0 Views

            “ครืน ครืน ครืน!”

            ในเมืองคูน้ำผุพังที่ห่างออกไปไม่ไกลมีคลื่นสะเทือนเลือนลั่นปฐพีดังลอยมา แสงเจ็ดสีสาดสะท้อนไปทั่ว

            รูปประตูสวรรค์บนหลังมือของเนี่ยเทียนพลันเปลี่ยนมาเป็นร้อนลวกผิวเนื้อคล้ายถูกกระตุ้นไปตามการเปลี่ยนแปลงของเมืองคูน้ำนั้น

            “หืม?”

            ผู้ฝึกลมปราณต่างอาณาจักรที่ประมืออยู่กับเฟิงหลัวสัมผัสได้ถึงคลื่นเคลื่อนไหวจากในเมืองก็ขมวดคิ้วน้อยๆ

            การโจมตีที่เขามีต่อเฟิงหลัวเปลี่ยนมาเป็นดุเดือดขึ้นอย่างกะทันหัน เห็นได้ชัดว่าเขาเริ่มร้อนใจคล้ายต้องการจัดการเฟิงหลัวให้ได้เร็วที่สุด เพื่อจะรีบเดินทางไปที่เมืองแห่งนั้น

            “เอ๊ะ? เกิดเรื่องอะไรขึ้น?”

            เจิ้งปินมองภาพประตูสวรรค์บนมือของตัวเองก็รู้สึกตะลึงระคนแปลกใจ

            ไม่เพียงแต่เขา สือเซวียนและอวี๋ถงก็สัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวผิดปกติที่มาจากซากเมืองคูน้ำแห่งนั้นเช่นกัน

            “ท่านลุงสือ ท่านเป็นอะไรหรือเปล่า?”

            อวี๋ถงตะลึงอยู่ครู่หนึ่งก็รีบมาหยุดอยู่ข้างกายสือเซวียน ทั้งยังหยิบเอายาสีแดงเข้มออกมาส่งให้สือเซวียนหนึ่งเม็ด

            เมื่อเฟิงหลัวมาถึง ร่างของสือเซวียนที่ยุติการต่อสู้กับผู้ฝึกลมปราณจากต่างอาณาจักรอย่างเด็ดเดี่ยวโชกไปด้วยเลือด สีหน้าท่าทางระโหยโรยแรง

            เขายืนอยู่ในบ่อเลือดแห่งหนึ่ง น้ำเลือดในบ่อนั้นแผ่ปราณเลือดเข้มข้นออกมา ก็ไม่รู้ว่าเลือดนั้นไหลมาจากในร่างของเขาหรือเป็นเวทลับสำนักโลหิตที่เขาร่ายออกมากันแน่

            สำหรับยาเม็ดนั้นที่อวี๋ถงส่งให้ สือเซวียนไร้ซึ่งความลังเลใด รับมาได้ก็รีบกลืนลงไปทันที

            ทว่าเขากลับไม่ได้นั่งลงปรับลมหายใจ แต่พักอยู่แค่ครู่เดียวเท่านั้นก็กัดฟันกรอดแล้วพุ่งเข้าไปร่วมมือกับเฟิงหลัวเพื่อโจมตีผู้ฝึกลมปราณจากต่างอาณาจักรคนนั้นอีกครั้ง

            “ตู้ฮวาง! เจ้าสังหารคนสำนักโลหิตไปมากมาย อย่าได้หวังว่าจะมีชีวิตรอดเดินออกไปจากประตูสวรรค์!”

            สือเซวียนคำรามคลั่งแค้น เขาเพิ่งจะบินออกมาจากในบ่อเลือดก็กลายร่างเป็นเมฆสีเลือดก้อนหนึ่งทะยานขึ้นฟ้า ในเมฆโลหิตนั้นคล้ายจะมีเงาเลือดมากมายที่ก่อตัวเข้าหากันอย่างเงียบเชียบ เพิ่มอานุภาพให้เมฆโลหิตอย่างต่อเนื่อง

            “ตู้ฮวางแห่งอาณาจักรคุนหลัว! ตบะต้นสวรรค์ช่วงกลาง เชี่ยวชาญพลังสายฟ้า!”

