0 Views

 

ใบหน้าของหลิงเฉินพลันเปลี่ยนเป็นเย็นชาก่อนที่จะกรอกตาของนางไปมองหลิงเจี้ยน “ ทำไมเจ้าถึงรู้จักแต่เพียงแค่การกวาดล้างตระกูลของพวกมันกันนะ ! นอกจากเรื่องการฆ่าฟันแล้วเจ้าคิดอย่างอื่นไม่เป็นรึไง ? ”

 

 

หลิงเจี้ยนสบถผ่านลำคอออกมาอย่างเย็นชาก่อนจะตวามกลับไป “ ตระกูลหนานกงนั้นมันเหิมเกริมและกล้าคิดที่จะจัดการกับพวกเรา ! นั้นมันก็หมายความว่าพวกมันนั้นเหนื่อยที่จะมีชีวิตอยู่แล้ว ! การสังหารหนึ่งคนก็นับเป็นศัตรู สังหารเป็นร้อยมันก็คือศัตรู ! แล้วทำไมเราถึงต้องไว้ชีวิตพวกมันด้วยเล่า ? การสังหารพวกมันทั้งหมดนั้นจะทำให้พวกเราไม่ต้องมาเผชิญปัญหาในภายหลัง ! นี้เป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว ! ”

 

 

จากประสบการณ์ส่วนตัวของหลิงเจี้ยนก็อย่างที่เขาได้พูดออกมา ย้อนกลับไปเมื่อตอนที่ตึกกุหลาบโลหิตนั้นได้สังหารคนในตระกูลของเขาเพียงเพราะความโลภจนหมดสิ้นแต่เขาก็สามารถหนีออกมาจากเงื้อมมือของพวกมันได้ แต่เป็นเพราะเขาเพียงคนเดียว , เขาได้จัดการชำระหนี้แค้นกับพวกตึกกุหลาบโลหิตด้วยตัวคนเดียวภายในสามปีให้หลัง ! ในคืนนั้น หลิงเจี้ยนได้สังหารไปนับร้อยเพียงลำพังด้วยกระบี่เพียงเล่มเดียว. ความรู้สึกที่ตื่นเต้นเร้าใจในครั้งนั้นยังคงย้ำเตือนในความทรงจำของเขามาจนถึงวันนี้

 

 

นอกจากนี้ในคืนนั้นเป็นค่ำคืนที่ได้ทำให้เขากลายเป็นมือสังหารกระหายเลือดในโลกใบนี้ ! ในตอนนี้ ที่ศาลาอันดับหนึ่งได้มีชื่อเสียงไปทั่วทั้งโลกนั้นก็เป็นเพราะรากฐานที่ถูกสร้างขึ้นจากคืนนั้น !

 

 

สังหารเพียงหนึ่งนั้นเป็นอาชญากรรมแต่สังหารนับหมื่นนั้นสร้างวีรบุรุษ . แล้วถ้าหากสังหารเก้าล้านล่ะ ? เขาก็จะเป็นยอดวีรบุรุษในยอดวีรบุรุษอีกที ! หลิงเจี้ยนไม่เคยได้ยินบทเพลงเช่นนี้มาก่อนในชีวิต แต่หลังจากที่ได้ยินหลิงเทียนร่ำร้องมันออกมา เลือดของหลิงเจี้ยนก็ได้เดือดขึ้นจากเนื้อร้องของมัน ! ตราบใดเท่าที่มันเป็นประโยชน์ต่อความทะเยอทะยานของคุณชายของเขา ต่อให้ต้องสังหารผู้คนมากมายถึงเก้าล้านคนเขาก็จะทำ !

 

 

จนถึงตอนนี้เขาก็ยังจำได้ว่าสิ่งแรกที่หลิงเทียนเอ่ยถามเขาเมื่อตอนที่เขาอาบเลือดกลับมาจากการแก้แค้น “ เจ้ารู้ไหมว่าทำไมตึกกุหลาบโลหิตถึงถูกทำลาย ? ” ในตอนนั้นหลิงเจี้ยนเพียงส่ายหน้าเบาๆ เขารู้เพียงว่าเขาได้สังหารพวกมันทั้งหมดด้วยความสนุกสนาน แต่เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเป็นเพราะเหตุใด.

