0 Views

            “ไม่ต้องกังวล ก็แค่วัตถุที่ล้มเหลวเท่านั้น”

            เฟิงหลัวสีหน้าสงบนิ่ง เขาบอกเป็นนัยให้ทุกคนรู้ว่าอย่าเข้าไปในหลุมนั้น อย่าเข้าไปใกล้โครงกระดูกปีศาจเลือดมากนัก แล้วจึงเอ่ยอธิบายให้หงฉานแห่งวังยมบาลฟัง “โดยทั่วไปแล้ว ปีศาจเลือดที่พวกเราหลอมขึ้นมามักจะมีศักยภาพอ่อนด้อยกว่าเดิมหนึ่งระดับ แม้ว่าสายเลือดของโครงกระดูกยักษ์นี้จะอยู่ระดับแปด ทว่าต่อให้หลอมได้สำเร็จจริงๆ พลังที่เขาสามารถแสดงออกมาก็ยังอยู่แค่สายเลือดระดับเจ็ดเท่านั้น”

            “พลังการต่อสู้ของสายเลือดระดับเจ็ดเทียบเคียงได้กับเขตลี้ลับ ต่อให้ควบคุมไม่ได้ เจ้าสำนักโลหิตของเราก็ยังกำราบเขาได้อยู่ดี”

            หงฉานขมวดคิ้ว กล่าว “หวังว่าจะเป็นเช่นนี้”

            “ข้าจะลงไปดูสักหน่อย” เฟิงหลัวกระโดดลงไปจากริมขอบหลุมด้วยท่าทางระมัดระวัง พริบตาเดียวก็มาหยุดอยู่ข้างกายโครงกระดูกยักษ์

            บนร่างของโครงกระดูกยักษ์มีกลิ่นคาวเลือดเข้มข้นลอยมาเป็นระยะ กลางหลอดเลือดเล็กละเอียดในโครงกระดูกสีน้ำตาลเหลือบเทาของมันก็มีเลือดสดไหลเวียน

            “ตึง!”

            เสียงหัวใจเต้นที่ชัดเจนอย่างถึงที่สุดดังลอยมาจากในหัวใจของโครงกระดูกยักษ์ เมื่อเสียงหัวใจเต้นดังขึ้น ทุกคนที่อยู่รอบๆ ปากหลุมต่างก็จิตใจสะท้านไหว

            เนี่ยเทียนเองก็หน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ

            ทุกครั้งที่หัวใจสีน้ำตาลเทาขนาดยักษ์ของโครงกระดูกยักษ์เต้น หัวใจของเขาก็คล้ายได้รับผลกระทบจนเต้นโลดแรงตามไปด้วย

            เขาปลดปล่อยกระแสจิตเส้นหนึ่งออกไปรับสัมผัส

            เขาสัมผัสได้ถึงปราณเลือดเนื้อที่มหาศาลจากร่างของโครงกระดูกยักษ์นั่น จากการวิเคราะห์ของเขา ในโครงกระดูกของโครงกระดูกยักษ์น่าจะแฝงเร้นไว้ด้วยพลังงานน่าหวาดกลัวจนยากจะจินตนาการได้

            เพียงแต่ไม่รู้ว่าทำไม แม้ว่าหัวใจของโครงกระดูกยักษ์จะยังคงเต้นเป็นปกติ แต่กลับไม่มีวี่แววว่าจะฟื้นตื่นขึ้นมา

            เขาจ้องมองไปที่ดวงตาของโครงกระดูกยักษ์ พบว่าดวงตาของโครงกระดูกยักษ์คล้ายไข่มุกสองเม็ดสีเขียวเหลือบเทาที่ไร้แสง

            เฟิงหลัวเดินวนไปรอบร่างของโครงกระดูกยักษ์ คอยปล่อยแสงสีเลือดหลายเส้นออกมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อแสงสีเลือดสาดกระทบเข้าไปที่โครงกระดูกยักษ์ก็จะมีสะเก็ดแสงสีเลือดกระจายออกมา

