0 Views

 

“ อ่า…เอ่อ…สาวน้อยนั่น…เอ่อ, ไม่ได้ดีอะไรเลย . นางทั้งน่าเกลียดมาก,เกเรมาก , ซุกซนมาก , น่ารักมาก เอ้ยไม่ใช่…นางนั้นร้ายกาจมาก, งดงามมาก , มีเสน่ห์มาก , ร่าเริงมาก , สุภาพมาก , น่าพอใจมากและยังเป็นคนที่ไม่มีเหตุผลเลย . โอ้ย อะไรเนี่ย…ปวดหัว ! ” พอเมื่อฮูหยินเว่ยต้องการจะโม้เกี่ยวกับลูกสาวของนาง นางก็พลันเข้าใจความหมายของชูถิงเอ๋อร์ขึ้นมาก่อนจะเริ่มสับสนและพูดอย่างตะกุกตะกัก . ในเวลาเดียวกันนี้ นางก็คิดกับตัวเองอย่างขุ่นมัว ‘ เด็กดื้อนั่นถึงกับกล้าไปหาอันธพาลอันดับหนึ่งเป็นการส่วนตัว . นางช่างใจกล้าเกินไปจริงๆ ! ถ้าหากเรื่องนี้แพร่ออกไป แล้วข้าจะสามารถหาใครมาแต่งงานกับนางได้อีกเล่า ? ใครจะกล้าเสี่ยงกับการรุกรานตระกูลอันดับหนึ่งในอาณาจักรครองฟ้าแห่งนี้และยอมรับลูกสาวของข้าอีก ? ’ ในทันใดนั้น ท่าทางบนใบหน้าของนางก็พลันกลายเป็นน่าเกลียด

 

 

ในฐานะที่เป็นคนที่ได้รับการยอมรับจากฮูหยินใหญ่หลิง แล้วจะเป็นไปได้อย่างไรที่นางนั้นจะเป็นคนโง่เขลา ? ด้วยสายตาอันเฉียบแหลมของนาง มันราวกับว่านางจะสามารถตรวจสอบอะไรก็ได้ในโลกใบนี้ . แต่อย่างไรก็ตาม ราวกับว่านางนั้นไม่สามารถบอกกับฮูหยินเว่ยว่านางไม่อยากจะพูดเรื่องนี้ต่อได้ . ในความจริงแล้ว นางก็แทบจะไม่สนใจท่าทางที่น่าเกลียดอย่างเห็นได้ชัดบนใบหน้าของฮูหยินเว่ย . เนื่องจากคันศรถูกดึงให้ตึงไปเรียบร้อยแล้ว มันจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องปล่อยลูกศรออกไป ดังนั้น ชูถิงเอ๋อร์จึงทำเพียงแค่กัดฟันและพูดต่อ “ พี่สาว , น้องสาวผู้นี้นั้นชมชอบซวนซวนของท่านจริงๆ . สาวน้อยผู้นั้นไม่ใช่เด็กแล้วใช่หรือไม่ ? มองไปที่รูปร่างของนางและใบหน้าของสาวน้อยนางนั้นไม่มีส่วนใดเลยที่ไม่งดงาม . ข้ายังได้ยินมาว่านางนั้นยังไม่ได้มีแผนแต่งงานใดๆเลยใช่หรือไม่ ? ข้าพูดได้เลยว่าซวนซวนเป็นคนทะ… ”

 

 

“ เอ่อ , นี่ , อ่า…น้องสาว , มันเป็นแบบนี้ ! พวกเราอย่าเพิ่งพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้ในวันนี้เลย . อ่า…นอกเหนือจากนั้น มันไม่มีประโยชน์อะไรเลยสำหรับข้าที่จะสัญญาอะไรกับเจ้า . ไม่ใช่ว่าเจ้าไม่รู้ว่าอารมณ์ของสามีของข้านั้นดื้อดึงเหมือนกับลา . เขาเป็นคนที่รักบ้านเมืองเป็นอย่างมากและการตัดสินใจทั้งหมดในบ้านนั้นจะเป็นของเขาทั้งหมด… ” เมื่อทำอะไรไม่ถูก ฮูหยินเว่ยก็ทำได้เพียงแค่โยนปัญหาทั้งหมดนี้ไปให้กับสามีของนาง

