0 Views

แม้ว่าพลังภายในของหลิงเทียนนั้นจะมีมากมายจนล้นแต่มันก็ยังดูด้อยกว่าหมอดูชราตรงหน้า . แต่อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่สิ่งที่น่าตกใจ พลังภายในของหลิงเทียนนั้นช่างบริสุทธิ์และปราศจากสิ่งสกปรกใดๆเจือปนแม้หมอดูจะมีพลังปราณมากกว่าแต่ในเรื่องของความบริสุทธิ์และความแข็งแกร่งของปราณนั้นหลิงเทียนถือว่าเหนือกว่าโดยสิ้นเชิง นี่ทำให้หมอดูนั้นถึงกับไม่สามารถประเมิณสถานการณ์ตอนนี้ได้ สำหรับคนหนุ่มเฉกเช่นหลิงเทียน เหตุใดเขาจึงได้มีปราณที่บริสุทธิ์ไร้มลทินเช่นนี้ได้ ? นี่คือสิ่งที่หมอดูสงสัย

 

 

เป็นธรรมดาที่หมอดูในชุดเขียวนั้นจะไม่รู้ว่าหลิงเทียนนั้นไม่ได้ขาดแคลนทรัพยากรในการบมเพาะพลังภายใน . ประการแรกหลิงเทียนได้เริ่มการบ่มเพาะตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาแถมยังเป็นการบ่มเพาะด้วยปราณเซียนเทียนบริสุทธิ์ที่ไม่จำกัด , ประการที่สองทักษะการบ่มเพาะที่หลิงเทียนใช้นั้นเป็นทักษะระดับสูงสุด . มันคงจะแปลกถ้าเขาไม่สามารถบ่มเพาะจนแข็งแกร่งได้ถึงขนาดนี้ ! แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าหากข้อดีของหลิงเทียนมีเพียงแค่นี้หมอดูก็คงจะแปลกใจ แต่หมอดูกลับไม่รู้สึกว่าหลิงเทียนจะมีความสามารถท้าทายสวรรค์เพียงแค่นี้

 

 

ปัจจัยที่แท้จริงที่ทำให้หมอดูชราผู้นี้ถึงกับเหงื่อตกได้ก็คือความจริงที่ว่าในระหว่างการประลองพลังภายใน วิธีที่หลิงเทียนนั้นใช้จัดการกับตนนั้นมีเพียงแค่เรื่องพลังภายในเพียงอย่างเดียวเท่านั้น !

 

 

ภายใต้การพลิกฝ่ามือของหลิงเทียน พลังภายในของเขาจากร้อนก็พลันกลายเป็นเย็น บางครั้งก็เร็วบางครั้งก็ช้า , มันเต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงที่ไม่สามารถคาดเดาได้รวมไปถึงลักษณะที่แปลกประหลาดของพลัง . เรื่องนี้แทบจะทำให้เขาต้องบาดเจ็บตั้งแต่เพิ่งจะเริ่มต้น ! ด้วยรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของพลังปราณที่ถูกปลดปล่อยออกมามันเป็นครั้งแรกสำหรับหมอดูชราที่ได้เห็น ! พลังปราณของหลิงเทียนที่แผ่ออกมานั้นไม่มีความแน่นอนและผันผวนอยู่ตลอดเวลา , ครู่หนึ่งก็ไหลผ่านอย่างรวดเร็วราวกับแม่น้ำ , บางครั้งก็หนักแน่นดั่งหินผาที่สามารถป้องกันคลื่นยักษ์ได้ . พอถึงขณะที่เขาเริ่มที่จะเข้าใจกับพลังของหลิงเทียนและสามารถจับการเคลื่อนไหวของมันได้ หลิงเทียนก็จะแปรเปลี่ยนมันไปทันที บางครั้งก็อ่อนโยนดั่งสายลมในฤดูใบไม้ผลิ , เยือกเย็นดั่งพายุหิมะในหน้าหนาว และค่อยๆแอบเข้าครอบงำการป้องกันทั้งหมดและโจมตีทั้งสี่ทิศแปดทาง ! แม้จะช้าแต่มันแน่นอนกว่าและจะค่อยๆทำให้ความแข็งแกร่งของศัตรูนั้นอ่อนแอลง !

