0 Views

            ตอนที่มุ่งหน้ามายังวังยมบาล อูจี้ก็เคยบอกไว้ว่าในประตูสวรรค์จะมีศิษย์ผู้ทรงเกียรติของเก้าอาณาจักรอยู่ด้วย

            ศิษย์ผู้ทรงเกียรติเหล่านั้นเดิมทีก็มีพรสวรรค์ไม่ธรรมดา คาถาวิเศษที่พวกเขาฝึกฝน อาวุธวิเศษที่ใช้ล้วนเป็นวัตถุระดับสูงทั้งสิ้น

            นอกจากนี้แล้ว พวกศิษย์ผู้ทรงเกียรติยังมีอาจารย์ที่มีฝีมือเลิศล้ำ ซึ่งบางทีอาจารย์ของพวกเขา…อาจจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าอูจี้อาจารย์ของเขาด้วยซ้ำ

            รากฐานความสามารถของสำนักที่พวกเขาอยู่ก็เหนือล้ำเกินกว่าสำนักหลิงอวิ๋น หรืออาจจะเหนือกว่าวังยมบาลหนึ่งขั้นด้วย

            ศิษย์ผู้ทรงเกียรติที่เก่งกาจเช่นนี้ต่างก็เข้ามาในประตูสวรรค์ด้วย หากเขาพบเจอ จะต้องระมัดระวังให้มาก

            ในสายตาของเนี่ยเทียน อู๋หลิ่งที่มาจากอาณาจักรต้าฮวางก็คือศิษย์ผู้ทรงเกียรติของต่างอาณาจักรที่อาจารย์เขากล่าวถึง

            มีดยาวแปลกประหลาดเล่มนั้นของอู๋หลิ่ง และยังมีเกราะวิเศษบนร่างของเขาต่างก็ไม่ใช่วัตถุธรรมดาทั่วไป

            ลูกปราณวิญญาณหกลูกเมื่อถูกแสงมีดที่อู๋หลิ่งกระตุ้นตวัดฟันก็พากันระเบิดกระจุยกระจาย สะเก็ดแสงที่มาจากลูกปราณวิญญาณจึงกลบทับร่างของอู๋หลิ่งไว้จนมิด

            ทว่าเพียงแค่อู๋หลิ่งเผยเสื้อเกราะวิเศษบนร่างออกมา แสงที่สาดส่องจากเกราะวิเศษนั้นก็ทำลายสะเก็ดแสงทั้งหมดเสียจนสิ้นซาก

            อู๋หลิ่งไม่เป็นอะไรสักอย่าง มีเพียงแสงที่ถูกปล่อยออกมาจากเกราะวิเศษเท่านั้นที่มืดสลัวลงเล็กน้อย

            “ข้าคงดูถูกอาณาจักรหลีเทียนมากเกินไป” อู๋หลิ่งก้าวเดินยาวๆ ออกมาจากสะเก็ดแสง ตรงดิ่งเข้าหาเนี่ยเทียน

            เขาก้าวเดินมาข้างหน้าเรื่อยๆ แสงที่ถูกปล่อยออกมาจากเกราะวิเศษก็ทำลายสะเก็ดแสงทั้งหมดให้หายวับไม่มีเหลือ

            “นึกไม่ถึงว่าอาณาจักรหลีเทียนกระจอกๆ จะมีคนอย่างเจ้าอยู่ด้วย” อู๋หลิ่งขมวดคิ้ว ไม่กล้าดูถูกเนี่ยเทียนอีก คล้ายว่าในที่สุดก็มองเขาเป็นคู่ต่อสู้ที่ควรค่าแก่การให้ความสำคัญอย่างแท้จริง

            “ฟู่วๆ!”

