0 Views

 

 

ค่ำคืนที่เงียบสงบ ด้วยเสียงลมแผ่วเบาและแสงจันทร์สลัว

 

 

ในทันใดนั้นความวุ่นวายก็เกิดขึ้นทั่วทุกทิศทาง .

 

 

เสียงควบม้านั้นดังเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ พวกมันนั้นเป็นดั่งคลื่นของมหาสมุทรที่ซัดผ่านเข้ามาอย่างไม่มีสิ้นสุด !

 

 

ในเวลาเดียวกันเสียงก่นด่าและเสียงกรีดร้องก็ดังขึ้นมาจากที่ไกลๆ .

 

 

หลิงเทียนจับจอกสุราของเขาพลิกไปมาขณะที่นั่งฟังเสียงเหล่านี้ด้วยรอยยิ้ม “ ตระกูลหยางในตอนนี้นี่ลงทุนด้วยทุกอย่างที่มีจริงๆ . มันดูเหมือนว่าเจ้าจิ้งจอกเฒ่าหยางกงซุนนั้นจะกระวนกระวายมากจริงๆ ! ยิ่งมันทำเช่นนี้ก็ยิ่งทำให้ดูเหมือนว่ามันนั้นยังจะพอมีจิตสำนึกอยู่บ้าง ! น่าสนใจ , น่าสนใจริงๆ ! ”

 

 

ด้านตรงข้ามของหลิงเทียน , หลิงเจี้ยนที่ตอนนี้ใบหน้าเต็มฉาบไปด้วยสีแดงแต่สายตาของเขานั้นยังคงแหลมคมและเยือกเย็น !

 

 

“ คุณชาย แล้วพวกเราควรจะทำอะไรต่อไป ? ”

 

 

หลิงเจี้ยนรู้ดีว่าคุณชายของเขานั้นจะไม่ปล่อยให้เขาไปสังหารขยะโดยเปล่าประโยชน์ ถ้าหากไม่มีการติดตามผลต่อไป นั่นก็คงจะไม่ใช่แผนที่ถูกสร้างโดยคุณชายของเขา .

 

 

หลิงเจี้ยนนั้นคุ้นเคยกับนิสัยและงานอดิเรกของหลิงเทียนเป็นอย่างมาก . หลิงเทียนนั้นจะไม่มีวันทำเรื่องใหญ่เพียงเพื่อเป้าหมายเดียว . สำหรับเรื่องงายๆหรืออะไรที่ไม่ต้องคิดมากหลิงเทียนจะไม่ใช่ความคิดของตัวเองเพื่อของพวกนี้เด็ดขาด ! เขาจะเพียงแค่โยนมันไปให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาไปจัดการเท่านั้น . แผนการของหลิงเทียนนั้นมักจะเหนือความคาดหวังของทุกคน แต่มันก็ยังอยู่ภายในการควบคุมของเขา . ทุกๆเรื่องที่ถูกจัดการโดยหลิงเทียนนั้นมักจะทำให้หลิงเจี้ยนตกตะลึงด้วยความชื่นชมอยู่เสมอ . หลิงเจี้ยนรู้ดีว่าเขาไม่ได้คิดผิดอย่างแน่นอน , การสังหารหนานกงเล่อนั้นเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของแผนการของหลิงเทียน !

 

 

ในเรือนของหลิงเทียน , รู้สึกถึงสายลมที่พัดผ่านอย่างรุนแรง หลิงเทียนและหลิงเจี้ยนทั้งสองก็รู้สึกว่าผู้เชี่ยวชาญทั้งสองคนที่อยู่ภายในลานแห่งนี้นั้นกำลังกระวนกระวายใจ .

 

 

ผู้คุ้มกันของอวี้ปิงหยานนั้นในที่สุดก็นั่งไม่ติด .

 

 

การปรากฏตัวของหลิงเฉินก่อนหน้านี้ได้ทำให้ทั้งสองคนนั้นต้องระวังตัวขึ้นอย่างมาก . ในช่วงกลางดึกเช่นนี้กลับเกิดเรื่องวุ่นวายอย่างมากขึ้นภายในอาณาจักรครองฟ้าแห่งนี้ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้เชี่ยวชาญทั้งสองคนนั้นจะไม่กังวลโดยไม่ต้องพูดถึงว่าใครที่เป็นเป้าหมายของความวุ่นวายนี้ .