 

 

ระหว่างการโจมตีระลอกแรก , หมอดูชราก็ได้รับความเจ็บปวดไปเล็กน้อยแต่ก็อาศัยประสบการณ์ที่เขาได้สั่งสมมากว่าครึ่งชีวิตของเขารวมไปถึงทุกอย่างที่เขามีเพื่อสั่งให้ตัวเองนั้นรักษาท่าทีเอาไว้ได้ . ในช่วงเวลานั้น เขาก็รู้สึกราวกับว่าเขาได้เหยียบลงไปบนเส้นแบ่งระหว่างความเป็นและความตายหลายต่อหลายครั้ง !

 

 

นี่ไม่ได้บอกว่าหมอดูชรานั้นไม่ได้อยู่ต่ำกว่ามาตรฐานและไม่สามารถเทียบกับหลิงเทียนได้ . ในทางตรงกันข้าม ความแข็งแกร่งของเขานั้นถือได้ว่าอยู่เหนือกว่าหลิงเทียน ดังนั้นเขาจึงพยายามปรับพลังของตัวเองให้ยันพลังของหลิงเทียนไว้ให้ได้ ถ้าหากเปลี่ยนเป็นคนอื่นที่อยู่ในระดับเดียวกับเขามาปะทะกับหลิงเทียนเช่นนี้แล้วล่ะก็ คนผู้นั้นก็คงจะต้องบาดเจ็บภายในไปแล้วหรือแม้กระทั่งอาจจะถึงขั้นตายไปเลยก็ตาม นอกจากนี้ , ในบรรดาการประลองยุทธ์ การประลองด้านพลังภายในนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่อันตรายที่สุด ! ในตอนท้าย เขาต้องพึ่งพาพลังปราณบริสุทธิ์ที่บ่มเพาะมานับทศวรรษออกมาเพื่อยันพลังปราณของหลิงเทียนที่จู่โจมเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง !

 

 

พอเมื่อหมอดูชราคิดว่าเขานั้นสามารถอ่านกระแสพลังปราณที่หลั่งไหลมาของหลิงเทียนได้อย่างสมบูรณ์และเตรียมตัวที่จะป้องกันตัวเองไว้อย่างแน่นหนาเพื่อรอการโจมตีระลอกต่อไปของหลิงเทียน , แต่พลังของหลิงเทียนกลับแปรเปลี่ยนรูปแบบไปอีกครั้ง ! มันกลายเป็นดั่งห่วงโซ่ที่พันกันอย่างแน่นหนาและไม่ได้พุ่งมาอย่างสุ่มสี่สุ่มห้าแต่กลับพุ่งตรงไปยังจุดที่มีไอพลังอ่อนแอที่สุด !

 

 

หมอดูชราถึงกับตกใจอย่างมากกับการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันของหลิงเทียน และรู้สึกราวกับว่าเขาเพิ่งจะปล่อยหมัดที่รุนแรงที่สุดไปแต่มันกลับต่อยไปโดนกระสอบสำลี . นี่มันช่างเสียเปล่ายิ่งนัก นี่ไม่เพียงแค่ทำให้พลังปราณที่เขาส่งออกไปเพื่อปะทะกับพลังของหลิงเทียนนั้นเสียเปล่าเท่านั้นแต่มันเกือบจะทำให้เขาต้องถูกกระแสพลังตีกลับจนอวัยวะภายในบาดเจ็บ . โชคยังดีที่ความสามารถของหมอดูไม่ได้ธรรมดาเหมือนคนทั่วไปและยังสามารถดึงพลังที่ปล่อยออกไปกลับมาเพื่อปกป้องตัวเองไว้ได้ .

