0 Views

ซุนป๋อใบหน้าเปลี่ยนสี จนเกือบจะปะทุออกมา แต่เขารู้ว่าต่อหน้าเถารั่วเซียงเขาจะต้องแสดงท่าทีอที่สุภาพ ดังนั้นเขาจึงแสร้งทำเป็นไม่โกรธ ” หรือว่า เธอเชิญคุณเถาไปทานข้าวงั้นหรอ? ”

“ เปล่าครับ! ครูเถาต่างหากที่ชวนผม! ” ฉินหลางเคลียข้อข้องใจของซุนป๋อ แล้วมองไปที่เถารั่วเซียง ” ใช่มั้ยครับ ครูเถา?

” คือเรื่องมันเป็นแบบนี้คะ ” เถารั่วเซียงยิ้มเบา ๆ แล้วพูดว่า ” ครูซุนป๋ออาจจะไม่ทราบ ฉันเป็นน้าของฉินหลาง แม่ของเขามอบหมายให้ฉันดูแลเขา วันนี้เป็นวันแรกที่เขามาโรงเรียน ดังนั้นฉันจึงเตรียมที่จะพาเขาออกไปทานข้าวสักมื้อ ”

” คุณเถา พูดอย่างนี้แสดงว่าคุณปฏิเสธที่จะไปทานข้าวกับผมใช่ไหมครับ ” ซุนป๋อกล่าวอย่างขมขื่น เขาไม่เคยคิดว่า การนัดเดตที่เขาเตรียมมาอย่างรอบคอบจะถูกขัดขวางโดยนักเรียนคนนึง

ในใจของฉินหลางคิดว่า ตาครูนี่โดนปฏิเสธแล้วยังจะสร้างความยุ่งยากอีก คิดจะจีบเถารั่วเซียง จะชาติหน้า หรือชาติใหนใหน ก็ไม่มีวันได้ใจเธอ

” เอาอย่างนี้ไหมคะ คืนนี้ดิฉันชวนฉินหลางไปทานข้าวนอกโรงเรียน ถ้าครูซุนป๋อไม่รังเกียจ  จะมากับพวกเราก็ได้นะคะ ถือซะว่าเป็นการขอบคุณสำหรับคำเชิญ ” ในตอนที่ฉินหลางยังตื่นเต้นดีใจ เถารั่วเซียงกลับทำให้เขาเจ็บปวดเล็กน้อย

แต่ฉินหลางก็เข้าใจอย่างเร็วไวถึงเหตุผลที่เถารั่วเซียงทำเช่นนี้ ในฐานะครูผู้หญิง ถ้าเธอทานข้าวกับนักเรียนสองต่อสอง เธออาจกลายเป็นที่ขี้ปากของคนอื่น แต่หากชวนซุนป๋อไปด้วย เธอก็ไม่ต้องไปกังวลกับมัน อีกอย่าง ในสายตาของฉินหลาง, เถารั่วเซียงยังต้องการใช้ประโยชน์จากอาหารมื้อนี้ ทำให้ซันป๋อถอดใจ และถึงแม้ว่าเถารั่วเซียงจะไม่มีความคิดเรื่องนี้ ฉินหลางก็จะช่วยเธอเอง

เพียงแต่ ฉินหลางไม่ทันคิดว่า ที่เถารั่วเซียงทำเช่นนี้ จริงๆแล้วยังมีเหตุผลอื่นอีก เถารั่วเซียงไม่ได้คิดอะไรกับซุนป๋อ ในขณะเดียวกันเธอก็ไม่ต้องการให้ความสัมพันธ์ของเธอและฉินหลาวเกินเลยไปกว่าคำว่าครูและนักเรียน

” ครูเถาชวนผมทานข้าว ผมรอคอยวันนี้มาตลอดครับ ” ซุนป๋อยิ้มแย้มแจ่มใสด้วยความสุข ” แต่ขอให้ผมเป็นคนเลี้ยงนะครับ! ”

” แหมๆ ครูซุน ไม่ต้องรีบออกตัวเรื่องจ่ายตง จ่ายตังค์ สบายใจได้เลย ผมไม่แย่งครูจ่ายแน่นอน ” ฉินหลาวกล่าว และกำช่อดอกไม้ด้วยมือของเขา ” ไปกันเถอะครับ, เดี๋ยวดอกไม้จะเหี่ยวซะก่อน ”