            ตอนที่เจิ้งปินได้ยินชื่อตู้ฮวางก็หน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ รีบหันไปอธิบายให้เนี่ยเทียนที่อยู่ข้างกายฟังทันที “เฟิงหลัวและสือเซวียนต่างก็มีขอบเขตต้นสวรรค์ช่วงต้น สือเซวียน…เห็นได้ชัดว่าบาดเจ็บสาหัส เกรงว่าคงไม่มีพลังเหลือให้ใช้เท่าใดนัก ต่อให้พวกเขาสองคนร่วมมือกัน หากไม่ผิดไปจากที่คาดเดาก็คงไม่น่าจะชนะตู้ฮวางได้”

            “ตู้ฮวาง…” เนี่ยเทียนแอบขมวดคิ้ว

            อันที่จริงไม่จำเป็นต้องให้เจิ้งปินพูดมาก เขาเองก็รู้ว่าสือเซวียนผู้นั้นมองดูเหมือนดุดัน ทว่าในความเป็นจริงกลับอ่อนแออย่างหนัก

            เขาสามารถสัมผัสได้ว่าในร่างของสือเซวียนเหลือคลื่นพลังชีวิตไม่มากเท่าใดแล้ว นี่หมายความว่าสือเซวียนได้เอาพลังแฝงและพลังชีวิตออกมาใช้เกินจำเป็นแล้ว

            สือเซวียนในสภาพนี้ อีกไม่นานนักก็คงต้องสูญเสียพลังในการสู้รบทั้งหมดไป

            หากไม่เป็นเพราะพวกเขาตามมาทันเวลา ตู้ฮวางอาจแค่จำเป็นต้องเผาผลาญพลังของสือเซวียนอีกครู่เดียวเท่านั้น สือเซวียนก็จะหมดพลังตายไปเอง

            ในสายตาของเนี่ยเทียน สือเซวียนผู้นั้นเกรงว่าคงไม่สามารถช่วยเฟิงหลัวได้มากเท่าไหร่จริงๆ

            ส่วนเฟิงหลัวเองหลังจากได้พักฟื้นในช่วงที่ผ่านมา ความสามารถและอาการบาดเจ็บดีขึ้นก็จริง แต่ก็มีพลังแค่แปดส่วนเท่านั้น

            ขอบเขตของเฟิงหลัวคือต้นสวรรค์ช่วงต้นเช่นเดียวกับสือเซวียน เขากับตู้ฮวางผู้นั้นต่างกันหนึ่งขอบเขต ทั้งพลังยังไม่ได้อยู่ในสภาวะพรั่งพร้อมสูงสุดด้วย ตามหลักเหตุผลแล้วก็ไม่น่าจะเป็นคู่ต่อสู้ของตู้ฮวางได้

            ครุ่นคิดอยู่เล็กน้อยเขาก็เข้าใจความหมายในคำพูดของเจิ้งปิน เจิ้งปิน…ต้องการให้เขาลงมืออีกครั้ง

            “ที่แท้ก็มันนี่เองที่สังหารคนมากมายของสำนักโลหิต!”

            ดวงตาของอวี๋ถงค่อยๆ ถูกสีเลือดอาบย้อม นางใช้ดวงตาสวยประหลาดจ้องมองไปยังตู้ฮวางที่ลอยตัวต่อสู้อยู่กลางอากาศด้วยความเย็นชา แอบร่ายเวทลับของสำนักโลหิตออกมา

            นางพยายามจะสร้างตาข่ายปฐพีอีกครั้ง

            เนี่ยเทียนไม่ได้สนใจนาง แต่ตั้งใจมองการต่อสู้ระหว่างตู้ฮวาง เฟิงหลัวและสือเซวียน เขามองเห็นแสงสีเลือดที่ลอยอยู่กลางอากาศประดุจงูที่กำลังเต้นระบำ

