0 Views

อันที่จริง เถารั่วเซียงจะรออยู่ในห้องเรียนให้ฉินหลางปรากฎตัวออกมาก็ได้ แต่เธอกลับเดินเข้าข้างๆเขาเพื่อพูดคุยด้วย ในใจหมายมั่นจะให้ฉินหลางเป็นเป้าสายตาในที่สาธารณะ

ฉินหลางไม่คาดคิดมาก่อนว่า ครูเถาจะอยากแก้เผ็ดเขาถึงเพียงนี้ หล่อนมาแบบนิ่งๆสงบๆแต่สยบทุกความเคลื่อนไหว นั่นเป็นวิธีการที่ยอดเยี่ยมจริงๆ

รู้สึกได้ถึงสายตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาตอยู่รอบๆ แต่ฉินหลางก็ไม่สนใจ เป็นผู้ชายทั้งแท่ง หากไม่อยากให้คนอื่นอิจฉา ก็แต่งกับคนสาวอัปลักษ์สิ ความงามจะนำมาซึ่งปัญหา แต่หากอยากได้สาวงามมาเคียงคู่ ก็พึงระวังไว้ว่าปัญหาเหล่านั้นสามารถทำลายเมืองหรือประเทศได้

“ครับ ผมว่างแน่นอน.” ฉินหลางควบคุมสติตัวเองไว้ แล้วยิ้มเบาๆก่อนจะพูดออกมา “ผมยินดีที่จะหาวิธีช่วยแก้ไขปัญหาหนักอกของครูเถาครับ”

เถารั่วเซียงรู้ว่าคำพูดนัยยะของเขาจะสื่ออะไร ในใจสาบแช่งอย่างเงียบๆ แต่เธอเป็นคนฉลาด ในชั่วพริบตา ในหัวเธอก็มีความคิดดีๆ เธอพูดออกมาด้วยเสียงอ่อนโยนว่า “ฉินหลาง แม่ของเธอเพิ่งจะโทรศัพย์หาครูเมื่อกี้ บอกว่าครูเป็นเสมือนน้องสาวจึงฝากฝังให้ครูดูแลเธออย่างดี โรงเรียนก็เลิกพอดี ในฐานะที่ครูอายุมากกว่า งั้นครูจะพาเธอไปทานอาหารอร่อยๆสักมื้อ เราจะได้นั่งคุยกันถึงกฎ-ข้อบังคบของโรงเรียนชีจง

ด้วยคำพูดนี้ของเถารั่วเซียง เหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ไม่ทันไรเธอก็กลายเป็นญาติผู้ใหญ่ของฉินหลาง แถมยังเป็นการหลีกเลี่ยงการคาดเดาผิดๆของผู้อื่นอีก

ฉินหลางแอบชมเธออย่างเงียบ ๆ เพราะด้วยอายุของเถารั่วเซียง อย่างมากก็คงเป็นได้แค่พี่สาวของเขา แต่เธอกลับแทนตัวเองว่าเป็นญาติผู้ใหญ่ ฉินหลางจึงจำยอม ไหลไปตามน้ำ “ครับ, งั้นขอรบกวนด้วยนะครับ – น้าเถา”

ฉินหลางตั้งใจเน้นเสียงที่คำว่า “น้าเถา”

เถารั่วเซียงตัดสินใจไม่เอาเรื่องฉินหลางชั่วคราว เพราะยังไงในอนาคตก็มีโอกาสมากมายที่จะเอาคืน ดังนั้น เธอจึงยิ้ม และเดินตามฉินหลางออกจากห้องเรียน

คนอื่นๆ ต่างก็คิดว่าฉินหลางและเถารั่วเซียงเป็นญาติสนิทกัน จึงไม่มีใครติดใจอะไร

หลังจากที่ออกมาจากอาคารเรียน ฉินหลางก็เอ่ยปากถามขึ้น “น้าเถา พวกเรากำลังจะไปไหน?”