            ลำแสงมากมายแลบเข้าแลบออกจากในมีดยาว พอเขาโบกสะบัดมีดยาว ดวงตาสามข้างที่เปิดขึ้นบนตัวมีดก็จับจ้องมาที่เนี่ยเทียนกะทันหัน

            วินาทีที่ดวงตาสามข้างนั้นมองมายังเนี่ยเทียน ดวงตาทั้งคู่ของเนี่ยเทียนพลันปวดร้าว เลือดสดไหลรินออกมาในชั่วพริบตา

            เวลาเดียวกันนั้น พลังจิตชั่วร้ายกระหายเลือดระลอกหนึ่งก็รุกรานเข้ามาในสมองของเนี่ยเทียนด้วย

            พลังจิตชั่วร้ายนั้น เห็นได้ชัดว่าไม่ได้มาจากอู๋หลิ่ง แต่มาจากตัวของมีดยาวเอง

            หรือจะพูดให้แน่ชัดก็คือมาจากดวงตาสามข้างที่เปิดขึ้นบนมีดยาว

            ดวงตาสามข้างนั้นเดิมทีเป็นแสงสีเข้ม ทว่าเวลานี้กลับเปลี่ยนมาเป็นสีเขียว สีแดง และสีดำ

            ในความรู้สึกของเนี่ยเทียน เขาเหมือนถูกปีศาจชั่วร้ายน่าหวาดกลัวสามตนจ้องมอง และปีศาจชั่วร้ายสามตนนั้นก็พุ่งพรวดเข้ามาในสมองของเขา หมายจะกัดกระชากมหาสมุทรวิญญาณของเขา

            เขารีบรวบรวมสมาธิมั่นทันใด!

            พลังจิตที่เขาปลดปล่อยออกไปควบคุมลูกกลมปราณวิญญาณเหล่านั้นก็จำเป็นต้องถอนกลับคืนมา

            เขารวบรวมพลังจิตทั้งหมด จินตนาการถึงมีดคมกริบขนาดยักษ์ขึ้นในสมอง พยายามฟาดฟันพลังจิตชั่วร้าย หมายจะขับไล่พวกมันออกไป

            “พลังจิตแข็งแกร่งมาก ไม่ด้อยกว่าข้าเลยแม้แต่น้อย” อู๋หลิ่งแสยะปากยิ้ม รอยยิ้มนั้นเหี้ยมเกรียมและกระหายเลือด “แต่น่าเสียดาย ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่เคยฝึกเวทลับทางพลังจิตใดๆ เลย ก็จริงนะ ยังไงซะอาณาจักรหลีเทียนของพวกเจ้าก็อยู่อันดับท้ายสุดของเก้าอาณาจักร ด้วยขอบเขตบะของเจ้า เกรงว่าคงไม่มีสิทธิ์ได้สัมผัสกับเวทลับทางพลังจิตระดับสูงเท่าใดนัก”

            เขาแสยะยิ้มพลางเพิ่มความเร็ว ขยับเข้ามาใกล้เนี่ยเทียนมากขึ้นเรื่อยๆ

            เวลานี้ เนี่ยเทียนที่ถูกมนต์ดำวิชาพลังจิตรุกรานสิ้นไร้เรี่ยวแรงที่จะควบคุมลูกปราณวิญญาณที่เหลืออยู่ให้ไปสกัดขวางเขาได้อีก

            ระยะห่างระหว่างเขาและเนี่ยเทียนที่เดิมทีมีหลายสิบเมตรได้เขยิบเข้ามาเป็นสิบเมตรอย่างรวดเร็ว

            ในระยะสิบเมตร เวทลับและคาถาวิเศษทั้งหมดของอู๋หลิงก็คล้ายจะถูกกระตุ้นจนถึงขีดสุด

            ทว่าอยู่ๆ เขาก็พลันหยุดชะงัก

            “ฟิ้ว!”

            แสงมีดรุบรู่ยาวเกือบยี่สิบเมตรเส้นหนึ่งพุ่งพรวดออกมาจากในมีดยาวลึกลับ และนาทีที่แสงมีดนั้นก่อตัวสำเร็จมันก็เขมือบกลืนปราณวิญญาณเข้มข้นที่อยู่รอบด้านมาทันที

            แสงมีดที่เดิมทีเล็กยาวกลับเปลี่ยนมาเป็นขยายกว้างอีกหลายเท่า คล้ายมีดยักษ์ที่ใช้ผ่าท้องฟ้าซึ่งกำลังจะผ่าเนี่ยเทียนออกเป็นสองท่อน

            “น่าเสียดายนัก…”

            ซูหลินที่มาจากวิมานสวรรค์แห่งอาณาจักรเสวียนเทียนก็ส่ายหัวเบาๆ ในใจเชื่อแน่นอนแล้วว่าเนี่ยเทียนย่อมตายอย่างมิต้องสงสัย

