0 Views

 

ฉินเหล่าซือหัวเราะด้วยความหนักใจก่อนจะพูด “ มันหายากมากที่จะสามารถเจอน้องเสี่ยวได้ ในเมื่อพวกเรานั้นพักอยู่ที่เดียวกันในตอนนี้ ฉินผู้นี้ก็เลยมีเรื่องอยากจะมาคุยกับน้องเสี่ยว ดังนั้นข้าจึงถือวิสาสะมาที่นี่ หวังว่าน้องเสี่ยวจะเข้าใจ ”

 

 

เสี่ยวเฟิงหานยิ้มเล็กน้อยก่อนจะตอบ “ พี่ฉินพูดอะไรเช่นนั้นเล่า ? สำหรับท่านแล้วไม่จำเป็นต้องมีพิธีรีตองอะไรทั้งนั้นการที่พี่ฉินมาที่นี่ก็ถือว่าเป็นเกียรติของข้าแล้ว ! เชิญนั่งเถอะ ”

 

 

มองไปที่ด้านข้าง หลิงเทียนนั้นนั่งอยู่บนเก้าอี้ตั้งนานแล้วและวางขาไว้ที่ใต้ก้น [ TL : นั่งขัดสมาธิ ] ในขณะที่นั่งลง นี่มันไร้มารยาทโดยสิ้นเชิง…จากนั้นหลิงเทียนก็ค่อยๆเขี่ยๆขนมที่อยู่บนโต๊ะก่อนที่เขาจะยัดมันเขาปากและกลืนมันลงไป ก่อนจะมีเสียง “ แหวะ ! ” ออกมาก่อนจะพูด “ แย่มาก ! ไม่เห็นอร่อยเลย ! ” ฉินเหล่าซือค่อยๆนั่งลงข้างๆเขาก่อนจะกระแอมดังๆออกมาสองครั้ง

 

 

เสี่ยวเฟิงหานรู้สึกไม่พอใจแต่ก็ทำได้เพียงแค่เก็บความรังเกียจไว้ภายในใจของเขาเท่านั้นก่อนเขาจะพูด “ นายน้อย ท่านมาหาข้ายามค่ำคืนเช่นนี้ ช่วยบอกข้าได้หรือไม่ว่าท่านมีธุระอะไร ? ”

 

 

หลิงเทียนเกาหัวเบาๆก่อนจะตอบว่า “ เดี๋ยวนะ ขอข้าคิดก่อน , อ้อ เสี่ยว…อุ๊บซ์ , ท่านปู่เสี่ยว ท่านได้นำประเด็นเรื่องการยกเลิกงานแต่งงานมานำเสนอในวันนี้, นี่ ,นี่…มันดูไม่ค่อยเหมาะสมสักเท่าไร ”

 

 

ราวกับมีสายฟ้าผ่าลงกลางใจของเสี่ยวเฟิงหาน ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นบูดเบื้องก่อนจะตอบ “ อะไรคือความไม่เหมาะสม ? เรื่องนี้ได้ข้อสรุปไปแล้ว และอีกอย่าง มันควรจะเป็นท่านปู่ของเจ้าที่จะมาคุยเรื่องนี้กับข้าซะมากกว่า ! ” เสี่ยวเฟิงหานบอกเป็นนัยยะว่าหลิงเทียนยังคงเป็นเด็กและเขาไม่มีอำนาจพอจะมายุ่งกับเรื่องนี้ !

 

 

หลิงเทียนเพียงส่ายหัวเบาๆ “ ท่านปู่เสี่ยว ท่านเข้าใจผิดแล้ว ไม่ว่าการแต่งงานมันจะมีหรือไม่มีมันก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตน้อยๆของหลิงเทียน ดังนั้นถึงแม้ว่าท่านปู่จะเป็นตัวแทนของข้าแต่เขาก็ไม่สามารถตัดสินใจแทนความคิดที่อยู่ในใจของข้าได้ ”

 

 

คำพูดนี้ทำให้เสี่ยวเฟิงหานแทบจะระเบิด ! นับตั้งแต่ที่เขาได้รับตำแหน่งผู้นำตระกูลมานี่เป็นครั้งแรกที่มีคนกล้าบอกกับเขาว่าเขาเป็นคนผิด ! ใบหน้าของเขาเปลี่ยนไปเป็นโมโหทันทีก่อนจะตะคอกออกมา “ แล้วถ้าหากเป็นอย่างที่เจ้าว่า ! แล้วเราควรจะทำอย่างไร !? ”

