0 Views

เดิมทีแล้ว , เหล่าบัณฑิตทั้งหมดที่มายังตำหนักหมอกสวรรค์นั้นก็เพื่อมาสร้างชื่อเสียงให้กับตัวพวกเขาเองและได้สร้างผลงานบางเล็กน้อย . เหตุผลอีกอย่างก็คือว่าพวกเขานั้นไม่พอใจกับฉายา ‘ บัณฑิตอันดับหนึ่งในใต้หล้า ’ ที่ถูกมอบให้กับซี่เหมินชิง . ถ้าหากพวกเขาได้เข้าร่วมงานชุมนุมนี้และจัดการเหยียบเขา , ไม่ใช่ว่ามันจะทำให้พวกเขามีชื่อเสียงเพิ่มมากขึ้นงั้นรึ ?

 

 

แต่ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าหลังจากที่ผ่านไปไม่กี่นาทีตั้งแต่ที่งานชุมนุมนี้ได้เริ่มต้นขึ้น , บัณฑิตอันดับหนึ่งซี่เหมินชิงกลับถูกทุบตีจนกระทั่งเขาดูราวกับสุนัขที่หางจุกตูด . ในขณะที่เรื่องนี้ทำให้คนที่อยู่ที่นี่มีกำลังใจเพิ่มขึ้น , มันก็ยังเป็นการพิสูจน์ความกล้าหาญของ ‘ อัจฉริยะผู้มีพรสวรรค์’  , หลิงเทียน ! อย่างไรก็ตาม , การประพันธ์บทกวีนั้นสามารถถือได้ว่าเป็นจุดแข็งของคนส่วนใหญ่ที่อยู่ที่นี่ , และพวกเขาทั้งหมดล้วนเริ่มต้นแต่งคร่าวๆอยู่ภายในใจทันที . บางคนแม้กระทั่งเริ่มที่จะพยายามนึกถึงผลงานที่ดีที่สุดของพวกเขาและแอบหาคนที่เหมาะสมที่จะประชันด้วยในวันนี้ .

 

 

เมื่อมองไปที่กลุ่มคนที่ดูกระตือรือร้นถกแขนเสื้อของพวกเขาขึ้นและเตรียมพร้อมที่จะประลอง , เหล่าผู้ตัดสินก็อดไม่ได้ที่จะแอบถอนหายใจกับตัวเอง , เมื่อรู้ว่าเด็กกลุ่มนี้จะต้องได้รับงานหนักอีกครั้งอย่างแน่นอน ! ไม่ใช่ว่าคนที่มีความรู้เรื่องกลอนคู่นั้นต้องมีรากฐานมากจากบทกวีอยู่แล้วไม่ใช่รึ ? การที่จะสามารถประพันธ์กลอนคู่ที่ไม่อาจจับคู่ได้เช่นนั้นขึ้นมาและกระทั่งสามารถต่อมันด้วยตัวเองได้ , เช่นนั้นแล้วการประพันธ์บทกวีของเขาจะด้อยกว่าผู้อื่นได้อย่างไร ?

 

 

เหล่าผู้ตัดสินได้ให้ความสนใจกับพวกเขาและหวังกับหลิงเทียนไว้อย่างเป็นเอกฉันท์ โดยทุกคนต่างหวังว่าเขานั้นจะประพันธ์บทกวีที่มีคุณค่าและได้รับการชื่นชมอย่างล้นหลามขึ้นมาได้อีกครั้ง ! ไม่แปลกที่พวกเขานั้นจะไม่กังวลเลยเกี่ยวกับผู้ที่จะชนะในงานชุมนุมบัณฑิตนี้ .

