0 Views

ร่างกายอันบอบบางหรงจืออวี้นั้นยืนนิ่งอยู่ตรงกลางเวทีด้วยความโอ่อ่า !

 

 

หลังจากเงียบงันอยู่ชั่วครู่ , ทุกๆคนก็เริ่มที่จะตะโกนออกมาพร้อมกัน , “ กวีอันดับหนึ่ง ! กวีอันดับหนึ่ง ! อัจฉริยะแห่งประวัติการณ์ ! คุณชายหลิงเทียน ! ” เสียงตะโกนเชียร์จากคนมากกว่าพันคนดังกระหึ่มทั่วตำหนักหมอกสวรรค์ดั่งคลื่นยักษ์ !

 

 

หลิงเทียนตกตะลึงและเขาก็รีบก้าวออกไปโค้งคับต่อหรงจื่ออวี้ , “ เซียนเซิง , ท่านประเมินหลิงเทียนสูงเกินไปแล้ว . ด้วยอายุของข้าแล้วข้าจะสมควรได้รับเกียรติยศเช่นนี้ได้อย่างไร ? ข้าขอให้เซียนเซิงโปรดพิจารณาให้รอบคอบดูอีกครั้ง . หลิงเทียนนั้นไม่สมควรที่จะได้รับมันจริงๆ . ”

 

 

หรงจื่ออวี้หัวเราะเบาๆ , “ อายุนั้นไม่สำคัญในวงการนักปราชญ์และคนที่มีสติปัญญานั้นคืออาวุโส . คุณชายหลิงอย่าได้ถ่อมตัวเลย . พรสวรรค์ของคุณชายหลิงนั้นเหนือล้ำเกินกว่ารุ่นเยาว์คนใดจะเทียบใดและมีไหวพริบทางด้านบทกวี . ทุกๆคนที่อยู่ที่นี่ในวันนี้ต่างเป็นพยาน ! แน่นอนว่าท่านนั้นสมควรแล้วที่จะเป็นกวีอันดับหนึ่ง ! นักปราชญ์ทุกๆคนที่นี่ต่างตะโกนแสดงความยินดีต่อท่านจากใจของพวกเขาเพื่อแสดงถึงความจริงใจและไม่มีเหตุผลใดที่คุณชายนั้นจะปฏิเสธสมญานามนี้ . ”

 

 

หลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น . เขาไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะต้องมาจบลงด้วยการเป็นกวีอันดับหนึ่งจากการกระทำของเขาในวันนี้ ! ในเวลาเดียวกันนั้น , เขาก็อดไม่ได้ที่จะอุทานอยู่ในใจ , หลี่ไป๋คือหลี่ไป๋จริงๆ ! บทกวีสุ่มๆที่ข้าได้เลือกมากลับทำให้เรื่องมันเลยเถิดมาถึงขนาดนี้ . ถ้าหากข้าท่องบทกวีทั้งหมดของหลี่ไป๋ออกมา , ไม่ใช่ว่าข้าจะกลายเป็นปราชญ์กวีเลยรึ ?

 

 

ในตอนที่หลิงเทียนพูดบทกวีของเขาขึ้นมา , ไม่มีใครที่จะกล้าก้าวออกมาเพื่อสร้างความอับอายให้กับตัวเอง ! เมื่อเป็นเช่นนี้ , วันแรกของงานชุมนุมบัณฑิตก็ได้จบลง . แม้ว่ามันจะจบลงอย่างกะทันหัน , แต่ทุกๆคนก็ตื่นเต้นและได้กำลังใจเพิ่มขึ้นอย่างมากจากวันแรกเพียงวันเดียวขณะที่พวกเขาทั้งหมดรู้สึกว่านี่ช่างเป็นการเดินทางที่คุ้มค่า . ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าบัณฑิตอันดับหนึ่งอย่างซี่เหมินชิงจะพ่ายแพ้อย่างราบคาบในวันนี้ . นอกจากนี้ , หลิงเทียนก็ได้แสดงถึงพรสวรรค์ของเขาและทำให้ทุกๆคนที่อยู่ที่นี่ตกตะลึงอย่างมาก ! บรรดาเหล่านักปราชญ์พลันตัดสินใจว่าพวกเขาจะต้องมาในเช้าตรู่ของวันต่อไปเพื่อเพลิดเพลินกับงานชุมนุมที่น่าสนใจที่กำลังรอคอยพวกเขาอยู่อย่างแน่นอน .