เถารั่วเซียงอมยิ้ม แล้วเริ่มเดินไปด้านนอก ซุนป๋อก็รีบตามไป หลังจากผ่านอาคารสำนักงาน ซุนป๋อก็พูดกับเถารั่วเซียงว่า ” รั่วเซียง รอสักครู่นะครับ ผมจะไปเอารถ ”

ซุนป๋อซื้อ Honda Accord ด้วยเงินกู้ และในฐานะครูของโรงเรียนชีจง การมีรถส่วนตัวเป็นสิ่งที่ดึงดูดความสนใจอย่างมาก และแน่นอนว่าซุนป๋ออยากจะโชว์พาวต่อหน้าเถารั่วเซียง เพื่อพิสูจน์ว่าเขาเป็นชายที่มีความสามารถ

ใครจะรู้ ฉินหลางหนุ่มน้อยผู้นี้รู้สึก ” บรรลัยแล้ว ” ในตอนที่เขาได้ยินว่าซุนป๋อจะไปขับรถมา เขาจึงรีบพูดอย่างเร็วไว ” ครูซุน ผมว่าเราอย่าเอารถไปดีกว่า —— ที่ผมอยากจะบอกคือระยะทางไปนอกโรงเรียนก็ไม่ไกล ไม่จำเป็นเลยจริงๆ ”

ในใจของซุนป๋อ จะขับรถเพื่อโชว์สาวงามเถารั่วเซียง และไม่ใช่เพื่อแก ไอ้เด็กผี แกจะเจือกทำไม? แกคิดว่าแกเป็นใคร? ตูซื้อรถคันนี้ใว้เพื่อม่อสาว เพื่อในอนาคตเถารั่วเซียงไดเช้นั่งรถคันนี้บ่อยๆ มันก็คุ้มค่าเงินที่ซื้อ ดังนั้น ซุนป๋อจึงพูดด้วยความไม่พอใจ ” เสี่ยวฉิน เธอกำลังพูดอะไร? สภาพอากาศตอนนี้ร้อนจะตาย เธอยังอยากจะให้ตัวครูเถาเต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นเหงื่อ… เอิ่ม ไม่ๆ กลิ่นเหงื่อหอมๆหรอ? เอางี้ ถ้าเธออยากจะเดิน ก็เดินไปเองละกัน! ”

” ครูซุน อย่างพึ่งโกรธสิคร้าบบบ ” ฉินหลางยิ้มขณะอธิบายว่า ” ผมก็แค่คิดถึงความปลอดภัยของครูเถา ”

” เรื่องขับรถ ครูเซียนอยู่แล้ว ยังจะต้องกังวลอะไรอีก! ” ซุนป๋อตะเบงเสียง

” มันไม่เกี่ยวกับทักษะการขับรถของครูเลย —— ผมขอถามอย่างไม่อ้อมค้อมนะ ครูซุน ครูซื้อ Honda Accord ใช่มั้ยครับ?

” ก็ใช่ เธอรู้ได้ยังไง? ” ซุนป๋อถาม

ฉินหลางคิดฉันรู้ได้ไงงั้นหรอ? ก็ชื่อเล่นที่เจ้าข่านตั้งให้คุณคือ “Brother Accord” … แล้วก็ยังได้ยินมาว่า ในชั้นเรียนภาษาอังกฤษซุนป๋อยกตัวอย่างขึ้นมา2ครั้ง ประโยคภาษาอังกฤษที่ใช้คือ ” I have the Honda Accord ” และนั่นก็ทำให้ทุกคนในชีจงรู้เรื่องนี้ แต่ฉินหลางขี้เกียจจะอธิบาย จึงพูดแค่ว่า ” ครูซุนป๋อ คุณเป็นครูคนหนึ่ง ก็ควรให้ความสำคัญกับสถานการณ์ต่างประเทศมากกว่าผมสิ จริงมั้ย? ตอนนี้ชาวจีนต่างก็ปฏิเสธสินค้าญี่ปุ่น ครูไม่สนับสนุนสินค้าญี่ปุ่นก็ไม่เป็นไร แต่ครูกลับซื้อรถญี่ปุ่นมาคันนึง? ถ้ารถครูถูกใครชนคนเข้าก็คงไม่เกิดปัญหา แต่อย่าให้ครูเถาพลอยต้องตกใจขวัญผวาปด้วยเลยครับ ”

