0 Views

ช่วงเช้าตรู่ของวันถัดมา , เวทีก็ได้รับการชำระล้างและกำจัดทุกอย่างออกไปแล้ว . เหล่าคนทั้งหมดที่ยังพักอยู่ในตำหนักหมอกสวรรค์ก็เปิดหน้าต่างให้กว้างที่สุดโดยไม่ได้นัดหมายกัน , ราวกับว่าบรรยากาศอันน่าขยะแขยงยังคงอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้และพวกเขาต้องการที่จะเปิดให้สายลมช่วยพัดมันออกไป .

 

 

ไม่มีใครที่อยู่ในเหตุการณ์เมื่อคืนก่อนออกมาทานอาหารเช้าแม้แต่คนเดียว . นี่ยังคงทำให้ทุกๆคนเกรงและหวาดกลัวต่อหลิงเทียนที่อยู่ในเรือนสวรรค์หอม . ผู้บัญชาการที่สองของตระกูลซี่เหมินนั้นได้นำปรมาจารย์ของพวกเขาและคุณชายทั้งสองรวมไปถึงกองกำลังโลหิตเหล็กเดนตายเข้ามายังอาณาจักรครองฟ้า . ด้วยความแข็งแกร่งเช่นนี้จริงๆแล้วสามารถเทียบได้หรือกระทั่งแข็งแกร่งกว่าตระกูลทรงอำนาจหลายตระกูลเสียด้วยซ้ำ . เมื่อคิดว่าพวกมันกลับถูกกำจัดไปทั้งหมดภายในคืนเดียว , และคนที่เหลือรอดก็ต้องมาพบกับความอัปยศอดสูจนกลายเป็นเรื่องอื้อฉาวไป !

 

 

และบุคคลที่เป็นคนควบคุมการทำลายล้างของตระกูลซี่เหมินทั้งหมด , หลิงเทียน , ก็ดูเหมือนว่าจะนิ่งเงียบแม้ว่าจะมีคนพูดถึงมันมาอกมาย , ราวกับว่าเขานั้นไม่ได้สูญเสียอะไรไปหรือดูเหนื่อล้าแม้แต่น้อย ! นี่เป็นความแข็งแกร่งเช่นไรกัน ? แล้วจะตระกูลอื่นๆที่ไม่ได้มีฐานอยู่ในอาณาจักรครองฟ้าจะต่อต้านได้อย่างไร ?

 

 

ทุกๆคนคิดว่าพวกเขาต้องยิ่งระมัดระวังมากกว่าเดินเมื่ออยู่ในอาณาจักรครองฟ้าแห่งนี้ . ถ้าหากพวกเขาได้ไปเกิดยั่วยุดาวร้ายผู้นี้โดยไม่ได้ตั้งใจ , เช่นนั้นพวกเขาก็คงจะไม่มีที่ให้ยืนร้องไห้อีก !

 

 

งานชุมนุมบัณฑิตนั้นยังไม่จบแต่ในตอนนี้ผู้ที่จัดการชุมนุมอย่างตระกูลซี่เหมินก็ไม่ได้มีชีวิตเหลือรอดอยู่อีกต่อไปแล้ว . นอกจากนี้ , ด้วยฉากที่น่าสะอิดสะเอียนและเต็มไปด้วยเลือดเมื่อวาน , มันดูเหมือนว่าจะไม่มีทางออกสำหรับงานชุมนุมบัณฑิตอีกแล้ว .

 

 

หลิงเทียนในตอนนี้กำลังพูดคุยกับอวี้ปิงหยานอย่างมีความสุขก่อนที่ม่านจะถูกเปิดขึ้นและมีคนเดินเข้ามา . เขาคือหวังถง , หัวหน้าองค์รักษ์ของหลิงเทียน .

 

 

“ คุณชายขอรับ , ต้าซือหม่า[1] จะไปสนามรบในวันนี้ . ฮูหยินได้รีบเดินทางไปที่ค่ายฝึกทหารแล้วและต้องการให้ข้ามาแจ้งคุณชายให้รีบไปที่นั่นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้. ” ประโยคของหวังถงนั้นทิ้งให้หลิงเทียนมึนงง . ความจริงเกี่ยวกับหลิงเซียวที่จะออกไปทำสงครามนั้นได้ประกาศสู่สาธารณะมาเมื่อสองสามปีก่อน , แต่ทุกๆครั้งที่เขาไป , มันจะต้องใช้เวลาเตรียมตัวก่อนไปสองสัปดาห์ . ตั้งแต่เมื่อใดกันที่มันกลายเป็นเรื่องเร่งด่วนเช่นนี้ ?