 

 

ในเวลานั้น , หลิงเทียนได้กล่าวไว้ว่า . “ ตึกกุหลาบโลหิตนั้นไมได้ทำอะไรผิดเลย ! มันก็จริงที่ว่าพวกมันได้สังหารผู้คนและลอบวางเพลิง แต่ถ้าหากพวกมันไม่สังหารและทำอาชญากรรม แล้วพวกมันจะเรียกได้ว่าเป็นกลุ่มแก๊งได้อย่างไร ? ความผิดพลาดเดียวที่พวกตึกกุหลาบโลหิตนั้นได้ทำไปเพราะความประมาทนั้นก็คือพวกมันไม่ได้ขุดรากถอนโคนปัญหาของพวกมันและปล่อยให้เจ้าหนีไปได้ ! จากนั้น เจ้าก็ได้พบกับข้าที่สามารถทำให้เจ้าบรรลุเป้าหมายของเจ้า ! ดังนั้นความผิดพลาดมหันต์เพียงครั้งเดียวที่ทำตึกกุหลาบโลหิตต้องถูกทำลายลงก็คือเจ้า ! พวกมันเลยต้องถูกทำลายและผู้คนของพวกมันก็เลยต้องถูกสังหารทั้งหมด ! …

 

หลิงเจี้ยน , เจ้าต้องจำไว้เสมอว่าเจ้าจะต้องโหดร้ายต่อศัตรูของเจ้า และขุดรากถอนโคนพวกมันทั้งหมดให้สิ้น . ไม่ว่าจะเป็นบุรษ,สตรี,คนแก่หรือแม้กระทั่งเด็ก เจ้าต้องดูแลพวกมันด้วยความเท่าเทียมและอย่าได้ปล่อยให้พวกมันรอดไปได้แม้แต่คนเดียว ! เจ้าต้องรู้ไว้ว่าประกายไฟเพียงนิดเดียวก็สามารถถูกจุดให้เป็นเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำได้ ! เนื่องจากเจ้าได้ตัดสินใจที่จะต่อต้านพวกมัน , พวกมันก็นับว่าเป็นศัตรูของเจ้าแล้ว. สิ่งใดคือศัตรูงั้นรึ ? ศัตรูก็คือคนที่จะสังหารเราถ้าหากเราไม่ระวัง ! เมื่อใดที่ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูของเจ้า เมื่อนั้นเจ้าต้องไม่มีความเมตตาใดๆ ! กฎเกณฑ์ของโลกอันโสมมใบนี้ที่เรียกว่าศีลธรรมและความเที่ยงธรรมนั้นไร้ค่าเมื่ออยู่ต่อหน้าความเกลียดชัง ! เจ้าต้องอย่าได้ทิ้งโอกาสใดๆที่จะสร้างปัญหาขึ้นได้ในอนาคต ! เจ้าต้องโหดเหี้ยมมากพอที่จะไม่ปล่อยให้ศัตรูของเจ้าเติบโต ! เจ้าอยากให้จะมีคนเช่นเจ้าในตึกกุหลาบโลหิตมาแก้แค้นเจ้าบ้างในภายหลังหรือเปล่า? หืม ?… ”

 

 

แม้ว่าเวลาจะผ่านไปแล้วถึงเจ็ดปี แต่คำพูดที่ออกมาจากปากของหลิงเทียนในครานั้นก็ยังคงดังก้องอยู่ภายในหูของหลิงเจี้ยน ! หลิงเจี้ยนไม่เคยทิ้งเมล็ดพันธ์ของความเกลียดชังไว้แม้แต่คนเดียว ถ้าเขาสามารถพบกับคุณชายไดเช่นนี้ แล้วทำไมคนอื่นๆจะไม่สามารถเจอกับสถานการณ์เช่นเดียวกันนี้ได้เหมือนกัน ? โลกใบนี้ช่างกว้างใหญ่ , ใครจะรู้ว่าอาจจะมีคนเฉกเช่นคุณชายอยู่มากมายบนโลกนี้ ? เพียงแค่สังหารทุกๆคนให้หมดจดและต้องทำให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีผู้ใดเล็ดลอดคนผู้นั้นถึงจะสามารถปกป้องสิ่งที่ตนรักได้ ! กำจัดให้สิ้น , ไม่ว่าใครก็ตาม ! การกระทำทั้งหมดนี้ของหลิงเจี้ยนนั้นได้รับอิทธิพลมาจากคำพูดของหลิงเทียนในครานั้นและฝังรากลึกลงไปในหัวใจของเขา โหดร้ายและไร้ความปราณีนั้นกลายเป็นสิ่งที่ฝังใจของหลิงเจี้ยนไปแล้ว !