 

 

“ จริงด้วยๆ , สามีของท่านนั้นเป็นคนที่ตรงไปตรงมาและซื่อสัตย์ที่สุดในอาณาจักรครองฟ้า . สิ่งที่หาได้ยากในตัวเขาก็คือการออกนอกลู่นอกทางนั่นจึงทำให้เขาได้รับความรักจากทุกผู้ทุกคน . สมควรแล้วที่เขาซึ่งเป็นตัวตนน่าเคารพรักยิ่งจึงเป็นธรรมดาที่การตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆภายในบ้านนั้นต้องผ่านเขาก่อน . แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องเล็กๆง่ายๆทั้งหมดภายในบ้านก็ย่อมต้องเป็นพี่สาวที่ต้องตัดสินใจ . แต่เรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่ต้องไปถึงมือของสามีของท่านและแถมท่านยังมีสิทธิ์ในการตัดสินใจเรื่องเล็กๆน้อยทั้งหมดในบ้านและดูเหมือนว่าสามีของท่านจะดูเกรงกล…เอ่อ ข้าหมายถึงเคารพท่านอยู่พอสมควร ” ชูถิงเอ๋อร์ตอบกลับด้วยความตื่นเต้นและไม่ปล่อยให้ฮูหยินเว่ยจบบทสนทนาในเรื่องนี้ .

 

 

“ เอ่อ…อ่า อา…นี่…น้องสาว , ซวนซวนนั้นยังคงเด็กนักและพี่สาวนั้นก็ยังไม่อยากจะผูกมัดนางเร็วเกินไปนัก แถม…บุตรชายของเจ้านั้นก็พิเศษเกินไป… ” ฮูหยินเว่ยตอบกลับอย่างขมขื่น

 

 

“ นั่นก็จริง , พี่สาว , พวกเราทั้งสองนั้นต่างก็ต้องกังวลกับลูกๆของเราเหมือนกัน , ” ชูถิงเอ๋อร์ถอนหายใจออกมาก่อนจะพูดต่อ “ เจ้าเด็กซนของข้านั้นมักจะสร้างความกังวลให้กับข้าจนแทบจะตาย . ตั้งแต่เด็กจนถึงตอนนี้ ข้าเคยเห็นเขาพูดคุยเพียงแค่กับซวนซวนของท่าน , ใบหน้าของเขามักจะแดงก่ำทุกๆครั้งเมื่อเขาต้องไปคุยกับหญิงสาวคนอื่นๆ… ”

 

 

“ พร่วด … แค่ก แค่กๆๆ … แค่กกๆ… ” ก่อนที่ชูถิงเอ๋อร์จะพูดจบ ฮูหยินเว่ยที่กำลังยกถ้วยชาเข้าปากและกำลังจะกลืนมันลงไปก็สำลักมันออกมาจนน้ำหูน้ำตาไหล ใบหน้าเริ่มแดงจากการสำลัก

 

 

“ เอ๋ ? พี่สาว , มีอะไรผิดปกติงั้นรึ ? ทำไมท่านถึงไม่ระวังเวลาดื่มชาร้อนกัน ? ” ชูถิงเอ๋อร์ลูบหลังของฮูหยินเว่ยเบาๆและพูดอย่างอ่อนโยน

 

 

ฮูหยินเว่ยกรอกตาไปด้านข้าขณะที่นางคิดกับตัวเอง ‘ บุตรชายของเจ้าซื่อสัตย์งั้นรึ ? ใบหน้าของบุตรชายของเจ้าเปลี่ยนเป็นแดงก่ำเมื่อต้องพูดคุยกับสตรี ?? แม้แต่ผีก็ยังไม่เชื่อเลย ! ใครจะรู้ได้ว่ามีหญิงสาวกี่คนแล้วที่เสร็จเขา . แล้วข้าจะปล่อยให้บุตรสาวของข้ากระโดดเข้าไปในปล่องภูเขาไฟนั้นได้อย่างไร ! ”