            ไม่นานหลังจากนั้น เฟิงหลัวก็เหยียบลงไปบนกระดูกของโครงกระดูกยักษ์แล้วเดินตรงไปที่หน้าอกของมัน

            เขาเขยิบเข้าไปใกล้เพื่อมองหัวใจสีน้ำตาลเหลือบเทาดวงนั้นที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยข้อต่อกระดูกหลายข้อ

            ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาก็ส่ายหัวแล้วกล่าวว่า “ยังไม่มีคลื่นพลังชีวิตเหมือนเดิม”

            “คลื่นพลังชีวิต” เนี่ยเทียนตื่นตะลึง สอบถามลี่ฝาน “โครงกระดูกยักษ์นั่นมีปราณเลือดเนื้อที่เห็นได้ชัดเจน แต่เป็นเพราะขาดคลื่นพลังชีวิตเลยไม่มีทางตื่นขึ้นมางั้นหรือ?”

            “ถูกต้องแล้ว” ลี่ฝานถอนหายใจหนึ่งครั้ง มองมายังเขาด้วยสายตาที่คล้ายแฝงไว้ด้วยความหมายลึกล้ำบางอย่าง แล้วกล่าวว่า “อาจารย์ของเจ้า…ขีดจำกัดของอายุขัยเขาใกล้จะมาถึงเต็มที แท้จริงแล้วอายุขัยก็คือพลังงานของชีวิต ต่อให้ปราณเลือดเนื้อในร่างกายเขาจะเข้มข้นแค่ไหน ทว่าเนื่องจากพลังงานของชีวิตแห้งเหือดก็ยังต้องตายไปในท้ายที่สุด”

            “โครงกระดูกยักษ์นั่นก็น่าจะเป็นแบบนี้ มีเพียงแค่ปราณเลือดเนื้อที่ไม่ธรรมดา แต่เนื่องจากไม่มีต้นกำเนิดแห่งชีวิตจึงไม่สามารถฟื้นตื่นขึ้นมาได้”

            “พลังงานแห่งชีวิตคือพลังงานดั้งเดิมที่ลึกลับและซับซ้อนมากอย่างหนึ่ง มันก็เหมือนจิตวิญญาณที่เป็นรากฐานในการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตเผ่าต่างๆ พลังแห่งชีวิตและจิตวิญญาณ สองอย่างนี้ไม่ว่าสิ่งใดก็ตามที่เผาผลาญไปหมดสิ้นก็หมายความว่าต้องตายแน่ๆ”

            “เป็นแบบนี้นี่เอง” เนี่ยเทียนลูบคลำปลายคางทำท่าทางครุ่นคิด

            เขาแอบมีความรู้สึกว่าพลังสายเลือดที่อยู่ในหัวใจของเขาซึ่งยังไม่ฟื้นตื่นขึ้นมาก็น่าจะเป็นพลังแห่งชีวิตเช่นเดียวกัน

            เขาไม่รู้อะไรสักอย่างเกี่ยวกับพลังแห่งชีวิต แต่เขากลับรู้สึกว่าพลังสายเลือดของเขาอาจจะทำให้อายุขัยของเขา…เหนือล้ำเกินกว่าคนทั่วไปในเผ่ามนุษย์

            นี่หมายความว่าขอแค่เขาตั้งใจฝึกบำเพ็ญตบะ เขาก็อาจจะไม่ต้องเผชิญปัญหาเดียวกับอูจี้อาจารย์ของเขา

            เขาไม่ต้องกังวลว่าจะไม่บรรลุไปถึงขอบเขตที่สมควรก่อนหน้าที่อายุขัยจะหมดแล้วแก่ตายไปด้วยความเสียดาย