 

 

ภายในเงาที่อยู่นอกเรือน ชายในชุดดำทั้งสองคนนั้นกำลังโต้เถียงกันอยู่ “ เสวี่ยเฟย เจ้าคุ้มกันองค์หญิงน้อยอยู่ที่นี่ ข้าจะไปดูสักหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น ” เสียงที่ดังขึ้นมานี้เป็นของเสวี่ยเลิ่ง

 

 

“ มันจะดีที่สุดถ้าเจ้าอยู่ที่นี่และให้ข้าไปแทน . ฝีเท้าของข้านั้นดีกว่าเจ้าและมันจะง่ายที่ข้าจะเคลื่อนไหว ” เสียงนี้เป็นของเสวี่ยเฟย

 

 

“ บัดซบ ! เจ้าต้องฟังข้าและคุ้มกันอยู่ที่นี่ ! ”

 

 

“ ทำไมข้าต้องฟังเจ้าด้วย ? พวกเราทั้งคู่ต่างอายุเท่ากัน . ทำไมเจ้าต้องมาทำเป็นเหมือนหัวหน้าของข้าด้วยเล่า ? ตอนนี้เจ้าต้องฟังข้า ”

 

 

“ บัดซบ ! ข้าเกิดก่อนเจ้านะโว้ย ! ”

 

 

“ ชิ , พวกเราต่างเกิดพร้อมกัน แล้วเจ้าอาศัยอะไรมาบอกว่าอายุมากกว่าข้า ?! บางที ถ้าหากตอนนั้นไม่มีอะไรผิดพลาด ข้าก็คงจะอายุมากกว่าเจ้าไปแล้ว ! นี่เจ้ากล้าคิดรึว่าเจ้าเป็นบุตรชายคนโต ? ”

 

 

“ ถ้าอย่างนั้น…พวกเราก็คงต้องใช้วิธีดั้งเดิม ! ”

 

 

“ ตกลง ! ใช้วิธีดั้งเดิม ! ”

 

 

ใครจะรู้ว่าพวกเขานั้นหาข้อสรุปได้อย่างไร , แต่เสวี่ยเลิ่งจบด้วยการเป็นผู้ชนะและยิ้มออกมาด้วยความยินดี . ร่างของเขาพุ่งไปบนอากสก่อนที่เขาจะหายตัวไปในความมืดมิดยามราตรี .

 

 

เสวี่ยเฟยส่ายหน้าด้วยความหงุดหงิดก่อนที่เขาจะปกปิดตัวเองกลับไปในความมืดมิดเช่นเดิม . แต่ก่อนที่เขาจะหายตัวไปกับความมืด เขามองตรงไปที่ห้องของนายน้อยหลิงและทำเสียงถุยน้ำลายออกมา .

 

 

ภายในห้อง , หลิงเทียนและหลิงเจี้ยนมองหน้ากันและกันก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความขบขัน

 

 

แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญทั้งสองคนนั้นจะอยู่ไกลและพูดเบามากๆ แต่หลิงเทียนและหลิงเจี้ยนทั้งสองนั้นก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลิงเทียนที่มีปราณหนาแน่นและทรงพลังยิ่งกว่าสองพี่น้องตระกูลเสวี่ย . ด้วยเหตุนี้หลิงเทียนและหลิงเจี้ยนจึงได้ยินทุกๆคำพูดของพวกนั้นอย่างชัดเจน .

 

 

“ แม้ว่าสองคนนั้นจะดูเยือกเย็นดั่งน้ำแข็ง แต่ข้าไม่คิดเลยนะว่าพวกเขาจะชอบเล่นสนุกกันด้วยการใช้ค้อน,ใบมีดและกระดาษ ( TL: เป่ายิ้งฉุบ )แบบนี้เป็นด้วย . น่าสนใจ น่าสนใจ , เอาล่ะเจี้ยนเจี้ยน , มันดูเหมือนว่าพวกเราต้องลองแหย่ให้พวกเขาทะเลาะกันสักหน่อยแล้วถ้าหากมีโอกาส มันอาจจะน่าสนใจยิ่งกว่าดูการแสดงก็ได้นะ ” หลิงเทียนหัวเราะคิกคักออกมา .

