นต่างเป็นสิ่งหวงห้าม

 

แต่ก็ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่สามารถดูได้ทุกสิ่ง อย่างน้อยที่สุด เขาก็ได้ดูละครหลังข่าวประมาณหนึ่งชั่วโมงทุกวัน แต่สิ่งที่ทำให้เขาอยากจะร้องตะโกนก็คือ ทุกวันนี้ละครหลังข่าวฉายประมาณสองถึงสามชั่วโมงต่อวัน เขานั้นสามารถดูได้เพียงหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น ให้ตายเถอะ อา หลังจากดูตอนนี้จบแล้ว เขาไม่รู้เลยว่าตอนหน้าจะเกิดอะไรขึ้น แต่เขาทำได้เพียงตะโกนอยู่ในใจเท่านั้น เขายังคงเกรงกลัวอำนาจของพ่อแม่อยู่

 

เมื่อผลักประตูเปิด และเดินเข้าไปภายใน โหยวเสี่ยวโม่หันหลังกลับและในขณะที่เขาปิดประตูนั่นเอง มือใหญ่ยื่นออกมาจากด้านหลังเขา ภายในชั่วพริบตา เขาก็ถูกมือใหญ่นั้นปิดปาก และลากเข้าไปภายในด้วยความแข็งแกร่ง

 

โหยวเสี่ยวโม่กลัวจนขวัญกระเจิง* เขาคิดว่าเขาเจอกับโจรเข้าเสียแล้ว แต่ไม่กี่วินาทีต่อมา เขาได้กลิ่นที่คุ้นเคยออกมาจากร่างกายด้านหลัง เขาได้ยินเสียงหัวใจเต้นอย่างแข็งแกร่งและทรงพลังที่คุ้นเคยดังออกมาจากอกของคนที่อยู่ด้านหลัง ดังนั้นเขาจึงหยุดดิ้นรนทันที

 

เมื่อเห็นว่าเขาไม่ดิ้นแล้ว คนผู้นั้นจึงหมดความสนใจและบ่นงึมงำ “ศิษย์น้อง ทำไมเจ้าไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลยละ? อย่าบอกนะว่าเจ้าไม่กลัวว่าข้าจะทำเจ้าแปดเปื้อนอีกครั้งและอีกครั้งรึ?”

 

โหยวเสี่ยวโม่ทำหน้าเหม็นเบื่อทันที -_-|| คนผู้นี้ อะไรคือการแปดเปื้อนอีกครั้งและอีกครั้ง? เขาเป็นผู้ชายนะ! หลังจากไม่ได้เจอกันเป็นเวลาหลายวัน ผิวหนังของเขาดูเหมือนจะหนาขึ้นมาก

 

โหยวเสี่ยวโม่ฉุนกึก ขบฟันเขา และตะโกน “ไม่มีวัน!”

 

เขาไม่เชื่อว่าจะทำให้มันชี้หน้าผู้ชายได้หรอก แม้ว่าเขาจะเคยถูกบังคับให้รับรู้ถึงประสบการณ์ช่วยตัวเองด้วยกันมาก่อนก็ตาม โหยวเสี่ยวโม่ยังคงเชื่อว่านั่นเป็นเพียงความแข็งแรงในตอนเช้าธรรมดาๆ ที่…….ต้องแก้ไขเท่านั้น พวกเขาเพียงแค่ช่วยกันและกัน อีกอย่าง เขาจินตนาการไม่ออกเลยว่าผู้ชายสองคนจะทำอะไรกัน…..

 

หลิงเซี่ยวหยุดทำท่าทางกลั่นแกล้งทันที ไม่นานนัก เขาจึงปล่อยเสียงหัวเราะต่ำๆออกมาขณะที่คางของเขาเกยอยู่บนบ่าของโหยวเสี่ยวโม่ เขากล่าวอย่างหยอกล้อ “ในเมื่อเจ้าไม่เชื่อข้า งั้นเรามาทดลองดูไหม?”