 

 

ไม่ว่าเขาจะพยายามเพิ่มหรือลดพลังที่ปล่อยออกไปมากเพียงใด หมอดูชราก็มักจะต้องพบกับความเสียเปรียบอย่างมหาศาลอยู่เสมอ , แม้ว่าพลังภายในของเขาจะเห็นได้ชัดว่าเหนือกว่าหลิงเทียนอยู่มากโขก็ตาม .

 

 

ทักษะบ่มเพาะศักดิ์สิทธิ์สะท้านมังกรนั้นเพียงแค่สองคำในทักษะก็สามารถบ่งบอกถึงความแข็งแกร่งของมันได้แล้ว , สะท้าน – มังกร . นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือตั้งขึ้นมามั่วๆ , มังกรจากสวรรค์ทั้งเก้าชั้นนั้นมักจะมีนิสัยที่แปลกประหลาด , บ้างรุนแรงและก้าวราว , บ้างก็อ่อนโยนและมีเมตตา . บ้างก็มักจะขี้เล่นโดยการสร้างพายุขึ้นมาและสักพักก็ปล่อยให้มันหายไปกับอากาศ ! มันแน่นอนว่าเป็นตัวตนที่รู้จักกันดีในประวัติศาสตร์จีนที่มีมานับสหัสวรรษ ! ด้วยการที่มีอุปนิสัยหลากหลายที่เป็นเอกลักษณ์ , ตราบใดที่ผู้บ่มเพาะทักษะนี้ทะลวงผ่านไปยังขั้นที่เจ็ดหรือสูงกว่า มันจะสามารถแปรเปลี่ยนคุณสมบัติของพลังปราณไปมาได้อย่างใจนึก ! และสามารถทำให้คู่ต่อสู้นั้นไม่สามารถหาจุดอ่อนของมันได้ ! .

 

 

มันน่าเสียดายที่หลิงเทียนนั้นเพิ่งจะทะลวงเข้าสู่ขั้นนี้มาได้ไม่นานดังนั้นมันจึงทำให้เขาต้องใช้ความพยายามและเวลาที่นานกว่าปกติแถมยังไม่แน่ใจว่ามันจะได้ผล . การแปรเปลี่ยนชั้นเชิงในช่วงสุดท้ายและเดิมพันว่ามันจะสำเร็จนั้นคือทางเลือกสุดท้ายที่หลิงเทียนเลือกใช้ในตอนนี้ แต่มันก็น่าเสียดายที่หลิงเทียนนั้นในตอนท้ายก็ไม่สามารถเอาชนะหมอดูชราผู้นี้ได้ . แม้ว่าหมอดูนั้นจะเผยจุดอ่อนออกมาเพราะการแปรเปลี่ยนคุณสมบัติที่แปลกและพิเศษของพลังปราณที่หลิงเทียนใช้ออกมาซึ่งช่วยทำให้หลิงเทียนนั้นเหนือกว่าก็ตาม . ดั่งคำพูดที่ว่า ‘ ครั้งแรกนั้นจะแข็งแกร่งที่สุด , ครั้งที่สองก็จะอ่อนแอลงมา และครั้งที่สามนั้นก็จะไร้ผลอย่างสมบูรณ์ ’ , หลิงเทียนนั้นคิดว่าเขาใช้วิธีการควบคุมพลังปราณเฉพาะออกมาอย่างเต็มที่เพื่อทะลวงเกราะป้องกันของหมอดูชรานี้นั้นถือว่าเป็นการพยายามในครั้งแรก . แล้วเปลี่ยนสภาพของปราณให้เป็นเกราะป้องกันแน่นหนาขึ้นนั่นถือว่าเป็น ‘ ครั้งที่สอง ’ . ตราบใดที่หมอดูชราผู้นี้นั้นยังคงฝืนใช้พลังเพื่อยึดตำแหน่งของตัวไว้และสามารถบังคับให้หลิงเทียนเข้าสู่ ‘ ครั้งที่สามไร้ผล ’ ได้ เช่นนั้นหมอดูชราก็จะสามารถยึดเอาชัยชนะไปจากเขาได้ . หากเป็นเช่นนี้ สำหรับการประลองกำลังภายในนี้ หลิงเทียนก็คงจะพูดได้เพียงแค่ยอมแพ้ถ้าหากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป .

