0 Views

หมอดูในชุดเขียวนั้นแน่นอนว่าไม่ได้ไร้ความสามารถเหมือนรูปลักษณ์ของเขา คนผู้นี้นั้นต้องมีประสบการณ์ชีวิตมามากมายและดูจะผ่านโลกมาเยอะ . เพราะว่าหมอดูในชุดเขียวนั้นเชื่อว่าสายตาของตัวเองนั้นดีและแม่นยำเพราะเขาสามารถมองหลิงเทียนได้อย่างทะลุปรุโปร่ง , เขานั้นสามารถสบายใจได้และใช้ชีวิตของเขาเป็นเดิมพันได้เลยว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น ! . เนื่องจากคนผู้นี้ถึงกับซ่อนตัวตนของตัวเองได้ดีถึงขนาดนี้แล้วเหตุใดเขาถึงจะต้องเสียโอกาสเพียงเพื่อตัวมันด้วย ? นอกจากนี้ ถึงแม้ว่าหลิงเทียนจะเคลื่อนไหวจริงๆและแม้ว่าเขาจะต้องบาดเจ็บสาหัส แต่สตรีที่อยู่เบื้องหลังของเขานั้นจะต้องทุกข์ทรมานแน่ๆหากพวกเขาต้องปะทะกันด้วยความต่างชั้นของพลังเพราะนางนั้นอ่อนแอเกินไปสำหรับเขา ด้วยสถานการณ์ที่ไม่มีฝั่งไหนได้ประโยชน์เช่นนี้แล้วทำไมพวกเขาถึงต้องเลือกที่จะต่อสู้กันเล่า ?

 

 

ความคิดเหล่านี้นั้นแม้จะดูยาวนานแต่ที่จริงแล้วมันก็เพียงแค่พริบตาเดียวเท่านั้น . ขณะที่อวี้ปิงหยานและคนอื่นๆนั้นพวกเขายังคงห่างไกลที่จะมีความสามารถมาถึงขั้นนี้ได้ดังนั้นพวกเขาจึงได้มองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ด้วยความสับสนเท่านั้น พอเมื่อทุกอย่างเริ่มกลายเป็นที่สนใจมากขึ้น หลิงเทียนก็พลันระเบิดหัวเราะออกมา .

 

 

“ ความสามารถในการทำนายโชคชะตาของเซียนเซิงนั้นช่างดูลึกลับและคาดเดาไม่ได้เลย , มันทำให้คุณชายผู้นี้รู้สึกเต็มไปด้วยความชื่นชม ! ถ้าหากเซียนเซิงไม่ถือว่าข้ารบกวนมากเกินไป หลิงเทียนคนนี้อยากจะชวนท่านไปดื่มและพูดคุยกันสักเล็กน้อย . ข้าอยากจะให้เซียนเซิงนั้นช่วยข้าอ่านดวงชะตาให้ละเอียด , หวังว่าท่านคงจะไม่ปฏิเสธข้านะ ? ”

 

 

เมื่อคำพูดเหล่านี้ออกมาจากปากของเขา เหล่าคนที่ยืนอยู่ด้านข้างเขานั้นต่างจ้องมองมาด้วยความตกตะลึง . ก่อนหน้านี้ บุคคลที่พูดคำนี้ออกมานั้นก็เพิ่งจะกล่าวหาหมอดูผู้นี้ว่าเป็นคนโป้ปด . แต่ภายในพริบตาเดียว คนโป้ปดกลับกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์การทำนาย ! หลิงเทียนแม้กระทั่งขอให้เขามาทำนายดวงชะตาให้ !

 

 

หลังจากที่หลิงเทียนยิ้มออกมา , หมอดูในชุดเขียวนั้นก็พลันรู้สึกว่าความกดดันที่เคยกดทับเขาไว้ก่อนหน้านี้พลันอันตรธานหายไปกับสายลม พร้อมกับข้อสงสัยทั้งหมดที่เขามีก็พลันหายไปด้วยเช่นกัน . ตัวของเขานั้นยังเป็นคนที่มีชื่อเสียงและชมชอบผู้ที่มีพรสวรรค์ . ดังนั้น เขาจึงไม่ได้ตำหนิทั้งสองที่พยายามลอบเข้ามาโจมตีเขาก่อนหน้านี้ และเผยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นออกมาแทน , “ คุณชายได้แสดงความเมตตาในการเชิญข้าอย่างสุภาพเช่นนี้ ถ้าหากข้าปฏิเสธไป นั่นไม่ใช่ว่ามันจะเป็นการดูแคลนในความเมตตาของท่านงั้นรึ ? ”