” เธอพูดอะไร! อะไรจะชนรถ?! เฉพาะเด็กขี้โมโหแบบเธอถึงได้พูดอะไรแบบนั้น! ” ซุนป๋อพูดเป็นเชิงสอนให้ฟัง ” ญี่ปุ่นมีอะไรอีกมากมายที่เราสามารถเรียนรู้ได้ เช่น .A.. Accord เป็นรถที่ยอดเยี่ยมมาก … ”

ซุนป๋อเก็บอารมไม่อยู่ เกือบจะพูดผิดๆออกมา

แต่ซุนป๋อคงคาดไม่ถึงว่า เถารั่วเซียงที่ยืนอยู่ข้างๆเจ้าเด็กขี้อิจฉาฉินหลาง พูดขึ้นมาอย่างใจเย็นว่า ” ครูซุนคะ ถ้าครูไม่รังเกียจ เราก็เดินกันเถอะคะ มันก็ไม่ไกลเท่าไหร่ ”

แก้มของซุนป๋อกระตุกถึงสองครั้ง และเขาระงับความคิดในใจที่อยากทำให้ฉินหลางพ่ายแพ้ต่อสถาณการณ์นี้ แล้วพยักหน้าเบา ๆ ว่า ” ก็ดีครับ งั้นเราเดินกันไปดีกว่า ออกแรงสักนิดก่อนกินข้าว จะได้กระตุนความอยากอาหารให้ดีขึ้น. ”

การเดินเล่นเดินก่อนทานอาหาร ไม่ได้เพิ่มความอยากของซุนป๋อเลย แต่มันทำให้กระเพาะอาหารของเขาแน่นมากขึ้น เต็มไปด้วยความโกรธที่มีต่อฉินหลาง

แต่ใหนแต่ไร เจ้าหนุ่มน้อยฉินหลางคนนี้ ก็ไม่เคยอยู่ในสายตาเขาเลย แต่เขาประเมินฉินหลางต่ำไป ในตอนนั้น ฉินหลาว, ซุนป๋อ และ เถารั่วเซียง ทั้งสามต่างก็เดินไปด้วยกันในสวนของโรงเรียน ฉินหลางถือดอกไม้สด และยืนอยู่ทางด้านซ้ายของเถารั่วเซียง เขามีสปิริตอันแรงกล้าและสายตาของเขาจับจ้องไปทั่วทุกแห่ง เขายิ้มและทักทายนักเรียนที่เดินผ่านเขา เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นดั่งตัวละครหลักในค่ำคืนนี้

ทางด้านซุนป๋อ ดูคล้ายกับว่าเขากำลังจะตายได้ตลอดเวลา แม้ว่าเขาจะแต่งกายอย่างประณีต แต่มันก็เหมือนกับว่าเขากำลังเดินอยู่บนเส้นทางแห่งความโชคร้าย และไม่ได้เป็นตัวของตัวเอง

เหตุผลที่ ซุนป๋อเป็นแบบนี้เพราะเขาโกรธฉินหลางมาก เขาได้วางแผนที่จะทำให้ดินเนอค่ำคืนนี้เป็นเหมือนการเดต เขามองภาพของเขาอย่างละเอียด และวางแผนมาอย่างดี เช่น ไปกินข้าวร้านไหน เลือกตำแหน่งไหนดีพอ พอถึงแล้วใช้เรื่องตลกเพื่อดึงระยะห่างระหว่างพวกเขา เป็นต้น ใครจะคิดละ ว่าฉินหลางจะมาทำลายแผนเขา ทำให้ซุนป๋อเงียบไม่พูดไม่จา อีกทั้งยังเต็มไปด้วยความโกรธ

ถ้าหากว่าเขาไม่มีความเป็นมนุษย์อยู่ ซุนป๋อคงฆ่าฉินหลางให้ตายนานแล้ว

แต่ไม่ว่าตอนนี้ซุนป๋อจะความคิดที่เลวขนาดไหน ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อฉินหลางเลยแม้แต่น้อย ในเวลานี้ เขากำลังคิดแค่ว่า: ” ฉันมีดอกไม้ในมือ สาวงามก็อยู่ด้านข้าง ค่าอาหารก็ไม่ต้องจ่าย ชีวิตแบบนี้แฮปปี้จริงๆ! ”

” เอ๋ ครูซุนครับ ดูไม่ค่อยดีเลย? ตั้งแต่เดินมา ทำไมครูไม่ได้พูดอะไรเลย? ”