            ทว่าสายฟ้าที่ถูกปลดปล่อยมาจากตู้ฮวางซึ่งเลื้อยขยุกขยิกดุจมังกรสายฟ้ากลับโจมตีให้แสงสีเลือดแต่ละเส้นแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

            ตู้ฮวางหัวเราะหึหึอย่างชั่วร้าย ไข่มุกสายฟ้าสีเขียวเข้มหลายลูกลอยขึ้นข้างกายเขาเงียบๆ

            ไข่มุกสายฟ้าเหล่านั้นส่งคลื่นสายฟ้าเสียงดังครั่นครืน คล้ายกำลังควบคุมและเพิ่มอานุภาพให้กับสายฟ้าสีเขียวเข้มเหล่านั้น

            “อานุภาพแห่งอสนี!”

            ดูเหมือนตู้ฮวางกังวลว่าจะไปที่ซากเมืองคูน้ำไม่ทันจึงเปลี่ยนคาถาวิเศษกะทันหัน ไข่มุกสายฟ้าเหล่านั้นจึงบินทะยานออกไปจากข้างกายของเขา

            ไข่มุกสายฟ้าที่ลอยตัวอยู่กลางทางช้างเผือกหนาวเหน็บเปลี่ยนมาเจิดจ้าบาดตา คล้ายลูกแสงที่สาดส่องท่ามกลางราตรีมืดมิด

            “เปรี้ยงๆ!”

            แค่ครู่เดียว ในไข่มุกสายฟ้าก็มีสายฟ้าหนายาวผ่าเปรี้ยงลงมาหลายเส้น

            สายฟ้าแต่ละเส้นร่วงดิ่งลงมาประดุจม่านไข่มุก ปกคลุมพื้นที่ที่เฟิงหลัวและสือเซวียนอยู่จนหมด

            ตอนที่สายฟ้าฟาดผ่าลงมา ฟ้าแลบที่เดิมทีก็ตัดสลับปะทะกับแสงสีเลือดอยู่แล้วพลันเปลี่ยนมามีพลานุภาพร้ายแรง ดับทำลายแสงสีเลือดไปทีละเส้น

            เฟิงหลัวและสือเซวียนต่างก็ร้องอู้อี้ในลำคอพร้อมกัน นัยน์ตาเผยความร้อนรนและไม่เป็นสุข

            พวกเขาล้วนสังเกตเห็นว่าสายฟ้าที่ผ่าลงมายิ่งหนาใหญ่มากกว่าเดิม ทั้งยังแฝงเร้นไว้ด้วยพลังอสนีที่มหาศาลจนน่าตกใจ!

            “แย่แล้ว!” เฟิงหลัวแอบสังหรณ์ใจไม่ดี

            และเวลานี้เองสือเซวียนที่พุ่งขึ้นฟ้า สีเลือดที่เหลืออยู่บนใบหน้าไม่กี่ส่วนก็พลันหายเกลี้ยง

            ดวงตาของสือเซวียนหดตัวลง ร่างของเขาร่วงดิ่งลงมาอย่างมิอาจควบคุมได้

            พวกเนี่ยเทียนสามคนที่อยู่ด้านล่างล้วนรู้ว่าสือเซวียนในเวลานี้ได้ใช้พละกำลังที่มีหมดไปแล้ว มิอาจเหลือเรี่ยวแรงไปต่อสู้ได้อีก

            สือเซวียนในเวลานี้อ่อนแอถึงขีดสุด เพียงแค่คนที่อยู่ในขอบเขตหลอมลมปราณก็ยังสามารถสังหารเขาได้อย่างง่ายดาย

            “อู้!”

            สายฟ้าหนายาวเส้นหนึ่งพลันเพิ่มความเร็วพุ่งดิ่งเข้าหาสือเซวียน

            ดูจากสถานการณ์แล้วตู้ฮวางคงต้องการใช้พลานุภาพของสายฟ้าสังหารสือเซวียนก่อนที่เขาจะร่วงลงพื้น

            “เนี่ยเทียน!”