            นางเองก็มองออกว่าเนี่ยเทียนถูกดวงตาปีศาจสามข้างบนมีดยาวของอู๋หลิ่งโจมตีทางจิตวิญญาณ

            ส่วนเนี่ยเทียนมีเพียงแค่พลังจิตที่แข็งแกร่ง แต่ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถเปลี่ยนพลังจิตนั้นมาเป็นเวทลับที่น่าครั่นคร้ามได้ นั่นถึงทำให้เขามิอาจต้านทานการรุกรานของพลังชั่วร้ายทางจิตของดวงตาปีศาจสามข้างนั้นได้

            เนี่ยเทียนที่ถูกพลังชั่วร้ายทางจิตโจมตีจนจิตวิญญาณกระเจิดกระเจิง เผชิญหน้ากับแสงมีดที่ฟาดฟันลงมาอย่างน่าหวาดกลัวนั้น แม้แต่การกระทำต่อต้านปกติก็ยังมิอาจทำได้

            นางเชื่อว่าเนี่ยเทียนต้องตายแน่ๆ

            ในมหาสมุทรพลังจิตวิญญาณของเนี่ยเทียน พลังชั่วร้ายทางจิตได้แปรเปลี่ยนเป็นพายุคลุ้มคลั่งหมายจะบดขยี้สมองของเขาให้แหลกลาญอย่างกำเริบเสิบสาน

            ม่านกำบังที่เขาใช้พลังจิตสร้างขึ้นแตกทลายต่อเนื่องเมื่อถูกโจมตีจากพายุนั้น แล้วก็ก่อตัวกันขึ้นมาใหม่อย่างรวดเร็ว

            เขากำลังพยายามต้านทานอย่างสุดความสามารถ

            ท่ามกลางลมพายุสีเข้มนั้น สามารถมองเห็นจุดแสงสามจุดได้รำไร แสงสามจุดนั้นมีสีเขียว แดง ดำสามสี ราวกับว่าดวงตาทั้งสามก็คือผู้บัญชาการที่อยู่กลางพายุ คอยควบคุมทิศทางการหมุนของพายุอยู่เงียบๆ

            เมื่อมนต์ดำทางพลังจิตเข้ามารุกราน ดวงตาสามข้างบนมีดยาวของอู๋หลิ่งก็คล้ายมานอนแน่นิ่งอยู่ในสมองของเนี่ยเทียน

            และก็เพราะการดำรงอยู่ของดวงตาสามข้างนั้น มหาสมุทรพลังจิตของเนี่ยเทียนจึงวุ่นวายยุ่งเหยิง ไม่สามารถใช้พลังจิตที่มากมหาศาลของตัวเองมาต้านอย่างมีประสิทธิผลได้

            ขณะที่พลังจิตของเนี่ยเทียนไหลหายอย่างไปอย่างรวดเร็วจนเขารู้สึกเหมือนตัวเองใกล้จะแตกสลายเต็มที เขาก็ไม่มีเวลาให้คิดมากอีก จึงรีบใช้ยันต์วิเศษอีกชิ้นหนึ่งที่อาจารย์มอบให้เขา

            เมื่อเขาใช้พลังจิตกระตุ้น ยันต์วิเศษชิ้นนั้นจึงลอยออกมาจากในกำไลเก็บของทันที

            นาทีถัดมา ม่านแสงพลังวิยฃญญาณเจ็ดชั้นที่สีสันเหมือนหินหยกก็โอบล้อมรอบกายเนี่ยเทียน ปกคลุมร่างของเขาเอาไว้ภายใน

            “ฟู่วๆ!”

            พอม่านแสงพลังวิญญาณเจ็ดชั้นก่อตัวขึ้น มนต์ดำพลังจิตจากมีดยาวที่เข้ารุกรานสมองของเนี่ยเทียนจึงได้รับผลกระทบในทันใด

            สะเก็ดแสงมากมายจากในม่านแสงเจ็ดชั้นพลันร่วงลงสู่มหาสมุทรจิตวิญญาณของเนี่ยเทียน

            ดวงตาสามข้างที่อยู่จุดศูนย์กลางของลมพายุกำเริบเสิบสาน เดิมทียังคงกะพริบปริบๆ ปลดปล่อยความพิศวงออกมาอย่างต่อเนื่อง

            ทว่าวินาทีที่สะเก็ดแสงร่วงเข้าใส่ ดวงตาสามข้างนั้นก็คล้ายแสงเทียนที่ส่ายไหวท่ามกลางลมพายุ พริบตาเดียวก็ดับลงไปอย่างรวดเร็ว

            พลังจิตชั่วร้ายที่เชื่อมต่อกับเนี่ยเทียนจึงถูกสะบั้นอย่างไร้ปราณีไปด้วย

            “ซี่ๆ!”

