0 Views

 

หลังจากที่พวกเขาควบม้าเข้ามาในลาน พวกเขาก็ได้รับการต้อนรับจากทัศนีย์ภาพที่งดงาม สวนที่ถูกล้อมรอบไปด้วยแอ่งน้ำสีน้ำเงินสดใส ภูเขาเทียมที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อตกแต่งจนให้ความรู้สึกราวกับอยู่ในฤดูใบไม้พลิ ด้วยดอกไม้และพุ่มไม้ที่ประดับตกแต่งไปทั่วทุกพื้นที่ทำให้กลิ่นของมันช่างหอมหวนเย้ายวนใจยิ่ง สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้มักจะรู้สึกราวกับว่าตนกำลังอยู่ที่บ้านพักของเหล่าอ๋อง

 

 

หลังจากที่ผ่านห้องโถงด้านหน้ามาก็เห็นสนามฝึกฝนเล็กๆที่ถูกล้อมรอบไปด้วยต้นหูหยาง ด้านหลังของต้นหูหยางนั้นมีคอกม้าที่ถูกจัดเรียงไว้อย่างประณีตเพื่อให้เพียงพอต่อคนหลายพันคน ทุกๆประตูของลานแห่งนี้นั้นมีต้นหลิวเตี้ยอยู่ด้านข้างที่เอียงเอนไปตามลม อีกข้างของประตูนั้นมีกระถางดอกไม้ห้อยอยู่สองใบทำให้มันดูคล้ายกับว่าเป็นเรือนพักของคนสามัญธรรมดาๆ … ซึ่งมันมีไว้เพื่อหลอกตาคน

 

 

ยิ่งเดินเข้ามาลึกๆ มุมมองของพวกเขาก็จะพลันเบิกกว้างมากขึ้น ยิ่งเดินก็ยิ่งกว้างเพราะจุดนี้มันมีลานกว้างที่ถูกสร้างไว้เพื่อสามารถรองรับคนได้หนึ่งหมื่นคนเป็นอย่างน้อย หลังจากที่ผ่านลานกว้างแห่งนี้ ภูเขาแห่งชัยชนะก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า สำหรับการก่อสร้างกำแพงชั้นนอกและบ้านเรือน หลิงเทียนได้สั่งว่าจำเป็นต้องสกัดหินจากภูเขาชัยชนะเท่านั้น ในเวลาเดียวกันนั้นเขาก็ส่งคนมาควบคุมการขุดอุโมงค์และสกัดหินจากภูเขาลูกนี้เป็นพิเศษ. หลังจากลานตำหนักหลิงถูกสร้างเสร็จสมบูรณ์ แทบจะครึ่งหนึ่งของภูเขาแห่งชัยชนะนั้นถูกขุดออกไป ! ศิลาจำนวนมากมายที่ถูกขุดออกมาทำให้เกิดเป็นถ้ำลึกด้วยประตูศิลาขนาดยักษ์ที่กั้นทางอยู่ด้านนอก นอกเหนือจากห้องฝึกฝนขนาดใหญ่ ห้องศิลาลับหลากหลายห้องก็ถูกขุดขึ้นตามคำขอของหลิงเทียน . สถานที่แห่งนี้นั้นเป็นฐานทัพลับอย่างแท้จริง !

 

 

หลังจากที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นพวกมันก็จะได้รับโอกาสเข้าไปข้างในถ้ำเพื่อฝึกฝนซึ่งการฝึกฝนภายในถ้ำแห่งนี้นั้นจะเปลี่ยนไปทุกๆเดือนการฝึกทุกอย่างจะแตกต่างจากเดิมไปอย่างสิ้นเชิง ในสายตาของกองกำลังส่วนตัวทั้งสองหมื่นคนของหลิงเทียน พวกมันคิดว่าจะต้องรุ่งโรจน์และได้รับประโยชน์อย่างมากแน่นอนถ้าหากสามารถเข้าไปในถ้ำแห่งนี้ได้ ! การที่สามารถเข้าไปในถ้ำแห่งนี้ก็แสดงว่าพวกมันได้รับการยอมรับจากคุณชายแล้ว ! ดังนั้นเพื่อที่จะเข้ามาในถ้ำแห่งนี้ พวกมันทุกคนต่างฝึกฝนอย่างหนักราวกับคนบ้า ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ความแข็งแกร่งของพวกมันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