“ไปที่หอครู” เถารั่วเซียงพูดตัดบท ไม่อยากเอาพิมเสนไปแลกกับกลือ

“หอ? ไปที่ห้องครูเถารึเปล่า ?” ฉินหลางตื่นเต้นอย่างมาก

เถารั่วเซียงรับรู้ได้ถึงความตื่นเต้นนั้น เธอรู้อยู่แล้ว ว่าเขาจะต้องแอบคิดไม่ซื่อ แต่เธอก็ยังใจดีเตือนฉินหลางด้วยประโยคหนึ่ง “ฉินหลาง วันนี้ตอนที่มาโรงเรียนเธอทำให้ใครโกรธหรือเปล่า”

จริงๆแล้ว ตอนที่กำลังลงบันได มีผู้ชายจำนวนหนึ่งส่งสายตาอาฆาตพยาบาทต่อฉินหลาง ซึ่งเถารั่วเซียงก็รับรู้ถึงเรื่องนี้

“ครูเถา ผมว่าคำถามนี้อย่าถามผมเลย ถามตัวครูเองดีกว่า” ชินหลางแกล้งถอนหายใจ “นารีเป็นเหตุแท้ๆ เข้าใกล้สาวงาม ก็ไม่วายโดนชัง”

เถารั่วเซียงสบถเบาๆอย่างไม่พอใจ ในใจคิดว่าเจ้าหนุ่มนี่ไม่มีมีความเคารพต่อผู้ใหญ่ เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้ปฏิบัติต่อเธอในฐานะญาติผู้ใหญ่หรือครู เธอทนไม่ได้ที่โดนดักทาง จึงเตือนเขาอีกครั้งว่า “ระวังไว้หน่อยละกัน เด็กกลุ่มนั้นไม่ใช่นักเรียนที่ดีนัก”

“ไม่เป็นไรหรอก น้าเถา ครูอาจจะไม่รู้ แต่ตอนอยู่โรงเรียนอนุบาล ‘ผมก็ไม่ได้เป็นนักเรียนที่ดีอยู่แล้ว’.” ฉินหลางไม่กังวลเลยแม้แต่น้อย แน่นอนว่าฉินหลางไม่ได้พูดเกินจริง ตอนที่เขาอยู่ในโรงเรียนอนุบาล เขาเกือบจะถูกไล่ออกจากโรงเรียนเพราะ “ไล่จูบนักเรียนหญิงแต่ไม่สำเร็จ”

เถารั่วเซียงเหมือนว่าเจ้าหนุ่มฉินหลางผู้นี้ไม่ได้ฟังอะไรที่เธอพูดเลย เธอจึงขี้เกียจจะเตือนเขาอีก เธอยังคิดว่าเจ้าหนูนี่ถ้าต้องเจ็บตัวบ้างสักนิด ก็สาสมดีนะ

เมื่อทั้งสองเดินเข้าไปในโรงเรียน ฉินหลางเดินช้ากว่าเถารั่วเซียงครึ่งก้าว ตอนแรกเถารั่วเซียงไม่ได้สังเกตเห็น แต่แปบเดียวเธอพบว่ามุมมองสายตาของผู้ชายค่อนข้างจะมีปัญหา เพราะมัวแต่จดจ้องที่เอว ด้านหลัง และขาของเธอ เห็นได้ชัดว่าเป็นการล่วงละเมิดทางสายตา

“ฉินหลาง เธอมาเดินข้างหน้า” เถารั่วเซียงกล่าว

“ผมไม่รู้จักเส้นทาง” ฉินหลางยังคงพูดอย่างมั่นใจว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิด

“ถึงไม่รู้ทาง ก็มาเดินข้างหน้า!”  ความไร้เหตุผลเป็นคุณสมบัติของผู้หญิง ~

ไม่มีทางเลือก เขาจึงเดินไปด้านหน้า สักพักก็เห็นทางแยกอยู่ด้านหน้า “น้าเถา ต้องเดินไปทางไหนต่อ ?”

“ทางซ้าย!”
“……”
“…”

เถารั่วเซียงอาศัยอยู่ชั่วคราวในหอพักครูเก่าๆหลังหนึ่ง ถึงแม้ว่าหอพักจะล้าสมัย แต่เมื่อเข้าไปในหอของเธอ แสงสว่างด้านหน้าเจิดจ้าในดวงตา ให้ความรู้สึกใหม่ ๆ

มันเป็นห้องของผู้หญิงจริงๆ ทุกอย่างสะอาดสะอ้าน สะดวกสบายและชัดเจน

ฉินหลางก็ไม่เกรงใจ หลังจากเข้าไปในห้อง ก็นั่งลงบนโซฟาของเถารั่วเซียงอย่างจงใจ เหมือนนี่เป็นทรัพย์สินของตัวเอง

เถารั่วเซียงไม่รู้ว่าทำไม แต่ตอนนี้ แค่เธอเห็นผู้ชายคนนี้เธอก็หงุดหงิดจนอยากจะชกสักหมัด