 

 

ภายในประโยคนี้มีร่องรอยของความชื่นชมซ่อนอยู่เบาๆ ต้องรู้ก่อนเลยว่าตัวตนปรมาจารย์ระดับสูงเช่นตัวเขานั้นมักจะเจอกับสถานการณ์สุ่มเสี่ยงเช่นนี้อยู่เป็นประจำ ซึ่งตัวเขาที่ต้องพบกับการถูกต้อนจนถึงกับจนมุมเช่นนี้นั้นจำนวนครั้งถือว่านับด้วยนิ้วมือได้เลย , ไม่ว่าจะด้วยเทคนิคใดก็ตามที่หลิงเทียนได้ดึงมาใช้เพื่อบรรลุในสิ่งที่เขาต้องการมันก็ได้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับหมอดูในชุดเขียวนี้อย่างมาก มันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่มีชีวิตอยู่มาหลายสิบปีของหมอดูชราผู้นี้ที่ต้องประสบกับความเสียเปรียบและจนมุมได้ถึงขนาดนี้ ! ด้วยเหตุนี้ตัวเขาจึงอดไม่ได้ที่จะอยากรู้อยากเห็น . ไม่ว่าเด็กหนุ่มคนนี้นั้นจะเป็นคนดีหรือคนเลวเขานั้นไม่สนใจเลยแม้แต่น้อยเพราะการที่คนหนุ่มเช่นนี้สามารถขึ้นมาอยู่ในระดับสูงของโลกวรยุทธได้ ในแผ่นดินอันกว้างใหญ่นี้นั้นอาจจะมีแค่เขาเพียงคนเดียวเท่านั้น !

 

 

หลิงเทียนดึงแขนซ้ายของหมอดูด้วยความเสน่หาและรีบวิ่งตรงไปยังร้านเหล้าเล็กๆที่อยู่ริมถนน . เสี่ยวเอ้อของร้านเมื่อได้เห็นว่าเป็นคุณชายหลิงก็รีบกุลีกุจอเข้ามาต้อนรับเขาด้วยตัวเอง แม้ว่าในใจของมันนั้นจะครวญครางด้วยความหวาดกลัวอยู่ข้างใน แต่อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่กล้าที่แสดงความลังเลใดๆออกมา . ก่อนที่หลิงเทียนจะเปิดปากพูด เถ้าแก่ร้านก็ได้จัดเตรียมห้องที่ดีที่สุดไว้ให้เขาแล้วเรียบร้อย !

 

 

หลังจากที่สั่งให้เหล่าผู้คุ้มกันนั้นไปทำอะไรก็ได้ตามสบายด้านนอก , หลิงเทียนก็พาหมอดูในชุดเขียนวิ่งเข้าไปในห้องทันที . แต่อย่างไรก็ตาม พอหลิงเฉินและอวี้ปิงหยานตามเข้ามาข้างใน เขาก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเล็กน้อย .

 

 

หลิงเฉินเข้าใจในสิ่งที่เขาต้องการทันทีและหันกลับไปที่อวี้ปิงหยานและกล่าว “ คุณหนูอวี้ , ข้ารู้สึกว่าคุณชายนั้นกำลังจะพูดคุยเรื่องสำคัญอะไรบางอย่าง ซึ่งบางทีอาจจะทำให้สตรีเช่นพวกเรานั้นไม่ค่อยสะดวกที่จะอยู่ที่นี่นัก ดังนั้นข้าคิดว่าพวกเราน่าจะออกไปเดินเล่นข้างนอกกันดีหรือไม่ ? ”

 

 

อวี้ปิงหยานลังเลอยู๋เล็กน้อยแต่เมื่อเห็นว่าหลิงเทียนไม่ได้บอกให้พวกนางอยู่ด้วยจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยก่อนที่นางจะพยักหน้าเบาๆ

 

 

เมื่อเห็นสตรีทั้งสองนั้นออกจากประตูไปแล้ว หลิงเทียนก็ส่งสัญญาณผ่านสายตาของเขาไปยังผู้คุ้มกันทั้งสี่คนที่อยู่ข้างนอกให้ตามพวกนางไป .