 

เมื่อกล่าวจบ หลิงเซี่ยวก้มตัวลง และยกโหยวเสี่ยวโม่ขึ้นมาทันทีโดยไม่รอให้โหยวเสี่ยวโม่ตอบอะไร

 

โหยวเสี่ยวโม่กรีดร้องด้วยความหวาดกลัว และในวินาทีต่อมา เขาก็ปิดปากของตัวเองเนื่องจากหลิงเซี่ยวกระซิบบางอย่างด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะข้างๆหูเขา

 

“หากเจ้าร้องออกไป เจ้าจะทำให้เพื่อนบ้านมาหานะ โอ”

 

เนื่องจากเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นครั้งล่าสุดตอนเขากำลังฝึกฝน เขาเคยทำให้เพื่อนบ้านมาหาเขาแล้วครั้งหนึ่ง โหยวเสี่ยวโม่ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นอีกครั้ง เขาไม่อยากให้คนอื่นเห็นว่าหลิงเซี่ยวอยู่ในห้องของเขาด้วย

 

หลิงเซี่ยวอุ้มเขาผ่านที่กั้นห้องมาจนถึงเตียง หลังจากมอบรอยยิ้มเงียบเชียบให้เขาแล้ว หลิงเซี่ยวจะโยนโหยวเสี่ยวโม่ลงกับเตียงขณะที่เขามองไปยังคนบนเตียงด้วยสายตาน่ากลัว โชคดีทีมีผ้าห่มผืนหนาอยู่บนเตียง

 

หลังจากที่หลิงเซี่ยวปล่อยเขา โหยวเสี่ยวโม่ก็ม้วนตัวเองไปอยู่ที่มุม และยกแขนขึ้นมากอดอกอยู่ในท่าป้องกันตัวเอง จากนั้นเขาจึงตะโกนด้วยท่าทางข่มขวัญแต่ภายนอก ในขณะที่ภายในสั่นเทิ้ม “ท่านต้องการอะไร?”

 

“ข้าต้องการอะไร?”

 

หลิงเซี่ยวหัวเราะเบาๆ ขณะมองไปยังโหยวเสี่ยวโม่ “แน่นอนว่าต้องการทำให้เจ้าแปดเปื้อนนะสิ อา”

 

โหยวเสี่ยวโม่เกือบสำลักน้ำลายตัวเอง เขาจ้องมองท่าทางของหลิงเซี่ยวด้วยสายตาเบิกกว้างราวกับจะมองดูว่าหลิงเซี่ยวจะหยอกเล่นหรือ…..เอาจริง

 

หลิงเซี่ยวชื่นชอบที่จะมองใบหน้าโมโหและดวงตาเบิกกว้างนี้ โหยวเสี่ยวโม่เป็นเพียงแกะน้อยเท่านั้น แต่กลับรักที่จะแสดงราวกับเป็นเสือดาวน้อย แม้ว่าเสือดาวน้อยจะน่ารักเช่นกันก็ตาม แต่สิ่งที่มันไม่มีคือกรงเล็บอันแหลมคม เขามีเพียงอุ้งมืออวบๆสองอุ้งมือเท่านั้น

 

ภายใต้สายตาปกป้องตัวเอง หลิงเซี่ยวก้มลงไป และหยิบผ้าห่มด้วยมือของเขา เขามองโหยวเสี่ยวโม่ที่มุมอย่างพอใจ มุมปากของเขาโค้งขึ้นขณะกล่าว “ที่จริง….ข้าไม่ชอบบังคับคนอื่นนัก ข้าชอบ….ร่วมรักแบบยินยอมมากกว่า!”

 

หัวใจขลาดของโหยวเสี่ยวโม่ระเบิดออกทันที

 

ระ ระ ระ ……ร่วมรักแบบยินยอม นี่คงไม่ใช่สิ่งที่เขาคิดหรอกใช่ไหม?

 

หลิงเซี่ยวไม่สามารถสะกดกั้นความรื่นเริงของเขาได้อีกต่อไป เขากล่าวอย่างให้คำแนะนำ ราวกับว่ามองเห็นข้อสงสัยของโหยวเสี่ยวโม่ “โอ แบบเดียวกับที่เจ้าคิดนั่นแหละ เอาแบบนี้เป็นไร? เจ้าสนใจที่จะลองกับข้าไหม?”