 

 

เสียงหัวเราะคึกคักและการสนทนาจู่ก็ดังขึ้น , ขณะที่กลิ่นหอมของสุราก็ลอยอบอวนไปทั่ว . ฝูงชนขมวดคิ้วออกมาโดยจิตใต้สำนึกด้วยความไม่พอใจและหันหน้าไปทางต้นตอของกลิ่นนี้ , พวกเขาเห็นนายใหญ่สามอวี้ทำตัวเป็นเหมือนกษัตริย์ของอาณาจักรโดยนั่งอยู่ตรงเก้าอี้เจ้าภาพ , ด้วยชายที่สวมชุดบัณฑิตอีกห้าคนที่ดูเป็นสุภาพบุรุษที่เรียบร้อง , พวกเขาทั้งหมดทั้งกำลังก้มหน้างออยู่ตรงที่นั่งของพวกเขา ! มีแม้กระทั่งเด็กหนุ่มที่ดูราวกับอายุสิบสี่หรือสิบห้าปีกำลังถือจอกสุราและต่อสู้อยู่กับนายใหญ่สามอวี้ ! เสียงของพวกเขานั้นดูแหบแห้งและแหลมทิ่มแทงหูของผู้ฟัง .

 

 

“ นายใหญ่สามอวี้ ! ” แม้ว่าคนอื่นๆจะไม่กล้าพูดอะไร , แต่ฉินเซียนเซิงก็ไม่ใช่คนแบบนั้นแน่นอน , “ พวกเรากำลังเริ่มงานชุมนุมบัณฑิตในตอนนี้ , ท่านช่วยลดเสียงของท่านลงได้หรือไม่ ? หรือข้าควรจะขอให้เจ้าตำหนักกู่ให้ท่านออกไปนั่งโต๊ะด้านนอกแทน ? ”

 

 

อวี้หมานเทียนจ้องมองไปที่เขา , “ อะไรคืองานชุมนุมบัณฑิต ? ข้าได้ยินพี่ใหญ่ของข้าบอกว่าฉินเซียนเซิงนั้นเป็นคนมีความสามารถ ,  แต่แม้จะอย่างนั้น , ท่านก็ไม่สามารถตัดสนคนได้จากรูปลักษณ์ภายนอกของเขา ! อวี้หมานเทียนผู้นี้นั้นเป็นบุรุษที่คงแก่เรียน , และตระกูลอวี้ของข้านั้นก็ยังเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงด้านการประพันธ์ ! แล้วท่านจะมาขอให้ข้าเงียบปากไปได้อย่างไร ? นี่ท่านคิดว่าข้าจะไม่สามารถประพันธ์บทกวีขึ้นมาได้รึ ? ท่านนั้นกำลังดูถูกข้าเกินไปแล้ว ! ”

 

 

“ ไม่คิดเลยว่าแม้กระทั่งท่านก็สามารถประพันธ์บทกวีได้ ! ”  เสียงที่บางเบาและไร้ที่มาผ่านเข้ามา . เสียงนี้ดูเหมือนกำลังเพ้อฝันและฟังดูคลุมเครือโดยไม่สามารถชี้จุดได้ว่ามันตรงออกมาจากที่ใด . กระทั่งด้วยคนที่มีระดับการบ่มเพาะที่สูงอย่างอวี้หมานเทียนเองก็ไม่สามารถตามหาตัวผู้พูดได้ !

 

 

อวี้หมานเทียนโกรธจัดทันทีและลุกขึ้นพร้อมกับตะโกน , “ ไอ้บัดซบตนใดเป็นคนพูด ?! ” ดวงตาที่กระหายเลือดของเขากวาดผ่านทุกๆคน , และเหล่าคนที่โดนจับจ้องก็รู้สึกถึงความหนาวสั่นแทรกซึมเข้าไปในร่างกายของพวกเขา , ทำให้พวกเขารู้สึกไม่สบายตัวที่ไม่สามารถบรรยายได้ . แต่อย่างไรก็ตาม , ไม่มีใครตอบกลับมา , และความเงียบก็พลันหายไปทันที , “ ไอ้บัดซบคนไหนมันพร่ามวาจาไร้สาระออกมา ?!”  รอบๆตัวของเขาก็ยังคงเงียบราวกับป่าช้า !

 

 

อย่างไรก็ตามหลิงเทียนสามารถจับตำแหน่งของเสียงนั้นได้อย่างชัดเจน ; มันเป็นเสียงของสตรีที่แต่งตัวข้ามเพศนามว่าเฉียนสุ่ยโหรวที่พวกเขาเพิ่งจะเจอมาเมื่อวันนั้น ! แต่อย่างไรก็ตาม , เสียงนี้ก็ดังขึ้นมาแบบฉับพลันเกินไปและเพียงพูดออกมาด้วยประโยคสั้นๆ , ดังนั้นหลิงเทียนจึงไม่สามารถกระทั่งจะจับตำแหน่งที่ชัดเจนที่คนๆนี้อยู่ได้ !