 

 

“ ฮ่าๆๆ , สาวน้อยของคุณชายนี่ช่างหลักแหลมยิ่งนักแถมยังครอบครองพรสวรรค์ทางด้านวรยุทธอีกด้วย นอกจากนี้ นางเข้าใจท่านเป็นอย่างดี , คนเช่นนี้นี่ช่างหาได้ยากนัก ยากมากจริงๆ ” หมอดูในชุดคลุมเขียวนั้นมองไปที่หญิงสาวทั้งสองที่เพิ่งเดินจากไป แต่อย่างไรก็ตามเขานั้นเจาะจงไปที่เงาร่างของหลิงเฉินเสียมากกว่าและคำพูดของเขานั้นก็ดูเหมือนแฝงความหมายบางอย่างไว้

 

 

หลิงเทียนเพียงยิ้มตอบขณะที่เขายกเหยือกชาขึ้นมาเทลงใส่ถ้วยของพวกเขาก่อนจะพูดออกมาช้าๆ “ เซียนเซิงช่างชมเชยเกินไปแล้ว สำหรับคนที่มีสถานะเช่นเซียงเซิงแล้ว สาวน้อยผู้นั้นนับเป็นอะไรได้ ? นางไม่สามารถอยู่ในสายตาของท่านได้หรอก ”

 

 

 

หมอดูในชุดเขียวยิ้มกลับและตอบกลับอย่างสบายๆ “ ส่งผู้ช่วยที่มีความสามารถของเจ้าออกไปขณะที่เจ้าก็เผชิญหน้ากับข้าเพียงลำพัง , นี่เจ้าไม่กลัวเลยรึว่าตาแก่ผู้นี้จะได้เปรียบเจ้า ? ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ข้าสามารถบอกได้ , แม้ว่าทักษะของคุณชายนั้นจะดีแต่มันก็แค่ครึ่งเดียวของที่ตาแก่ผู้นี้ครอบครองเท่านั้น ! ”

 

 

หลิงเทียนหัวเราะออกมา คิ้วของเขากระตุกอย่างเห็นได้ชัด “ ผู้อาวุโสกำลังอำข้าอยู่แน่ๆ . ทำไมผู้อาวุโสถึงมั่นใจเช่นนั้นเล่า ? ”

 

 

หมอดูในชุดเขียนพลันสะอึกออกมาอย่างไม่รู้ตัวขณะที่เขาหยุดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะระเบิดหัวเราะออกมา “ เพื่อนตัวน้อยผู้นี้ปรากฏว่าเป็นคนที่ฉลาดเช่นนี้นี่เอง ! ”

 

 

หลิงเทียนโบกมือให้กับคำชมเชยและยิ้มตอบกลับไปก่อนจะพูด “ ผู้อาวุโสก็ชื่นชมข้าเกินไป ข้าขอคืนคำพูดเดียวกันนี้ให้ท่านก็แล้วกัน ! ”

 

 

แต่อย่างไรก็ตาม , หลิงเทียนนั้นคิดอยู่ในใจ ‘ แม้ว่าเจ้าจะพยายามทำอะไรบางอย่างกับข้า , แต่เจ้าคิดหรือว่าข้านั้นเกรงกลัวเจ้า ? ไม่ต้องมาพูดเกี่ยวกับความจริงที่ว่าความแข็งแกร่งของเจ้านั้นเหนือกว่าข้า มันไม่ได้ช่วยให้เจ้าได้เปรียบอะไรเลย . แค่เพียงอาวุธลับระดับสูงที่ข้าครอบครองอยู่นี้มันก็เพียงพอที่จะทำให้เจ้าตายไปหลายต่อหลายครั้งโดยที่ข้าไม่จำเป็นต้องลุกขึ้นจากเก้าอี้ ! คนเฉกเช่นพวกเจ้าในทุกวันนี้ยังคงกวัดแกว่งเพียงอาวุธทื่อๆของพวกเจ้า แล้วพวกเจ้าจะเข้าใจในอานุภาพของอาวุธลับของข้าได้อย่างไร ? ’