            “น่าเสียดาย” เฟิงหลัวยืนอยู่บนข้อต่อกระดูกตรงหน้าอกของโครงกระดูกยักษ์ ส่ายหัว กล่าวด้วยใบหน้าจนใจ “พลังแห่งชีวิตคือพลังงานที่ลึกลับที่สุดอย่างหนึ่งของโลก โครงกระดูกยักษ์ตนนี้ทุกอย่างมีหมด เว้นก็แต่ขาดพลังแห่งชีวิต หากมีพลังแห่งชีวิตมากระตุ้นเขาได้ ทำให้เขามีพลังชีวิตเกิดขึ้นมาอีกครั้งก็น่าจะตื่นขึ้นมาได้อย่างแท้จริง”

            “ไข่มุกเลือดวิเศษสามารถควบคุมเขาได้ สามารถสั่งการให้เขาไปต่อสู้กับพวกภูตผีปีศาจ”

            “หากเอาเขามาใช้ได้จริง อย่างน้อยก็มีพลังเทียบเท่าผู้แข็งแกร่งเขตลี้ลับคนหนึ่ง ซึ่งบางทีอาจผลิกเปลี่ยนสถานการณ์ของสำนักโลหิตได้บ้าง”

            เมื่อพูดจบ เฟิงหลัวก็กระโดดออกมาจากในหลุม หมายจะบอกให้อวี๋ถงใช้ไข่มุกเลือดวิเศษมาย้ายหินยักษ์เพื่อปิดหลุมไว้ดังเดิม

            ไม่มีพลังแห่งชีวิต ต่อให้การเต้นของหัวใจโครงกระดูกยักษ์จะผิดปกติเล็กน้อย แต่ก็ไม่มีทางฟื้นตื่นขึ้นมาได้อย่างแท้จริง

            และพวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาอยู่ที่นี่อีกต่อไป

            “ตูม!”

            และเวลานี้เอง ตรงทิศทางที่ตั้งของสำนักโลหิตก็มีเสียงกัมปนาทดังลอยมา

            เฟิงหลัวหน้าเปลี่ยนสี เมื่อจ้องนิ่งไปยังสำนักจึงพบว่าปราณปีศาจสีม่วงเข้มเป็นกลุ่มๆ พลันพุ่งจากท้องฟ้าเข้าไปในสำนักโลหิต

            ในบรรดาปราณปีศาจสีม่วงเข้มนั้นสามารถมองเห็นเงาร่างของภูตผีปีศาจได้อย่างเลือนราง ทั้งยังพอได้ยินเสียงคำรามของภูตผีปีศาจด้วย

            “ค่ายกลใหญ่หลอมโลหิตของสำนักเราน่าจะถูกทำลายแล้ว!” อวี๋ถงตื่นตระหนก กล่าวด้วยความลนลาน “พวกเราต้องรีบไป หากค่ายกลหลอมโลหิตถูกตีแตกเมื่อไหร่ ภูตผีปีศาจก็สามารถอาละวาดได้อย่างเต็มที่ พวกเราต้องรีบขัดขวางพวกภูตผีปีศาจเหล่านั้นให้เร็วที่สุด!”

            คนอื่นๆ ต่างก็สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของสำนักโลหิต สีหน้าจึงเปลี่ยนมาเป็นเคร่งเครียด

            ชิวเหิงแห่งหอหลิงเป่าหัวหด นัยน์ตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

            ก่อนหน้านี้เขายังไม่ค่อยแน่ใจนักว่าสำนักโลหิตเกิดเรื่องขึ้นจริงหรือไม่ ตอนนี้พอได้ยินว่าแม้แต่ค่ายกลใหญ่หลอมโลหิตก็ยังถูกทำลายลงไปแล้ว เขาจึงยิ่งหวาดผวาพรั่นพรึง

            สีหน้าเขาเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย กำลังแอบใคร่ครวญว่าหากฉวยโอกาสนี้หนีไปก่อนจะเป็นทางเลือกที่ฉลาดที่สุดหรือไม่?