 

 

ขณะที่ด่านชายแดนนั้นกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่และจำเป็นต้องมีกำลังเสริม , แต่การจัดเตรียทการและการจัดทัพและสเบียงต่างๆนั้นจำเป็นต้องใช้เวลา . แล้วเช่นนั้นเหตุใดพวกเขาถึงได้ตัดสินใจที่จะรีบไปยังสมรภูมิโดยไม่มีคำเตือนล่วงหน้าใดๆเช่นนี้ ?

 

 

เรื่องนี้ดูเหมือนว่าจะมีกลิ่นแปลกๆ ! หลิงเทียนยืนขึ้นทันทีและพูด , “ หลิงเฉิน , ตามข้ามา . หยานเอ๋อร์ , ข้าต้องการให้เจ้าไปอยู่กับลุงสามของเจ้าไปก่อนในตอนนี้ , ข้าจะไปหาเจ้าพอข้ากลับมา , ตกลงไหม ? ” หลังจากที่เตรียมตัวไม่กี่นาทีเขาก็จากไปพร้อมกับหลิงเฉิน .

 

 

อวี้ปิงหยานพยักหน้าอย่างว่าง่ายและจ้องมองไปที่เงาของหลิงเทียนที่จากไป . นางนั้นเข้าใจสถานการณ์เช่นนี้ดี . ความจริงที่ว่ากองทัพนั้นกำลังเร่งรีบที่จะออกไปนั้นก็หมายความว่าพวกเขากำลังจะต่อต้านการรุกรานของราชวงศ์เว่ยเหนือ , นั่นไม่มีเหตุผลอื่นใดอีก ! ไม่ว่าตระกูลอวี้นั้นจะเป็นพันธมิตรกับราชวงศ์เว่ยเหนือหรือไม่ . แต่พวกนางก็ยังเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรนั้นอยู่ดี , และแม้ว่าตระกูลอวี้นั้นจะไม่ได้เกรงกลัวราชวงศ์เว่ยเหนือ , แต่พวกเขาก็ไม่สามารถไปปรากฏตัวอยู่ในกองทัพของฝ่ายศัตรูอย่างโจ่งแจ้งได้ . นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมหลิงเทียนถึงไม่สามารถพานางไปด้วย.

 

 

อีกเหตุผลเล็กๆอีกอย่างก็อาจจะเป็นเพราะว่าการออกเดินทางของหลิงเซียวนั้นเป็นเรื่องภายในตระกูลหลิง . ถ้าหากอวี้ปิงหยานปรากฏตัว , แล้วมันจะหมายความว่าอย่างไร ? ทั้งโลกก็คงจะต้องคิดว่าอวี้ปิงหยานนั้นเป็นฮูหยินของหลิงเทียน ! แม้ว่าทั้งสองนั้นจะมีความรู้สึกเช่นนั้นให้กันและกัน , แต่เรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับการปกครองของสองตระกูลทรงอำนาจที่ต่างกัน , เช่นนั้นแล้วจะทำมันง่ายๆได้อย่างไร ?

 

 

จริงๆแล้ว , ถ้าหากหลิงเทียนพาอวี้ปิงหยานไปด้วย , ในตอนที่เรื่องนี้แพร่สะพัดออกไปมันแน่นอนว่าจะต้องจุดประกายความแตกแยกระหว่างตระกูลราชวงศ์เว่ยและตระกูลอวี้ . แต่หลิงเทียนนั้นไม่อยากจะให้เรื่องนี้มันเกิดขึ้น , และอีกอย่าง , ราชวงศ์เว่ยเหนือนี่คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน ?

 

 

การจัดการกับศัตรูของตัวเอง , หลิงเทียนไม่เคยจำเป็นต้องใช้วิธีไร้ยางอายใดๆเพื่อให้เป้าหมายสำเร็จ . แต่แม้ว่าเขาจะทำเช่นนั้น, เขาก็ขีดเส้นกั้นให้กับตัวเองไว้เช่นกัน , และเขาจะไม่มีวันใช้สตรีของเขาเป็นเครื่องมือ ! ไม่ว่าจะเป็นการใช้ความรักหรือชื่อเสียงของสตรี , หลิงเทียนแน่นอนว่าจะไม่ยอมใช้วิธีนี้เด็ดขาด !