 

 

“ พรูด ! ” หลิงเจี้ยนสำลักไวน์ในปากออกมา . แม้ว่าเขาจะได้ยินบทสนทนาระหว่างพวกเขาทั้งสองแต่ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมากนัก แต่อย่างไรก็ตาม คำพูดของหลิงเทียนนั้นทำให้เขาแทบจะระเบิดหัวเราะออกมา .

 

 

ขณะที่สถานการณ์มันเริ่มวุ่นวายมากขึ้น ทั้งสองคนก็นั่งรออยู่ชั่วครู่ก่อนที่หลิงเทียนจะยืนขึ้น , “ ได้เวลาแล้ว . ตอนนี้กองกำลังหัวกะทิของตระกูลหยางน่าจะเคลื่อนพลออกมากันหมดแล้ว . หลิงเจี้ยน พวกเราลองไปดูความแข็งแกร่งที่หยางกงซุนปกปิดไว้เสียหน่อยแล้วกัน ! ”

 

 

หลิงเจี้ยนหัวเราะออกมาและยกสุราในจอกเข้าปากก่อนจะยืนขึ้น

 

 

หน้าต่างพลันเปิดออกอย่างเงียบๆ

 

 

ในเวลาเดียวกันนั้น ร่างของทั้งสองก็พลันหายไปในความมืดมิดราวกับว่าพวกเขานั้นหลอมรวมเข้าไปกับความมืด

 

 

กลิ่นดอกไม้หอมไหลเข้ามาภายในห้องพร้อมกับร่างที่สง่างาม . หลิงเฉินเดินไปที่เตียงที่อยู่ด้านข้างด้วยความสงบนิ่งและกอดชุดที่หลิงเทียนเพิ่งจะเปลี่ยนออกไปด้วยรอยยิ้มที่อ่อนหวาน . จากนั้นนางก็พลิกฝ่ามือเบาๆเพื่อดับไฟในตะเกียง .

 

 

บ้านใหญ่ตระกูลหลิงพลันเต็มไปด้วยความมืด

 

 

เคลื่อนตัวผ่านค่ำคืนพร้อมกับสายลมที่อ่อนโสน หลิงเจี้ยนรู้สึกถึงความสุขสบายที่เขาไม่ได้รู้สึกมาเนิ่นนานมากแล้ว !

 

 

ในที่สุดเขาก็สามารถทำงานร่วมกับคุณชายของเขาอีกครั้ง !

 

 

หลิงเจี้ยนรู้สึกราวกับว่าเขาได้กลับไปในช่วงเวลาที่เขาได้พบกับคุณชายเป็นครั้งแรกและรู้สึกว่าภายในใจของเขานั้นสงบลงอย่างรวดเร็ว เขาพลันรู้สึกว่าเขาไม่ใช่คนที่ไม่มีใครให้พึ่งพาอีกแล้วและไม่ใช่คนที่ไม่มีบ้านให้กลับอีกต่อไป . ในช่วงสิบปีที่ผ่านมาเรื่องเล็กๆน้อยๆที่เป็นประสบการณ์ร่วมกันระหว่างพวกเขาทั้งสองนั้นได้กระพริบผ่านเข้ามาภายในความคิดขณะที่เขารู้สึกถึงความอบอุ่นที่ห่างหายไปนาน . เขาที่มักจะเย็นชาและเยือกเย็นกลับรู้สึกถึงความอบอุ่นเช่นนี้และรู้สึกสบายใจอย่างมาก .

 

 

หลิงเทียนไม่รู้และบางทีตัวของหลิงเจี้ยนเองก็คงจะไม่รู้เช่นกัน . นับตั้งแต่ตึกกุหลาบโลหิตถูกทำลายลงภายใต้คมดาบของหลิงเจี้ยน , เป้าหมายในชีวิตที่เหลือของหลิงเจี้ยนก็คือรับใช้หลิงเทียนเพียงผู้เดียว ! ช่วยหลิงเทียนในการสังหาร ! ปกป้งหลิงเทียนด้วยชีวิตของตัวเอง ! นี่เป็นเพียงความปรารถนาเดียวของหลิงเจี้ยนในชีวิตนี้ !

