0 Views

หลิงเทียนยิ้มและไม่ได้สนใจซี่เหมินชิงอย่างสิ้นเชิงก่อนที่เขาจะพูดกับเฉียนสุ่ยโหรว , “ ถ้าหากเป็นเช่นนั้น , น้องชายผู้นี้ก็จะต่อบทกวีจากก่อนหน้านี้ , ” พอเขาพูดจบ , เขาก็เคาะโต๊ะเบาๆด้วยนิ้วของเขาและครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเอื้อนเอ่ยออกมา ,

 

 

“ พิรุณโอนอ่อนหมอกจางๆก่อสร้างรอยยิ้ม

จิตวิญญาณดั่งดอกไม้แต่อ่อนโยนดั่งต้นหลิว .

ความเงียบแห่งข้านั้นมิได้พูดแทนความอ้างว้าง ,

ลมวสันต์พูดแทนความปรารถนาแห่งข้า

พิรุณพูดแทนความกังวลแห่งข้า ! ”

 

 

เฉียนสุ่ยโหรวแผยร่องรอยแห่งความเขินอายขณะที่นางหันหน้าไปทางอื่น . เสียงฮึดฮัดที่ฟังดูไม่พอใจดังขึ้นมาจากเหล่าผู้คุ้มกันร่างสูงโปร่งทั้งแปดคนนั้นที่กำลังลุกไหม้ไปด้วยความโกรธ , ดูราวกับว่าพวกเขาอยากจะฉีกหลิงเทียนออกเป็นชิ้นๆ . ด้วยเสียงหัวเราะคิกคัก , หลิงเทียนไม่ได้สนใจพวกเขาอย่างสิ้นเชิง .

 

 

“ เยี่ยม ! ‘ลมวสันต์พูดแทนความปรารถนาแห่งข้า พิรุณพูดแทนความกังวลแห่งข้า ’ ! ” นักปราชญ์อาวุโสลูบเคราของเขาและพยักหน้า . บทกวีอันอ่อนโยนของหลิงเทียนนั้นเป็นที่ชื่นชอบของเขาอย่างมากและมันเป็นบทกวีแห่งความรักที่พูดถึงความรักแรกพบ .

 

 

เมื่อผู้ตัดสินทั้งหมดนั้นเปรียบเทียบบทกวีของหลิงเทียนและซี่เหมินชิง , พวกเขาทั้งหมดก็เริ่มขมวดคิ้ว . ไม่ว่าจะเป็นความลึกซึ้งหรือใจความ , พวกเขานั้นก็คล้ายคลึงกันอย่างยิ่งและแต่ละคนก็มีจุดแข็งเป็นของตัวเอง . มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะวางว่าใครเหนือกว่าใครและก็ถูกประกาศออกว่าเสมอ .

 

 

หลิงเทียนส่ายหน้าด้วยรอยยิ้มและพูดด้วยร่องรอยที่ทำอะไรม่ถูก , “ หลิงเทียนเพียงแค่ต่อบทกวีที่พี่ชายเฉียนนั้นได้ประพันธ์ไว้เมื่อสองวันก่อน . แรงบันดาลใจของบทกวีนี้มาจากพี่ชายเฉียนและมันก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับคุณชายซี่เหมินหรือการประชันบทกวี . เช่นนั้นแล้วบทกวีนี้จะถูกเอามาตัดสินหรือถูกจัดให้เสมอได้อย่างไร ? ฮ่าๆๆ , ถ้าหากเรื่องไร้สาระบางอย่างของข้าสามารถถือได้ว่าเสมอ , มันก็คงจะมากเกินไปหน่อยที่ให้สิทธิพิเศษแก่ข้าถึงขนาดนี้  . ฮ่าๆๆๆ… ”

 

 

พอหลิงเทียนพูดจบ , ใบหน้าของผู้ตัดสินทั้งหมดก็พลันม่วงคล้ำทันที . ไม่มีใครคิดเลยว่าบนกวีที่สวยงามเช่นนี้กลับไม่ใช่ความสามารถที่แท้จริงของหลิงเทียนที่เอาไว้จัดการกับการยั่วยุของซี่เหมินชิง ! ถ้าหากเป็นเช่นนั้น , แล้วความสามารถจริงๆของคุณชายหลิงผู้นี้จะยอดเยี่ยมถึงขนาดไหน ? นอกจากนี้ , หลิงเทียนผู้นี้ก็หยิ่งยโสจนเกินไปที่เรียกบทกวีที่สวยงามเช่นนี้ว่าเป็นสิ่งไร้สาระ . นี่เขาพยายามจะถ่อมตัวหรือ ? นี่ช่างเป็นการหยิ่งยโสโดยสิ้นเชิง !