            “บัดซบ! หากโครงกระดูกปีศาจเลือดฟื้นตื่นขึ้นมา หากสามารถบังคับมันได้ พวกเราก็จะช่วยสำนักได้อย่างใหญ่หลวง!” เฟิงหลัวกล่าวอย่างเจ็บใจ

            “ขาดแค่พลังแห่งชีวิตเท่านั้น…” ดวงตาของเนี่ยเทียนเปล่งวาบ

            ตอนนี้เขามั่นใจเต็มร้อยว่าพลังสายเลือดในร่างของเขาต้องเป็นสายเลือดแห่งพลังชีวิตที่ลึกลับแน่นอน

            ความลึกลับของสายเลือดแห่งชีวิตนาบประทับอยู่ในหัวใจของเขา ตอนนี้ยังไม่ได้ฟื้นตื่นขึ้นมา

            ทว่าพลังงานของเลือดแห่งชีวิตน่าจะมีอยู่ในเลือดของเขา!

            หลังจากที่เขาต่อสู้กับต่งป่ายเจี๋ย บนร่างของเขาถูกแทงทะลุเป็นรอยแผลมากมาย ตอนนี้บาดแผลเหล่านั้นฟื้นตัวราวกับไม่เคยเป็นอะไรมาก่อน แม้แต่รอยแผลเป็นเล็กน้อยก็ยังไม่มี

            ความเร็วในการฟื้นตัวของเขามีมากกว่าคนทั่วไปไม่รู้กี่เท่า

            เขาเชื่อว่าความสามารถในการรักษาตัวเองที่ผิดปกติของเขานั้นจะต้องเกี่ยวข้องกับพลังแห่งชีวิตที่ซ่อนอยู่ในเลือดของเขาอย่างแน่นอน

            และก็มีเพียงพลังแห่งชีวิตเท่านั้นถึงจะสามารถทำให้เลือดของเขาที่ไหลออกมาจากรอยแผลที่เพิ่งได้รับจากการต่อสู้กับต่งป่ายเจี๋ยหยุดไหล และความรู้สึกเจ็บปวดก็หายไปอย่างรวดเร็ว

            ในเมื่อเลือดของเขามีพลังแห่งชีวิตอยู่ ถ้าหาก…เขาเอาเลือดของเขาหยดเข้าไปในหัวใจสีน้ำตาลเหลือบเทาของโครงกระดูกปีศาจเลือด มันจะช่วยชดเชยสิ่งที่โครงกระดูกปีศาจเลือดขาดหายไป ทำให้ปีศาจเลือดที่สำนักโลหิตทุ่มเทสุดความสามารถเพื่อชุบหลอมฟื้นตื่นได้สำเร็จหรือไม่?

            ต่อให้ตื่นขึ้นมาแค่ช่วงเดียว ขอแค่อวี๋ถงสามารถควบคุมเขาได้ ก็ยังโจมตีให้ภูตผีปีศาจบาดเจ็บหนักได้อยู่ดี!

            “รอเดี๋ยว!”

            เนี่ยเทียนที่มีความคิดอยู่ในใจขัดขวางท่าทางเร่งร้อนของเฟิงหลัวและอวี๋ถง เขากระโดดผลุงลงไปในหลุมลึกท่ามกลางสายตาไม่เข้าใจของทุกคน

            “เจ้าจะทำอะไร?” อวี๋ถงที่กำลังจะใช้ไข่มุกเลือดวิเศษมาย้ายก้อนหินเพื่อปิดหลุมพลันหน้าเปลี่ยนสี ตวาดขึ้นด้วยความเดือดดาล “ทำบ้าอะไรของเจ้า?”