 

 

ในใจของหลิงเจี้ยนนั้นสถานะของหลิงเทียนนั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีใครสามารถมาเปลี่ยนได้ หลิงเทียนนั้นเป็นน้องชายหรือแม้กระทั่งเป็นดั่งพระเจ้าภายในใจของเขา !

 

 

เขามองไปที่หลิงเทียนซึ่งกำลังเคลื่อนตัวไปพร้อมๆกับเขา การเคลื่อนที่ของทั้งสองนั้นไม่ช้าและไม่เร็วจนเกินไปซึ่งทำได้ยากอย่างมาก หลิงเทียนนั้นยังคงรักษาระยะห่างระหว่างพวกเขาอย่างพิถีพิถันและไม่เร่งความเร็วจนทำให้เขารู้สึกลำบาก . หลิงเทียนรู้สึกอีกครั้งแล้วว่าช่องว่างระหว่างเขากับคุณชายนั้นห่างขึ้นอีกแล้ว . เขาอดไม่ได้ที่จะสาบานกับตัวเองภายในใจว่าจะบ่มเพาะให้หนักกว่านี้ เพื่อที่วันหนึ่งเขาจะสามารถช่วยเหลือคุณชายของเขาได้ยิ่งกว่านี้ในอนาคต !

 

 

เงาของเสวี่ยเลิ่งปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของพวกเขา

 

 

ทั้งคู่มองหน้ากันก่อนจะยิ้มออกมา เดิมที่พวกเขานั้นตามเสวี่ยเลิ่งมาที่นี่ และในที่สุดตอนนี้ทั้งคู่ก็ได้เจอเขา เขาเป็นเหมือนแกะที่มีลูกพรวนผู้อยู่ที่คอ .

 

 

บนถนนที่มืดมิด กองกำลังที่สวมชุดสีดำปรากฏอยู่รอบๆถนนเส้นนี้ พวกมันกำลังจะเข้าไปที่โรงเตี้ยมเพื่อตรวจสอบหรือสอบถามตามที่อยู่อาศัยต่างๆ จนทำให้ทั่วทั้งเมืองนั้นเกิดความวุ่นวายอย่างมาก .

 

 

บางครั้งบางคราว ร่างในชุดดำนั้นก็จะกระโจนขึ้นไปบนหลังคาและมองพื้นที่รอบๆ นี่ทำให้หลิงเทียนและหลิงเจี้ยนรวมไปถึงเสวี่ยเลิ่งที่อยู่ด้านหน้าต้องรอบคอบและระวังตัวยิ่งกว่าเดิม

 

 

กองกำลังที่ตระกูลหยางส่งออกมานั้นเป็นสิ่งที่กระทั่งทำให้หลิงเทียนรู้สึกแปลกใจอย่างมาก .

 

 

มีเสียงของม้าที่วิ่งอยู่ดังขึ้นมาและกำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ . เมื่อหลิงเทียนปลดปล่อยสัมผัสศักดิ์สิทธิ์และสดับฟังอย่างรอบคอบแล้ว เขาก็ตระหนักได้ว่ากองกำลังที่กำลังจะมาถึงนี้มีมากมาย ( 500 คน ) , เสียงของม้านั้นกระพือดังออกมาเป็นระเบียบอย่างมาก . มันดูราวกับว่าม้าทุกๆตัวนั้นกำลังวิ่งด้วยความพร้อมเพรียงกัน . การที่สามารถฝึกทหารม้าได้ถึงระดับที่ว่านี้ไม่สามารถใช้คำอธิบายที่ว่า ‘ ฝึกฝนมาอย่างดี ’ ได้อีกต่อไป . มันสามารถบอกได้ว่าเป็นกองกำลังที่มหัศจรรย์อย่างมาก !