 

 

ในตาของทุกๆคนในตอนนี้ , บทกวีก่อนหน้านี้ของหลิงเทียนนั้นถือว่าเป็นผลงานที่น่าอัศจรรย์จะแทบจะดีพอแล้วที่จะได้สวมมงกุฎของผู้ชนะ . แม้ว่าบทกวีของซี่เหมินชิงนั้นจะเหนือกว่าบทกวีอื่นๆ , แต่มันก็ด้อยกว่าเล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับบทกวีของหลิงเทียน ! สำหรับผู้ตัดสินที่บอกว่ามันเสมอ , มันคงจะเป็นเพราะพวกเขานั้นไว้หน้าตระกูลซี่เหมินอย่างมาก ! แม้ว่าบทกวีของซี่เหมินชิงจะโดดเด่น , แต่มันก็มีขีดจำกัดและยังคงห่างไกลที่จะถือว่าเป็นผลงานระดับสุดยอดปรมาจารย์ . แต่สำหรับบทกวีของหลิงเทียนนั้น , โดยเฉพาะอย่างยิ่งสองวรรคสุดท้าย , มันสามารถอธิบายได้ถึงความรู้สึกอ่อนโยนของความรักในวัยหนุ่มสาวได้อย่างสมบูรณ์ . ตกอยู่ในห้วงความรักแต่ไม่สามารถที่จะพูดอะไรออกมาได้และอยากจะสารภาพแต่กลับยืนนิ่งเงียบงันเพราะความเขินอาย . เพียงแค่สองวรรคนี้เพียงอย่างเดียว , มันก็เพียงพอแล้วที่จะส่งต่อไปให้กับชนรุ่นหลังได้ประจักษ์ !

 

 

นอกจากนี้ , หลิงเทียนก็จงใจเน้นคำว่า ‘ เสมอ ’ ในตอนที่เขาพูดออกมาก่อนหน้านี้ , ทำให้ใบหน้าของเหล่าผู้ตัดสินพลันแดงก่ำ . โดยเฉพาะอย่างยิ่งสามผู้ตัดสินที่ถูกเชิญมาโดยซี่เหมินชิงเป็นธรรมดาที่จะแสดงความลำเอียงต่อซี่เหมินชิงและสนับสนุนให้บทกวีทั้งสองนั้นได้ผลเสมอ . สำหรับฉินเซียนเซิงและเมิ่งหลีเก้อ , เห็นได้ชัดเลยว่าพวกเขานั้นอยู่ฝั่งหลิงเทียนแต่พวกเขาก็ยังคงยั้งความต้องการของพวกเขา . ถ้าหากพวกเขานั้นสู้กับผู้ตัดสินคนอื่นๆเกี่ยวกับปัญหาเช่นนี้ , มันก็จะกลายเป็นเรื่องน่าเกลียด ! หลิงเทียนนั้นได้รับชัยชนะอยู่แล้ว , และก็ไม่ได้น่ารังเกียจอะไรที่จะตัดสินรอบนี้ว่าเสมอ . อีกอย่าง, บทกวีแห่งการจากลาของซี่เหมินชิงนั้นก็มีความพิเศษในตัวของมันดังนั้นทั้งสองจึงไม่ได้พูดอะไรและทั้งสองก็ยอมรับมันอย่างเงียบๆกับผลเสมอ .