 

 

หลิงเทียนแค่ยิ้มออกมา “ ข้าได้ยินมาว่าข้อเสนอสำหรับงานแต่งงานในปีนั้นได้รับการส่งเสริมจากท่านปู่เสี่ยวด้วยตัวเอง ใช่หรือไม่ ? ”

 

 

เสี่ยวเฟิงหานตอบกลับด้วยความเย็นชา “ ใช่ ถูกแล้ว ! ปีนั้นเป็นตาแก่ผู้นี้เองที่มีความคิดให้สองตระกูลของเราเกี่ยวดองกัน ”

 

 

หลิงเทียนยิ้มอย่างสดใสก่อนจะพูดต่อ “ ถ้าหากเป็นเช่นนี้ ข้อเสนอที่ว่านี้ก็ถูกปู่เสี่ยวยกเลิกในวันนี้ และเรื่องนี้คนอื่นๆก็ได้ยินด้วยทุกคนรวมไปถึงเด็กน้อยเช่นข้าด้วย ข้าไม่ได้พูดผิดใช่ไหม ? ”

 

 

เสี่ยวเฟิงหานรู้สึกโมโหขึ้นเรื่อยๆเมื่อได้ยินหลิงเทียนพูดเรื่องไร้สาระมากขึ้น เขาแทบจะอยากจับเขาโยนอกไปข้างนอกเพื่อจะได้พักผ่อนอย่างสงบสักที “ ใช่แล้ว ! ทั้งหมดตาแก่ผู้นี้เป็นคนทำเอง ” อย่างไรก็ตามเขาก็คิดว่า ; ถ้าไม่ใช่เพราะความจริงที่ว่าเจ้ามันบัดซบเกินไป เหตุใดข้าจะต้องกลายเป็นคนผิดสัญญาเช่นนี้ !? ;

 

 

รอยยิ้มฉีกกว้างที่เหมือนกับแมวเชสเชียร์ [1] ยังคงถูกฉาบไว้บนใบหน้าของหลิงเทียน ก่อนจะเริ่มกดดันเสี่ยวเฟิงหาต่อไป “ ดังนั้นเหตุผลว่าทำไมท่านปู่เสี่ยวถึงต้องการยกเลิกงานแต่งงานก็คงจะเป็นเพราะหลิงเทียนนั้น บัด ! ซบ ! เกินไป และท่านคงกลัวว่าข้าจะทำให้น้องหญิงเสี่ยวไม่มีความสุข, ข้าพูดถูกไหม ? ”

 

 

เสี่ยวเฟิงหานตอบกลับด้วยใบหน้าที่รังเกียจ “ ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่โง่ซะทีเดียว ” สิ่งที่หลิงเทียนกล่าวนั้นจี้ใจดำเขามาก

 

 

ใบหน้าของหลิงเทียนกลายเป็นจริงจังและเขาก็ยืดตัวตรงขึ้นและพูด “ ถ้าหากเป็นเช่นนี้ ท่านปู่เสี่ยวก็เป็นทั้งคนที่เสนอและยกเลิกตามใจตัวเอง ด้วยเหตุผลอะไรนั้นเราจะไม่พูดถึงมัน แต่ความจริงก็คือว่ามันเป็นเรื่องของพวกเราสองตระกูล แต่ทั้งหมดกลับถูกตัดสินใจโดยท่านปู่เสี่ยวเพียงลำพัง ราวกับเป็นหมู่เมฆลอยมาเมื่อท่านหงายฝ่ามือขึ้นและกลายเป็นห่าฝนเมื่อท่านพลิกฝ่ามือลง [ TL : กลับคำพูดไปมา ]  ดูเหมือนว่าท่านจะชอบเอาแต่ใจตัวเองโดยไม่สนใจความรู้สึกของตระกูลหลิงแม้แต่น้อย ? ”

 

 

“ โอหัง ! ” เสี่ยวเฟิงหายไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเด็กคนนี้จะสามารถพูดเรื่องพวกนี้ออกมาได้ ถ้าหากว่าเรื่องนี้หลุดออกไป ชื่อเสียงของเขาก็คงจะสูญสิ้น ดังนั้นเขาจึงสูญเสียการควบคุม ! ก่อนทุบฝ่ามือลงบนโต๊ะตรงหน้าของหลิงเทียนด้วยความแรง , โต๊ะที่เคยแข็งแรงพลันกลายเป็นกองเศษไม้ !