 

 

“ พระเจ้าช่วย , นี่ข้าเป็นคนที่หน้าแดงเวลาคุยกับสตรีหรือนี่ ? แล้วก็ความบริสุทธิ์ของข้ายังไม่เคยถูกสตรีใดๆครอบครองนะเห้ย ! ” ตัวละครหลักของเรา , หลิงเทียน คงตะโกนออกมาสุดเสียงหากได้ยินบทสนทนาข้างบน .

 

 

“ พี่สาว , ทั้งสองนั้นช่างดูเข้ากันอย่างกับสวรรค์ประทานมา เนื่องจากพวกเขานั้นยังคงเด็กนัก , พวกเราสามารถหมั้… ” ก่อนที่ชูถิงเอ๋อร์จะได้มีโอกาสพูดจบ , ฮูหยินเว่ยที่ยังคงสำลักอยู่นั้นก็หายตัวไปอย่างรวดเร็วราวกับว่านางรู้วิธีบินหนี .

 

 

ต่อมา ฮูหยินเว่ยก็รีบโค้งและกล่าวอำลากับกุ้ยเฟยหลิงหลานจากนั้นฮูหยินเว่ยซึ่งเริ่มใจเย็นลงก็มาต่อหน้าของชูถิงเอ๋อร์และกล่าว “ น้องสาว , พี่สาวผู้นี้นั้นพลันจำได้ว่าข้านั้นต้องกลับบ้านไปทำอะไรบางอย่างที่สำคัญมากๆ ข้าคงไม่ได้มาคลุกคลีกับน้องสาวอีก ข้าหวังว่าน้องสาวจะยกโทษให้กับข้า ข้าจะหาโอกาสดีๆเพื่อไปพูดคุยกับเจ้าในอนาคตแน่นอน . ไว้เจอกันใหม่ปีหน้านะ ! ” พอนางพูดจบ นางก็ไม่รอให้ชูถิงเอ๋อร์ตอบอะไรและทำได้เพียงแค่มองนางจากไปอย่างรวดเร็ว . ฮูหยินเว่ยนั้นดูรีบร้อนอย่างมาก , มันดูราวกับว่าบ้านของนางถูกไฟไหม้ยังไงยังงั้น .

 

 

ชูถิงเอ๋อร์กรอกตาไปมาด้วยความโกรธก่อนที่นางจะเริ่มสาปแช่งหลิงเทียนอยู่ภายในใจ . แต่อย่างไรก็ตาม นางก็รีบทำใจให้เย็นลงและคิดกับตัวเอง ‘ แม้ว่าฮูหยินเว่ยจะจากไปแล้ว แต่ที่นี่ก็ยังคงมีฮูหยินอยู่อีกตั้งหลายคนซึ่งมีบุตรีอยู่ภายในตระกูล… ’

 

 

ชูถิงเอ๋อร์พลันเดินตรงไปที่ภรรยาของแม่ทัพเฉินด้วยรอยยิ้มที่ดูอบอุ่น…

 

 

เดิมทีแล้วการชุมนุมเช่นนี้มักจะใช้เวลายาวนานมาก แต่เนื่องจากการปรากฏตัวของชูถิงเอ๋อร์, ระยะเวลาในการชุมนุมนั้นก็พลันลดลงอย่างรวดเร็ว…

 

 

ในขณะที่ชูถิงเอ๋อร์นั้นกำลังบากหน้าของนางไปหาภรรยากลับไปเพื่อบุตรชายของนาง , หลิงเทียนนั้นก็กำลังออกไปจับจ่ายซื้อของกับสตรีงดงามทั้งสองอย่างสบายใจเฉิบ .