 

 

หลิงเทียนหัวเราะและกล่าวออกมา “ พวกตระกูลหนานกง เนื่องจากพวกมันนั้นคิดที่จะแตะต้องพวกเรา พวกมันจะต้องได้รับการตอบโต้จากพวกเราอย่างแน่นอน แต่ด้วยวิถีของโลกในตอนนี้ เราแน่นอนว่าไม่สามารถที่จะทำอะไรที่ใหญ่โตได้ ในตอนนี้ภายใต้สถานการณ์ที่รุนแรงภายในทวีปและพร้อมที่จะปะทุขึ้นมาเป็นสงครามได้ตลอดเวลา . ตระกูลหนานกงนั้นเป็นหนึ่งในตระกูลมหาอำนาจภายในทวีป ถ้าเกิดว่าพวกเรารีบกำจัดตระกูลหนานกงเร็วเกินไป พวกเราจะต้องกลายเป็นชนวนในการจุดประกายสงครามขึ้นมาอย่างแน่นอน เมื่อถึงตอนนั้น สงครามจะต้องกวาดผ่านไปทั่วทั้งทวีปและนี่ไม่ใช่สิ่งที่พวกเราต้องการ ”

 

 

ใบหน้าของหลิงเจี้ยนพลันเปลี่ยนไปก่อนจะพูด “ คุณชาย , ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเราในตอนนี้ ทำไมพวกเราจึงต้องทนเคลื่อนไหวอย่างเงียบๆต่อไปอีกเล่า ? ถ้าหากทวีปนี้เกิดความโกลาหลขึ้น เมื่อนั้นมันจะเป็นเวลาที่ดีที่สุดสำหรับพวกเราเปิดเผยตัวออกมาและสร้างชื่อเสียง . โลกที่กำลังตกอยู่ในความโกลาหลนี้จะเป็นรากฐานสำหรับความทะเยอทะยานของคุณชาย ! ”

 

 

“ ไร้สาระ ! ” หลิงเทียนตวาดออกมา “ ถึงแม้ว่าทวีปนี้จะตกอยู่ในความวุ่นวาย พวกเราก็ไม่ควรที่จะเคลื่อนไหวใดๆทั้งนั้น ! ถ้าหากพวกเราเกิดเคลื่อนไหวขึ้นมาตอนนี้ มันจะเป็นการเตือนศัตรูของพวกเราและเป็นการเปิดเผยความแข็งแกร่งของพวกเรา . ทำไมเจ้าถึงไม่เข้าใจเลยว่าทำไมพวกเราต้องปิดบังตัวเอง ? ถ้าหากช่วงเวลานั้นมาถึง มันจะดีที่สุดถ้าหากเราใช้ความวุ่นวายนี้เป็นข้อได้เปรียบ ! วิถีของเราก็คือควรจะดูเสือสิงห์พวกนั้นปะทะกันเองขณะที่พวกเรากำลังเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากพวกมันทั้งหมดโดยตรง ! เมื่อพวกเสือสิงห์เหล่านั้นปะทะกัน, พวกเราในฐานะนักล่าก็จะเป็นผู้ชนะในตอนสุดท้าย ! นี่ถึงจะเป็นทิศทางที่พวกเราควรจะมุ่งหน้าไป ! เจ้าโง่ ! ”

 

 

ใบหน้าของหลิงเจี้ยนและหลิงเฉินพลันขาวซีด

 

 

หลิงเทียนอนหายใจออกมาก่อนจะมองตรงไปที่หลิงเจี้ยน “ เจี้ยนน้อย , ข้ามีคำถามสามคำถามสำหรับเจ้า , ตอบข้ามา ! ”

 

 

“ ได้โปรดพูดออกมาได้เลยคุณชาย ! ” หลิงเจี้ยนโค้งคำนับด้วยความเคารพ หลังจากได้รับคำตำหนิ จมูกของมือสังหารอันดับต้นๆของโลกก็เต็มไปด้วยเหงื่อ

 

 

“ เรื่องแรก , ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเราในตอนนี้ มันเพียงพอที่จะทำลายตระกูลหนานกงแล้วงั้นรึ ? ” หลิงเทียนเอ่ยถาม

 

 