ถ้าไม่ใช่ว่าต้องรักษาฝีบนแก้มก้นตัวเอง เถารั่วเซียงจะไม่มีวันพาเจ้าหนุ่มนี่มาที่หอพักเธอเด็ดขาด มันเหมือนกับพาหมาป่าเข้าห้อง! แต่สิ่งที่สำคัญคือ เรื่องที่เป็นความลับสุดยอด ที่เธอไม่สามารถพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้แม้แต่ในที่ทำงานหรือที่อื่นๆมาก่อน? จะทำไงดีถ้ามีคนรู้เรื่องนี้เข้า

“ฉินหลาง ดื่มน้ำอะไรหน่อยไหม?” เถารั่วเซียงถามอย่างสุภาพ

“ไม่เป็นไร การรักษาสำคัญกว่า” ตอนที่ฉินหลางเข้ามาในห้องเขาไม่ได้เห็นถ้วยกระดาษที่ใช้แล้วทิ้ง ดังนั้นเขาจึงรักษามารยาท

เถารั่วเซียงก็แค่พูดเท่านั้น เธอไม่อยากจะให้แก้วของตัวเองสัมผัสกับปากเจ้าหนุ่มนี่ เพราะถ้าหากแก้วของเธอถูกเขานำไปใช้ เธอก็จะต้องแอบโยนแก้วนั้นทิ้งเป็นแน่

“ฉินหลาง, ก่อนหน้านี้ที่เธอบอกว่าครูถูกพิษ นั่นหมายความว่าอย่างไร?” เถารั่วซีถามขณะที่ยืนอยู่

“ฝอ เอ๋ย ฝอ ฝี อันฝีตัวร้าย เกิดจากความร้อนที่สะสมไว้ต้ผิวหนัง หรือร่างกายขับสารพิษที่ร้อนออกมา… ”

“เอาล่ะเอาละ ไม่ต้องมาเจ้าบทเจ้ากลอน” เถารั่วเซียงขัดจังหวะฉินหลาง “พูดให้เข้าใจง่ายหน่อย!”

“มันเกิดจากพิษไฟ” คราวนี้ฉินหลางเริมพูดอย่างตรงไปตรงมา

“แล้วจะรักษายังไง?” นั่นเป็นสิ่งที่เถารั่วเซียงกังวล

” มีสามวิธี ” ฉินหลางกล่าว “ผมจะพูดถึงสองวิธีแรกก่อน วิธีแรกให้ใช้ปลิงไปวางไว้ในตรงที่อักเสบ ปล่อยให้ดูดหนองเลือดและพิษออมา ก็จะหายสนิทในคืนเดียว – ”

ปลิง! เถารั่วเซียงรู้สึกว่าเจ้าสิ่งเหล่านี้ช่างน่ารังเกียจจริงๆ แล้วยิ่งตอนที่ได้ยินว่าจะวางปลิงที่ก้นตัวเอง จึงรีบพูดออกมา “แค่ได้ยินก็ขนลุกแล้ว แล้วจะไปหาเจ้าตัวนี้ได้ที่ไหน? ”

“ผมเอามาตัวนึง” ฉินหลางล้วงเข้าไปในกระเป๋า เขาทำเหมือนใช้เวทมนตร์แล้วล้วงเอาปลิงขาวออกมาออกมาตัวหนึ่ง “การรักษาจากธรรมชาติ หรือไม่ ก็ใช้วิธีนี้กัน”

“ว้าย!”  เถารั่วเซียงร้องขึ้นมาอย่างประหลาดใจ ดูเหมือนว่าเธอไม่สามารถหลีกเลี่ยงปลิงได้ “เอามันออกไป! บอกวิธีที่สองมาเลยดีกว่า”

“วิธีที่สอง ผมจะทยาแก้อักเสบร้อยพิษทองคำ’ ‘ แค่ทา มันก็จะรักษาให้หายได้ “ฉินหลางพูด “ดูๆแล้ว น้าเถาน่าจะรับได้แค่วิธีนี้นะ ”

“แล้ววิธีที่สามละ?” เหมือนเป็นการกระตุ้นของความอยากรู้ของเถารั่วเซียง จึงถามออกมา

“วิธีที่สาม ไม่พูดดีกว่า” ฉินหลางส่ายหัว

“พูดสิ!” ยิ่งฉินหลางพูดออกมาแบบนั้น เถารั่วเซียงยิ่งอยากรู้

“ไม่ละ ไม่พูดน่าจะดีกว่า”

” พูด!”