 

 

อย่างไรก็ตาม , หลิงเจี้ยนและนักฆ่าทั้งห้าคนนั้นก็เบื่อหน่ายโดยสิ้นเชิงจากงานชุมนุมนี้และบอกหลิงเทียนว่าพวกเขาจะไม่มาอีกครั้งหลังจากวันนี้ . เช่นเดียวกับความตั้งใจของหลิงเทียน , เขาจึงตกลงทันที .

 

 

เมื่อเห็นว่าทุกๆคนกำลังเอ่ยคำอำลากันและออกจากตำหนักหมอกสวรรค์ , หลิงเทียนก็ได้จัดงานเลี้ยงเล็กๆที่เรือนสวรรค์หอมพร้อมกับฉินเซียนเซิงและเมิ่งหลี่เก้อ . ด้วยความกลัวว่าจะมีอะไรขาดตกบกพร่องไป , กู่ซี่หยานจึงเอาอาหารและสุราที่ดีที่สุดของนางมาเสริ์ฟ .

 

 

หลิงเทียนได้กลายเป็นคนที่มีชื่อเสียงโด่งดั่งไปทั่วโลกในวันนี้และได้กลายเป็นจุดสนใจ . เป็นธรรมดาที่คนที่มีความสุขมากที่สุดนั้นย่อมเป็นฉินเซียนเซิง . ตาของฉินเซียนเซิงนั้นหดแคบลงจากรอยยิ้มที่ฉีกกว้างบนใบหน้าของเขาและเขาดูราวกับว่ากำลังล่องลอยอยู่บนเมฆเก้าชั้น . แม้ว่าเขานั้นจะตายที่นี่ตอนนี้ , เขาก็มั่นใจว่าจะไม่เสียใจเลย .

 

 

พอฉินเซียนเซิงและเมิ่งหลี่เก้อเข้ามาในเรือน , พวกเขาก็ตระหนักว่ามีเพียงหลิงเทียนและอวี้ปิงหยานเท่านั้นที่อยู่ที่นี่ขณะที่สาวงามล่มเมืองเฉกเช่นหลิงเฉินนั้นหายไปจากโต๊ะ . ทั้งสองนั้นแอบหดหู่อยู่ภายในใจขณะที่พวกเขานั้นสงสัยว่าหลิงเฉินนั้นไปไหน . แต่เนื่องจากเป็นอาวุโส , เช่นนั้นแล้วจะเป็นไปได้อย่างไรที่พวกเขาจะเอ่ยถามเกี่ยวกับสตรีที่อยู่ในการครอบครองของลูกศิษย์ ? ดังนั้น , พวกเขาจึงทำได้เพียงแค่ซ่อนความผิดหวังของพวกเขาเอาไว้ในใจ .

 

 

หลังจากที่ดื่มไปไม่กี่จอก , ทุกๆคนก็เริ่มเป็นกันเองขึ้น . สิ่งที่น่าตื่นตระหนกที่สุดสำหรับหลิงเทียนก็คือความจริงที่ว่าเมิ่งหลี่เก้อนั้นมีความรู้อยู่ทุกด้าน , ไม่ว่าจะเป็นภูมิศาสตร์ , โหราศาสตร์ , ลัทธิและอื่นๆอีกมากมาย . นอกจากนี้ , เขานั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากมายหลายอย่างที่แตกต่างออกไปที่กระตุ้นความสนใจของหลิงเทียนทันที . ดังนั้น ,หลิงเทียนจึงจงใจถามเขาออกไปด้วยคำถามที่คลุมเครือแต่เมิ่งหลี่เก้อกลับสามารถตอบพวกมันได้อย่างแม่นยำ . แม้ว่าจะตอบกลับมาเพียงคร่าวๆ , แต่หลิงเทียนก็ยังคงประหลาดใจในความรู้ของเมิ่งหลี่เก้อและทันใดนั้นประทับใจที่เขามีต่อเมิ่งหลี่เก้อก็แตกต่างออกไป .

 

 

ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมโลกถึงได้บอกว่าเขานั้นคือคนฉลาด .มันช่างสมควรแล้วจริงๆ ! เพียงแค่ความรู้ของเขาเพียงอย่างเดียวก็คู่ควรให้ทุกๆคนเคารพแล้ว . ความรู้ของเขานั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าเย่ชิงเฉินและอาจจะถือได้ว่าเขานั้นมีความรู้มากกว่าฉินเซียนเซิงซะอีก !