“ กองกำลังของเรานั้นเด็ดเดี่ยวและเข้มแข็ง . ทหารกองใหญ่กว่าสองหมื่นคนของพวกเรานั้นสามารถต่อกรได้หนึ่งต่อสิบเป็นอย่างน้อย นอกจากนี้ วรยุทธของพวกนักรบโลหิตเหล็กทั้งสามสิบหกคนนั้นมีความพิเศษกว่าคนอื่นๆเพราะพวกเขานั้นครอบครองทักษะที่ยอดเยี่ยม . นอกจากนี้ยังมีหลิงเฉิน, หลิงจือและพวกที่เหลือจากศาลาอันดับหนึ่ง . วรยุทธของคุณชายก็อยู่ในระดับที่ลึกซึ้งเป็นอย่างมากและเกือบจะบรรลุจนสมบูรณ์แบบ. ถ้าหากพวกเราต้องการจะทำลายตระกูลหนานกง เรามีโอกาสถึงแปดสิบเปอร์เซ็นที่จะสำเร็จ นอกจากนี้เรายังมีตระกูลหลิงคอยช่วยอยู่เบื้องหลัง… ” พอหลิงเจี้ยนพูดมาถึงตรงนี้เขาก็มองไปที่หลิงเทียนและตระหนักไดว่ามีอะไรผิดพลาดเพราะใบหน้าของหลิงเทียนเริ่มเปลี่ยนไป ดังนั้นเขาจึงได้หยุดพูด.

 

 

“ เจ้าผิดแล้ว , ผิดทั้งหมดนั่นแหละ ! อันดับแรกเลย เจ้านั้นพิจารณาความแข็งแกร่งของพวกเราแบบสุ่มสี่สุ่มห้า. เจ้าเพียงรู้ความแข็งแกร่งของพวกเราเท่านั้นแต่เจ้านั้นไม่รู้ถึงความแข็งแกร่งของศัตรู . แม้ว่าเจ้าจะสามารถปฏิบัติกับศัตรูของเจ้าด้วยความหยิ่งยโสได้แต่เจ้าต้องอย่างได้ดูถูกพวกมันเกินไป แม้ว่าพวกเจ้าจะมีความแข็งแกร่งก็จริง แต่ตระกูลหนานกงก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเท่าใดนัก . สำหรับตัวข้า , ข้าไม่เคยกล้าที่จะพูดเลยว่าข้านั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญอันดับหนึ่งของโลกใบนี้ ! โลกอันกว้างใหญ่นี้นั้นมีผู้มีพรสวรรค์อยู่มากมายและผู้เชี่ยวชาญอยู่ทั่วทุกมุมของโลก . มันมีเยอะเกินกว่าที่เจ้าจะคาดคิดอย่างแน่นอน ! ตระกูลหนานกงสามารถเป็นหนึ่งในแปดตระกูลมหาอำนาจและสามารถอยู่ได้มาเป็นร้อยๆปี . เจ้าก็สามารถจิตนาการได้แล้วว่าพวกมันนั้นแข็งแกร่งแค่ไหน ! ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเราในตอนนี้ แม้ว่าอาจจะชนะพวกมัน. แต่มันก็คงจะเป็นชัยชนะที่ขมขื่นมากแน่นอน ! และมันจะเป็นการทำลายแผนการที่พวกเราวางไว้มานาน. ผลสุดท้ายอาจจะเป็นไปได้ว่าทั้งเราและมันจะต้องสูญเสียอย่างหนัก. มันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรกับข้าเลยว่าตระกูลหนานกงจะถูกทำลายไปหรือไม่ . อย่างน้อยข้าก็ไม่ได้กังวลกับพวกตระกูลหนานกงมากเท่าใดนัก ! แต่ถ้าหากเราต้องสูญเสียกำลังคนไปเสียความแข็งแกร่งไปกว่าครึ่งเพียงเพราะตระกูลหนานกง. พวกเราก็จะเสียความสามารถในการป้องกันตัวเองไป , นี่คือสิ่งที่พวกเราไม่สามารถยอมรับและเป็นราคาที่เราไม่สามารถที่จะจ่ายออกไปได้ ! ”

 

 

“ เรื่องที่สอง , นี่เป็นเพราะว่าไม่มีใครรู้เกี่ยวกับความแข็งแกร่งทั้งหมดของกองทัพของเรา มันจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเรายังรอดมาถึงทุกวันนี้ . ถ้าหากว่าทุกคนรู้เกี่ยวกับความแข็งแกร่งของพวกเราแล้วล่ะก็ พวกเราก็จะถูกกำจัดออกไปเป็นพวกแรก. ”

 

 