 

 

นอกจากนี้ , ทั้งฉินเซียนเซิงและเมิ่งหลี่เก้อนั้นอยากจะเห็นความสามารถทั้งหมดของหลิงเทียน . ถ้าหากหลิงเทียนกำลังจะชนะด้วยชัยชนะที่ท่วมท้นในตอนนี้ , ทั้งสองก็จะกังวลว่าหลิงเทียนจะเลิกสู้ในภายหลังและไม่เปิดเผยพรสวรรค์ของเขาออกมาอีก . ด้วยความเข้าใจของฉินเซียนเซิงที่มีต่อหลิงเทียน , เขารู้ว่าหลิงเทียนนั้นเป็นคนที่ชอบหมอบอยู่ต่ำๆและทำตัวเป็นหมูกินเสือ . มันจึงมีความเป็นไปได้ว่าหลิงเทียนนั้นจะหยุดเปิดเผยพรสวรรค์ของเขาออกมาอีกในตอนนี้ !

 

 

ในตอนนี้ , ซี่เหมินชิงนั้นยังคงสับสนอยู่ในใจ . จริงๆแล้วเขานั้นพยายามอย่างหนักที่จะเรียกชื่อเสียงของเขากลับคืนมาเพื่อสร้างเกียรติของเขาขึ้นมาใหม่ . สำหรับหลิงเทียนที่ยอมแพ้ด้วยกวีที่สวยงามเช่นนี้ , ไม่ใช่ว่ามันเท่ากับการทำร้ายตัวเองงั้นรึ ?

 

 

ด้วยความอัจฉริยะของเขาเอง , เป็นธรรมดาที่ซี่เหมินชิงนั้นจะสามารถบอกได้ว่าบทกวีของหลิงเทียนนั้นดียิ่งกว่าเขา . ดังนั้น , เขาจึงหงุดหงิดอย่างมากที่คิดว่าผู้ตัดสินนั้นกำลังจะประกาศความพ่ายแพ้ของเขาอีกครั้งและทำให้เขาต้องเสียชื่อเสียงทั้งหมดไป ! แต่เขากลับโล่งอกอย่างมากในตอนที่เขาได้ยินผู้ตัดสินประกาศว่ารอบนี้ผลคือเสมอ .

 

 

ในตอนนี้ที่เขาได้ยินว่าหลิงเทียนอยากจะยอมแพ้กับบทกวีนี้ , ซี่เหมินชิงก็สบายใจขึ้นมาก่อนที่เขาจะคิดกับตัวเอง , สำหรับบทกวีเดียวที่มีวลีเพียงหนึ่งหรือสองนั้นสามารถส่งต่อออกไปได้หลายชั่วอายุคน , มันจำเป็นต้องมีแรงบันดาลใจในตัวของมันและนักปราชญ์ส่วนใหญ่นั้นจะไม่สามารถคิดมันขึ้นบทกวีที่มีความสามารถส่งต่อไปรุ่นสู่รุ่นเช่นนี้ได้อีก ! นี่หลิงเทียนคิดจริงๆหรือว่าบทกวีที่มหัศจรรย์เช่นนี้เป็นเพียงเศษเหล็กไร้ค่าที่หาได้ตามท้องถนน ? กระทั่งบทกวีแห่งการจากลาของตัวข้าเองยังเป็นสิ่งที่เป็นสิงที่จำเป็นต้องมีแรงบันดาลใจขึ้นมาอย่างฉับพลันและเป็นผลงานที่ดีที่สุดของข้าจนถึงทุกวันนี้ . ข้าไม่เชื่อว่าหลิงเทียนผู้นี้จะสามารถเหนือกว่าข้าไปได้อีกครั้ง !

 

 

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ , ซี่เหมินชิงก็พ่นลมหายใจออกมาอย่างเย็นชา , “ คุณชายหลิงนี่ช่างสมกับเป็นอัจฉริยะที่เต็ฒไปด้วยพรสวรรค์และซี่เหมินชิงก็หวาดกลัวจริงๆ ! ถ้าหากคุณชายสามารถสรรสร้างบทกวีอีกบทหนึ่งที่คู่ควรแก่การส่งต่อรุ่นสู่รุ่นขึ้นมาได้ , ข้าจะสาบานว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับบทกวีอีกต่อไปในชีวิตของข้า !