 

 

จู่ๆเรื่องก็เปลี่ยนไปเป็นเรื่องของตระกูลทรงอำนาจต่างๆและฉินเซียนเซิงก็เป็นคนเอ่ยถามออกมาคนแรก , “ เทียนเอ๋อร์ , นับตั้งแต่ที่เจ้าได้กลายเป็นคนเด่นคนดังถึงขนาดนี้ ? การที่นายใหญ่สามอวี้ออกตัวพูดเพื่อเจ้าข้านั้นก็ไม่แปลกใจเลย . กระทั่งตระกูลตงฟางก็ยังอยากจะสร้างความสัมพันธ์อันดีกับเจ้า , มันก็ยังคงเป็นสิ่งที่อยู่ในความคาดหมาย . แต่เมื่อใดกันที่ตระกูลหนานกงนั้นกลายเป็นพวกเดียวกับเจ้า ? นี่เป็นสิ่งที่ทำให้ข้าสับสนที่สุด . ”

 

 

หลิงเทียนหัวเราะออกมาและอธิบายการเป็นพันธมิตรของเขากับตระกูลหนานกง . พอพวกเขาได้ยินว่าผู้นำตระกูลหนานกง , หนานกงเทียนหลงกลับต้องสูญเสียเพราะหลิงเทียนถึงขนาดนี้ , ทุกๆคนก็อดไม่ได้ที่จะระเบิดหัวเราะออกมา .

 

 

นับตั้งแต่ที่งานเลี้ยงเริ่มขึ้น , เมิ่งหลี่เก้อนั้นก็ได้คอยสังเกตหลิงเทียนกับทุกคนๆที่อยู่ในงานเลี้ยงและอดไม่ได้ที่จะตื่นตระหนก ! เขาไม่เคยเห็นความสัมพันธ์ที่กลมกลืนระหว่างศิษย์และอาจารย์เช่นนี้มาก่อน . หลิงเทียนผู้นี้ช่างพิเศษจริงๆ ! วิธีที่ฉินเซียนเซิงมองไปที่หลิงเทียน , มันดูเหมือนกับอาจารย์มองไปที่ศิษย์จริงๆงั้นรึ ? เห็นได้ชัดเลยว่าฉินเซียนเซิงนั้นดูราวกับว่าเขากำลังพูดกับหลานชายที่โปรดปรานของเขา . ใบหน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยความรัก , ความยินดีและความอิ่มเอมใจ . ในเวลาเดียวกันนั้น , ฉินเซียนเซิงก็ยังคงดูผ่อนคลายอย่างมากโดยปราศจากร่องรอยของความหวาดกลัวหรือการสงวนท่าทีเมื่อกำลังพูดกับผู้นำตระกูลในอนาคต .

 

 

ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายและผู้ใต้บังคับบัญชาเช่นนี้เป็นสิ่งที่เมิ่งหลี่เก้อปรารถนาอยู่เสมอ . ในตอนที่เขารับใช้เว่ยเฉิงปิง , นี่เป็นสิ่งที่ไม่เคยจะเกิดขึ้น ! เมื่อเทียนหลิงเทียนและเว่ยเฉิงปิงแล้ว , มันแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด . หลิงเทียนนั้นพยายามจะเอาชนะใจของฉินเซียนเซิงเพื่อเอาชนะใจของตัวเอง , ขณะที่เว่ยเฉิงปิงนั้นเอาชนะใจของเขาเพื่อเอาชนะความแข็งแกร่งของเขา ! แม้ว่าจุดจบมันจะคล้ายกัน , แต่ความวิธีการนั้นแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน ! อดีตนั้นเป็นดั่งสายลมอ่อนและพิรุณโปรย , ค่อยๆหล่อเลี้ยงบางสิ่งอย่างไร้ร่องรอย . เมื่อเป็นเช่นนี้ , คนๆนั้นก็จะยอมรับใช้เจ้านายของตนด้วยความเบิกบานอย่างไม่รู้ตัว . สำหรับระยะในอดีต , มันเป็นดั่งพายุที่รุนแรง , ด้วยระยะเวลาที่ถือเป็นความสำคัญอันดับหนึ่ง ! ขณะที่อดีตนั้นมันต้องใช้เวลาอย่างมากเพื่อส่งผลระยะยาว . แต่เพราะอดีตนั้นเมื่อระยะเวลาในการพัฒนาความสัมพันธ์นั้นสั้น , มันจึงเกิดความเสี่ยงในการทรยศหักหลังหลังจากผ่านมาช่วงเวลาหนึ่ง ! เมิ่งหลี่เก้อและเว่ยเฉิงปิงนั้นเป็นตัวอย่างที่ดีของเรื่องนี้ .