 

 

อวี้หมานเทียนหมุนตัวไปรอบๆแต่ก็ไม่สามารถระบุแหล่งที่มาได้ . อย่างไรก็ตาม , เขาก็ไม่ได้กลับไปนั่งที่ของตัวเองแต่กลับหยิบไหสุราไว้ด้วยมือข้างหนึ่งและก้าวออกมาสองสามก้าวข้างหน้าและเร่งเสียงของตัวเองให้ดังขึ้น , “ ทุกๆคนต่างคิดว่านายใหญ่สามผู้นี้ไม่สามารถประพันธ์และเป็นเพียงคนกักขฬะ ! ในวันนี้ , นายใหญ่สามผู้นี้จะชี้แจงด้วยตัวเองและจะประพันธ์บทกวีเพื่อทำให้โลกรู้ถึงความเป็นนักปราชญ์ของข้า ! ”

 

 

ทุกๆคนนั้นถึงขั้นที่พูดไม่ออกอย่างสมบูรณ์ , และอวี้ปิงหยานก็อดไม่ได้ที่จะกระทืบเท้าของนางด้วยความกระวนกระวายอยู่เบื้องหลังหลิงเทียน , ขณะที่นางกำลังสงสัยว่าลุงสามของนางนั้นกำลังทำอะไรอยู่ในตอนนี้ . นี่ท่านบ้าไปแล้วรึไง ? ท่านไม่สามารถที่จะประพันธ์บทกวีได้มาก่อนเลย , นับประสาอะไรกับการเป็นนักปราชญ์ !

 

 

หลิงเทียนจับจ้องและประสานสายตากับหลิงเจี้ยน . ในตอนนี้เขาก็ตระหนักแล้วว่าอวี้หมานเทียนนั้นอาจจะถูกยุยงและยั่วจากเหล่าเด็กผีพวกนี้ !

 

 

ซี่เหมินชิงหัวเราะก่อนที่เขาจะไกล่เกลี่ย , “ นายใหญ่สามอวี้เป็นธรรมดาที่จะเป็นนักวางกลยุทธ์ที่ยอดเยี่ยมด้วยวรยุทธที่ไร้เทียมทาน . แต่ทุกๆคนย่อมมีจุดแข็งของตัวเอง , สำหรับการเอื้อนเอ่ยบทกวีและการเขียนอักษร , มันจะดีกว่าที่จะปล่อยให้กับคนอย่างพวกเรา , และนายใหญ่สามอวี้ก็แค่เพียงวิจารณ์ก็เพียงพอแล้ว. ”

 

 

คำพูดของซี่เหมินชิงนั้นเห็นได้ชัดเลยว่าพูดด้วยความปรารถนาดีบวกกับเขานั้นเริ่มคิดที่จะช่วยให้อวี้หมานเทียนก้าวกลับลงไปอย่างสง่างาม . ในความคิดของเขาแล้ว , สำหรับคนที่ป่าเถื่อนเช่นอวี้หมานเทียนนั้นจะเป็นไปได้อย่างไรที่เขาจะรู้เกี่ยวกับการประพันธ์ ? ดังนั้น , เขาจึงใช้โอกาสนี้ในการทำให้อีกฝ่ายสามารถถอยหลังกลับไปแถมยังรักษาชื่อเสียงของตัวเองเอาไว้ได้ และนี่จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองตระกูลพัฒนาขึ้นอีกด้วย !

 

 

เมื่อคิดเช่นนี้ , ซี่เหมินชิงจึงมอบรอยยิ้มบางๆให้และรอคอยอวี้หมานเทียนแสดงความขอบคุณที่เขาแสดงความปรารถนาดีให้ .