 

 

“ ช่วยบอกให้ข้ารู้หน่อยว่าเพื่อนตัวน้อยผู้นี้ลากข้ามายังที่นี่ มีอะไรจะบอกกับข้างั้นรึ ? ” หมอดูเพียงยิ้มก่อนจะเอ่ยคำถามออกมา . หมอดูในชุดสีเขียวนั้นพูดออกมาโดยไม่สนใจความต่างของอายุและพูดออกมาอย่างเป็นกันเองและไม่ใส่ใจอะไร . เขาสะบัดมือเบาๆและไม่ได้ใส่ใจต่อภาพลักษณ์ที่ดูซอมซ่อและสกปรกแต่ในครานี้กลับมีความรู้สึกสง่างามตามธรรมชาติเล็ดลอดออกมาจากท่าทางของเขา ไม่เหมือนกับท่าทางก่อนหน้านี้ที่ดูน่าอนาถใจ .

 

 

“ ข้าไม่กล้าหยาบคายเช่นนั้นหรอก , มันก็แค่ว่าข้านั้นรู้สึกแปลกใจว่าตัวตนที่มีความสามารถเฉกเช่นผู้อาวุโสนั้นมาทำอะไรที่อาณาจักรครองฟ้าแห่งนี้ ? ” หลิงเทียนมองต่ำลงก่อนจะหยิบถ้วยชาตรงหน้าของเขาขึ้นมาและยกมันดื่มอย่างสุภาพ . น้ำเสียงของเขานั้นดูเย็นชาและเฉยเมยราวกับว่าเขาไม่ได้ใส่ใจกับมัน .

 

 

หมอดูในชุดคลุมเขียนนั้นยังคงรักษาท่าทางที่ดูเฉยเมยไว้ได้ แต่ภายในใจของเขากลับคุกรุ่น , ‘ นี่เจ้าพยายามจะสอบสวนข้างั้นรึ ? ข้าไว้หน้าเจ้าถึงขนาดตามเจ้ามายังที่นี่ แต่เจ้ากลับใช้น้ำเสียงเช่นนี้กับข้างั้นรึ ! ตาแก่ผู้นี้เดินทางไปทั่วมาหลายสิบปี แล้วทำไมข้าจะต้องปล่อยให้ตัวเองมาคอยเอาใจและเชื่อฟังคำพูดของเด็กน้อยเช่นเจ้า ? เดิมทีแล้วข้าคิดว่าเจ้านั้นดูลึกลับและเป็นคนสุภาพอย่างมาก แต่ตอนนี้ข้าผิดหวัง ! ดูเหมือนว่าข้าจะต้องมอบบทเรียนเล็กๆน้อยๆให้กับเจ้า… ’

 

 

เมื่อเห็นว่าหลิงเทียนกำลังยกถ้วยชาขึ้นปาก ท่าทางของหมอดูก็พลันกลายเป็นเย็นชาขณะที่มือขวาของเขาพลิกขึ้นโดยปราศจากเสียงใดๆและเล็งไปที่ถ้วยชา . พลังปราณบริสุทธิ์ก็พุ่งออกไปจากฝ่ามือของเขาและพันตัวเองไปที่รอบถ้วยชาของหลิงเทียนแน่นราวกับผ้าไหม .

 

 

ถ้วยชาที่อยู่ในมือของหลิงเทียนพลันหยุดค้างกลางอากาศ ! หลิงเทียนพลิกมือกลับอย่างรวดเร็ว เขาเกือบจะปลดปล่อยอาวุธลับที่ซุกซ่อนอยู่ทั่วร่างกายของเขาทั้งหมดออกไปที่หมอดูชราไปแล้ว . จากนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่าเป้าหมายของหมอดูผู้นี้เป็นเพียงแค่ถ้วยชาที่เขาถืออยู่และตระหนักได้ถึงแรงจูงใจของหมอดูผู้นี้ได้ทันที . ความรู้สึกนับถือพลันเกิดขึ้นภายในใจของเขา .

 

 

แม้ว่าจะตกอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่ถูกยั่วยุและดูหมิ่นจากเขา แต่หมอดูชุดเขียวผู้นี้กลับเพียงตอบโต้ด้วยการกดดันเพียงเบาๆและไม่ได้โมโหพรวดพราดออกมา ! หากวัดกันแค่เรื่องนี้ก็ถือได้ว่าสภาพจิตใจของเขานั้นช่างแข็งแกร่งกว่าคนอื่นมาก.