 

 

ใบหน้าของหลิงเทียนนั้นเริ่มซีดเล็กน้อย ความคิดของเขานั้นเริ่มสับสนขึ้นเรื่อยๆก่อนที่เขาจะเริ่มครุ่นคิดว่าจะใช้อาวุธลับที่ซุกซ่อนอยู่เพื่อให้ได้ชัยชนะ . แต่อย่างไรก็ตามเพราะว่าอาวุธลับที่ซ่อนอยู่ของเขานั้นมันรายกาจมากเกินไปและหากใช้ออกไปจริงๆก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเรื่องนี้มันจะจบลงด้วยการตายของหมอดูชราผู้นี้แน่นอน . หลิงเทียนนั้นไม่ได้มีความเกลียดชังหรือเป็นศัตรูกับเขา ดังนั้นจึงไม่ได้ใช้วิธีที่ว่านี้ . ด้วยสภาพที่น่าหดหู่ของเขาจึงทำให้เขาไม่ได้สังเกตเลยว่าหมอดูชราตรงหน้าของเขานั้นก็เริ่มมีเหงื่อไหลออกมาเบาๆ ร่างกายของเขานั้นสั่นหลายต่อหลายครั้ง ! แม้ว่าหมอดูชราจะรู้ดีว่าชัยชนะนั้นอยู่ในมือของเขาอยู่แล้ว แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะลดการป้องกันของตัวเองลงเพื่อให้เกิดความผิดพลาดใดๆที่จะส่งผลให้เขาพ่ายแพ้ . เขาเริ่มรู้สึกหวาดกลัวในความสามารถในการควบคุมพลังปราณและการแปรเปลี่ยนคุณสมบัติของปราณที่หลิงเทียนใช้ออกมา . แต่อย่างไรก็ตาม เป็นเพราะทักษะที่ว่านี้มันจึงทำให้ความห่างชั้นระหว่างทั้งสองคนนั้นลดลงมาจนเทียบเท่ากัน . ดังนั้นเขาจึงไม่มั่นว่าเขาจะสามารถหลีกเลี่ยงการทำให้หลิงเทียนได้รับบาดเจ็บเพื่อคว้าชัยชนะมาได้ .

 

 

จากระยะไกล เสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยของสตรีทั้งสองก็เริ่มดังเข้ามาใกล้เรื่อยๆ , หลิงเฉินและอวี้ปิงหยานนั้นกำลังกลับมาแล้ว !

 

 

หมอดูนั้นรู้สึกว่าหัวใจของเขานั้นเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะและเขาก็รีบกระตุ้นพลังปราณของเขาออกมาทันที , เขาใช้ความเหนือกว่าด้านปริมาณของพลังปราณเพื่อปิดผนึกช่องโหว่ในการปกกันของเขาและถอยออกมาเล็กน้อยเพื่อรักษาสมดุลระหว่างพลังปราณของทั้งสองอีกครั้ง . หลิงเทียนที่ตอนนี้กำลังกลั่นกรองการไหลเวียนพลังปราณของเขาก็พบว่าพลังของหมอดูชราตรงหน้าเริ่มเพิ่มมากขึ้นแต่กลับไม่ได้โจมตีเข้ามาซึ่งทำให้เขานั้นสงสัยในเจตนาของหมอดูตรงหน้าอย่างมาก . บางทีหมอดูชราอาจจะรู้ว่าการโจมตีธรรมดาๆนั้นอาจจะทำให้เขาพลิกกลับมาชนะได้ . แต่อย่างไรก็ตาม เขาก็เลือกที่จะถอยกลับและเสริมการป้องกันให้มีเสถียรภาพแทน .ซึ่งหลิงเทียนก็คว้าโอกาสนี้ในการโต้กลับเพื่อที่จะทำให้หมอดูชราตรงหน้าไม่สามารถหาทางกลับมาชนะได้อีกต่อไป .