 

ลอง ลอง ลอง….. ลองบ้านเจ้าสิ!

 

หัวใจดวงน้อยๆของเขา จำนวนครั้งที่เขาโดนยั่วโมโหในวันนี้นั้นมากกว่าจำนวนครั้งที่ผ่านๆมารวมกันเสียอีก

 

โหยวเสี่ยวโม่คิดอย่างอดไม่ได้ว่า เขากลายเป็นคนน่าชังแบบนี้ได้อย่างไร ชายตัวน้อยๆในหัวใจของเขากำลังกระหน่ำอกเขาอยู่ เขาสามารถพูดเรื่องแบบนี้ด้วยใบหน้าเฉยเมินได้เช่นไรกัน? หรือว่า ผู้ชายสองคนสามารถ……ทำอะไรกันได้จริง?

 

เขาคงเสียสติไปแล้วแน่ๆ

 

โหยวเสี่ยวโม่ส่ายหัวอย่างบ้าคลั่ง และตัดสินใจจะไม่ลองดู

 

หลิงเซี่ยวไม่ได้โกรธ เขาดึงผ้าห่มในมือ และกระชากมันมาทางตนเอง โหยวเสี่ยวโม่ไม่ได้เตรียมตัวเนื่องจากเขาลืมว่าตัวเองอยู่ในผ้าห่ม เมื่อไม่สามารถหยุดตัวเองให้ไหลไปกับผ้าห่มได้ เขาหงายไปด้านหลัง เท้าทั้งสองของเขาถูกจับ และดึงไปโดยไม่รอให้เขาคลานกลับขึ้นมา

 

ในตอนที่เขารู้ตัว ใบหน้าหล่อเหล่าของหลิงเซี่ยวก็มาโผล่ในดวงตาเขา จนทำให้เขาตกใจเสียแล้ว เขาไม่มีท่าทางกล้าหาญอีกต่อไป และพูดอย่างตะกุกตะกัก “ท่าน อะไรที่ท่านต้องการ?”

 

“ข้าไม่ได้บอกเจ้าไปแล้วรึ?”

 

หลิงเซี่ยวค่อยๆลูบแก้มโหยวเสี่ยวโม่ด้วยนิ้วมือขวา ไม่ว่าจะด้วยท่าทางหรือคำพูดก็ตาม ทุกอย่างล้วนแต้มไปด้วยความรู้สึก และการยั่วยวน

 

“แต่ แต่ ข้าเป็นผู้ชาย….”

 

โหยวเสี่ยวโม่หน้าแดงกำ และพูดติดๆขัดๆ

 

“ข้ารู้ ข้ารู้ดีกว่าคนอื่นเสียอีกในเรื่องนั้น”

 

รอยยิ้มของหลิงเซี่ยวกว้างขึ้นไปอีก เขากล่าวอย่างมีนัยยะ “และ มิใช่ว่าข้าบอกไปแล้วรึ? ผู้ชายกับผู้ชายก็เป็นไปได้เช่นกัน”

 

“จริงรึ?”

 

ดวงตาของโหยวเสี่ยวโม่กว้างขึ้นกว่าเดิม เมื่อกล่าวเช่นนั้น เขาอยากจะตบหน้าตัวเองเหลือเกิน นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาห่วงว่ามันจะจริงหรือไม่จริงนะ

 

แน่นอนว่า เมื่อหลิงเซี่ยวได้ยินดังนั้นจึงไม่สามารถหยุดตัวเองจากการหัวเราะได้ เขาหัวเราะต่อไปขณะที่โหยวเสี่ยวโม่ทำหน้าเบื่อ -_-|| และหยุดหัวเราะลงเมื่อโหยวเสี่ยวโม่อยู่ในจุดที่จะโกรธจากความเขินอายแล้ว

 

“ศิษย์น้อง พวกเราเพียงแค่ต้องลองทำมันหนึ่งครั้ง และเจ้าจะรู้ว่ามันสามารถเป็นไปได้รึไม่”