 

เมื่อผู้คุ้มกันประตูทั้งแปดคนเห็นหลิงเทียนมาถึง พวกมันก็โค้งคารวะและเปิดผนึกประตูศิลา หลิงเทียนไม่ได้หยุดเดินก่อนจะเอ่ยคำสั่ง “ เรียกเฟิง , หยุน , เล่ย , ฉือ , เตี้ยน และลิ่ว , ชี , ปา , จิ่ว , สือ เข้ามาหาข้าที่ห้องเรียนรู้โดยด่วน ! ”

 

 

หลังจากรับคำสั่งแล้วพวกมันก็รีบไปแจ้งคนที่เกี่ยวข้องทันที

 

 

เวลาต่อมาไม่นาน เหล่าคนที่หลิงเทียนได้เรียกก็ได้มาถึงห้องเรียนรู้ของเขาแล้ว

 

 

แม้ว่ามันจะถูกเรียกว่าห้องเรียนรู้ แต่มันก็เป็นถ้ำที่มีโต๊ะธรรมดาๆไม่กี่โต๊ะและเก้าอี้ . หลิงเทียนพยักหน้าเมื่อเขาเห็นว่าทุกๆคนได้มาถึงแล้ว จากนั้นเขาก็กดสวิทช์ที่อยู่บนโต๊ะ ด้วยเสียงเครื่องจักรที่ดังลั่น กำแพงหินที่อยู่เบื้องหลังของหลิงเทียนก็พลิกเปิดและเผยให้เห็นพื้นที่อันกว้างขวาง ตรงกลางคนพื้นที่โล่งๆนั้นมีโต๊ะหินรูปไข่และเก้าอี้ที่อยู่ล้อมรอบมัน . มันดูเหมือนห้องประชุมอันทันสมัย ความจริงแล้ว หลิงเทียนได้จำลองห้องนี้มาจากห้องประชุมเมื่อชาติที่แล้ว .

 

 

ด้านข้างของกำแพงนั้นมีตู้หนังสือขนาดใหญ่และมีช่องวางเล็กๆแยกกันหลายช่อง ซึ่งช่องเหล่านั้นถูกยัดด้วยกระดาษข้อมูลที่แตกต่างกัน ทุกๆช่องจะมีรายชื่อของอาณาจักรต่างๆ , เหล่าตระกูลทรงอำนาจ ซึ่งส่วนใหญ่นั้นจะเต็มไปด้วยรายชื่อเสียมากกว่า.

 

 

นี่คือข้อมูลที่เครือข่ายของหลิงเทียนได้รวบรวมไว้ ไม่กี่ปีที่ผ่านมา เขาได้รวบรวมข่าวจากทั่วทั้งทวีป ทุกๆวันจะมีคนมาจัดการเรียบเรียงข้อมูลและจัดเก็บอย่างรอบคอบและประณีต นี่เป็นรูปแบบของห้องเก็บหนังสือในชาติที่แล้วของเขา เหล่าคนที่สามารถเข้ามายังห้องนี้ได้นั้นคือพวกคนที่ติดตามเขามาตั้งแต่เด็กหรือคนที่ถูกหลิงเทียนเลี้ยงดูมาตั้งแต่ยังเด็ก  . พวกมันทั้งหมดล้วนเป็นผู้ช่วยที่เขานั้นเชื่อใจ ! บุคคลเหล่านนี้นั้นเป็นบุคคลสำคัญต่อองค์กรของเขาในปัจจุบัน !