 

 

หลิงเทียนนั้นยอมที่จะใช้วิธีทางจิตวิทยาหรือแม้กระทั่งวิธีที่โหดเหี้ยมที่สุดและวิธีที่น่ารังเกียจที่สุดเพื่อต่อต้านศัตรูของเขา . แต่สำหรับสมาชิกในตระกูลของเขาโดยเฉพาะอย่างยิ่งสตรีของเขา , เขาไม่แม้กระทั่งจะคิดใช้ประโยชน์จากคนเหล่านี้เลย . มันเป็นหลักการเพียงง่ายๆและมันก็อยู่ในขอบเขตศีลธรรมของตัวหลิงเทียนเอง .

 

 

หลิงเทียนรีบอำลาผู้คนที่อยู่ที่นี่และกระโดดขึ้นไปบนม้าของหวังถงก่อนจะสั่งม้าและเร่งความเร็วจากไป .

 

 

จากที่ไกลๆ , ทุกๆคนจะสามารถได้ยินเสียงที่เต็มไปด้วยเสียงกีบเท้าของม้าจากทางเข้าของพระราชวัง . คลื่นเสียงที่ไม่มีวันสิ้นสุดนั้นทำให้เสียงของมันคล้ายดั่งคลื่นยักษ์ที่กำลังถาโถมเข้ามา .

 

 

เมื่อเขาใกล้จะถึงพระราชวัง , หลิงเทียนก็ไม่ได้ชะลอความเร็วของเขา , แต่กลับสั่งให้ม้าของเขากระโดดข้ามผ่านฝูงชน . บนลานอันกว้างใหญ่หน้าพระราชวังนั้นมีหลิงเซียวที่แต่งชุดเกราะเหล็กทั้งตัว , เขาดูสง่างามและอหังการขณะที่เขายืนอยู่บนนั้นอย่างสง่าผ่าเผย .

 

 

ภายใต้ลานกว้างนั้นฮูหยินใหญ่หลิงรวมไปถึงชูถิงเอ๋อร์และคนอื่นๆยืนอยู่ , ทุกๆคนต่างมีใบหน้าที่ดูเป็นกลาง . เหตุการณ์หลิงเซียวกำลังจะออกไปสู่สงครามนั้นช่างคล้ายคลึงกับงานเลี้ยงมือเย็นของตระกูลด้วยกันเอง . นอกเหนือจากนั้น , ด้วยกษัตริย์ของราชวงศ์เว่ยเหนือที่ยังป่วยอยู่และรัชทายาทก็ขึ้นกำลังปกครองอาณาจักรในนามของเขาและระดมกองกำลังของราชวงศ์เว่ยเหนือเพื่อก่อสงครามนั้นก็เป็นดั่งคำพูดที่ว่า ‘ ถ้าหากวาจานั้นไม่เป็นระเบียบเช่นนั้นก็จะไม่สามารถประสบความสำเร็จได้. ’ , การระดมกองทัพทั้งหมดของอาณาจักรครองฟ้าโดยไม่มีเหตุผลมันจะเป็นเพียงการโยนอาณาจักรไปสู่ความยุ่งเหยิง . เมื่อเป็นเช่นนี้ , หลิงเซียนจึงไม่ได้รับยอมสังหารทหารของอีกฝ่ายอย่างสุ่มสี่สุ่มห้า , แต่ให้เจาะจงเพียงแค่การป้องกัน . ฮูหยินใหญ่หลิงและชูถิงเอ๋อร์ก็ไม่ได้เป็นกังวลอะไร , แต่มันเป็นจักรพรรดิหลงเซี่ยงที่ดูเหมือนว่าจะจริงจังเกินไปหน่อย . การส่งเทพสงครามของอาณาจักรครองฟ้าไปเพื่อหยั่งเชิงการป้องกันของอีกฝ่าย , ไม่ใช่ว่ามันเป็นดั่งการใช้ดาบสงครามสังหารไก่รึไง ?