 

หลิงเซี่ยวกล่าวด้วยเสียงต่ำ และใช้ประโยชน์ในช่วงที่โหยวเสี่ยวโม่ตื่นตะลึง เขาโน้มตัวไปด้านหน้า และจับคางโหยวเสี่ยวโม่ไว้ เขาปิดริมฝีปากนั้นด้วยริมฝีปากของเขา และดูดดึงมันอย่างรุนแรง

 

โหยวเสี่ยวโม่ถูกครอบครองด้วยความประหลาดใจ เขารู้สึกว่าริมฝีปากของเขาเริ่มรู้สึกชาจากการดูดดึง และเขาเริ่มดิ้นรน เนื่องจากขาทั้งสองข้างถูกดึงแยกออกจากกัน ทำให้พวกมันสูญเสียกำลัง เขาจึงทำได้เพียงใช้มือในการต่อต้านหลิงเซี่ยวเท่านั้น

 

เขาไม่รู้เลยว่า ยิ่งเขาดิ้นรนเท่าไร หลิงเซี่ยวยิ่งตื่นเต้นเท่านั้น การกระทำอันอ่อนแรงของเขาไม่สามารถเขย่าหลิงเซี่ยวได้แม้แต่น้อย มือพวกนั้นกลับทำให้ทั่วทั้งร่างของเขาสั่นเทิ้ม และความปรารถนาในดวงตาของเขาเริ่มลึกขึ้น ลึกขึ้น เผาไหม้ และเดือดจัด หลิงเซี่ยวปลดสายรัดออกจากเอว และทิ้งเสื้อคลุมของเขา ภายใต้กางเกงชั้นบาง สิ่งใหญ่โตที่อยู่ระหว่างขาก็ดูเหมือนจะปรากฎขึ้นมาชัดเจน

 

โหยวเสี่ยวโม่มองเห็นมันชั่วแวบในขณะที่เขาก้มหัวลง และผิวหนังของเขาเริ่มรู้สึกเสียววูบ

 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเห็นน้องชายของหลิงเซี่ยว และก็ไม่ใช่ครั้งที่สองด้วย อันที่จริง พวกเขาเจอกันหลายครั้งเลย แต่ทุกครั้งที่เขาเห็นมัน เขาอดตัวสั่นไม่ได้ มันใหญ่โตเกินไป ทุกครั้งที่เขาช่วยหลิงเซี่ยว วันต่อมามือของเขาจะต้องปวดอย่างมาก กระทั่งไม่สามารถหลอมโอสถได้

 

เมื่อเห็นปฏิกิริยาของโหยวเสี่ยวโม่ หลิงเซี่ยวจึงหัวเราะออกมาอย่างพอใจ เขาขยับร่างกายส่วนล่างเล็กน้อย ใช้ส่วนใหญ่โตและแข็งแกร่งนั้นถูไถกับต้นขาด้านในของโหยวเสี่ยวโม่

 

โหยวเสี่ยวโม่ปล่อยเสียงหอบออกมาทันที ในฐานะที่เป็นบริสุทธิ์ตัวน้อยๆ ร่างกายของเขาจึงอ่อนลงอย่างรวดเร็ว เขาไม่สามารถหยุดไม่ให้คิดย้อนหลังไปถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งล่าสุดได้ กระตุ้นและเร้าอารมณ์ จมูกของเขาร้อนขึ้น ราวกับว่าบางอย่างกำลังจะออกมา เขารีบปิดจมูกด้วยความกลัว

 

เมื่อคิดว่ามันจะเป็นอะไร เขาก็เริ่มรู้สึกราวกับว่าเขาถูกฟ้าผ่า เขา เขา เขา…. เขาไม่ปกติขึ้นทุกที

 