 

 

เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้ทำอะไรอีกหลังจากที่เข้ามาแตะต้องถ้วยชา หลิงเทียนก็เข้าใจทันทีว่าหมอดูในชุดเขียวผู้นี้นั้นมีเจตนาที่จะวัดความแข็งแกร่งของพวกเขา . ด้วยการแสดงความสามารถออกมาเช่นนี้ หมอดูผู้นี้เพียงอยากจะข่มขู่หลิงเทียนเท่านั้น ซึ่งทำให้หลิงเทียนรู้สึกผ่อนคลายลงอย่างมาก . ปราณเซียนเทียนบริสุทธิ์อย่างมหาศาลค่อยๆไหลออกมาจากมือของหลิงเทียนอย่างต่อเนื่องเช่นกันและไหลผ่านไปยังถ้วยชาก่อนจะหยุดลง .

 

 

ถ้วยชาเล็กๆธรรมดามราถูกสร้างขึ้นมาด้วยดินเหนียวในตอนนี้กลับกลายเป็นสมรภูมิรบของปรมาจารย์ด้านวรยุทธทั้งสองคน ! ทั้งสองต่างเงยหน้าขึ้นมาในเวลาเดียวกันและยิ้มให้กัน  จากนั้นก็กระตุ้นพลังภายในของพวกเขาออกมาพร้อมกัน !

 

 

เป้าหมายของหมอดูนั้นเพื่อแย่งถ้วยชาออกมาจากมือของหลิงเทียน ส่วนหลิงเทียนนั้นต้องการส่งชาที่อยู่ในถ้วยนั้นเข้าปาก ! หลังจากที่เร่งพลังปราณของพวกเขา ร่างของทั้งสองนั้นก็เพียงแค่กระตุกเล็กน้อยก่อนที่ทั้งสองจะนิ่งไปจนดูราวกับหุ่นเชิดไม้สองกระบอกที่ถูกแช่แข็ง .

 

 

ถ้วยชาถูกหยุดไว้อยู่ระหว่างกลางของทั้งสอง น้ำชาที่อยู่ภายในนั้นเริ่มกระเพื่อมหนักขึ้นเรื่อยๆ ครู่ต่อมา มันก็เริ่มมีฟองขึ้นมาและเดือดขึ้นเรื่อยๆ สักครู่ต่อมามันก็กลับนิ่งและเย็นเฉียบราวกับโดนแช่แข็งฉับพลัน !

 

 

ท่าทีของหลิงเทียนนั้นยังคงเฉยเมยแม้ว่าคิ้วของเขาจะขมวดเล็กน้อย แต่มือขวาของเขาก็ยังคงถือถ้วยชาโดยไม่ขยับแม้แต่น้อย ร่างกายของเขาเป็นดั่งศิลาพันปีที่ตั้งตระหง่านและยังคงมั่นคงอยู่จุดเดิมแม้จะถูกคลื่นซัดแค่ไหนก็ตาม , ราวกับว่าตัวเขากลายเป็นดั่งภูเขาไท่ซาน .

 

 

รอยยิ้มจางๆประดับอยู่บนใบหน้าของหมอดูชุดเขียน มือซ้ายของเขาพลิกไปมาขณะที่มือขวาที่ดูอ่อนแรงของเขากำลังค้ำถ้วยชาเอาไว้อยู่ ร่างกายของเขานั้นเป็นดั่งสระน้ำที่เต็มไปด้วยพลังที่ไม่มีที่สิ้นสุด !

 

 

เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ นาทีต่อนาที .

 

 

เสียงที่ฟังดูสนุกสนานนั้นดังมาจากข้างนอกห้อง เสียงชนแก้วดังขึ้นเรื่อยๆด้วยความสุข . ดูเหมือนว่าเหล่าผู้คุ้มกันที่ติดตามหลิงเทียนมานั้นได้เริ่มทำความรู้จักกับคนที่อยู่ข้างในร้านและเริ่มสร้างความสัมพันธ์ฉันท์มิตรระหว่างพวกมัน . หลังจากชนจอกสุราไปไม่กี่ครั้งพวกมันก็เริ่มตะโกนโห่ร้องออกมา เสียงของจอกเหล้านั้นดังกังวานขึ้นเรื่อยๆตอบรับกับอารมณ์ของพวกมัน .