            แสงรุบรู่หลายเส้นพลันบินออกมาจากดวงตาของเนี่ยเทียน

            พอแสงเหล่านั้นเข้ามาอยู่ในม่านแสงเจ็ดสีก็หายวับไปทันใด สมองของเนี่ยเทียนที่ถูกรบกวนจนพลิกคว่ำคะมำหงาย บัดนี้ได้ฟื้นคืนสู่สภาวะปกติแล้ว

            และตอนนี้เอง แสงมีดสีเข้มขนาดใหญ่ยักษ์ก็ฟาดฟันลงมา

            “ตูม!”

            เมื่อแสงมีดฟันฉับลงมา ม่านแสงเจ็ดสีที่ล้อมวนรอบกายเนี่ยเทียนก็ปลดปล่อยแสงวิเศษเจิดจ้า

            แสงมีดของอู๋หลิ่งแตกกระจายไปทีละนิ้ว ทว่าม่านแสงเจ็ดสีที่เกิดจากยันต์วิเศษชิ้นนั้นกลับหายไปแค่สองชั้นเท่านั้น

            การโจมตีสุดพลังของอู๋หลิ่งยังได้แค่ทำลายม่านแสงไปสองชั้น เนี่ยเทียนเองนอกจากจะได้รับแรงบีบคั้นระลอกหนึ่งแล้ว ก็ไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ อีก

            เพียงแต่ว่าพลังจิตของเขาที่ใช้ต้านทานเวทชั่วร้ายทางพลังจิตเมื่อครู่นี้กลับเสียหายไปเยอะมาก

            “ยันต์วิเศษหนึ่งชิ้นสามารถต้านทานการโจมตีสุดพลังของผู้แข็งแกร่งขอบเขตต้นสวรรค์ได้หนึ่งครั้ง ต่อให้อู๋หลิ่งจะแข็งแกร่งแค่ไหนก็เป็นแค่ท้ายสวรรค์ ต่อให้อาศัยอาวุธวิเศษที่ทรงพลังก็ไม่น่าจะมีแรงโจมตีได้เท่าขอบเขตต้นสวรรค์”

            เนี่ยเทียนที่ฟื้นคืนสติมีสีหน้าเคร่งขรึม จ้องอู๋หลิ่งด้วยสายตาเย็นชา

            เนี่ยเทียนที่ถูกม่านแสงห้าชั้นห่อหุ้มร่างเอาไว้ ไม่ได้รับอิทธิพลใดๆ จากมนต์ดำชั่วร้ายอีกจึงรีบรวบรวมพลังจิตทันที

            พลังจิตกลุ่มแล้วกลุ่มเล่าแทรกซึมเข้าไปในลูกกลมปราณวิญญาณทั้งหมดที่หลงเหลืออยู่ ลูกกลมปราณวิญญาณหกลูกที่ยังคงล่องลอยไปมาพลันพุ่งเข้าโจมตีอู๋หลิ่งอย่างพร้อมเพรียงกัน

            อู๋หลิงที่ไม่สามารถสังหารเนี่ยเทียนได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวแอบขมวดคิ้ว เขามองม่านแสงหินหยกห้าชั้นที่หลงเหลืออยู่ แล้วแค่นเสียงหนึ่งครั้ง กล่าว “ดูท่าเจ้าคงจะมีอาจารย์ที่ดีสินะ”

            ซูหลินที่จ้องมองการต่อสู้ระหว่างอู๋หลิ่งและเนี่ยเทียนอยู่ตลอดเวลา เห็นว่าเนี่ยเทียนไม่ถูกอู๋หลิ่งสังหาร แต่กลับฟื้นคืนสติอีกครั้ง ทั้งยังขับเคลื่อนลูกกลมปราณวิญญาณที่เหลือให้ไปโจมตีอู๋หลิ่ง นางก็รู้สึกตะลึงระคนแปลกใจเล็กน้อย