” แต่ครูบอกให้ผมพูดเองนะ ! ” ฉินหลางกล่าว ” พูดแล้ว ครูต้องโกรธแน่ๆ! ”

“ฉันจะไม่โกรธ” เถารั่วเซียงดูเหมือนจะสงบลง

“วิธีที่สาม ก็คือ ผมจะใช้มือลูบตรงที่อักเสบ แล้ว -”

ไร้ยางอาย! นัยย์ตาของเถารั่วเซียงเต็มไปด้วยความโกรธ และเกลียดจนเงื้อฝ่ามืออยากจะจัดสักฉาด ช่วงเวลาตอนบ่ายแค่สั้นสั้น เถารั่วเซียงไม่คิดว่ามีถึงสองครั้งที่เธออยากใช้มือตบคน แถมยังป็นคนๆเดียวกันทั้งสองครั้ง

“ครูเถา แต่ครูบอกให้ผมพูดออกมาเองนะ!” ฉินหลางแกล้งทำเป็นข้องใจ

“ใครอนุญาตให้เธอพูดจาไร้สาระ!” เถารั่วเซียงดึงฝ่ามือกลับ

“ผมไม่ได้พูดเล่น!” ฉินหลางพูดอย่างหนักแน่น “ผมบอกว่า ผมจะจับตรงที่มันอักเสบ จากนั้นใช้เข็มเงินเจาะ เพื่อให้เลือดน้ำหนองไหลออกมา เป็นเหมือนการผ่าตัดง่ายๆอย่างหนึ่ง!”

มองดูฉินหลางที่ท่าทางจริงจัง เถารั่วเซียงคิดว่าตนเข้าใจเขาผิด แต่ไม่ว่ายังไง เธอจะไม่ยอมให้ฉินหลางสัมผัสท่อนล่างของเธอเป็นอันขาด จึงกล่าว “ทำไมเธอถึงไม่บอกแค่ว่า มันมีแค่สองวิธีละ!”

“ศิลปะการแพทย์เป็นเรื่องที่ซีเรียสนะครับ”

“ก็ได้ๆ รีบเอาเอายาทาหนังหมาหรืออะไรก็ช่างมาให้ฉันสิ หวังว่ามันจะใช้ได้ผลนะ” เถารั่วเซียงเริ่มหมดความอดทน เพราะตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกปวดแสบปวดร้อนที่ก้นของเธอ

“ไม่ใช่ยาทาหนังหมาครับ แต่เป็นยาทาแก้อักเสบร้อยพิษทองคำ'”ฉินหลางแก้ไขให้ถูก

“ร้อยพิษ? ยาตัวนี้มียาพิษเป็นส่วนผสมด้วยหรอ? ”

“ใช่ครับ ใช้พิษต้านพิษ น้าเถาน่าจะเคยได้ยินมานะครับ?” ฉินหลางยิ้มและพูดว่า “หรือไม่ ครูจะลองรักษาแบบนิเวศวิทยา?”

“ช่างเถอะ งั้นใช้ยานี้ละกัน” เถารั่วเซียงตัดสินใจ ตัวเลือกที่สามไม่โอเคจริงๆ วิธีแรกก็น่ากลัวเกินไป บางทีวิธีที่สองอาจจะเหมาะสมที่สุด

“ได้ครับ” ฉินหลางดูเหมือนจะเตรียมตัวมาก่อนแล้ว และดึงกล่องไม้เล็กๆสีดำ หลังจากเปิดกล่องแล้ว กลิ่นแปลกๆ ของยาก็คละคลุ้งไปทั่วห้อง

“หอมมาก!” เถารั่วเซียงเคลิ้มไปกับกลิ่นแล้วเผลอชมออกมา เธอไม่เคยคิดเลยว่ายาจะมีกลิ่นที่หอมกว่าน้ำหอม พลัน เธอก็มั่นใจในสรรพคุณยาของฉินหลางมากขึ้น

“น้าเถา ยาตัวนี้จะทาเองหรือให้ผมช่วยทาให้ ” ฉินหลางแกล้งทำใสซื่อไม่รู้เรื่อง แล้วถามออกมา

– – – – – – –

#ให้เอ็งช่วยทาเกรงว่าจะไม่ทาเปล่าๆเนี้ยสิ

 

ติดตามข่าวสารได้ที่แฟจเพจ Juvenile Medical God – แพทย์เทวะ ได้เลยน้าา