 

 

โดยไม่คาดคิด , อวี้หมานเทียนไม่เพียงแค่ไม่สนใจใยดีแต่กลับเริ่มที่จะกู่ร้องลั่นและตะโกนใส่เขา , “ มารดาเจ้าสิ , เจ้าเด็กบัดซบซี่เหมิน , เจ้ากลับคิดว่าตาแก่ผู้นี้ไม่สามารถประพันธ์บทกวีได้งั้นรึ ? ใช่มั้ย !? ”

 

 

การประจบประแจงของซี่เหมินชิงได้ย้อนกลับไปที่ตัวของเขาอย่างเด่นชัด , และเขาก็ทำได้เพียงแค่รู้สึกอับอายอย่างมาก . เขาตวาดออกไปอย่างเกรี้ยวกราด , “ เช่นนั้นข้าก็จะขอดูหน่อยว่านายใหญ่สามอวี้จะแสดงอะไร ! ” จากนั้นเขาก็สะบัดแขนและหันหลังจากไป .

 

 

“ ชิ้ง ! ” อวี้หมานเทียนพลันชักกระบี่ของเขาออกมาและชี้ไปที่แผ่นหลังที่กำลังเดินจากไปของซี่เหมินชิง ! ทุกๆคนถึงกับตกตะลึงในเวลานี้ . อย่างไรก็ตามแม้ท่านจะไม่ได้ตอบรับในความปรารถนาดีของเขา , แต่ท่านก็ไม่ควรจะพยายามสังหารใครที่นี่ถูกไหม ?

 

 

‘ ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ ’ , เสียงหลายเสียงดังข้นมาและก็มีปรมาจารย์เจ็ดถึงแปดคนกระโจนออกมาจากเรือนสุขสันต์และปกป้องซี่เหมินชิงที่อยู่ใจกลางของพวกเขา , กระบี่ของพวกเขานั้นถูกชักออกมาราวกับว่ากำลังรอคอยสงคราม .

 

 

อวี้หมานเทียนเพียงขำออกมาก่อนจะพูด , “ ตาแก่ผู้นี้เพียงแค่จะประพันธ์บทกวีของข้า , ข้าไม่ได้กระทั่งจะละเมิดกฏใดๆ ! อะไร , พวกเจ้าอยากจะสู้งั้นรึ ? เข้ามาสิ , มาทำให้ข้าสนุกมากกว่านี้ ! ”

 

 

ทุกๆคนต่างเงียบไปทันที . ท่านชักกระบี่ออกมาและต้องการจะสับคนเป็นชิ้นๆและสังหาร , แต่กลับพูดว่าทั้งหมดนี่เป็นการประพันธ์บทกวี ?

 

 

นายใหญ่สามอวี้โบกกระบี่ในมือไปมาจากนั้นก็พูดประโยคแรกออกมา , “ ชายชราผู้นี้มีกระบี่อยู่ในมือ ! ”

 

 

เสียงตะโกนอย่างฉับพลันเช่นนี้ทำให้หลายๆคนที่กำลังจิบชาอยู่ถึงกับพ่นมันออกมา , แต่นายใหญ่สามอวี้ที่ไม่ยอมแพ้ก็ยังคงพูดวลีที่สองของเขาต่อ , ” คนบัดซบในโลกนี้มีมากมาย ! ”

 

 

อวี้ปิงหยานอ้าปากค้างและดูราวกับว่านางนั้นกำลังจะหัวเราะแต่ในเวลาเดียวกันนั้นก็ดูเหมือนนางกำลังกราดเกรี้ยว , และสำหรับคนอื่นๆจากตระกูลชนชั้นสูงนั้น , พวกเขานั้นก็หัวเราะคิกคักกับตัวเอง . ผู้ตัดสินอาวุโสหลายคนก็ดูรำคาญและม้วนเคราของพวกเขาอย่างหงุดหงิด .

 

 

ในตอนนี้อวี้หมานเทียนนั้นหมุนตัวไปหนึ่งรอบแล้วและกระบี่ในมือของเขาก็ยังคงสะท้อนกับแสงแดดอย่างไม่หยุดหย่อน , และตะโกนสองบทสุดท้ายของ ‘ บทกวี ’ ของเขาออกมาอย่างสง่าผ่าเผย , “ ถ้าหากใครมากระตุ้นไฟในหัวใจของชายชราผู้นี้ , ข้าจะโกรธและฆ่าคนบัดซบเหล่านั้น ! ”

 

 

นายใหญ่สามอวี้เสียบกระบี่กลับเข้าไปในฝักด้วยความพึงพอใจ , นายใหญ่สามอวี้เงยหน้าขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ , “ เป็นยังไงล่ะ ? วลีและสัมผัสของข้าแต่ละบท ! ไม่เลวเลยใช่ไหม ! ชื่นชมข้าสิ , ข้าจะยอมรับมันเอง ! ”

 

 

ทุกๆคนต่างเซร่วงลงเก้าอี้จนล้มลงกับพื้น !

