0 Views

บทที่ 1 – ปัญญาอ่อน

เมื่อ ดู๋เวย โรแลนเพิ่งเกิด ไม่มีใครกล้าเรียกเขาว่าเป็นคนปัญญาอ่อน ครั้งหนึ่งเขาเคยถูกมองว่าเป็นอัจฉริยะของครอบครัวโรแลนเสียด้วยซ้ำ

 

สามปีที่ผ่านมาเมื่อดู๋เวยเกิดในครอบครัวเอิร์ลโรแลน เขาทำให้หมอตำแยตกใจมาก เพราะเขาไม่เคยร้องไห้หรือส่งเสียงเลย

 

เขาไม่เคยต้องการให้ผู้ใหญ่ปลอบโยนเขาเลยสักนิด ชีวิตของเขานั้นเหมือนกับผู้ใหญ่ ตื่นขึ้นมาในเวลาเป๊ะๆ อ้าปากเมื่อมีอาหารเข้ามาและนอนเมื่อถึงช่วงเวลากลางคืน นอกเหนือจากการเปิดปากของเขาแล้ว แม้แต่เวลากินยังไม่มีเสียงออกจากปากของเขา สิ่งเดียวที่เขาทำในชีวิตประจำวันคือการจ้องมองเข้าไปในพื้นที่โล่งๆ

 

เขาไม่เคยฉี่รดเตียงเลย เพราะเขาเรียนรู้การสั่นกระดิ่งที่อยู่ข้างๆตัวเขา หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง ทุกๆครั้งที่เขาสั่นกระดิ่ง สาวใช้ก็จะมาช่วยเขา การกระทำนี้ทำให้ครอบครัวโรแลนเชื่อว่า เจ้าตัวน้อยคนนี้เป็นอัจฉริยะตั้งแต่อายุยังน้อย

 

อย่างไรก็ตาม การคิดแบบนี้ก็ได้แค่ครึ่งปีเท่านั้น … เพราะเขาไม่เคยพูดเลย

 

เด็กอายุเท่าเขามักจะได้เรียนรู้ที่จะพูดคำง่ายๆเช่น พ่อแม่ แต่ปากของดูเว๋ยนั้นเหมือนดั่งคำสาป ไม่ว่าภรรยาของเอิร์ลจะสอนเขามากเพียงใด ก็ไม่มีเสียงออกมาจากปากของเขา

 

แม้แต่คนที่เกิดมาเป็นใบ้ก็ยังสามารถครวญครางได้เลย แต่นายน้อยผู้นี้กลับนิ่งเฉยราวก้อนหิน เมื่อเขาหนาว หิว ต้องการใช้ห้องน้ำ เขาก็จะสั่นกระดิ่ง

 

ภรรยาของเอิร์ลจ้างหมอที่น่านับถือมากมายและแม้แต่นักเวทย์พอเห็นเขา ต่างก็บอกว่าถูกสาป แต่มันก็ไม่มีประโยชน์อันใดเลย ในท้ายที่สุด แม้ภรรยาเอิร์ลจะเป็นคนมองโลกในแง่ดีก็ยังต้องรู้สึกเศร้า ดูเหมือนว่าลูกชายของเธอจะปัญญาอ่อน

 

โชคดีที่ดู๋เวยสามารถเดินได้ตั้งแต่อายุสามขวบ แม้ว่าจะคลานบ้าง เดินบ้าง แต่ก็ไม่ได้แตกต่างอะไรไปจากเด็กคนอื่นๆ

 

ในช่วงกลางคืนที่มีพายุเมื่อเดือนที่แล้ว เหตุการณ์สำคัญก็ได้เกิดขึ้นในคฤหาสน์เอิร์ล

 

ดู๋เวยคลานออกมาจากห้องของเขาไปที่ลานบ้านในตอนที่สาวใช้ต่างไม่ได้มองเขา เขายืนอยู่ตรงนั้นพร้อมกับมองท้องฟ้า ฝนเทลงมาบนตัวเขาและแม้แต่ฟ้าผ่าก็ไม่ได้ทำให้เขาหวาดกลัวเลย เขากำหมัดแน่นเหมือนกับตะโกนขึ้นไปบนฟ้า

 

เจ้าตัวน้อยที่ไม่ได้ส่งเสียงอะไรเลยในสามปี สุดท้ายก็ได้เปิดปากของเขาขึ้นมา เขาตะโกนออกไปจนข้ารับใช้คนอื่นๆพบตัวเขา ตัวของเขาเปียกโชก ร่างกายของเขาเย็นและสั่นเทา ใบหน้าของเขานั้นซีด

 

ภรรยาของเอิร์ลได้มาทันทีหลังจากได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนี้ จากนั้นเธอก็หมดสติไป เมื่อเธอตื่นขึ้นมา เธอก็จับลูกชายของเธอและร้องไห้ออกมา หมอได้ให้ยากับเขาหลายอย่าง แม้แต่นักเวทญ์ก็ได้ถูกจ้างมาให้ใช้เวทย์รักษาตัวของเขา