 

 

เมื่อเห็นว่าบุตรชายของเขาที่อยู่บนหลังม้ากำลังมุ่งหน้าเข้ามาอย่างรวดเร็วขณะที่เขากำลังยืนอยู่บนลาน , หลิงเซียวก็รู้สึกอิ่มเอมใจ . แม้ว่าเวลานี้จะยังไม่มีอันตรายใดๆเข้ามาเลย , แต่เมื่อได้เห็นว่าบุตรชายของตนรีบเร่งเดินทางมาหาก็ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นอยู่ในหัวใจ . แต่อย่างไรก็ตาม , ดูผิวเผยแล้ว , ท่าทางของเขาก็ยังคงแสดงออกมาด้วยความไม่พอใจก่อนจะดุด่า , “ ทำไมเจ้าถึงได้มาที่นี่ ? แถมยังควบม้าข้ามผ่านประชาชนอีก , จะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากเจ้าทำให้พวกเขาบาดเจ็บ ? ทำไมเจ้าถึงได้โง่เขลาเช่นนี้ ! ”

 

 

หลิงเทียนก้าวขึ้นมาและโค้งคำนับ , “ บุตรชายผู้นี้มาส่งท่านพ่อไปสู้ขอรับ . ข้าหวังว่าท่านจะชนะสงครามและกลับมาพร้อมชัยชนะในเร็ววัน ! ”

 

 

หลิงเซียวพ่นลมหายใจอีกครั้ง , “ ตาแก่ผู้นี้มักจะได้รับชัยชนะในศึกสงครามได้ทุกคราอยู่แล้ว , เช่นนั้นตอนนี้มันจะไปแตกต่างอันใด ? นี่ข้ายังจำเป็นให้เจ้าสอนข้าหรือไร ? ” แม้ว่าเขานั้นจะดูราวกับว่ากำลังสั่งสอนหลิงเทียน , แต่จริงๆแล้วเขานั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจ , และด้วยเสียงที่ดังสนั่นของเขาที่แพร่กระจายไปยังผู้คนที่อยู่ที่นี่ , มันก็ได้ลดความวิตกกังวลของพวกเขาลง . ทหารทั้งหมดที่นี่พลันชูอาวุธในมือของพวกมันขึ้นและตะโกนออกมา , “ พวกเราจะกลับมาพร้อมกับชัยชนะ ! จะกลับมาด้วยความเร็ว ! เทพสงครามแห่งครองฟ้ามิเคยพ่ายแพ้ ! ”

 

 

ในตาของหลิงเทียนนั้นมีรอยยิ้มแอบแฝงอยู่ , เมื่อรู้ว่าบิดาของเขากลับสามารถกุมหัวใจของผู้คนได้ถึงเพียงนี้ ! นี่โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมันออกมาจากคำพูดของเขา ; พวกทหารก็มั่นใจขึ้นจนถึงขีดสุดและคิดว่าตัวเองเหนือกว่าผู้ใด ! แม้ว่าคำพูดนี้จะดูหยิ่งยโสในวันปกติ , แต่ในตอนนี้ , มันทำให้เกิดความรู้สึกที่กำลังได้มองลงมายังผู้คนข้างล่างจากด้านบน , โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้วยนามของ ‘ เทพสงครามแห่งครองฟ้า ’ !

 

 

สิ่งที่ตามมาต่อจากนี้ก็คือความครื้นเครงของพิธีกรรมแบบดั้งเดิม , เหมือนว่าองค์จักรพรรดิจะออกมาทักทายหลิงเซียวด้วยจอกสุราตามมาด้วยเหล่าขุนนางและคนอื่นๆ . สายตาของหลิงเทียนนั้นก็เกิดปะทะกันกับสายตาขององค์จักรพรรดิ , แต่น่าแปลกใจที่หลงเซี่ยงกลับหันหน้าไปอีกทางอย่างรู้สึกผิด . นี่ทำให้หลิงเทียนตกใจและเขาก็เริ่มขบคิดขึ้นมาอีกครั้ง .

 

 

ในตอนที่หลิงเซียวแลกจอกกับชูถิงเอ๋อร์เสร็จและกำลังโบกมือเพื่อจะจากไป , หลิงเทียนก็ขัดจังหวะเขาโดยการพูด , “ ท่านพ่อ , รอเดี๋ยว . ” ทุกๆคนจ้องมองไปที่เขา .