 

 

“ แปะๆๆๆ… ” เสียงปรบมือดังขึ้น , และคำพูดชื่นชมก็ดังออกมาจากปากของคนๆหนึ่ง , “ เป็นบทกวีที่ดี , ช่างเป็นบทกวีที่ดีจริงๆ ! ” นี่ตามมาด้วยเสียงเป่าปากยาวๆและชัดเจน . นั่นคือหลิงจื่อ !

 

 

เหล่านักปราชญ์อาวุโสต่างมีใบหน้าที่มืดครึ้มและเส้นเลือดที่ปูดขึ้นมา !

 

 

“ นี่ยังถือได้ว่าเป็นบทกวีได้อีกงั้นรึ ? ” เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังขึ้นอีกครั้ง , มันดังชัดเจนกระทั่งเสียงหัวเราะยังดังผ่านไปทั่วทั้งตำหนัก ! นี่เป็นเสียงเดียวกันกับคนที่เยาะเย้ยอวี้หมานเทียนก่อนหน้านี้ , และด้วยเสียงที่ฟังดูคลุมเครือของนาง , แม้ว่าจะมีปรมาจารย์วรยุทธมากมายอยู่ในตำหนักหมอกสวรรค์ , แต่ก็ไม่มีใครสามารถชี้ชัดได้ว่าคนๆนี้แท้จริงแล้วหลบซ่อนอยู่ที่ใด !

 

 

นายใหญ่สามอวี้เปล่งเสียงตะโกนออกมา , “ ใครกล้าที่จะพูดว่านี่ไม่ใช่บทกวี ? ออกมาเดี๋ยวนี้ ! ” เสียงของเขาดังระเบิดดั่งอัสนีบาตรผ่าลงมา , และในทันใดนั้น , ทั่วทั้งบริเวณก็พลันเงียบลง ! อวี้หมานเทียนกวาดสายตาที่คมดั่งเหยี่ยวของเขาข้ามผ่านทุกๆห้องอีกครั้ง , แต่ก็ไม่น่าแปลกใจเลยที่เขาไม่สามารถจับตำแหน่งของคนๆนี้ได้ !

 

 

ในตอนนี้เสียงนี้ดังขึ้นมาอีกครั้ง , สายตาของหลิงเทียนก็จับจ้องไปที่เรือนจันทราสวรรค์ทันที !

 

 

เขาหันหน้ากลับไปด้านหลังและสั่งสาวใช้ , “ ไปเรียกเจ้าตำหนักมาของเจ้า ! ”

 

 

หญิงสาวได้ยินเสียงนี้ก็รับคำสั่งและเดินออกไป .

 

 

หลังจากผ่านไปชั่วครู่ , กู่ซี่หยานก็วิ่งเข้ามา . เมื่อเห็นหลิงเทียนจ้องมองมาที่นางอย่างเย็นชา , กู่ซี่หยานก็รู้สึกว่าทั่วทั้งร่างของนางถูกปกคลุมไปด้วยเหงื่อเย็น ! หลังจากนั้นหลิงเทียนก็เอ่ยถาม , “ ใครกันที่อยู่ในเรือนจันทราสวรรค์ ? ทำไมข้าถึงไม่รู้ว่ามีตัวตนเช่นนี้เข้ามาในตำหนักหมอกสวรรค์ด้วย ! ”

 

 

กู่ซี่หยานปาดเหงื่อก่อนจะตอบอย่างแผ่วเบา , “ ยกโทษให้แก่ความผิดของข้าน้อยด้วย , แต่ห้องๆนั้นถูกเลือกโดยหัวหน้าคนใช้ของตระกูลราชวงศ์หลังจากที่รู้ว่าเรือนสวรรค์หอมได้ถูกครอบครองแล้ว ! ”

 

 