พอออกจากประตูโรงเรียน ฉินหลางก็ถามขึ้นมาประโยคหนึ่ง จริงๆแล้วก็แค่อยากใส่เกลือลงบนแผลของซุนป๋อ

ซุนป๋อเบะปากเล็กน้อย และคิดในใจว่า ” เด็กเหลือขอ ปากพร่ามยังไม่หยุดจนตอนนี้ แล้วเมื่อไหร่ที่ตูมีโอกาสพูด? ” แต่เขาก็ยังฝืนยิ้มออกมา , ” ครูกำลังคิดว่าเราจะไปกินข้าวที่ไหนดี “

” มันก็ไม่ซับซ้อนนิครับ ” ฉินหลางพูด ” จริงๆมันไม่สำคัญว่าจะไปที่ไหน กินอะไร สิ่งสำคัญคือคนที่กินด้วยต่างหาก การได้ทานข้าวกับครูเถา แม้ว่าจะเป็นร้านอาหารข้างทาง ก็ล้วนแต่อร่อยทั้งนั้น ”

” เอาล่ะฉินหลาง ดูเหมือนปากของเธอจะหวานปานน้ำผึ้ง ” เถารั่วเซียงยิ้ม แล้วชี้ไปข้างหน้า ” ไปกินที่ ‘Love Spicy Restaurant’ กัน ฉันได้ยินมาว่าอาหารของที่นี่รสชาติไม่เลว และความเผ็ดมันทำให้แซบ น่ากินยิ่งขึ้น ”

แน่นอนว่า ฉินหลาง และ ซุนป๋อ ไม่คัดค้านข้อเสนอของเถารั่วเซียง

ซุนป๋อเข้าไปในร้านก่อน และสั่งพนักงานที่อยู่ตรงประตู ” ขอห้องดีๆที่เป็นส่วนตัวสักห้อง! ”

.” ห้องส่วนตัว? ” พนักงานเสิร์ฟเสาวที่อยู่ข้างประตูเคี้ยวหมากฝรั่งและมองไปที่ซุนป๋อ จากนั้นก็ใช้น้ำเสียงถากถางและตอบว่า ” นี่เป็นเพียงร้านอาหารนอกโรงเรียน ไม่ใช่โรงแรมระดับ 5 ดาว หรือร้านอาหารชั้นนำ ถ้าคุณต้องการห้องส่วนตัว ฉันจะวางฉากกั้นเพื่อแบ่งเขตให้ “

พนักงานเสิร์ฟพูดออกมา แต่ในใจเธอกำลังมองลงซุนป๋อ : ” ถ้าคุณยังทำท่าอะไรแบบนี้อีก ก็ช่วยไปที่โรงแรม ไม่ก็ร้านอาหารดีๆในเมืองเถอะคะ! ”

” ไม่เป็นไรคะ แค่มาทานข้าวมื้อเดียว เราก็ไม่จำเป็นต้องมีห้องส่วนตัว ” เถารั่วเซียงยังคิดว่ามันไม่จำเป็น เพราะที่นี่เป็นเพียงร้านอาหารนอกโรงเรียน แน่นอนว่าไม่สามารถเรียกร้องได้มากนัก

” ใช่ครับ ครูซุน อย่าเสแสร้งสิคร้าบบบ ดูอย่างครูเถาสิ ที่สนุกกับการได้อยู่กับฝูงชน ” ฉินหลางยิ้มแล้วพูดออกมา

เมื่อเธอได้ยินคำว่า ” เสแสร้ง ” เถารั่วเซียงก็ชายตาไปมองฉินหลางอย่างเร็ว เพราะเถารั่วเซียงรู้ว่า ฉินหลางแอบตำหนิซุนป๋อ หนึ่งในสิบของคำพูดทางอินเทอร์เน็ตที่เป็นที่นิยม ได้กล่าวใว้ว่า ” คนเลวคือคนเสแสร้ง! ”

เมื่อเห็นสายตาของเถารั่วเซียงแล้ว ฉินหลางก็รู้ว่าเธอเข้าใจดี และหัวเราะทันใด ” ที่ตรงนั้นค่อนข้างโอเคนะครับ งั้นผมจะไปจองก่อน! ”

– – – – – – – – – – – – – – – –

#มาร้านอาหาร…ก่อนต้องเมาสิเฟยย !!

ติดตามข่าวสารได้ที่แฟนเพจ Juvenile Medical God – แพทย์เทวะ ได้เลยน้าา