 

 

หลิงเทียนพูดอย่างมั่นใจ , “ ก่อนที่ท่านพ่อจะจาไป , บุตรชายของท่านเพียงหวังให้ท่านนั้นกลับมาในเร็ววัน . แต่อย่างไรก็ตาม , ท่านยังไม่เคยได้แลกจองสุรากับคนในตระกูลอีกคนหนึ่ง . คนๆนี้ , ถ้าหากท่านพ่อไม่แลกจอกด้วยก่อนจะไป , ท่านจะต้องรู้สึกเสียใจไปตลอดชีวิต ! ”

 

 

ฝูงชนมองไปรอบๆด้วยความสับสน . ไม่ใช่ว่าทุกๆคนของตระกูลหลิงในตอนนี้ได้แลกจองกับพวกเขาหมดแล้วมิใช่รึ ? หรือยังจะมีสมาชิกในตระกูลคนอื่นๆที่กำลังมา ?

 

 

หลิงเทียนเพียงหันหลังกลับและพูดอย่างอบอุ่น , “ เฉินเอ๋อร์ , ดื่มอวยพรให้ท่านพ่อสิ , อวยพรให้ท่านนั้นได้รับชัยชนะกลับมาด้วย !”  หลิงเฉินถึงกับตกตะลึงอย่างหนักทันที , ทั่วทั้งใบหน้าของนางนั้นแดกซ่านขณะที่นางสติเตลิดไปชั่วขณะว่านางควรจะทำเช่นไร . แต่ทั้งฮูหยินใหญ่หลิงและชูถิงเอ๋อร์นั้นก็ยังคงกระวนกระวาย , ใบหน้าของหลงเซี่ยงก็กลายเป็นน่าเกลียดอย่างมาก . เขาปรารถนาจะให้หลิงเฉินนั้นเข้ามาเป็นสนมของเขาอย่างลับๆแต่มันก็เป็นไปไม่ได้อีกต่อไปแล้ว . ในตอนนี้ , การกระทำของหลิงเทียนนั้นเป็นเหมือนการตบหน้าเขาอย่างแรง ! เช่นนั้นแล้วท่าทางของเขาจะดีได้อย่างไร ?

 

 

ภายใต้สถานการณ์นี้ , หลิงเทียนกลับเอ่ยถามให้หลิงเฉินดื่มอวยพรให้กับบิดาของเขา , และเขาก็เน้นคำว่า ‘ ดื่มอวยพรให้กับท่านพ่อสิ ’ ไม่ใช่ ‘ ดื่มอวยพรให้กับบิดาของข้า ’ ! นี่มันหมายความว่าอย่างไร ? มันหมายความว่าเขาปฏิบัติกับหลิงเฉินในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของตระกูลของเขา , ซึ่งนี่เป็นการบอกทุกๆคนที่อยู่ที่นี่ว่าหลิงเฉินนั้นเป็นของข้า , เป็นสตรีของหลิงเทียน !

 

 

ทุกๆคนที่นี่นั้นเข้าใจโดยสิ้นเชิงในความหมายที่แฝงอยู่นี้ !

 

 

หลังจากที่ดื่มอวยพรในครั้งนี้เสร็จสิ้น , หลิงเฉินจะไม่ใช่สาวใช้ส่วนตัวของหลิงเทียนอีกต่อไป ! แต่นางจะถือว่าเป็นสตรีของหลิงเทียน ! หรือว่าเป็นสตรีคนแรกที่หลิงเทียนประกาศออกมาอย่างเปิดเผย !

 

 

นี่เป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดฝัน !

 

 

เป็นข่าวที่สั่นสะเทือนไปทั้งโลก !

 

 

ไม่กี่ปีทีผ่านมานั้น , ทุกๆคนที่อยู่ในเมืองนี้จะรู้ว่าสาวใช้ส่วนตัวของหลิงเทียนนั้นเป็นหญิงงามล่มเมือง ! มีบุตรชายของขุนนางมากมายที่ต้องการจะใช้เวลาร่วมกับนางทั้งวัน , บางคนกระทั่งยอมให้นางนั้นมีตำแหน่งเป็นภรรยาเอก , และจองมันไว้ให้กับนาง ! หลายคนนั้นไปเคาะประตูบ้านตระกูลหลิงเพื่อขอยื่นเสนองานแต่งงานกับนาง , แต่จากวันนี้เป็นต้นไป ,จะไม่มีใครกล้าที่จะคิดถึงเรื่องนี้อีก !