หลิงเซี่ยวปล่อยริมฝีปากน้อยๆที่เปลี่ยนเป็นสีแดงจากการดูดดึง เมื่อมองดูสีหน้าของโหยวเสี่ยวโม่ เขาจึงหัวเราะเสียงต่ำออกมา จากนั้นเขาก้มหัวลงอีกครั้ง และกัดอย่างแผ่วเบาไปที่ใบหูของโหยวเสี่ยวโม่ จากนั้นจึงค่อยๆลากลงต่ำเรื่อยๆ มือใหญ่ของเขาก็ไม่ได้อยู่เฉย ค่อยๆย้ายจากใบหน้าลงไปยังหน้าอก นิ้วมือหยอกล้อกับจุดสีชมพูเล็กๆบนหน้าอก เขาบิดและหยิกมันแรงๆ

 

ความรู้สึกกระตุ้นเร้าอารมณ์นี้ ราวกับสาปแช่งให้ร่างกายบริสุทธิ์น้อยๆนี้สั่นกระตุกอย่างควบคุมไม่ได้ กระแสแห่งความสุขสมกระจายออกจากจุดเล็กๆบนหน้าอกของเขาราวกับไฟช็อต ระลอกแล้วระลอกเล่า เสียงครางอย่างเชิญชวนหลุดออกจากปากอย่างคุมไม่อยู่  เสียงที่อดกลั้นไว้เกือบจะถึงจุดที่สูญเสียการควบคุมแล้ว

 

หลิงเซี่ยวเงยหน้าขึ้นและจูบปากเล็กๆนั่น ก่อนจะกลืนกินเสียงครางทั้งหมดลงไป จากนั้น เขายกอีกมือนึงขึ้น และรีบโบกสร้างตราประทับขึ้นในอากาศ เหมือนกับม่านคุ้มกันที่เขามักจะใช้กับโหยวเสี่ยวโม่

 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่โหยวเสี่ยวโม่ถูกปลุกเร้า แต่ทุกครั้งที่เขาถูกปลุกเร้า มันราวกับว่าเป็นครั้งแรกเสมอ เขาพบว่าเขาควบคุมตนเองได้ยากมาก

 

ไม่นาน เขาก็ถูกหลิงเซี่ยวทำให้หลงมัวเมาไป และลืมไปว่าเขาเป็นใคร เขานำลิ้นเขาไปพัวพันกับลิ้นของหลิงเซี่ยวอย่างซุกซน และทำให้เกิดเสียง *จุ๊บ จุ๊บ* ขึ้น มือของเขาคล้องอยู่รอบๆต้นคอของหลิงเซี่ยวโดยไม่รู้ตัว ขาของเขารัดแน่นเข้ากับเอวแข็งแกร่งของหลิงเซี่ยว ร่างกายเกาะติดกับหลิงเซี่ยวราวกับหมีโคอาล่า

 

หลิงเซี่ยวแอบพอใจอยู่ลึกๆ เขาดีใจที่ชายหนุ่มผู้นี้กำลังหลงมัวเมาไปกับรสสัมผัสเพราะเขา แต่ปฏิกิริยาตอบสนองของโหยวเสี่ยวโม่ยิ่งปลุกอารมณ์ในตัวเขาทำให้มันพลุ่งพล่านอีกครั้งและอีกครั้ง เขารีบสอดมือเข้าไปใต้เสื้อผ้า อย่างจงใจปลอบประโลม ความอบอุ่นและนุ่มลื่นผ่านมือของเขา ทำให้เกิดเสียงครางต่ำเบาๆ

 

ในขณะที่เขากำลังจะย้ายมือลงไปในชั้นใน อย่างต้องการจะก้าวไปอีกขั้น เสียงใครบางคนเคาะประตูดังขึ้นมาจากด้านนอก………

 

มือของหลิงเซี่ยวหยุดนิ่งชั่วครู่ แต่ในเวลาที่เขาหันกลับไปมอง คนใต้ร่างเขากลายเป็นลูกนกตกใจง่ายไปเสียแล้ว เมื่อได้รับสติกลับคืนมา ใบหน้าของโหยวเสี่ยวโม่ก็อยู่ในอาการตกตะลึง

 

*******

*วิญญาณทั้งสาม สติทั้งเจ็ด – ในลัทธิเต๋าจะมีวิญญาณทั้งสาม และสติทั้งเจ็ด เอาง่ายๆคือขวัญหาย ขวัญผวานั่นเอง