 

 

หลิงเทียนหัวเราะและเติมสุราลงในจอกของเขาอีกครั้ง . เขามองเข้าไปยังสุราในจอกก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างไร้อารมณ์ , “ ผู้ใดที่ละทิ้งข้า , วันวานมิอาจย้อนคืน ; ผู้ใดที่สร้างปัญหาให้ข้า , วันนี้จะต้องวิตก ! ”

 

 

เพียงสองวลีสั้นๆก็แทบจะทำให้คนนับพันในตำหนักหมอกสวรรค์นี้เงียบงันอย่างสมบูรณ์ ! ใบหน้าของซี่เหมินชิงนั้นซีดเผือด . ด้วยเพียงแค่วลีเปิดเพียงสองวลี , บทกวีนี้ก็แน่นอนเลยว่าจะควรค่าแก่การส่งผ่านต่อรุ่นสู่รุ่น !

 

 

ใบหน้าของฉินเซียนเซิงและเมิ่งหลี่เก้อเป็นประกายขณะที่พวกเขาจ้องมองไปที่หลิงเทียนราวกับว่าพวกเขากำลังได้รับสมบัติ . ขณะที่พวกเขากำลังพึมพำอยู่กับวลีทั้งสองนี้กับตัวเอง , พวกเขาก็รู้สึกราวกับว่าพวกเขานั้นกำลังลิ้มรสสุราเก่าแก่อายุร้อยปี , ด้วยความเข้มข้นหลังจากที่ได้ลิ้มลองและพวกเขาก็กำลังเลียริมฝีปากขณะที่พวกเขากำลังรำลึกถึงรสชาติของสุรา !

 

 

เฉียนสุ่ยโหรว , เสี่ยวหยานเสวี่ยและสตรีคนอื่นๆนั้นตกตะลึงอย่างสมบูรณ์ . พวกนางทั้งหมดล้วนเชี่ยวชาญในทักษะด้านนี้และมีความสามารถหยั่งรู้ได้ว่าอะไรคือสิ่งที่ดีหรือแย่ . ในตอนที่พวกนางได้ยินสิ่งที่หลิงเทียนพูดออกมาก่อนหน้านี้ , พวกก็ยังคิดว่าเขานั้นหยิ่งยโสเกินไป . แต่ในตอนนี้ที่พวกเขาได้ยินวรรคเปิดที่งดงามเช่นนี้ , พวกนางก็จ้องมองไปที่หลิงเทียนด้วยท่าทางไม่อยากจะเชื่อ ! ในตอนที่หลิงเทียนนั้นเปิดปากออกมาโดยไม่ตั้งใจก่อนหน้านี้ด้วยวลีที่สวยงามดั่ง ‘ ลมวสันต์พูดแทนความปรารถนาแห่งข้า ; พิรุณพูดแทนความกังวลแห่งข้า ’ ที่เขาได้ท่องออกมา . ใครจะไปคิดว่าเวลาผ่านไปไม่ถึงสิบนาทีพวกเขาจะสามารถได้ยินบทกวีที่เลิศเลออีกบทหนึ่ง ! นับตั้งแต่สมัยโบราณจนกระทั่งตอนนี้จะมีสักกี่คนกันที่สามารถทำเช่นนี้ได้ ? แม้ว่าพรสวรรค์ของหลิงเทียนนั้นไม่อาจจะพูดได้ว่าไม่มีที่เปรียบในประวัติศาสตร์และส่งต่อออกไปรุ่นสู่รุ่น , แต่มันก็ยิ่งกว่าเพียงพอแล้วสำหรับเขาที่จะสวมฉายาอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งยุค !

 

 

หลิงเทียนขมวดคิ้วเบาๆขณะที่เขาเดินออกจากประตูของเรือนจันทราสวรรค์ราวกับว่าเขากำลังจมอยู่กับความคิด . ทุกๆคนอดไม่ได้ที่จะกลั้นหายใจเพราะเกรงกลัวว่าเสียงของลมหายใจของพวกเขาจะไปขัดจังหวะการคิดของหลิงเทียนและทำลายผลงานแห่งประวัติศาสตร์ . ถ้าหากมันเกิดขึ้นพวกเขาจะต้องกลายเป็นนักปราชญ์ที่บาปหนาไปตลอดชีวิตอย่างแน่นอน !