 

 

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ , เมิ่งหลี่เก้อก็เริ่มมองไปที่หลิงเทียนด็วยท่าทางชื่นชม .

 

 

หลิงเทียนพลันมองไปที่เมิ่งหลี่เก้อและพูดอย่างจริงจัง , “ เมิ่งเซียนเซิง , ข้าเชื่อว่าท่านนั้นควรจะรู้อยู่แล้วว่าสถานการณ์ในปัจจุบันของท่านดีและข้าจะไม่ชักแม่น้ำทั้งห้าเบื้องหน้าชายที่ฉลาด . หลิงเทียนนั้นเป็นห่วงความปลอดภัยของเซียนเซิงอย่างมากและจะพูดอย่างตรงไปตรงมา . ข้าหวังว่าเซียนเซิงจะไม่ตำหนิข้า ! ”

 

 

เมิ่งหลี่เก้อนั้นคาดเดาได้รางๆถึงสิ่งที่หลิงเทียนต้องการจะพูดและตอบกลับด้วยรอยยิ้ม , “ คุณชายหลิงพูดออกมาได้เลย . ”

 

 

หลิงเทียนพูดต่อ . “ ด้วยสติปัญญาของเซียนเซิง , ท่านกลับยินยอมที่จะทำงานอยู่ใต้ปีกของเว่ยเฉิงปิง . ปกติแล้ว , เรื่องเช่นนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นด้วยจากสายตาอันกว้างไกลของเซียนเซิงแล้ว . นี่เป็นสิ่งที่หลิงเทียนสับสนและข้าก็คงต้องขอคำแนะนำจากเซียนเซิง . ”

 

 

เมิ่งหลี่เก้อหัวเราะอย่างขมขื่นก่อนจะพูด , “ คุณชายหลิงนั้นยังไม่รู้เรื่องบางอย่าง . หลายปีก่อนหน้านี้ , ท่านอาจารย์ของข้านั้นเป็นหนี้ตระกูลราชวงศ์ของราชวงศ์เว่ยเหนืออย่ามาก . ในตอนที่ข้านั้นสำเร็จการเล่าเรียนจากท่านอาจารย์ , ตระกูลราชวงศ์ของราชวงศ์เว่ยเหนือก็ได้มาหาท่านอาจารย์ของข้าเพื่อมาหาลูกศิษย์เพื่อช่วยเหลือราชวงศ์เว่ยเหนือ . เดิมทีแล้ว , ความรู้ของข้านั้นยังตื้นเขินเกินไปที่จะมาไปทำงานให้พวกเขา . แต่อย่างไรก็ตาม , ข้าก็เป็นศิษย์เพียงคนเดียวที่อยู่ข้างกายท่านอาจารย์ในเวลานั้น . ”

 

 

พอเขาพูดจบ , เมิ่งหลี่เก้อก็ส่ายหน้าและก้มลงมองไปยังจอกสุราก่อนจะพูดต่อ , “ ท่านอาจารย์นั้นมักจะให้ความสำคัญกับคำสัญญามากมายนักและท่านอาจารย์ก็ไม่สามารถเพิกเฉยต่อราชวงศ์เว่ยเหนือ . ในเวลานั้น , ท่านไม่อยากจะทำลายอนาคตของข้า . ดังนั้นเขาก็เลยให้ข้าตัดสินใจ . ในฐานะศิษย์แล้วข้าจะเพิกเฉยต่อความกังวลของท่านอาจารย์ได้อย่างไร ? ”

 

 

ฉินเซียนเซิงพลันยืนขึ้นและโค้งคารวะต่อเมิ่งหลี่เก้อ . เมิ่งหลี่เก้อต้องการจะหลบการคารวะนี้แต่ก็ถูกฉินเซียนเซิงหยุดเอาไว้ , “ ศิษย์น้อง , เจ้าอย่าได้หลบการคารวะนี้จากข้าเลย . นี่เป็นสิ่งที่เจ้าสมควรได้รับ . การโค้งคำนับจากพี่ชายที่โง่เขลาผู้นี้ก็เพื่อจะขอบคุณเจ้าสำหรับการเสียสละของเจ้า . พี่ใหญ่ผู้นี้รู้สึกผิดจริงๆ . ” พอฉินเซียนเซิงพูดจบ , น้ำตาก็ไหลอาบแก้ม .