 

 

ขณะที่ห้องส่วนตัวของพวกเขาทั้งสองนั้นยังคงเงียบงันจนขนลุก . นับตั้งแต่เทชาลงในถ้วยนั้นก็ผ่านมานานแล้ว .

 

 

หลิงเทียนเริ่มตกตะลึงมากยิ่งขึ้นอยู่ภายในใจของเขาก่อนจะตะโกนย้ำไปย้ำมาอยู่ภายในใจว่า ‘ พระเจ้าช่วย ! ข้าเคยคิดว่าตัวเองนั้นอยู่ในระดับที่สูงที่สุดแต่เมื่อได้เจอเช่นนี้ที่แท้ข้าก็เป็นเพียงกบก้นบ่อเท่านั้น ! ’ … หลิงเทียนเคยคิดว่าตัวเขานั้นถือว่าอยู่จุดสูงสุดในเมืองหลวงครองฟ้าแห่งนี้ แม้ว่าคำพูดที่มักจะออกมาจากปากเขานั้นจะดูถ่อมตัวอยู่เสมอ แต่ภายในใจของเขานั้นหยิ่งยโสอย่างมาก และเชื่อว่าตัวเขานั้นเป็นอันดับหนึ่งในใต้หล้านี้ . เพราะเขาได้ตัดผ่านเข้าสู่ระดับเซียนเทียนและบ่มเพาะพลังปราณเซียนเทียนที่บริสุทธิ์ที่สุดตั้งแต่ก่อนเขาเกิดเสียด้วยซ้ำ , และทักษะบ่มเพาะของเขาก็เป็นทักษะที่สุดยอดที่สุดสำหรับขั้นเซียนเทียนเมื่อชาติที่แล้วของเขา. ดังนั้น เขาจึงคาดว่าเขานั้นจะไม่มีคู่ต่อสู้บนเส้นทางแห่งความสำเร็จของเขาในโลกนี้ !

 

 

แต่เขาจะรู้ได้อย่างไรว่าหมอดูสั่วๆที่เขาพบบนถนนผู้นี้แท้จริงแล้วกลับมีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับเขาหรือแม้กระทั่งอาจจะอยู่ในระดับที่สูงกว่าด้วยซ้ำ ! ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ พลังปราณของคนตรงหน้านั้นไม่ใช่เพียงแค่บริสุทธิ์ธรรมดาๆ มันเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าหมอดูตรงหน้าของเขานี้ได้ก้าวเข้าสู่ขั้นเซียนเทียนแล้ว ! หลิงเทียนรู้สึกหงุดหงิดอย่างมากในตอนนี้ . ในโลกใบนี้นั้นมีกี่คนเช่นนี้อยู่มากมายเพียงใดกัน ? หรือมันอาจจะเป็นเพราะว่าเขาโชคดีอย่างมากที่ได้พบปรมาจารย์อันดับหนึ่งของโลกเพียงแค่การออกมากินลมชมวิว ? แต่มันไม่น่าจะเป็นไปได้ .

 

 

แต่อย่างไรก็ตามหลิงเทียนไม่รู้เลยว่าในใจของหมอดูชราในตอนนี้นั้นกำลังตกอยู่ในความสับสนวุ่นวาย . ถ้าหากไม่ใช่ความจริงที่ว่าตัวของเขานั้นขัดเกลาสภาพจิตใจของตัวเองได้ถึงขั้นสูงสุด เขาก็คงจะอ้าปากค้างจนคางแตะพื้นไปแล้วในตอนนี้ ! ก่อนหน้านี้ เขาประเมินความแข็งแกร่งของหลิงเทียนไว้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ตอนนี้ เขากลับพบว่าแท้จริงแล้วเจ้าเด็กตรงหน้าของเขานั้นกลับบ่มเพาะอยู่ในระดับที่ลึกซึ้งกว่าที่ประเมินไว้มากโข !

 

***

 

กลุ่มลับถึง 579

Legend of Ling Tian ตำนานของหลิงเทียน