 

 

พอพวกมันเห็นหลิงเทียนเดินเข้ามาทุกๆคนต่างลุกขึ้นยืนและเอามือไขว้หลัง ใบหน้าของพวกมันนั้นเต็มไปด้วยความเทิดทูนและยกย่อง ! แม้ว่าเมื่ออยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลหลิง , หลิงเทียนจะดูไม่ต่างจากนายน้อยของตระกูลใหญ่ทั่วๆไป แต่สำหรับที่ลานตำหนักหลิงแห่งนี้เขาเป็นดั่งพญายม ! ขณะที่หลิงเทียนโตขึ้นเรื่อยๆ อำนาจของเขาก็เริ่มเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน ร่างกายอันสูงส่งของเขาก็เริ่มเปล่งรัศมีแห่งราชาออกมา ! เมื่อได้มองหลิงเทียน พวกมันทั้งหมดต่างรู้สึกราวกับว่าพวกมันกำลังแหงนคอมองไปที่จุดสูงสุดของภูเขาที่สูงตระหง่าน !

 

 

หลิงเทียนเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ตรงหัวโต๊ะขณะที่หลิงเฉินนั้นเดินไปยืนอยู่เบื้องหลังของเขาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเย็นชา สายตาอันเยือกเย็นของนางพัดผ่านฝูงชนทั้งหมด . ด้วยความนับถือหลิงเทียน , พวกมันจึงไม่กล้าที่จะมองลงไปที่หลิงเฉิน พวกมันทั้งหมดต่างรู้ว่าหลิงเฉินนั้นใกล้ชิดกับหลิงเทียนมากที่สุด ดังนั้นพวกมันจึงเรียกนางว่าท่านหญิงเฉินอยู่บ่อยๆและจะไม่มีใครเรียกนางด้วยชื่อของนาง

 

 

นอกจากนี้ ทุกๆคนที่อยู่เบื้องหน้าของหลิงเทียนในตอนนี้เคยเจ็บช้ำเพราะหลิงเฉินมาก่อน แม้ว่าพวกมันจะรู้ว่านางนั้นเป็นสาวใช้ส่วนตัวของหลิงเทียน แต่วรยุทธของนางนั้นกลับอยู่สูงกว่าคนอื่นๆในลานตำหนักหลิงแห่งนี้ มีเพียงหลิงเจี้ยนที่ทุกคนหวาดกลัวเท่านั้นที่สามารถเอาชนะนางได้ คนอื่นๆที่เหลือไม่แม้กระทั่งสามารถยืนได้ถึงสิบกระบวนท่าเมื่ออยู่ต่อหน้านาง ! ด้วยเหตุนี้พวกมันทั้งหมดจึงเกรงกลัวเจ้าหญิงน้ำแข็งผู้งดงามนางนี้มาก . พวกมันรู้ว่าถ้าหากพวกมันทำผิดต่อหลิงเทียน , บางทีหลิงเทียนก็คงอาจจะปล่อยพวกมันไปและลงโทษเล็กๆน้อย แต่ถ้าหากว่าพวกมันเกิดทำให้หลิงเฉินโกรธขึ้นมาล่ะก็ ผลที่ตามมาจะเลวร้ายยิ่งกว่าการทำผิดต่อคุณชายของพวกมัน ! ต่อให้หลิงเจี้ยนออกมาห้ามปรามหรือขอร้องในนามตัวแทนของพวกมันก็คงจะไม่มีประโยชน์

 

 

หลังจากกวาดสายตามองทุกคน หลิงเทียนก็พูดอย่างช้าๆ “ นั่งลงได้ ”

 

 

ทุกๆคนพยักหน้าและนั่งลงอย่างเงียบๆ จากนั้นพวกมันก็มองไปที่หลิงเทียน พวกมันนั้นรู้คุณชายของพวกมันนั้นต้องมีเรื่องใหญ่บางอย่างจะบอกพวกมัน

 

 

แต่ก่อนที่หลิงเทียนจะเปิดปากพูด เขาก็คิดบางอย่างได้และสั่งออกไป “ หลิงฉือไปเรียกเฟิงโม่และหวังฮั่นมา มีเรื่องบางอย่างที่ข้าต้องสั่งพวกมันในวันนี้ ”

 

 

หลิงฉือนั้นเป็นชายหนุ่มผอมบางและมีสายตาที่เด็ดเดี่ยว . หลังจากที่ได้ยินคำสั่งของหลิงเทียน เขาก็ตอบรับก่อนจะรีบออกไปทันที .