 

 

มันเป็นเพราะสาวน้อวอวี้ปิงหยานนั้นสงสัยอย่างมากว่าหลิงเทียนใช้วิธีใดในการเพิ่มชื่อเสียงในด้านอันธพาลของตนออกไปจนกระจายไปทั่วทั้งทวีป . ในใจของอวี้ปิงหยานนั้น หลิงเทียนนั้นเป็นคนที่อ่อนโยน ,สุภาพบุรุษและเป็นคนที่มีพรสวรรค์ . แล้วคนที่สมบูรณ์แบบเช่นนี้จะกลายมาเป็นอันธพาลอันดับหนึ่งของอาณาจักรครองฟ้าได้อย่างไร ?! โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่อวี้ปิงหยานนั้นบ่มเพาะทักษะหยินเร้นลับแก่นแท้แห่งหัวใจพระสูตรในช่วงเช้า นางก็ตระหนักได้ว่านางนั้นสามารถบ่มเพาะพลังปราณด้วยทักษะบ่มเพาะนี้ได้ . หลังจากที่นางสามารถโคจรพลังปราณได้ทั่วร่างกาย นางก็รู้สึกยินดีอย่างยิ่งจนกระโดดโลดเต้นและเกือบจะทำให้พลังปราณของนางยุ่งเหยิง .

 

 

คุณหนูอวี้ซึ่งอยากจะปรับอารมณ์ของนางจึงได้ลากหลิงเทียนออกมาจากบ้านด้วยความปรารถนาของนางที่อยากจะเห็นในด้านอันธพาลของหลิงเทียน . เดิมทีแล้วหลิงเทียนนั้นก็ตั้งใจที่จะออกไปข้างนอกเพื่อไปเป็นสักขีพยานในการค้นหาที่ไร้ประโยชน์ของตระกูลหยาง . ดังนั้น นางจึงนำสตรีทั้งสองนั้นออกมาจากเรือนของตนด้วยและพวกเขาก็ดูเหมือนจะเดินจับจ่ายอย่างสบายใจ

 

 

ในตอนที่พวกเขานั้นออกมาจากบ้านใหญ่ , อวี้ปิงหยานก็ตกใจกับบุคลิกที่เปลี่ยนไปของหลิงเทียน . คุณชายผู้นี้เริ่มยิ้มออกมาอย่างชั่วร้ายด้วยสายตาที่ล่องลอยไปตามร่างกายของสตรีทุกๆคนที่เดินผ่านเขาไป . ในเวลาเดียวกัน เขาก็หัวเราะเจ้าเล่ห์ออกมาทุกๆครั้งและผิวปากแซวสตรีทุกผู้คน การกระทำของเขานั้นสร้างความหวาดกลัวให้แก่สตรีบนถนนเส้นนี้ .

 

 

หมวกที่หลิงเทียนสวมอยู่นั้นใบของมันนั้นยื่นออกมาด้านหน้าและทำให้ผมของเขาย้อยลงมาทำให้เพิ่มรูปลักษณ์ของเขาให้ดูชั่วร้ายยิ่งขึ้น . กระดุมเสื้อตรงหน้าอกของเขานั้นหลุดลุ่ยทำให้เผยเห็นเสื้อผ้าด้านในของเขาครึ่งบนขณะที่เขานั้นเดินด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง . ทั่วทั้งร่างของเขานั้นดูผอมบางมากๆราวกับไม่มีไขมันอยู่เลย ซึ่งทำให้มองยังไงเขาก็ดูเหมือนอันธพาลที่ชอบกดขี่อย่างแท้จริง . เสน่ห์ที่ดูสง่างามและสุภาพที่เป็นปกติของเขานั้นก็แทบจะไม่เหลือให้เห็น [ TL : ที่ผู้เขียนบอกถึงเสน่ห์ตามปกติของหลิงเทียนนั้นหมายถึงการกระทำที่หลิงเทียนมีให้กับอวี้ปิงหยาน ซึ่งเสน่ห์นี้ถูกเล่าผ่านสายตาของอวี้ปิงหยาน ]