 

 

“ หลิงเจี้ยน , สังเกตเหล่าทหารม้าที่เพิ่งจะเดินทางมาถึงให้ดี . พวกมันนั้นอาจจะเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดที่หยางกงซุนได้ซุกซ่อนเอาไว้ ‘ กองกำลังกระบี่สวรรค์ ’ . นี่ถือเป็นข่าวที่พวกเราไม่สามารถหามาได้ . จับตาดูความแข็งแกร่งทั้งหมดของพวกมันเอาไว้ . พวกมันเหล่านี้แหละที่จะเป็นศัตรูตัวฉกาจที่สุดของลานตำหนักตระกูลหลิงของพวกเราในอนาคต ” หลิงเทียนพูดเสียงเบา

 

 

หลิงเจี้ยนมองอย่างเคร่งครัดไปที่กองกำลังที่อยู่บนถนนและเอ่ยอย่างใจเย็น , “ กองกำลังนี้สามารถบอกได้เลยว่าเป็นสุดยอดหัวกะทิในหมู่หัวกะทิด้วยกัน . ถ้าหากพวกเรานำคนห้าร้อยคนมาจากลานตำหนักตระกูลหลิงของพวกเราเพื่อปะทะกับพวกมัน , ทั้งสองฝ่ายต้องตกตายกันอย่างมากเป็นแน่ ! นอกจากนี้อาจจะเป็นพวกเราเสียด้วยซ้ำที่สูญเสียอย่างหนัก ! ”

 

 

หลิงเทียนยังคงสังเกตกองกำลังนี้ด้วยความรอบคอบ ท่าทางของบุรุษเหล่านั้น , ท่าทางของม้า , ความสอดประสานกันระหว่างม้ากับคน , เขาไม่อาจปล่อยให้รายละเอียดเล็กน้อยใดๆเล็ดลอดไปจากสายตาของเขาได้ . หลังจากที่ได้ยินหลิงเจี้ยนเอ่ยเช่นั้นออกมาเขาก็พยักหน้า “ การวิเคราะห์ของเจ้าในครั้งนี้ถือว่ามีเหตุผล แต่นั่นเป็นข้อจำกัดถ้าหากพวกมันต่อสู้บนพื้น . ถ้าหากพวกมันสู้อยู่บนหลังม้า คนของพวกมันทั้งห้าร้อยคนจะสามารถสู้กับคนของพวกเราได้ถึงพันคน ! นอกจากนี้ หยางกงซุนก็มีกองกำลังที่ว่านี้อยู่ถึงสามพันคน ! ”

 

 

“ สามพัน ?! ” หน้าของหลิงเจี้ยนพลันเปลี่ยนไป

 

 

“ ถ้าหากว่าคนพวกนี้ปะทะกับคนจากลานตำหนังตระกูลหลิงแบบตัวต่อตัว . พวกมันจะแพ้แน่นอน ! แต่ถ้าหากพูดถึงโดยรวมของพวกมันแล้วล่ะก็ , ลานตำหนักตระกูลหลิงนั้นก็ยังคงห่างไกลที่จะเอาไปเปรียบเทียบกับพวกมัน . ในสนามรบนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการร่วมมือซึ่งกันและกัน . ถึงกับสามารถฝึกฝนกองกำลังเช่นนี้ขึ้นมาได้ มันเป็นไปไม่ได้แน่นอนที่จะทำมันโดยปราศจากการใช้เวลาอย่างน้อยแปดถึงสิบปี ! ดังนั้น นี่แน่นอนว่าอาจจะเป็นไพ่ตายของหยางกงซุน ! ”

 

 

หลิงเทียนยังคงสังเกตไปที่กลุ่มคนพวกนั้นก่อนจะพูด “ มองไปที่ความสอดประสานกันระหว่างคนกับม้าสิ , พวกมันดั่งหลอมรวมกันเป็นสิ่งเดียว . หลิงเจี้ยน , นั่นเป็นส่วนที่น่ากลัวที่สุด ! มันมีเพียงวิธีเดียวเท่านั้นที่จะจัดการกับกองกำลังเช่นนี้ได้ . ต้องแยกพวกมันออกจากกันและสังหารคนให้ได้ . ถ้าหากพวกเราต้องปะทะกับพวกมัน พวกเราจะต้องจ่ายค่าเสียหายด้วยราคาที่เกินที่เราจะรับไหวแน่นอน ! ”

 

 

จิตสังหารอันน่าสยดสยองถูกปล่อยออกมาผ่านสายตาของหลิงเจี้ยน !

 

 


 

กลุ่มลับถึง 506

Legend of Ling Tian ตำนานของหลิงเทียน

 

เนื่องในวันพ่อ ทุกกลุ่ม 400 บาทครับหมด 7 ธันวาคม เที่ยงคืน