 

 

จากนั้นหลิงเทียนเคาะโต๊ะศิลาเบาๆด้วยนิ้วมือก่อนจะเอ่ยถาม “ หลิงชี เจ้าดูแลฝั่งใต้ใช่หรือไม่ ? ”

 

 

ชายหนุ่มที่ดูดีคนหนึ่งยืนขึ้นและตอบ “ เป็นข้าเองขอรับ, คุณชาย ”

 

 

หลิงเทียนตอบกลับเพียงคำว่า ‘ อืมม ’ ก่อนจะพูด “ ไปนำข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการแต่งงานของเด็กในตระกูลหนานกง อีกทั้งข้อมูลที่เกี่ยวกับหนานกงเล่อและหนานกงหยู่ รวมไปถึงความสัมพันธ์ของพวกมันกับผู้สืบทอดตระกูล นำทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวของกับเรื่องพวกนี้ออกมา ข้าต้องการให้พวกมันมาอยู่ตรงหน้าก่อนที่เฟิงโม่จะมาถึง ”

 

 

ท่าทางของหลิงชีไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ มันเพียงแค่ตอบรับจากนั้นก็ลุกขึ้นและเดินไปที่ตู้หนังสือที่อยู่รอบๆเพื่อหาข้อมูลทั้งหมด

 

 

“ หลิงจิ่ว ไปเอาข้อมูลเดียวกันนี้แต่เป็นของตระกูลหยางมา . หลิงลิ่ว ,ข้าขอข้อมูลตระกูลหยู่ ”

 

 

“ รับทราบขอรับคุณชาย ! ”

 

 

ประตูศิลาพลันเปิดขึ้นอย่างนุ่มนวลก่อนที่สาวใช้สองคนจะเดินเข้ามา คนหนึ่งถือน้ำร้อนและอีกคนถึงชุดชา หลังจากที่วางถ้วยชาไว้เบื้องหน้าของทุกๆคนแล้วพวกนางก็จากไปอย่างเงียบๆ ตั้งแต่เข้ามายันจากไปพวกนางนั้นไม่กล้าที่จะเงยหน้าขึ้นมามองหลิงเทียน ! พวกนางเพียงแอบชำเลืองมองเพียงครั้งคราว และสายตาของพวกนางนั้นก็เต็มไปด้วยความเทิดทูนและกตัญญู

 

 

จากนั้นหลิงเทียนก็ผอ่านข้อมูลทั้งหมดที่หลิงชีและหลิงจิ่วนำมาเสนอให้กับเขาด้วยคิ้วที่ขมวดแน่น

 

 

“ รายงานคุณชาย , เฟิงโมและหวังฮั่นขออนุญาตเข้าไปขอรับ ”

 

 

หลิงเทียนตอบเพียงแค่ ‘ อืม ’ เท่านั้น แม้ว่าเสียงของเขาจะไม่ดังแต่มันก็แล่นผ่านไปที่ประตูและเข้าหูของคนที่อยู่ด้านนอก

 

 

จากนั้นเฟิงโม่และหวังฮั่นก็เดินเข้ามาด้วยความเคารพ พวกมันทั้งสองคนนั้นเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่แทบจะปริออก พวกมันดูแข็งแรงและสูงกว่าเดิมมาก

 


 

กลุ่มลับถึง 406

Legend of Ling Tian ตำนานของหลิงเทียน