หลิงเทียนขมวดคิ้ว . แน่นอนว่าเขานั้นรู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว , และเดิมทีแล้วเขาก็คิดว่ามันคงจะเป็นองค์ชายหรือองค์หญิงจากอาณาจักรอื่นๆ , แต่ไม่คิดเลยว่าเสียงนี้จะเป็นของเฉียนสุ่นโหรว ! เนื่องจากเฉียนสุ่ยโหรวนั้นสามารถพูดออกมาจากด้านในนั้น , นี่ก็หมายความว่าอำนาจของนางนั้นต้องสูงที่สุด ! ดังนั้นหลิงเทียนจึงมั่นใจว่าเหตุผลที่เขาไม่ได้รับข้อมูลใดๆเลยว่ามีตระกูลราชวงศ์ของอาณาจักรครองฟ้าอยู่ภายในเรือนนั้น !

 

 

ถ้าหากเป็นเช่นนี้ , มันก็คงจะเป็นปัญหาเสียแล้ว . เฉียนสุ่ยโหรวเป็นใครกัน ? ทำไมตระกูลราชวงศ์ของอาณาจักรครองฟ้าถึงได้ช่วยนางจับจองเรือนจันทราสวรรค์ ? สำหรับตระกูลราชวงศ์ที่หยิ่งยโสกลับจองแค่เพียงเรือนระดับกลางๆอย่างเรือนจันทราสวรรค์ , หรือมันจะเป็นเพราะว่าเฉียนสุ่ยโหรวนั้นไม่ต้องการให้ใครมาสงสัยเกี่ยวกับตัวตนของนาง ? เช่นนั้นแล้วนางมีความสัมพันธ์แบบไหนกับตระกูลราชวงศ์กัน , และกำลังซ่อนอะไรจากเขาอยู่ ?

 

 

หลังจากพึมพำอย่างไม่แน่ใจกับตัวเอง , เขาก็เอ่ยถามออกมาอีกครั้ง , “ เจ้ารู้รึกเปล่าว่าในนั้นมีกี่คน ? ใครกันที่รับใช้พวกมัน ? มีคนของพวกเราอยู่ด้านในหรือไม่ ? ”

 

 

กู่ซี่หยานตอบด้วยเสียงเบา , “ ในนั้นมีทั้งหมดสี่คนตั้งแต่ต้น , ข้านั้นไม่แน่ใจว่ามีมากกว่านี้หรือไม่ . พวกเขาทั้งหมดนั้นสวมหมวกปีกกว้างและปิดบังใบหน้าของพวกเขา , และปฏิเสธการรับใช้ของพวกเรา . ”

 

 

“ โอ้ ? ” หลิงเทียนหรี่ตาลง . นี่มันแปลก ! มันดูเหมือนว่าเขานั้นจำเป็นที่จะต้องไปสนทนากับหัวหน้าคนรับใช้อย่างหลงเฉียนซิงหน่อยแล้ว.

 

 

หลิงเทียนเรียกหลิงเฉินเข้ามาและกระซิบกระซาบบางอย่างกับนาง . นางพยักหน้าและออกเดินทางทันที .

 

 

กู่ซี่หยานที่ยืนอยู่เงียบๆข้างเขานั้นรู้สึกถึงกลิ่นอายรอบๆตัวหลิงเทียนที่เริ่มน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ , และนางก็อดไม่ได้ที่จะใจเต้นรัว , เหงื่อที่อยู่บนใบหน้าของนางนั้นไหลออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง .

 

 

เสียงปรบมือดังขึ้นไม่หยุดจากภายนอก , เห็นได้ชัดเลยว่ามีเหล่าอัจฉริยะหลายคนที่เริ่มแสดงทักษะของพวกเขาออกมาบ้างแล้ว , แต่หลิงเทียนนั้นไม่ได้สนใจในงานชุมนุมบัณฑิตนี้แล้วอย่างสมบูรณ์ !

 

***

 

โปรโมชั่นทุกกลุ่ม 300 บาท เดือนกันยายน (8/10)

กลุ่มลับถึงกลุ่มที่ 7 #646

INBOX เข้ามาที่เพจได้เลย

Legend of Ling Tian ตำนานของหลิงเทียน