 

 

พลังภายใน !

 

 

สายตาของหลิงเทียนแคบลง ในใจของเขาราวกับว่ามันถูกฟาดด้วยค้อนเหล็ก ! ; บ้าชิบ ! โลกนี้มีสิ่งนี้ตั้งแต่เมื่อไร ?! ทำไมตาแก่ตรงหน้าข้าสามารถใช้มันได้ง่ายดายเช่นนี้ !? ;

 

 

หลิงเทียนเชื่อว่าสายตาของเขาไม่มีทางทำให้เขาผิดหวัง และด้วยความโกรธของเขา , เสี่ยวเฟิงหานได้แสดงตัวแล้วว่าเป็นผู้บ่มเพาะพลังภายในอย่างแท้จริง ! แม้ว่ามันอาจจะไม่สามารถเทียบได้กับทักษะบ่มเพาะศักดิ์สิทธ์สะท้านมังกรที่หลิงเรียนฝึก นอกจากนี้มันก็ยังดูเป็นพลังภายในที่ไม่ค่อยลึกล้ำเท่าไรนัก เหมือนกับว่าชายชราผู้นี้รู้ซึ้งถึงมันแค่เพียงผิวเผิน

 

 

แต่อย่างไรก็ตามหลิงเทียนก็ยังทำเป็นไม่รู้เรื่องก่อนจะยิ้มออกมาอย่างเย็นชาและพูดต่อ “ อย่าบอกข้าว่าสิ่งที่ข้ากำลังพูดอยู่นี้เป็นเพียงเรื่องหลอกลวง ? คำถามที่ข้าเอ่ยถามที่ผ่านมา ท่านปู่เสี่ยวก็ตอบมันออกมาแล้วทั้งหมด ”

 

 

เสี่ยวเฟิงหานไม่เคยคาดหวังว่าตัวเองจะตกหลุมพรางขนาดใหญ่จากคำพูดของเด็กอายุเพียงห้าขวบ ! และเขาก็ได้กระโดดลงไปในหลุมนั้นโดยที่ไม่สามารถต่อต้านได้เลยแม้แต่น้อย เขาโกรธมากจนไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้เลย … เมื่อได้ยินเสียงดังลั่นมาจากห้องของเสี่ยวเฟิงหาน ผู้คุ้มกันด้านนอกก็บุกเข้ามาทันที

 

 

เสี่ยวเฟิงหานหายใจเข้าลึกๆก่อนจะสบัดแขน “ พวกเจ้าออกไปให้หมด ที่นี่ไม่มีอะไรผิดปรกติ ” พอพูดจบเขาก็รีบนั่งลงอีกครั้งก่อนจะจ้องไปที่หลิงเทียนด้วยสายตาที่เหมือนกับนกอินทรีของเขาราวกับว่านี่มันเป็นครั้งแรกที่เขาได้เจอเด็กน้อยผู้นี้ “ เจ้า , เจ้าต้องการอะไรกันแน่ ?! ”

 

 

หลิงเทียนยิ้มเยาะเย้ย “ ตระกูลเสี่ยวนั้นมีอิทธิพลกว้างขวางและร่ำรวยเป็นอย่างมากและตระกูลหลิงของเราก็ไม่สามารถตอแยท่านได้ แม้ว่าหลานชายผู้นี้จะต้องการอะไรก็ตาม ตราบเท่าที่ปู่เสี่ยวไม่เห็นด้วย ทุกอย่างที่พูดออกมาก็จะกลายเป็นคำพูดที่ไร้สาระเท่านั้น ” คำพูดของหลิงเทียนบอกเป็นนัยว่าเสี่ยวเฟิงหานใช้อำนาจที่อยู่ในมือของเขาเข้ามาจัดการกับเรื่องของทั้งสองตระกูลและตัดสินใจอะไรเองคนเดียวโดยไม่สนใจตระกูลหลิงแม้แต่น้อย

 

 