            “เนี่ยเทียน! เจ้าคิดจะทำอะไร?” ลี่ฝานเองก็ตะโกนเสียงดังเช่นกัน

            พวกเจียงหลิงจูและอันซืออี๋ต่างก็ตกใจกับการกระทำของเนี่ยเทียน ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงทำตัวเหลวไหลเอาในเวลาแบบนี้

            “รีบขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะ!” เฟิงหลัวแห่งสำนักโลหิตก็ตวาดเสียงดังด้วยใบหน้าเคร่งเครียดเช่นกัน

            ทว่าเนี่ยเทียนกลับไม่ฟังคำห้ามปรามจากพวกเขาแม้แต่นิด พอลงไปในหลุมได้ก็เดินไปบนกระดูกของโครงกระดูกปีศาจเลือด แล้วมาหยุดอยู่ตรงหน้าอกของเขาอย่างรวดเร็ว

            จุดที่เขายืนอยู่ก็คือจุดที่เฟิงหลัวเพิ่งยืนเมื่อครู่นี้ ใต้ฝ่าเท้าของเขาก็คือหัวใจขนาดยักษ์สีน้ำตาลเหลือบเทา

            “ขอเวลาข้าหน่อย” เนี่ยเทียนสีหน้าเคร่งขรึม เขาหยิบเอากริชเล่มหนึ่งออกมาจากในกำไลเก็บของแล้วกรีดมือขวาของตัวเองจนเป็นรอยแผล

            เขาบีบเค้นเลือดสดจากรอยแผลนั้นให้หยดลงไปบนหัวใจสีน้ำตาลเหลือบเทาทีละหยุด

            “ติ๋ง ติ๋ง!”

            เมื่อเลือดสดที่มาจากร่างเขาหยดลงไปในหัวใจ หัวใจดวงนั้น…ก็คล้ายฟองน้ำที่ดูดซับเลือดสดของเขาไปอย่างรวดเร็ว

            หลังจากที่หัวใจสีน้ำตาลเหลือบเทาของโครงกระดูกปีศาจเลือดดูดซับเลือดสดของเนี่ยเทียนไปหลายสิบหยด ความถี่ในการเต้นของหัวใจก็เพิ่มขึ้นมาทันใด

            ดวงตาสีเขียวเหลือบเทาของโครงกระดูกปีศาจเลือดที่เดิมทีมืดมิดไร้แสงก็ค่อยๆ มีประกายขึ้นมาทีละน้อย

            หลังจากเค้นเลือดสดสิบกว่าหยดใส่ลงไปในหัวใจของโครงกระดูกปีศาจเลือด เนี่ยเทียนก็รู้สึกไม่สบายตัวเล็กน้อย คล้ายว่าสูญเสียจิงชี่[1]ในเลือดเนื้อไปมาก

            เขาจึงหยุดการกระทำ ก้มหน้ามองโครงกระดูกปีศาจเลือด รอคอยด้วยความคาดหวัง

            “อู้!”

            เงาเลือดหนึ่งที่ใหญ่กว่าเงาเลือดอื่นๆ หลายเท่าพลันปรากฏออกมาจากในไข่มุกเลือดวิเศษของอวี๋ถง

            “โครงกระดูกปีศาจเลือด!” ใบหน้าอวี๋ถงฉายความเหลือเชื่อ

            “เจ้าปลุกโครงกระดูกปีศาจเลือดให้ตื่นได้?” เฟิงหลัวตะลึงลาน สีหน้าของเขาที่มองไปยังเนี่ยเทียนแปลกประหลาดถึงขีดสุดคล้ายคนเห็นผีกลางวันแสกๆ

  —–

[1] จิงชี่เสิน (精气神)ศาสนาเต๋าถือว่าจิงชี่เสินเป็นหัวใจหลักของมนุษย์ โดยจิง (精)หมายถึงสสารที่สำคัญต่อร่างกาย ชี่ (气)คือลมปราณ และเสิน (神)คือจิตวิญญาณ

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “ราชาแห่งสวรรค์และปฐพี” : https://goo.gl/am5WU5

ซื้ออ่านเร็วกว่าใคร มากกว่า100ตอนได้ที่: https://www.kawebook.com/story/view/129

120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มครับ)