 

 

เหตุใดหลิงเทียนจึงฉลาดถึงขนาดนี้ ? เขาเข้าใจในทันทีว่าหมอดูชรานั้นมีเจตนาที่ดีอยู่ภายในใจของเขาและยอมที่จะเสี่ยงต่อการถูกโต้กลับเพื่อที่จะยุติการปะทะกันในครั้งนี้ . ทั้งสองฝ่ายต่างจ้องตากันไปมาและรู้ว่านี่เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่พวกเขาจะกำจัดอีกฝ่าย . แต่อย่างไรก็ตาม หลิงเทียนนั้นเลียนแบบหมอดูชราโดยการถอยค่อยๆหดพลังกลับตามหมอดูชรา , พอหมอดูชราถอยกลับอีกหลิงเทียนก็จะทำตามเช่นกัน . กระบวนการนี้ดำเนินต่อไปจนกระทั่งพลังของทั้งสองนั้นลดลงจนเหลือเพียงน้อยนิด ด้วยรอยยิ้มที่ส่งให้กันและกัน ทั้งสองก็ถอนพลังปราณที่วนเวียนอยู่ในถ้วยชาใบเล็กๆนี้ออกไปทั้งหมดพร้อมกัน ! ถ้วยชาใบเล็กๆที่เป็นดั่งสนามรบของทั้งสองก็แหลกสลายกลายเป็นผุยผงทันทีและหายไปโดยปราศจากหลักฐานและร่องรอยใดๆ ! ส่วนน้ำชาที่อยู่ภายในนั้นมันได้ระเหยกลายเป็นไอไปตั้งแต่การประลองกำลังภายในกันตั้งแต่แรกแล้ว !

 

 

เมื่อการประลองเสร็จสิ้น ทั้งสองก็เริ่มเข้าใจกันและกันมากขึ้น โดยเฉพาะหลิงเทียนที่ในตอนนี้นั้นเขาได้เริ่มที่จะให้ความนับถือแก่หมอดูชราตรงหน้ามากขึ้นและยอมที่จะเสี่ยงถอนพลังปราณของตนออกมาอย่างปรารถนาดี . แม้ว่าเขาจะมีความสามารถที่จะทำให้สถานการณ์นั้นเดือดได้กว่านี้แต่หลิงเทียนก็คิดไว้แล้วว่ามันคงจะไม่ง่ายนักที่จะได้รับชัยชนะโดยที่ตัวเขาไม่บาดเจ็บ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจทิ้งทุกอย่างเพื่อให้ฝั่งตรงข้ามเป็นผู้ตัดสินใจ . และพอหมอดูชราตรงหน้าเลือกที่จะยอมถอนพลังออกไปเช่นนี้ หลิงเทียนก็ได้นับถือเขาอย่างสุดหัวใจ !

 

 

“ ข้าแพ้แล้ว ! ”

 

 

“ เจ้าชนะ ! ”

 

 

คำที่แตกต่างกันแต่ผลลัพธ์นั้นกลับคล้ายกัน เสียงดังออกมาจากปากของทั้งสอง . หลิงเทียนและหมอดูชราต่างจ้องกันไปมาด้วยความตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะออกมา .

 

 

เนื่องจากทักษะในเส้นทางวรยุทธของหมอดูชรารวมไปถึงระดับการบ่มเพาะที่ลึกซึ้งกระทั่งอยู่ในระดับสูงกว่าตัวเขา , ด้วยความแข็งแกร่งของพลังปราณเพียงอย่างเดียวโดยไม่ต้องใช้เทคนิคใดๆมาช่วย , หมอดูชราตรงหน้าถือว่าชนะไปอย่างไม่ต้องสงสัย . ดังนั้นหลิงเทียนจึงยอมรับความพ่ายแพ้อย่างง่ายดาย . นอกจากนี้หมอดูชราตรงหน้านั้นเป็นคนที่ตรงไปตรงมาและเป็นคนเปิดเผย แม้ว่าเขาจะกำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่เหยียบอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างชีวิตและความตายแต่เขาก็ยังคงกล้าหาญและยอมรับอันตรายด้วยการถอนพลังของตนออกไป . นี่เป็นสิ่งที่หลิงเทียนนั้นไม่มีวันทำเป็นอันขาด ดังนั้น เขาจึงยอมรับความพ่ายแพ้ต่อหมอดูชราตรงหน้าด้วยความจริงใจ !