            หลังจากความตะลึงผ่านไป นางก็หันหน้าไปมองพื้นที่ของผู้แข็งแกร่งขอบเขตกลางสวรรค์ พบว่าที่นั่นก็เปิดศึกนองเลือดที่ดุเดือดแล้วเช่นกัน

            ซูหลินแอบประเมินอยู่ในใจตัวเอง คล้ายยอมรับฝีมือของเนี่ยเทียน รู้สึกว่าเนี่ยเทียนน่าจะมีศักยภาพมากพอที่จะเผาผลาญพลังของอู๋หลิ่งจากอาณาจักรต้าฮวางอย่างช้าๆ ได้

            เมื่อความคิดนี้เกิดขึ้น ซูหลินจึงตัดสินใจเฉียบขาดทันที

            นางที่อยู่นิ่งมานานพลันกล่าวกับชายหนุ่มชุดขาวแห่งอาณาจักรปิงเฟิง “บทต้นของคาถาสะเก็ดดาวอยู่ในมือของพวกเราสี่คน ในเมื่ออู๋หลิ่งมีคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อกันแล้ว ถ้าเช่นนั้นพวกเราก็ไม่จำเป็นต้องรอต่อไปอีก เจ้าและข้าล้วนเข้าใจดี ยิ่งรวบรวมบทต้นของคาถาสะเก็ดดาวได้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งข้ามผ่านม่านกำบังที่เป็นแม่น้ำแสงเจ็ดสี และทดลองเข้าไปช่วงชิงบทกลางของคาถาสะเก็ดดาวมาได้เร็วเท่านั้น”

            ตอนที่พูดถึงบทกลาง นางก็มองไปยังพื้นที่ของผู้แข็งแกร่งขอบเขตกลางสวรรค์อีกครั้ง มองการต่อสู้โหดเหี้ยมที่เกิดขึ้นตรงนั้น

            ชายหนุ่มชุดขาวตะลึงพรึงเพริด “ซูหลิน! เจ้า…เจ้าถึงขนาดกล้ามีความคิดจะไปช่วงชิงคาถาสะเก็ดดาวบทกลางเชียวรึ?”

            “วิมานสวรรค์ของข้าต้องการรวบรวมคาถาสะเก็ดดาวให้ครบทั้งต้นกลางและท้าย” ซูหลินไม่ได้สนใจการต่อสู้ดุเดือดระหว่างเนี่ยเทียนและอู๋หลิ่ง นางเพียงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ทางฝ่ายของต้นสวรรค์ มีอาจารย์อาของข้าคนหนึ่งจัดการอยู่แล้ว ข้าเชื่อว่าด้วยความสามารถของเขา จะต้องชิงคาถาบทท้ายมาได้อย่างแน่นอน”

            “เดิมทีวิมานสวรรค์ของเรายังส่งคนอีกคนหนึ่งให้ไปที่ขอบเขตกลางสวรรค์ด้วย ทว่าน่าเสียดาย เขาไม่ทันมาถึงพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวก็สิ้นชีพไปก่อนแล้ว”

            “ผู้ที่เลื่อนขั้นเป็นต้นสวรรค์ ต่อให้ได้รับบทท้ายของคาถาสะเก็ดดาวก็ไม่สามารถข้ามแม่น้ำแสงเจ็ดสีมายังขอบเขตของกลางสวรรค์ได้”

            “มีเพียงผู้ที่อยู่ท้ายสวรรค์เท่านั้นที่หลังจากรวบรวมบทต้นของคาถาสะเก็ดดาวแล้วถึงจะข้ามแม่น้ำแสงเจ็ดสีที่เป็นตัวกางกั้นไปได้”

            “สามบทของคาถาสะเก็ดดาว วิมานสวรรค์ของพวกเราต้องได้ครอบครอง ในเมื่ออาจารย์อาของข้ามิอาจข้ามมายังพื้นที่ของกลางสวรรค์ ถ้าเช่นนั้นก็มีเพียงข้าเท่านั้นที่ต้องทำให้ได้”

         

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “ราชาแห่งสวรรค์และปฐพี” : https://goo.gl/am5WU5

ซื้ออ่านเร็วกว่าใคร มากกว่า100ตอนได้ที่: https://www.kawebook.com/story/view/129

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มครับ)