 

 

จากนั้นหลิงเทียนก็ก้าวไปข้างหน้าสองก้าวและมองขึ้นไปบนฟ้าด้วยท่าทางดุเดือนเลือดพล่านดั่งนักบวชที่ได้เดินทางไปทั่วทั้งทวีป . ในเวลาเดียวกันนั้น , หลิงเทียนก็ไม่ได้เป็นคนเสเพลอันดับหนึ่งหรือคุรชายของตระกูลทรงอำนาจอีกต่อไป . กลับกัน , เขากลายเป็นนักปราชญ์ที่มีความคิดที่เปิดกว้างและความรู้ที่กว้างขวาง , เป็นคนที่สามารถมองเห็นทุกๆเรื่องที่เกิดขึ้นในโลก !

 

 

ในตอนนี้ , เสียงที่มีชีวิตชีวาของหลิงเทียนก็ดังขึ้นและเขาก็เอ่ยบทกวีทั้งหมดออกมาภายในลมหายใจเดียว !

 

 

“ ฝูงห่านย้ายถิ่นฐานในสารท , ผู้คนเพลิดเพลินสุราขณะได้เห็น .

 

 

หวังจะได้บินล่องลอยบนฟากฟ้าในยามเย็น , ปรารถนาที่จะโอบกอดจันทร์สว่างไสวในอ้อมแขน .

 

 

เหมือนดั่งตัดสายธารด้วยใบมีดยิ่งหลั่งไหล , ร่ำสุราให้ลืมยิ่งระทมทุกข์

 

 

คนมิอาจทำตามปรารถนาได้ในชีวิต , ทำได้เพียงรอเวลาที่จะมีอิสระล่องลอยไปชั่วชีวี ! ”

 

 

แม้ว่าบทกวีนี้จะถูกเอื้อนเอ่ยออกมาจนจบ , แต่ทั่วทั้งบริเวณกลับยังคงเงียบงันอยู่นาน . ในที่สุด , บางคนก็เริ่มที่จะปรบมือเบาๆและปลุกทุกๆคนให้ตื่นขึ้นจากภวังค์ก่อนที่ทั่วทุกมุมจะเต็มไปด้วยเสียงปรบมือที่ดังลั่นดั่งอัสนีบาต !

 

 

ช่างเป็นบทกวีที่สวนงามอะไรเช่นนี้ ! ช่างเป็นบทกวีที่เต็มไปด้วยสติปัญญา ! ช่างดุเดือนเลือดพล่านยิ่งนัก ! ช่างเป็นบทกวีที่ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องทางเลือกที่สุด !

 

 

นี่เขาเป็นอัจฉริยะแค่ไหนกัน ! กระทั่งจะเรียกหลิงเทียนว่าเป็นอัจฉริยะที่โดดเด่นมันก็ยังไม่พอที่จะอธิบายต่อความเป็นอัจฉริยะของหลิงเทียนได้แม้แต่ส่วนเดียว !

 

 

บทกวีที่งดงามเช่นนี้แน่นอนว่าต้องถูกส่งต่อไปรุ่นสู่รุ่น ! นามของหลิงเทียนนั้นจะต้องถูกส่งผ่านไปทางบทกวีนี้ , และคงอยู่ชั่วนิจนิรันดร์ !

 

 

พอเมื่อเสียงปรบมือเริ่มเงียบลง , นักปราชญ์อาวุโสเคราขาวก็เดินเข้ามาด้วยร่างกายที่โอนเอน . ทุกๆคนที่นี่ก็นึกออกว่านักปราชญ์อาวุโสผู้นี้คือใ , เขานั้นมีชื่อเสียงในวงการนักปราชญ์และเป็นที่รู้กันว่าเป็นนักปราชญ์อันดับหนึ่ง , หรงจื่ออวี้จากราชวงศ์ฮั่นตะวันตก . ซี่เหมินชิงนั้นเป็นศิษย์ที่เขานั้นภูมิใจที่สุด ! ใครจะไปคิดว่าเขาจะปรากฏตัวขึ้นมาในวันนี้ ? หรงจื่ออวี้นั้นเป็นคนที่เที่ยงตรงและมีความรู้มากมายกว่าผู้ใดและได้รับการเคารพจากนักปราชญ์ทั้งหมดของโลกนี้ ! เมื่อเห็นว่าอาจารย์ของตนเดินเข้ามา , ซี่เหมินชิงก็รีบเข้าไปช่วงประคองเขา .