 

 

ส่วนทางด้านของหมอดูชรา , เขานั้นรู้สึกประทับใจในความมั่นใจและฐิติที่หลิงเทียนใช้ในการจัดการกับพลังภายในของเขา ความผ่อนคลายที่หลิงเทียนแสดงออกมานั้นแทบจะทำให้ตัวเขาหมอบคลานเพราะความหวาดกลัว ! ด้วยไพ่ตายที่มากมายที่คาดเดาไม่ได้มือของเด็กหนุ่มตรงหน้า ใครก็ตามที่มีความเข้าใจในวรยุทธจะเข้าใจดีว่าบุคคลเฉกเช่นหลิงเทียนนั้นน่าหวาดกลัวมากแค่ไหน ! แต่อย่างไรก็ตาม หลิงเทียนนั้นกลับสามารถบรรลุถึงขอบเขตนี้ด้วยอายุเพียงเท่านี้ ! เพียงแค่พรสวรรค์ที่โดดเด่นเช่นนี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เขารู้สึกนับถือเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างสุดหัวใจ . อีกประการหนึ่งที่เขาเอ่ยยอมแพ้ก็เพื่อให้กำลังใจแก่เขา , สำหรับหลิงเทียนที่อายุยังน้อยเช่นนี้นั้นยังสามารถพัฒนาไปได้อีกมากโข , เขาไม่เคยพบเจอคนเช่นนี้มาก่อนและบางทีอาจจะไม่มีทางเจอแบบนี้ได้อีก ! ในตอนที่เขาอายุเท่ากับหลิงเทียน เขานั้นอาจจะมีพลังเพียงแค่สามในสิบส่วนของหลิงเทียนในตอนนี้ด้วยซ้ำ ! ดังนั้นการพูดว่ายอมแพ้สำหรับเขานั้นไม่ได้น่าอายอะไรเลย !

 

 

คำพูดต่างกัน แต่เมื่อมันออกมาจากปากของพวกเขา ความประทับใจของทั้งสองฝ่ายก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง , ความสัมพันธ์ที่ดีของพวกเขานั้นก็เพิ่มขึ้นไปอีกขั้น ! นับตั้งแต่สมัยอดีตกาล คนที่มีความสามารถและฉลาดนั้นมักจะหยิ่งยะโสและไม่มีทางยอมตกเป็นรองของใคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวตนที่สูงส่งเฉกเช่นหลิงเทียนและหมอดูชราผู้นี้ , การสังหารพวกเขายังจะง่ายกว่าการที่จะให้พวกเขาพูดคำว่า ‘ ข้าแพ้แล้ว ! ’ ออกมา และมันจะยิ่งยากขึ้นสำหรับตัวตนเฉกเช่นหมอดูชรา ด้วยความอาวุโสซึ่งได้เดินทางมาทั่วทุกหนแห่งอย่างไม่จำกัดและอาจถือได้ว่าเป็นปรมาจารย์แห่งยุคได้เลย  . การที่ตัวตนเช่นนี้มายอมรับความพ่ายแพ้ต่อรุ่นเยาว์อย่างง่ายดาย , หลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะนับถือเขาอยู่ในส่วนลึกของจิตวิญญาณ .