            ตอนที่ตกอยู่ในวิกฤตร้ายแรง เฟิงหลัวตะโกนชื่อของเนี่ยเทียนออกมาโดยที่แทบจะไม่ต้องคิด

            สายตาของเขาที่มองไกลๆ มายังเนี่ยเทียนเต็มเปี่ยมไปด้วยการขอความช่วยเหลือและร้อนใจ เขาต้องการให้เนี่ยเทียนลงมือช่วยชีวิตสือเซวียน

            จิตใต้สำนึกของเขาบอกว่ามีเพียงเนี่ยเทียนผู้มีความประหลาดติดตัวเท่านั้นถึงจะช่วยให้สือเซวียนรอดพ้นเคราะห์ครั้งนี้ในขณะที่เขาไม่สามารถช่วยได้

            เนี่ยเทียนที่ไม่มีเวลาสร้างสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงลังเลเพียงแค่ครู่เดียวก็ขว้างไข่มุกน้ำแข็งระเบิดอีกเม็ดเข้าใส่สายฟ้าที่ไล่ตามสือเซวียนมา

            ไข่มุกน้ำแข็งระเบิดลอยฉิวขึ้นไปบนฟ้า ตอนที่สายฟ้าเส้นนั้นห่างจากสือเซวียนระยะหนึ่ง มันก็กระแทกเข้ากับสายฟ้าหนายาวทันที

            “เปรี๊ยะๆๆ! ตูมๆๆ!”

            สายฟ้าแตกทลาย แสงน้ำแข็ง แท่งน้ำแข็ง มีดน้ำแข็งจำนวนนับไม่ถ้วนพลันระเบิดกระจายออกมา ปลดปล่อยแสงสว่างเจิดจ้าอย่างถึงที่สุดอยู่กลางอากาศระหว่างสือเซวียนและสายฟ้า

            “ไข่มุกน้ำแข็งระเบิด!”

            เฟิงหลัวหน้าเปลี่ยนสี ใบหน้าเขาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นพรั่นพรึง หนีห่างออกไปด้วยความเร็วที่มากที่สุด

            แสงน้ำแข็ง แท่งน้ำแข็ง มีดน้ำแข็งจำนวนนับไม่ถ้วนที่เกิดจากการระเบิดของไข่มุกน้ำแข็งรวมตัวกันขึ้นเป็นพายุเย็นเยียบลูกหนึ่งปกคลุมให้สายฟ้าหนายาวทั้งหมดที่ฟาดผ่าลงมาอยู่ด้านใน

            และการโจมตีที่บ้าคลั่งระหว่างแสงน้ำแข็งและสายฟ้ากลางอากาศก็ทำให้เกิดเป็นภาพแสงพริบพราวที่งดงามจับตายิ่งกว่าเดิม

            “พรวด!”

            ตู้ฮวางที่ตั้งใจโคจรพลังสายฟ้าพ่นเลือดออกมาหนึ่งคำอย่างอดไม่อยู่ ตอนนี้ไข่มุกสายฟ้าของเขาระเบิดไปแล้วถึงหกลูก

            ตู้ฮวางหน้าเผือดสีน้อยๆ เขาหันขวับมามองเนี่ยเทียน นัยน์ตามีไอสังหารไร้ที่สิ้นสุดล้อมวน

            “ไอ้เด็กเวร! เจ้ามันสมควรตาย!”

            เขาเลิกสนใจเฟิงหลัวและสือเซวียนกะทันหัน มองเนี่ยเทียนเป็นเป้าหมายที่ต้องสังหารทันทีทันใด จึงคำรามแล้วพุ่งเข้ามาใกล้

            “ครืนๆๆ!”

            สายฟ้าที่ร่วงลงมาจากไข่มุกสายฟ้าที่เหลืออยู่ต่างพากันส่งคลื่นฟ้าแลบที่น่าหวาดกลัวยิ่งกว่าเดิมออกมา

            ในสายตาของเนี่ยเทียน ตู้ฮวางที่กระโจนเข้าใส่ด้วยสีหน้าท่าทางดุร้ายคล้ายกลายมาเป็นอสีบาตขนาดใหญ่ยักษ์น่าพรั่นพรึง หมายจะดับทำลายเขาให้สิ้นซาก

            “จงตายซะเถอะ!”