 

 

ในใจของนาง , หลิงเฉินไม่เพียงแค่เต็มไปด้วยอารมณ์มากมายแต่ยังรู้สึกอับอายโดยสิ้นเชิง , ทั่วทั้งร่างกายของนางสั่นเทา . ตัวของนางเองนั้นรู้ว่าตราบใดที่นางนั้นได้แลกจอกสุรากับหลิงเซียว , ความปรารถนาและความหวังทั้งหมดที่นางมีในชีวิตนี้ของนางก็จะได้รับการเติมเต็มในทันที ! นี่เป็นสิ่งเดียวที่นางต้องการมากที่สุดยิ่งกว่าชีวิต ! การได้ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ข้างกายคุณชายของนาง !

 

 

ในตอนที่นางแอบชำเลืองมองไปที่ฮูหยินใหญ่หลิงและชูถิงเอ๋อร์อย่างลับๆ , นางก็เห็นทั้งสองส่งยิ้มมาให้และพยักหน้า , นางก็ยิ่งตื่นตกใจมากกว่าเดิมและก้มหน้าของนางลงขณะที่นางหยิบจอกสุราที่หลิงเทียนยื่นมาให้ . นางเงยหน้าขึ้นและเดินโซเซไปจนกระทั่งนางอยู่เบื้องหน้าของหลิงเซียว , จากนั้นนางก็คุกเข่าลงกับพื้นก่อนจะชูจอกขึ้นและพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเขินอาย , “ เฉินเอ๋อร์ขออวย…ขออวย… ” ในตอนที่นางมาถึงส่วนนี้ , เสียงของนางก็เบาขึ้นเรื่อยๆราวกับว่ามันเป็นเสียงกระซิบของยุง .

 

 

หลิงเซียวระเบิดหัวเราะออกมา , และตำหนินางอย่างขบขัน , “ สาวน้อยผู้โง่เขลา ! ปกติทุกๆวันเจ้ามักจะพูดเก่งอยู่เสมอนี่ , แล้วทำไมวันนี้เจ้าถึงไม่พูดอะไรเล่า ? เจ้าไม่อยากจะอวยพรพ่อตาของเจ้ารึไง ? มันมีอะไรให้อับอายกัน , แม้ว่าเจ้านั้นจะไม่กล้าพูดมัน , แต่ข้าก็กล้าที่จะดื่ม ! ” เมื่อพูดจบเขาก็หยิบจอกสุราขึ้นมาและดื่มมันเข้าไปและตะโกนออกมา , “ สุราที่ดี ! สุราที่ลูกสะใภ้ของข้ามอบให้นี่มันช่างยอดเยี่ยมจริงๆ ! ”

 

 

ทุกๆคนหกเราะจนแทบจะลงไปนอนกองกับพื้น . เหตุใดพ่อตาเช่นนี้ถึงได้หน้าหนาเช่นนี้ ? ภายในกองทัพ , แม่ทัพหน้าดำคนหนึ่งก็หัวเราะขึ้นมา , “ ต้าซื่อหม่า, ท่านได้ดื่มสุราของลูกสะใภ้ไปแล้ว , ในตอนนี้ท่านจะต้องได้รับชัยชนะอย่างแน่นอน . ต้าซื่อหม่าเตรียมตัวกลับมาอุ้มหลายชายของท่านได้เลย ! ”

 

 

เหล่าทหารทุกคนที่อยู่ที่ก็ระเบิดหัวเราะออกมาก่อนจะกู่ร้อง , “ อุ้มหลายชาย , จะได้อุ้มหลายชาย ! ” หลิงเฉินนั้นอับอายจนใบหน้าของนางนั้นเปลี่ยนเป็นสีแดงราวกับมะเขือเมศ . นางวิ่งตรงสู่อ้อมอกของหลิงเทียนและกระทืบเท้าลงกับพื้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า .

 

 

[1] ต้าซื่อหม่า [大司马] = เป็นตำแหน่งขุนนางใหญ่หรือที่เรียกว่า ‘ ซั่นกง ’ เป็นสามตำแหน่งสำคัญในราชสำนักเทียบเท่ากับสมุหกลาโหม ดูแลกิจการฝ่ายทหาร

 

***

สวัสดีปีใหม่ครับทุกคน ขอให้มีความสุขมากๆนะครับ

 

โปรโมชั่นทุกกลุ่ม 200 บาท ถึงวันที่ 31 ก่อนปีใหม่ (4/5)

กลุ่มลับถึงกลุ่มที่ 7

INBOX เข้ามาที่เพจได้เลย

Legend of Ling Tian ตำนานของหลิงเทียน