 

 

สำหรับหมอดูชรา , การประเมินค่าของหลิงเทียนนั้นได้เพิ่มมากขึ้นไปอีก . หลิงเทียนนั้นเป็นรุ่นเยาว์ที่ครอบครองความสามารถที่เรียกได้ว่าน่ากลัว รวมไปถึงจิตวิญญาณที่ไม่ยอมแพ้ที่ฝังอยู่ในสายเลือดที่ร้อนระอุของคนหนุ่มเช่นเขา . แต่อย่างไรก็ตามหลิงเทียนกลับไม่มีทัศนคติที่ดูหยิ่งยโสแถมสภาพจิตใจของเขาก็ยังมั่นคงดั่งศิลาและไม่ได้ด้อยกว่าผู้อาวุโสเช่นเขาแม้แต่น้อย ! หมอดูชรานั้นอดไม่ได้ที่จะยกย่องหลิงเทียนอยู่ในใจมากขึ้นเรื่อยๆ , รุ่นเยาว์ที่มีพรสวรรค์และอารมณ์ที่มั่นคงเช่นนี้นั้นหาได้ยากนัก !

 

 

ความจริงก็คือเขานั้นไม่รู้ว่าหลิงเทียนนั้นมาจากอีกโลกหนึ่งและเคยถูกกลั่นแกล้งและดูถูกตั้งแต่ยังหนุ่ม , เพื่อปกป้องชีวิตของตน เขานั้นได้เรียนรู้วิธีการปล่อยวางเรื่องที่ทุกข์ใจไว้เบื้องหลังมาตั้งนานแล้ว . หลังจากที่ได้รับความอัปยศอดสูมาอย่างยาวนาน , จิตใจของหลิงเทียนจึงกลายเป็นเช่นนี้ . เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของตน การแพ้หรือชนะนั้นไม่มีค่าอันใดสำหรับเขา !

 

 

ในใจของหลิงเทียนนั้น  สติปัญญารวมไปถึงความใจกว้างของหมอดูชราที่แสดงออกมานั้นทำให้เขารู้สึกแปลกใจ แม้ว่าพวกเขานั้นเพิ่งจะได้เจอกันไม่นานแต่หมอดูชรากลับสามารถอ่านทางเขาได้อย่างทะลุปรุโปร่งด้วยสติปัญญาอันฉลาดล้ำของเขา .

 

 

เมื่อทั้งสองได้ยินเสียงของสตรีทั้งสองนางที่ใกล้เข้ามา , หมอดูชราก็กลันมีปฏิกิริยาเป็นคนแรกและเลือกที่จะถอนมือของเขาออก ! หากในตอนนั้น ถ้าหลิงเทียนใช้โอกาสที่หมอดูชราถอนพลังกลับไปและเลือกที่จะโจมตีเขา แม้ว่าเขาจะไม่ตายแต่อย่างน้อยที่สุดหมอดูชราก็คงจะต้องบาดเจ็บสาหัส ! หมอดูชราผู้นี้นั้นสามารถมองออกได้ว่าหลิงเทียนนั้นต้องการจะซ่อนความแข็งแกร่งของตนไว้จากอวี้ปิงหยานดังนั้นเขาจึงรู้ว่าหลิงเทียนจะไม่ซี้ซั้วสังหารเขาต่อหน้านางแน่นอน ! นี่จึงเป็นเหตุผลที่เขาถึงได้กล้าเสี่ยงชีวิต .

 

 

จากด้านนอกห้อง เสียงของหลิงเฉินก็ดังออกมา “ คุณชาย , หลิงเฉินได้พาคุณหนูอวี้กลับมาแล้ว , ” แต่อย่างไรก็ตาม หลิงเทียนเพียงแค่ยิ้มต่อไปในขณะที่มองไปยังหมอดูชราตรงหน้าราวกับว่าเขาไม่ได้ยินเสียงใดๆจากนาง .

 

 

ครู่ต่อมา , เขาก็ได้ยินเสียงหลิงเฉินกระซิบ “ คุณหนูอวี้ , ดูเหมือนว่าพวกเขาจะยังคุยกันไม่เสร็จ เราออกไปรอด้านนอกดีไหม ? ” เสียงตอบรับเบาๆของอวี้ปิงหยานก็ดังออกมา มันแฝงไว้ด้วยความขมขื่นอยู่ภายใน ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าที่ค่อยๆดังออกไปจากประตูร้าน .

 

 

***

 

กลุ่มลับถึง 585

Legend of Ling Tian ตำนานของหลิงเทียน