            เฟิงหลัวโบกสะบัดมีดเล่มยาว แสงสีเลือดแดงฉานยาวหลายสิบเมตรเส้นหนึ่งพุ่งทะยานออกมา แสงสีเลือดนั้นคมกริบอย่างถึงที่สุด แฝงเร้นไว้ด้วยความดุร้ายและปราณเลือดที่ซัดโหม ตวัดฟันมาที่ด้านหลังของตู้ฮวางกะทันหัน

            ตู้ฮวางที่เกิดบ้าคลั่งจ้องเนี่ยเทียนเขม็งไม่ละสายตาไปไหน ไม่ทันระวังจึงโดนโจมตีจากแสงสีเลือดแดงฉานเส้นนั้น

            “พรวด!”

            แม้ว่าร่างของตู้ฮวางจะไม่ได้ขาดครึ่งท่อน ทว่าเลือดเนื้อกลับปลิวกระเด็น เลือดสดไหลพร่างลงมาราวฝนตก

            ตัวเขาเองก็ร่วงลงมาโดยที่สายตายังคงจ้องนิ่งมายังเนี่ยเทียน ทว่าการร่วงครั้งนี้เขากลับควบคุมพลังและเรือนกายของตัวเองไม่ได้

            เห็นได้ชัดว่าการโจมตีครั้งเดียวของเฟิงหลัวทำให้เขาบาดเจ็บสาหัสในระดับที่ยากจะจินตนาการได้ จนเขาไม่สามารถขยับตัวได้ดังใจต้องการ

            ทว่าสายตาของเขากลับยังคงเย็นเยียบและดุร้าย คล้ายว่าขอแค่ได้เข้าไปใกล้เนี่ยเทียนเมื่อใด ก็จะฆ่าเนี่ยเทียนให้ได้ทันที

            ทว่าขณะที่เขากำลังเข้ามาใกล้อย่างแท้จริง สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงที่เนี่ยเทียนสร้างขึ้นได้แผ่ขยายออกมาสามเมตรแล้ว

            “ตุบ!”

            นาทีที่ตู้ฮวางร่วงลงมาอยู่ในสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิง พลังวิญญาณ พลังจิตในร่างของเขาที่เดิมทีก็กระเพื่อมไหวไม่หยุดก็ยิ่งถูกบิดเบือนให้พลุ่งพล่านอย่างสมบูรณ์แบบ

            เขาพลันสูญเสียสิทธิ์ในการควบคุมเรือนกายของตัวเองไปทันใด!

            “ข้ารอให้เจ้าเข้ามาอยู่เชียว!”

            เนี่ยเทียนแสยะปากยิ้มยิงฟัน หยิบเอากระบี่แหลมคมของเจี่ยเผิงออกมาจากในกำไลเก็บของ แล้วเสียบเข้าไปในกะโหลกของตู้ฮวางอย่างไม่ลังเล

            กระบี่เล่มนั้นราวกับตะปูดอกใหญ่ที่ตอกตรึงลงไปบนศีรษะของตู้ฮวางในพริบตา

            ตู้ฮวางถูกสังหารตายคาที่

            “ฟู่วๆ!”

            จุดแสงสีแดงมากมายบนหลังมือของตู้ฮวางคล้ายสัมผัสได้ถึงการตายของร่างที่อาศัยอยู่จึงทยอยกันบินออกมาแทรกตัวเข้าไปในภาพประตูสวรรค์บนหลังมือของเนี่ยเทียนทีละจุด

            เนี่ยเทียนก้มหน้าลงมองก็พบว่าบนหลังมือของเขามีจุดแสงสีแดงเพิ่มขึ้นมาอีกหกจุด

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “ราชาแห่งสวรรค์และปฐพี” : https://goo.gl/am5WU5

ซื้ออ่านเร็วกว่าใคร มากกว่า100ตอนได้ที่: https://www.kawebook.com/story/view/129

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มครับ)