 

 

เมิ่งหลี่เก้อถอนหายใจ , “ เช่นนั้นแล้วข้าจะตอบแทนความเมตตาจากท่านอาจารย์ของพวกเราได้อย่างไร ? การที่ศิษย์พี่พูดเช่นนี้ , ท่านทำให้ข้าอับอายแล้ว . ” หลังจากหยุดคิดอชั่วครู่ , เมิ่งหลี่เก้อก็เล่าต่อ , “ ในตอนนี้น้องชายผู้นี้ไปถึงราชวงศ์เว่ยเหนือเป็นคราแรก , ข้าตระหนักได้ว่าองค์ชายรัชทายานเฉิงปิงนั้นมีจิตใจคับแคบแต่ก็มีความสามารถ . เขานั้นมักจะลงมืออย่างโหดเหี้ยมและเด็ดเดี่ยว , มีพรสวรรค์ในการปกครองบ้านเมือง ! น้องชายผู้นี้พลันคิดว่าถ้าหากเขาปฏิบัติกับข้าอย่างดีและฟังคำสั่งสอนของข้าสั่งครึ่งหนึ่ง , มันก็คงจะไม่ใช่เรื่องแย่สำหรับข้าที่จะอยู่เคียงข้างราชวงศ์เว่ยเหนือ . แต่อย่างไรก็ตาม , ข้าไม่คิดเลยว่าเขาจะ… ” พอหลิงเทียนพูดถึงตรงนี้ , เขาก็ส่ายหน้าอย่างขมขื่นก่อนจะพลันยิ้มปล่อยวางออกมา , “ อย่างไรก็ตาม , มันก็ดีแล้วล่ะ . น้อยชายผู้นี้ทำก็ได้รับผลประโยชน์จากมันและข้าก็ไม่จำเป็นที่จะต้องพาตัวเองเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับวังวนการเมืองของทวีปอีกต่อไป . มันช่างเป็นพรที่ดีจริงๆ . ”

 

 

หลิงเทียนพยักหน้าและเริ่มคิดอย่างรอบคอบ . เห็นได้ชัดเลยว่าประโยคสุดท้ายของเมิ่งหลี่เก้อนั้นพูดกับเขา . เห็นได้ชัดเลยว่าเมิ่งหลี่เก้อนั้นพยายามที่จะใบ้ให้กับหลิงเทียนว่าอย่าได้ผูกมัดเขา . ดังนั้นหลิงเทียนจึงยิ้มออกมา , “ เซียนเซิงช่างตรงไปตรงมาจริงๆ แล้วเช่นนั้นหลิงเทียนจะฝืนบังคับท่านได้อย่างไร . แม้ว่าหลิงเทียนอาจจะไม่ได้มีความสามารถใดๆ , แต่แน่นอนว่าข้าก็มีหลักการของข้า . เช่นนั้นแล้วข้าจะกล้าบังคับเซียนเซิงให้ทำสิ่งที่ท่านไม่ต้องการได้อย่างไร ? เมื่อพายุเบาบางลง , เซียนเซิงสามารถเลือกทางที่ท่านต้องการได้ . แต่อย่างไรก็ตาม ,โปรดจำไว้ว่าประตูบ้านของตระกูลหลิงนั้นจะเปิดรับท่านเสมอ . แม้ว่าท่านจะไม่ได้อยู่นานนัก , แต่มันก็ยังดีถ้าหากท่านสามารถมาพักผ่อนด้วยระยะเวลาสั้นๆขณะที่ท่านเหนื่อยจากการท่องเที่ยวไปทั่วทวีป . แม้ว่าที่บ้านตระกูลหลิงนั้นจะไม่ได้เลิศเลอนัก , แต่มันก็สามารถปัดเป่าพายุและสายฝนให้กับเซียนเซิงได้ . ข้าหวังว่าเซียนเซิงจะไม่ปฏิเสธข้า ! ”

 

 

เมิ่งหลี่เก้อประสานหมัดตอบ , “ ขอบคุณคุณชาย ! ”

 

 