 

แต่ร่างกายของเจ้าตัวน้อยก็ได้แต่เย็นลงและเย็นลงเรื่อยๆ แม่ของเขาวิ่งไปที่วิหารของเทพีแห่งแสงและนำนักบวชมา นักบวชได้ให้พรกับดู๋เวย และภรรยาเอิร์ลก็ได้แต่คุกเข่าต่อหน้ารูปปั้นเทพธิดาตลอดทั้งคืน เพื่อสวดภาวนาให้ลูกชายของตน

 

มันไม่ได้ใช้เวลาจนถึงเช้าถัดจากวันนั้น ร่างของเด็กชายก็เริ่มที่จะอุ่นขึ้น อย่างน้อยมันก็ช่วยชีวิตเขาไว้ เขาหมดสติไปอีกวันหนึ่ง ภรรยาของเอิร์ลได้จับตัวเขาไว้ตลอดเวลาและแทบจะไม่ได้กินอะไรเลย หลังจากสองวันผ่านไป ใบหน้าของเธอก็เหี่ยวแห้ง

 

จากนั้น ก็ดูเหมือนว่าดู๋เวยพูดอะไรบางอย่างเกี่ยวในตอนเขาหลับ ใช่แล้วดูเหมือนเขากำลังพูดในตอนที่หลับ ไม่มีใครสามารถเข้าใจความหมายของมันได้ แต่เนื่องจากเจ้าตัวน้อยยังไม่เคยเรียนรู้การพูดอะไรเลย มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เด็กจะพูดอะไรที่ไม่รู้เรื่องออกมา

 

อย่างไรก็ตามภรรยาเอิร์ลนั้นก็ยินดี หลังจากฟังดู๋เวยอย่างถี่ถ้วนแล้ว เธอก็ถามแม่บ้านว่า ใครที่มีชื่อว่ามัดและเป็นคนดูแลดู๋เวยกัน?

 

มาดาม ไม่มีคนใช้ที่มีชื่อนั้น

 

คนใช้ได้ค้นหาคฤหาสน์ทั่วทั้งหมด จากนั้นพวกเขาพบคนดูแลคอกม้าที่ใช้ชื่อนั้น ภรรยาเอิร์ลได้เรียกเขาเข้าพบในทันที

 

ลูกชายของฉันได้พูดชื่อของคุณตลอดการนอนหลับของเขา มัด ฉันไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงเอ่ยชื่อออกมา บางทีมันอาจเป็นคำพยากรณ์จากเทพีแห่งแสงก็เป็นได้ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเจ้าจะไม่ต้องทำงานในคอกม้าอีกต่อไป เจ้าจะรับใช้เจ้านายตัวน้อยและอยู่เคียงข้างเขา

 

มัดรู้สึกยินดีมาก ทันใดนั้นเขาก็โค้งมือของเขาต่ำลงไปพร้อมกับทำท่าทีเคารพเหมือนกับข้ารับใช้ ในตอนนี้เขาเหมือนกับเห็นปลายทางที่สว่างไสวในอนาคตของเขา

 

แม้ว่าดู๋เวยจะไม่รู้อะไร แต่าเขากลับโกรธแค้นและตะโกนต่อพระเจ้าในวันนั้น เขาเปียกฝนและเกือบจะเสียชีวิต นอกจากนี้เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาสบถว่า ฟัค ระหว่างการนอนหลับของเขาและก็ได้มีคนที่ได้รับประโยชน์อย่างมหาศาลซะงั้น

 

อาการบาดเจ็บของดู๋เวยกินเวลาตลอดทั้งเดือน ร่างที่บอบบางของเขานั้นอ่อนแอลงมาก หนึ่งเดือนก่อนใบหน้าของเขาซีดเล็กน้อย แต่วันเวลาก็ทำให้มันกลับมาเป็นเหมือนเดิม เจ้าตัวน้อยคนนี้เองก็ยังคงไม่พูดอยู่ดี่ แม้แต่มัดเองเขาก็ยังไม่สนใจเลยสักนิด เขาจ้องเข้าไปในพื้นที่ว่างแทบทุกวัน อย่างไรก็ตาม บางครั้งสาวใช้ก็จะพูดคุยเกี่ยวกับวิธีการที่ภรรยาของเอิร์ลที่คอยดูแลเขา คุกเข่าต่อหน้ารูปปั้นเทพธิดาต่อหน้าอัศวินมากมายโดยไม่หลับและพักผ่อนเลย …

 

หลังจากนั้น เมื่อภรรยาของเอิร์ลมาพบลูกชายของเธอ ก็ดูเหมือนว่าในดวงตาเจ้าตัวน้อยนี้จะมีสายตาที่ดูอบอุ่น

 

แฟนเพจ:TranslateEverthingที่ใจต้องการจ๊ะ