“ เรื่องที่สาม , ถ้าหากพวกเรารวมกำลังเข้ากับตระกูลหลิง กองกำลังที่รวมกันนี้จะต้องพบจุดจบและกลายเป็นตัวแปรใหญ่ในโลกใบนี้และจะต้องถูกเพ่งเล็งจากทุกๆคนและตระกูลหลิงของพวกเรานั้นจะไม่มีวันอยู่ใต้อำนาจของตระกูลใดทั้งนั้น ! ด้วยหากเป็นเช่นนี้มันจะไม่ใช่เพียงแค่ดึงดูดความเป็นปฏิปักษ์จากมหาอำนาจทั่วทั้งอาณาจักรของเราเท่านั้น , แต่ทั่วทั้งทวีปก็จะปฏิบัติกับเราราวกับเป็นหนามในใส้ของพวกมันและจะต้องกำจัดพวกเราทิ้งอย่างแน่นอน ! เช่นนั้นแม้ว่าตระกูลหลิงจะแข็งแกร่งขึ้น แต่มันก็ต้องแลกกับการรับศึกรอบด้าน. เมื่อเวลานั้นมาถึงวันที่เราจะต้องถูกทำลายล้างทั้งตระกูลก็จะใกล้เข้ามาแน่ ! เจ้าเห็นด้วยกับข้ารึเปล่า ? ”

 

 

หลิงเจี้ยนนั้นเป็นคนที่ฉลาดอยู่พอสมควร หลังจากที่ได้ยินสิ่งที่หลิงเทียนพูดออกมา เขาก็หลั่งเหงื่อเย็นออกมาก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วย

 

 

“ คำถามต่อไป , เจ้าคิดอย่างไรกับหยางกงซุนจากตระกูลหยาง ?! ” หลิงเทียนเอ่ยถามอีกครั้ง

 

 

“ แม้ว่าตระกูลหยางนั้นจะยิ่งใหญ่ มันก็ใหญ่เพียงแค่ฉากหน้าและไม่มีสิ่งใดที่เราต้องเกรงกลัว ! ตาแก่หยางกงซุนนั้นเป็นดั่งคนไร้ค่า หลังจากที่ได้มันได้วิ่งเต้นอยู่ภายใต้การควบคุมของเงื้อมมือคุณชายมาหลายปี มันก็ยังไม่ได้ตระหนักถึงมันเลยแม้แต่น้อย . มันเป็นเพียงแค่ตาแก่คร่ำครึโง่ๆเท่านั้น ! ถ้าหากคุณชายต้องการ ข้าสามารถนำหัวของมันมามอบให้กับคุณชายในคืนนี้ได้เลย ! ” หลิงเจี้ยนพูดอย่างภาคภูมิใจโดยไม่ได้คำนึงถึงเรื่องของหยางกงซุนเลยแม้แต่น้อย !

 

 

“ ผิดอีกแล้ว ! หยางกงซุนเป็นตาแก่คร่ำครึงั้นรึ ? ข้าคิดว่าเจ้าต่างห่างที่เป็นเด็กหัวโบราณ ! ” หลิงเทียนยิ้มออกมาเพราะความโกรธ “ ตาแก่หยางนั้นมันเป็นคนที่สุขุมรอบคอบอย่างมากและกำลังวางแผนอยู่ มันนั้นถือได้ว่าเป็นศัตรูที่มีอำนาจอย่างมาก นับตั้งแต่อดีตกาล จักรพรรดินั้นมักจะต้องมีความขัดแย้งกับอำนาจของเหล่าเสนาบดีอยู่เสมอ ถ้าหากตระกูลราชวงศ์นั้นมีอำนาจ , เหล่าเสนาบดีจะต้องกลับกันและอ่อนแอ แต่อย่างไรก็ตาม , ตระกูลราชวงศ์นั้นก็ยังถือว่าเป็นผู้ปกครองบ้านเมืองตามกฎหมายและนอกจากนี้ถึงแม้ว่าเหล่าเสนาบดีนั้นจะสูญหายไปบ้างตามประวัติศาสตร์ หรือแม้กระทั่งเหล่าศาลเกิดทุจริตและสร้างความวุ่นวาย , แต่ความยุติธรรมนั้นก็ยังอยู่ในใจของผู้คนอยู่ดี ถ้าหากว่ามีใครเกิดทำอะไรผิดขึ้นมา ทุกๆอย่างที่ทำมาก็จะสามารถหายไปภายในคืนเดียว ”

 

 