 

 

ถ้าหากอวี้ปิงหยานไม่รู้มาก่อนว่าทั้งหมดนี้ล้วยเป็นการแสแสร้ง นางก็คงอาจจะถุยน้ำลายไปที่เขาและรีบวิ่งจากไปทันทีในตอนที่นางเห็นเขา ! มันช่างน่าขยะแขยงและน่าอับอายจนเกินไปที่ได้เดินอยู่เคียงข้างเขา ! แต่ถึงแม้ว่านางจะรู้ว่าทั้งหมดนั้นล้วนเป็นการแสแสร้งแต่อวี้ปิงหยานก็ยังคงรู้สึกเหมือนกับกินแมลงวันเข้าไปอยู่ดี . นางแทบจะสงสัยแล้วว่าคุณชายหลิงเทียนที่สุภาพและอ่อนโยนผู้นั้นกับคนที่ดูน่าสะอิดสะเอียดและน่ารังเกียจเช่นนี้เป็นคนๆเดียวกันหรือเปล่า…

 

 

ที่ด้านหน้า หลิงเทียนพลันคว้าชายวัยกางคนๆหนึ่งที่กำลังพยายามที่จะหนีให้เร็วที่สุด . ผู้คุ้มกันของตระกูลหลิงที่อยู่เบื้องหลังของเขารับรู้ได้ทันทีเลยว่าคนที่หลิงเทียนคว้ามานั้นเป็นผู้คุ้มกันของตระกูลหยาง . พวกมันเคยเผชิญหน้ากันไปหลายครั้งจนถึงตอนนี้ . “ คนร้ายที่สังหารหนานกงเล่อถูกพบเจอหรือยัง ? ”

 

 

เมื่อเห็นว่าตัวเองถูกหลิงเทียนคว้าเอาไว้ได้ ผู้คุ้มกันคนนั้นก็ขวัญหนีดีฝ่อและไม่กล้าที่จะตอบโต้อะไร ด้วยท่าทางที่ขมขื่น มันตอบกลับอย่างสุภาพ “ ตอบคุณชายหลิง , พวกเรายังไม่เจอคนร้ายเลยขอรับ ”

 

 

“ พวกเจ้าส่งคนออกมาตรวจตราอย่างน้อยเป็นหมื่นๆคนแต่กลับไม่แม้กระทั่งสามารถจับคนร้ายเพียงคนเดียวได้งั้นรึ ?? นี่หยางกงซุนเอาอาหารหมาให้พวกเจ้ากินหรือเปล่า ? ช่างเป็นกลุ่มคนที่ไร้ประโยชน์ราวกับขยะจริงๆ ! ข้าล่ะรู้สึกอับอายแทนหยางกงซุนจริงๆ ถ้าหากคุณชายผู้นี้เป็นหยางกงซุนแล้วดันมีลูกน้องที่ไร้ประโยชน์เช่นนี้ ข้าก็คงจะผูกเชือกขึงไว้กับเพดานแล้วผูกคอตายไปแล้ว ! ช่างน่าอับอายเสียจริงๆ ! ตกต่ำอะไรขนาดนี้ ! หยางกงซุน ! เจ้าควรจะไปฆ่าตัวตายซะ ! ” หลิงเทียนพูดออกมาด้วยเสียงที่ดังลั่นไปทั่ว ครู่ต่อมา เขาก็ได้ดึงดูดความสนใจจากผู้คนรอบข้างมาที่เขาได้อย่างสมบูรณ์ก่อนที่พวกมันจะหันกลับมามองดูความวุ่นวายที่กำลังเกิดขึ้น .