เสี่ยวเฟิงหานค่อยๆรู้สึกว่าเด็กน้อยตรงหน้าไม่ใช่เป้าหมายที่ง่ายๆ และแม้ว่าในใจของเขานั้นจะร้อนรุ่มไปด้วยเพลิงโทสะแต่เขาก็เพียงยิ้มออกมา “ พูดสิ่งที่เจ้าต้องการจะพูดมาได้เลย มันไม่เป็นไรแม้ว่ามันจะหยาบคายก็ตาม ” … ; ข้าต้องรู้ให้ได้ว่าเจ้าเด็กนี้มีจุดประสงค์อะไร ! ;

 

 

สายตาของหลิงเทียนเย็นชาขึ้น “ แม้ว่าตระกูลหลิงของข้าจะเทียบกับตระกูลเสี่ยวไม่ได้ แต่พวกเราก็ไม่ได้อ่อนแอถึงขึ้นที่พวกเราจะยอมให้ใครก็ตามมาข้ามหัวพวกเราง่ายๆ ! ท่านปู่เสี่ยวสามารถปกครองใต้ผืนฟ้านี้ได้ด้วยมือข้างเดียว แต่การกลับคำพูดของท่านเพียงแค่ประโยคเดียวแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องของพวกเราทั้งสองตระกูลก็ตาม ข้าไม่แน่ใจว่าท่านปู่เสี่ยวเห็นตระกูลหลิงของข้ามีตัวตนอยู่หรือไม่ ? หรือว่าท่านไม่เห็นตระกูลหลิงอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย ? พวกเราเป็นเพียงเนื้อให้ท่านคอยสับเล่นหรืออย่างไร ? ”

 

 

ราวกับฟ้าทับลงมาบนตัวของเขา คำพูดนี้ทำให้เสี่ยวเฟิงหานแทบจะเป็นลมชักด้วยความโกรธจนร่างกายสั่นไปทั้งตัว ความคิดของเขาเริ่มมืดแปดด้าน เพราะเรื่องราวในวันนี้มันเป็นอย่างที่หลิงเทียนกล่าวจริง แล้วถ้าหากว่าตระกูลหลิงเข้าใจผิดด้วยเหตุนี้ มันจะต้องกลายเป็นปัญหาใหญ่แน่ ! เหตุผลที่เขายังคงอยู่ที่ตระกูลหลิงก็เพราะว่าเขากำลังคิดถึงเรื่องนี้ไว้อยู่เหมือนกัน เด็กน้อยตรงหน้าของเขานี้ราวกับดึงคำพูดออกมาจากความคิดของตน

 

 

เขาค่อยๆปรับสภาพจิตใจให้นิ่งด้วยความยากลำบากก่อนจะพูดช้าๆ “ หลิงเทียน เจ้าควรรู้ว่าถ้าหากคำพูดนี้รั่วไหลออกไปมันจะเกิดอะไรขึ้นกับตระกูลของเราสองคน ผลของมันจะเป็นอย่างไรเจ้ารู้หรือไม่ ? เจ้าจะแบกรับภาระนี้ไหวเช่นนั้นหรือ ? ”

 

 

หลิงเทียนยิ้มอย่างสบายๆ “ หลายชายผู้นี้ยังคงเด็กนัก เหตุใดต้องพูดถึงความรับผิดชอบ ? อย่างไรก็ตาม ถ้าหากท่านปู่เสี่ยวไม่ต้องการให้คำพูดเหล่านี้รั่วไหลออกไป เทียนเอ๋อร์ก็แค่อยากจะขออะไรบางอย่าง ”

 

 

เสี่ยวเฟิงหานในที่สุดก็เข้าใจแล้วว่าวัตถุประสงค์ของหลิงเทียนที่มาที่นี่เพื่อมาพูดเงื่อนไขกับเขา !

 

 

เสี่ยวเฟิงหานตอบกลับอย่างไม่รีบร้อน “ เรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นในวันนี้ ทั้งหมดเป็นความคิดของเจ้าหรือจากใคร ? ” ขณะที่เขาพูดน้ำเสียงของเขาก็เย็นลงราวกับเขาต้องการแช่ทุกๆคนให้กลายเป็นน้ำแข็ง

 

 

หลิงเทียนหัวเราะกลับ “ ดูจากการที่ท่านปู่เสี่ยวเป็นสหายกับปู่ของข้ามาตั้งหลายปี ท่านคิดหรือว่ามาจากเขา ? ” หลิงเทียนไม่ได้ตอบคำถามตรงๆแต่กลับตั้งคำถามกลับให้เขาไปคิดเอง