 

 

หรงจื่ออวี้ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะปฏิเสธการช่วยเหลือของซี่เหมินชิงและกวาดสายตามองไปที่ฝูงชน , “ ในตอนนี้พวกเราอยู่ในอาณาเขตของอาณาจักรครองฟ้าและตาแก่ผู้นี้ก็ไม่ได้อยากจะเข้ามายุ่งเกี่ยว ! แต่อย่างไรก็ตาม , ตาแก่ผู้นี้เพียงอดไม่ได้ที่จะพูดบางอย่าง . ข้าจำเป็นที่จะต้องถามนักปราชญ์ทุกๆท่านในอาณาจักรครองฟ้าบางอย่าง ! ”

 

 

หรงจื่ออวี้ชี้ไปที่หลิงเทียนด้วยแขนที่เปราะบางขณะที่นิ้วมืออันสั่นเทาของเขาและเสียงของเขาที่พลันแหบแห้ง . ราวกับว่ามันต้องใช้ทุกอย่างที่เขามีเพื่อที่จะตะโกนออกมา , “ พรสวรรค์เช่นนี้มิอาจอธิบายได้ด้วยแค่เพียงคำว่า ‘ พรสวรรค์ฟ้าประทาน ’ และเขานั้นก็เป็นอัจฉริยะในรอบพันปี ! แต่เขากลับกลายเป็นอันธพาลอันดับหนึ่งในสายตาพวกท่านงั้นรึ ?! นี่คนของอาณาจักรครองฟ้ามีอัจฉริยะอยู่จริงๆหรือ ? ”

 

 

“ เหตุใดพวกท่านทั้งหมดถึงยังเรียกตัวเองว่าเป็นนักปราชญ์อยู่ ? ” หรงจื่ออวี้ตะโกน , “ ก่อนที่ชายชราผู้นี้จะมาที่นี่ , ทุกๆคนต่างเต็มไปด้วยความดูถูกต่อคนที่มีนามว่า ‘ หลิงเทียน ’ . กระทั่งบางคนถึงกับบอกบุตรหลานของพวกเขาว่าอย่าได้เอาเยี่ยงอย่างหลิงเทียน . ” หรงจื่ออวี้เริ่มหัวเราะออกมาขณะที่น้ำตาเต็มอยู่ในตาของเขา , “ ชายชราผู้นี้ยังคงสงสัยว่าคนอย่างคุณชายหลิงนั้นจะต้องพบพานเรื่องเลวร้ายเช่นใดมาบ้าง ! ในตอนนี้ที่ในที่สุดข้าก็ได้รู้ความจริง , มันเป็นความจริงที่น่าหัวร่อสิ้นดี ! ช่างน่าเศร้าเกินทน ! ช่างเหลือทนเกินไปแล้ว ! นี่เป็นการทำลายสิ่งที่สวยงามไปโดยสิ้นเชิง ! ความโง่เขลาของคนบนโลกนี้ช่างเห็นได้ชัดจริงๆ ! ”

 

 

“ คุณชายหลิง , ชายชราผู้นี้ต้องขออภัยสำหรับความอคติของข้าที่มีต่อท่านก่อนหน้านี้ ! ” พอเขาพูดจบ , หรงจื่ออวี้ก็โค้งคำนับหลิงเทียน . ก่อนที่หลิงเทียนจะได้มีโอกาสตอบ , หรงจื่ออวี้ก็ยืดตัวตรงและตะโกน , “ ในวันนี้ , ชายชราผู้นี้ขอไร้ยางอายมอบฉายาให้กับหลิงเทียนในฐานะตัวแทนของนักปราชญ์ของโลกนี้ ! ด้วยอายุและพรสวรรค์ของคุณชายหลิง , แม้ว่ามันอาจจะมีคนอื่นๆที่เหมือนกับเขาในอนาคต , แต่เขาแน่นอนว่าจะต้องเป็นคนแรกของประวัติศาสตร์ ! เขานั้นแน่นอนว่ามีความสามารถที่จะเป็นนักกวีอันดับหนึ่งของโลกใบนี้ ! มีใครไม่เห็นด้วยกับข้าหรือไม่ ? ”

 

***

 

โปรโมชั่นทุกกลุ่ม 300 บาท เดือนกันยายน (8/10)

กลุ่มลับถึงกลุ่มที่ 7

INBOX เข้ามาที่เพจได้เลย

Legend of Ling Tian ตำนานของหลิงเทียน