“ แม้ว่าในจักรพรรดิองค์ปัจจุบันจะไม่ถือว่าเป็นคนที่ยอดเยี่ยมนัก แต่เขาก็ยังคงกระจ่างในสถานการณ์และรู้ว่าเมื่อใดควรรุกเมื่อใดควรถอย . ในเวลาเดียวกันนั้น เขาก็เพียงอดทนกล้ำกลืนอย่างอยู่อย่างเงียบๆ . ก่อนที่ความแข็งแกร่งของเขาจะเพิ่มมากขึ้นจนถึงขั้นที่เขาสามารถทำลายทั้งสองตระกูลลงได้ เขาก็คงจะไม่ปล่อยให้ตระกูลทั้งสองเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นนี้และแน่นอนว่าจะไม่ปล่อยให้พวกเราสองตระกูลสู้กันเองอีกด้วยเพราะเกรงว่ารากฐานของอาณาจักรครองฟ้านั้นจะได้รับผลกระทบ . เขาเพียงหวังแค่ว่าทั้งตระกูลหลิงและตระกูลหยางจะค่อยๆห้ำหั่นกันไปอย่างช้าๆ และเมื่อเวลานั้นมาถึง เขาก็จะกำราบทั้งสองตระกูลไว้ในกำมือของเขา ! ถ้าหากหยางกงซุนนั้นมีนิสัยเหมือนกับท่านปู่ มันก็คงจะตกลงไปในกับดักขององค์จักรพรรดิไปแล้วและถ้าหากเป็นเช่นนั้นทั้งตระกูลหลิงและตระกูลหยางก็จะอยู่ในกำมือขององค์จักรพรรดิไปนานแล้ว ”

 

 

“ นี่เป็นเพียงเหตุผลเดียวที่ว่าทำไมพวกเราจึงยังสามารถรักษาสมดุลระหว่างเรากับหยางกงซุนเอาไว้ ! ตาแก่นั่นก็ฉลาดล้ำและสามารถอ่านสถานการณ์ได้ดีเช่นเดียวกัน ต่อหน้าองค์จักรพรรดิ มันนั้นไม่เคยใช้ความแข็งแกร่งของมันเพื่อฉีกหน้าตระกูลราชวงศ์เลยและเล่นบทบามตามหน้าที่ของตัวเองไปก็เท่านั้น . ต่อหน้าตระกูลหลิง ไม่ว่าพวกเราจะยั่วยุพวกมันมากเท่าใด มันก็ยังคงเลือกที่จะถอยกลับไปหนึ่งก้าว ตราบใดที่มันไม่ส่งผลกระทบใดๆต่อรากฐานของตระกูลหยาง ! ความอดทนและอดกลั้นแบบนี้เป็นสิ่งที่ข้าไม่มี . แม้ว่าผู้คนที่อยู่ภายนอกจะคิดว่าเขานั้นเป็นเพียงตาแก่ที่อ่อนแอ แต่แท้จริงแล้วมันกลับเป็นคนที่ฉลาดอย่างมากคนหนึ่ง เมื่อต้องเผชิญหน้ากับองค์จักรพรรดิที่มักจะพยายามหว่านเมล็ดพันธ์แห่งความเกลียดชังละความกดดันจากตระกูลหลิง . เขาก็ไม่เคยแตกตื่นเลยแม้แต่น้อย !. เขาเพียงเด็ดเดี่ยวในการจัดการรักษาสมดุลระหว่างตระกูลราชวงศ์ , ตระกูลหลิงและตระกูลหยางเอาไว้ สติปัญญาที่มันมีทำให้ข้าถึงกับยอมรับ ! หยางกงซุนนั้นเป็นวีรบุรุษที่เล่ห์เหลี่ยมจัด ! ด้วยเหตุนี้ หากพูดถึงสามตระกูลที่มีอำนาจมากที่สุดในอาณาจักรครองฟ้า, ตระกูลหยางนั้นนับว่าแข็งแกร่งที่สุด ! มันก็แค่เป็นเรื่องที่โลกนี้ไม่รู้เท่านั้น ! มันเป็นคนที่สามารถจัดการกับสถานการณ์ที่ล่อแหลมเช่นนี้ได้อย่างดี ! คนเช่นนี้นั้นแน่นอนว่าไม่สมควรดูถูก ! ไม่เช่นนั้นพวกเราก็จะเหมือนกับเต้นอยู่บนฝ่ามือของมันเท่านั้น !

 


 

 

กลุ่มลับถึง 470

Legend of Ling Tian ตำนานของหลิงเทียน