หลิงเทียนยิ้มสบายๆและยกจอกสุราขึ้น , “ การพบปะกันในวันนี้แสดงให้เห็นถึงโชคชะตาของพวกเรา . ข้าสงสัยว่าเซียนเซิงจะสามารถหารือสถานการณ์ของทวีปกับข้าได้หรือไม่ ? แค่พูดคุยกับแบบสบายๆในงานเลี้ยงและท่านสามารถทำอะไรก็ได้หรือพูดอะไรก็ได้ตามที่ท่านต้องการ . หลิงเทียนพร้อมฟังเสมอ . ”

 

 

เมิ่งหลี่เก้อส่ายหน้าพร้อมกับหัวเราะ , “ คุณชายหลิงช่างเจ้าเล่ห์จริงๆ ! ” หลังจากที่จมอยู่กับการครุ่นคิดชั่วขณะ , เมิ่งหลี่เก้อพลันจ้องมองไปที่หลิงเทียนอย่างจริงจัง , “ก่อนจะเริ่ม , ข้าอยากจะถามคุณชายสักคำถาม . ข้าหวังว่าคุณชายจะตอบข้า . ”

 

 

หลิงเทียนพูดอย่างจริงจัง , “ ถามได้ตามสบาย , ตราบใดที่ข้าสามารถตอบมันได้ , ข้าก็จะไม่ปิดบัง ! ”

 

 

เมิ่งหลี่เก้อจ้องไปที่หลิงเทียนและถามด้วยท่าทางผ่าเผย , “ ข้าอยากจะถามคุณชายว่าอะไรคือสิ่งใดคือไพร่สำหรับท่าน ? ”

 

 

“ ไพร่ ? ” หลิงเทียนหัวเราะ , “ เซียนเซิง , ด้วยเรื่องที่ว่าสิ่งใดคือไพร่นั้น , มันก็ขึ้นอยู่กับสถานะของผู้คนที่ตัดสินคุณค่าของคนอื่น . ด้วยสถานะที่ต่างกัน , วิธีที่พวกเขาตัดสินไพร่นั้นก็แน่นอนว่าย่อมต่างกัน . เซียนเซิงเห็นด้วยกับข้าหรือไม่ ?  หรือเซียนเซิงจะคิดจริงๆว่าข้าจะตอบท่านอย่างอิสระในเวลาและสถานที่เช่นนี้ ? ”

 

 

เมิ่งหลี่เก้อขมวดคิ้วและตอบ , “ นี่คุณชายกำลังสอนข้า ? ”

 

 

หลิงเทียนคลำจอกสุราในมือและยิ้ม , “ ถ้าหากเซียนเซิงมีคำถาม , เป็นธรรมดาที่ข้าจะตอบมันอย่างจริงใจ . ในสายตาของข้าแล้ว , เหล่าไพร่ของโลกใบนี้นั้นไม่ต่างอะไรไปกับมด ! ”

 

 

ใบหน้าของทุกๆคนที่นี่เปลี่ยนไปทันที ! ไม่มีใครคาดคิดว่าหลิงเทียนจะตอบเช่นนี้ ! ฉินเซียนเซิงก็เริ่มขมวดคิดด้วยใบหน้าที่ไม่พอใจ .

 

 

ราวกับว่าเขาเข้าใจบางอย่าง , เมิ่งหลี่เก้อก็เริ่มหยั่งเชิงหลิงเทียน , “ คุณชายดูเหมือนว่ามีอะไรบางอย่างจะพูด . นี่จะเป็นไปได้อย่างไรที่สิ่งนี่จะเป็นการพูดอย่างอิสระจากจิตใจของท่าน ?! ”

 

 

หลิงเทียนหัวเราะและพูดด้วยน้ำโทนเสียงนุ่มลึก , “ ก็มันจริง ! ถ้าหากข้าเป็นไพร่ , เช่นนั้นไพร่บนโลกนี้ก็จะเป็นดั่งเนื้อและเลือดสำหรับข้า . แต่อย่างไรก็ตาม , ในตอนนี้ข้านั้นเกิดในตระกูลทรงอำนาจและถ้าหากไม่มีอะไรเปลี่ยน , ไพร่ก็จะไม่ต่างอะไรไปกว่ามดในใจของข้า . มันคือความรู้สึกของข้าจริงๆ ! นี่เซียนเซิงไม่เชื่อข้ารึ ? ”

 

***

 

กลับมาแล้วค้าบบบ

 

โปรโมชั่นทุกกลุ่ม 300 บาท เดือนพฤศจิกายน (8/10)

กลุ่มลับถึงกลุ่มที่ 7

INBOX เข้ามาที่เพจได้เลย

Legend of Ling Tian ตำนานของหลิงเทียน