 

 

ผู้คุ้มกันของตระกูลหยางก้มหัวลงต่ำด้วยความอับอายขณะที่มันคิดกับตัวเอง ‘ มันใช่ธุระของเจ้าเมื่อไรกันที่พวกเราไม่สามารถจับคนร้ายได้ ? เจ้ามีสิทธิอะไรมาถามพวกเราแบบนั้น ? เจ้าคนขี้เสือก ! เจ้าอันธพาลบัดซบ ! ”

 

 

หลังจากที่ถูกดุด่าอย่างรุนแรงในที่สุดหลิงเทียนก็ปล่อยมันไปและเดินไปรอบๆถนนเส้นนี้ . ขณะที่เขาเดินไปตามทาง เขาก็เป็นดั่งปูที่ไล่จับทุกคนมาถามและเสียเวลาไปกว่าครึ่งชั่วยามบนถนนเส้นนี้ .

 

 

หลิงเฉินและอวี้ปิงหยานเดินตามหลังเขาจากระยะไกลขณะที่พวกนางมองไปรอบๆโดยพยายามเลี่ยงที่จะมองไปที่หลิงเทียนอย่างสุดความสามารถ . ใบหน้าของพวกนางนั้นเต็มไปด้วยท่าทางที่สื่อว่า ‘ ข้าไม่รู้จักเขา ’ , ‘ ข้าไม่รู้จักเขาจริงๆนะ ’ . ท่าทางเช่นนี้นั้นไม่ใช่เรื่องใหม่เพราะหลิงเฉินนั้นได้ฝึกฝนการแสดงออกทางสีหน้าเช่นนี้มาหลายต่อหลายครั้งหลังจากที่ได้ออกมากับหลิงเทียนบ่อยๆ ดังนั้นการแสดงของนางจึงดูเป็นธรรมชาติอย่างมาก . แต่อย่างไรก็ตาม , คุณหนูอวี้ซึ่งเพิ่งจะเคยออกมากับเขาในวันนี้เป็นครั้งแรกนั้นแตกต่างเล็กน้อย . ขณะที่นางนั้นมองไปรอบๆ นางก็อธิษฐานอย่างเงียบๆ “ ขอร้องล่ะอย่าได้เจอใครที่ข้ารู้จักเลย . ถ้าหากข้าไปเจอคนรู้จักเข้าจริงๆ แล้วข้าจะอธิบายกับพวกเขาอย่างไรดี ? แม้ว่าข้าจะพูดว่าไม่รู้จักเขา แต่พวกเขาจะเชื่อข้างั้นรึ ? น่าอับอาย ! น่าอายจริงๆ !! ”

 

 

ทันใดนั้น ก็มีก้านไม้ไผ่ที่มีกระดาษแปะอยู่ตั้งตระหง่านขึ้นมาพร้อมกับคำที่ถูกเขียนไว้ว่า ‘ แม่น 100 % ’ . แน่นอนว่ามันอยู่ตรงหน้าของหลิงเทียน !

 

 

หลิงเทียนไม่เคยสนใจกับเรื่องโชคชะตาเหล่าและไม่เคยเชื่อเรื่องหมอดูเช่นนี้มาก่อนเลย แต่ก่อนหน้านั้น เขารู้สึกว่าไหล่ของเขานั้นกระทบเบาๆกับหมอดูผู้นี้มาก่อน

 

 

หลิงเทียนพลันหยุดเดินทันทีก่อนจะเยาะเย้ยอยู่ภายในใจ ‘ ยังคงมีเรื่องจอมปลอมเช่นนี้อยู่สินะ ! มันจะดีที่สุดที่จะหลอกลวงไปให้ได้ตลอดชีวิตของเจ้า ! ถ้าหากเจ้าไม่มายุ่งเกี่ยวกับข้า ข้าก็จะสามารถมองผ่านเจ้าได้ แต่ในตอนนี้ที่เจ้ามาแตะต้องข้า อีกกว่าครึ่งชีวิตที่เหลือของเจ้าก็ไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้อีกแล้ว… ”

 

***

 

กลุ่มลับถึง 571

Legend of Ling Tian ตำนานของหลิงเทียน