 

 

เสี่ยวเฟิงหานค่อยๆผงกศีรษะเห็นด้วย “ แน่นอนว่าต้องไม่ แต่อย่างไรก็ตาม ตาแก่ผู้นี้ไม่เชื่อว่าด้วยอายุเช่นเจ้า เจ้าจะสามารถพูดเรื่องพวกนี้ได้ ”

 

 

หลิงเทียนเงยหน้าขึ้นสูง สายตาของเขาเปล่งประกายและดูสดใสก่อนจะก้มลงและจ้องมองไปที่เสี่ยวเฟิงหานและพูดอย่างไม่สะทกสะท้าน “ เรื่องนี้มันเริ่มต้นเพราะงานแต่งงานของข้า คนที่สูญเสียที่สุดก็ต้องเป็นหลิงเทียนผู้นี้, ไม่ใช่ตระกูลหลิง ! หรือท่านปู่เสี่ยวจะปฏิเสธ ? ”

 

 

เสี่ยวเฟิงหานจ้องหลิงเทียนกลับ เขากำลังคิดว่าสายตาของเด็กตรงหน้าดูรุนแรงอย่างมากและซ่อนความคิดไว้ตัวเองไว้เป็นอย่างดี เขาเพียงรู้สึกยอมแพ้ก่อนจะหันหน้ากลับมาและพูด “ ถ้าหากเจ้าพูดเช่นนี้แล้วข้าจะไม่เห็นด้วยได้อย่างไร ”

 

 

หลิงเทียนหัวเราะออกมาอย่างเต็มที่ “ ถ้าหากเป็นเช่นนั้นก็จะพูดขึ้นง่ายหน่อย . ท่านปู่เสี่ยวได้ส่งเสริมให้มีงานแต่งงานของข้าเมื่อปีนั้นด้วยตัวเอง และวันนี้ท่านปู่เสี่ยวก็ได้ยกเลิกงานแต่งงานของข้าด้วยตัวเองอีกเช่นกัน … มีอะไรที่ข้าพูดผิดไหม ? ” คำพูดของหลิงเทียนดูเจ้าเล่ห์อย่างมากและยืนยันว่าเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับตระกูลหลิง เรื่องราวในวันนี้ทั้งหมดก็เป็นความคิดของเขาเพียงคนเดียวโดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับคนอื่นๆในตระกูลของเขาเลยแม้แต่น้อย

 

 

ด้วยฉายาจิ้งจอกเฒ่าจอมวางแผน เสี่ยวเฟิงหานจะไม่สามารถตีความหมายของมันออกมาได้อย่างไร ? แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เขาต้องการที่สุดในตอนนี้ก็คือการป้องกันไม่ให้มีเรื่องบาดหมางกันระหว่างสองตระกูลเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ดังนั้นเขาจึงพยักหน้าและพูด “ ก็ไม่ผิด…” ขณะที่เขากำลังคิดว่า ; อะไรก็ตามที่เจ้าอยากได้ ก็แค่เอามันไป …ตาแก่ผู้นี้ผจญภัยมาแล้วทั่วทุกที่ภายใต้ผืนฟ้า อย่าบอกข้าเชียวว่าแค่เด็กคนเดียวข้าก็ดูแลไม่ได้ ? ;

 

 

หลิงเทียนยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาก่อนจะหย่อนระเบิดใส่เสี่ยวเฟิงหานอีกลูก “ ท่านปู่เสี่ยว ในฐานะที่ท่านอาวุโสแต่ท่านกลับสร้างความผิดมากมายต่อหลานชายผู้นี้โดยไม่เพียงแต่ปล่อยให้ภรรยาในอนาคตของข้าหายไปอย่างไร้ร่องรอยแต่ยังปล่อยให้หลานผู้นี้ได้กลายเป็นตัวตลกของผู้คนทั่วทั้งเมืองหลวง สำหรับการที่ข้าต้องสูญเสียมากมายขนาดนี้ อย่าบอกข้าว่าผู้อาวุโสเช่นท่านจะไม่จ่ายค่าเสียหายคืน ? ”

 


 

 

[ 1 ] แมวเชสเชียร์ คือแมวที่ยิ้มกว้างเห็นฟันใน alice in wonderland

Legend of Ling Tian ตำนานของหลิงเทียน

กลุ่มลับถึงตอนที่ 142