0 Views

นี่มันอะไรกัน!

หม่าเหวยและลูกน้องคนอื่นต่างตกตะลึง งงเป็นไก่ตาแตก

แม้แต่เถารั่วเซียงเอง ก็อยู่ในสภาพมึนงง

” น้องชาย ผู้มีความรู้สูงส่ง ช่วยข้าด้วยเถิด ”

หานซันเฉียงเรียก ” น้องชาย ” เรียกแบบทำให้รู้สึกขนลุกเลยทีเดียว แต่น้ำเสียงจริงใจมาก ไม่มีทางเลือกแล้วจริงๆ สมองของหานซันเฉียงคิดเพียง ” สารหนู ” สองคำนี้ ตอนที่รู้ว่าตัวเองอาจจะโดนพิษสารหนู หน้าซีดขาวขึ้นมาทันที

อิงตามหลักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน สารหนูถือว่าเป็นสารพิษที่ไม่รุนแรงมากนัก เพราะมีสารพิษอื่นอีกมากมายที่ร้ายแรงกว่าสารหนู แต่หานซันเฉียงไม่ค่อยมีความรู้ ทั้ง ไซยาไนด์ ซัลมิเตอร์หรือแอนแทร็กซ์ ล้วนเป็นสารพิษร้ายแรงที่เขาไม่เคยได้ยิน สารพิษที่เขารู้ก็มาจากหนังจีนโบราณ ภาพยนตร์เก่าๆ ในหนังเหล่านั้น ” สารหนู ”  ” เฮ้อติ่งหง ” เป็นสารที่ร้ายแรงสุดๆ ดังนั้น เมื่อหานซันเฉียงได้ยินว่า ” สารหนู ” ก็รู้สึกขาจะสั่นๆจนจะยืนไม่อยู่ จะมากลัวเสียหน้าอะไรตอนนี้ เอาฉินหลางเป็นตัวช่วยให้ชีวิตรอดตาย ดังนั้นใช้คำเรียกว่า ” น้องชาย ” มาเรียกฉินหลาง

ก็มันไม่มีทางเลือกแล้ว ถึงแม้จะเป็นลูกพี่ แต่ก็ไม่สำคัญเท่ากับการรักษาชีวิตของตัวเองใว้

สารหนูนะ!

หานซันเฉียงคิดถึงภาพที่ดูตามหนัง ในฉากหนัง ที่มีเลือดนอกตามรูต่างๆ แม้แต่หัวใจก็มีเลือดไหลออกมา

เป็นหัวหน้าที่ ” มีใจมุ่งมั่น ” หานซันเฉียงยังไม่อยากตายตั้งแต่อายุยังน้อย

อาจจะเกินไปหน่อยหากฆ่าคน ในเมื่อหานซันเฉียงถึงขั้นก้มหัวลดศักดิ์ศรี เรียก ” น้องชาย ” แล้ว หากเห็นคนจะตายแต่ไม่ช่วยก็กระไรอยู่ อีกอย่างหานซันเฉียงก็แค่ออกตัวมาช่วยลูกน้อง ยังไม่ถึงขั้นต้องตาย

ดังนั้น ฉินหลางจึงยั้งฝีเท้าไว้ หันหน้าหาหานซันเฉียง แล้วพูดว่า ” รีบไปโรงพยาบาลให้หมอตรวจเถอะ ตอนนี้ยังทัน ”

หานซันเฉียงได้ยินว่าชีวิตของเขายังมีโอกาสรอดก็ ก็โล่งใจไม่น้อย เขามาข้างๆฉินหลาง แล้วพูดเสียงเบาๆว่า ” น้องชาย ในเมื่อดูออกว่าพี่โดนพิษ ก็แปลว่ามีทางแก้พิษใช่มั้ย? ”

” มี ” ฉินหลางพูดอย่างมั่นใจ แต่แล้ว ก็ต้องพูดอย่างรวดเร็ว ” แต่ก็นะ มันไม่มีธุระกงการของชั้นที่จะมาหายาแก้พิษให้นิ ”

หานซันเฉียงคิดว่าฉินหลางยังโกรธเรื่องก่อนหน้านี้หม่าเหวยไปล่วงเกิน จึงเรียกหม่าเหวยมาอย่างรวดเร็ว ” หม่าเหวย! มานี่— ”

หม่าเหวยไหนเลยจะกล้าขัดคำสั่งหานซันเฉียง เขารีบเข้ามาอย่างไว  มาถึงก็โดนหานซันเฉียงตบไปหนึ่งฉาด ในตอนที่เห็นหานซันเฉียงเรียกฉินหลางว่า ” น้องชาย ” หม่าเหวยก็คิดไว้แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ เขารู้ว่าที่หานซันเฉียงตบเพื่อให้ฉินหลางสบายใจ หม่าเหวยอยู่มานานขนาดนี้ ย่อมรู้สัจธรรมข้อนี้อยู่แล้ว เขาขอโทษฉินหลางกับเถารั่วเซียงอย่างนอบน้อม ลูกน้องของหม่าเหวยก็รีบเข้ามาขอโทษ แทบจะคุกเข่าเลยทีเดียว

” ฉินหลาง ช่างมันเถอะ ” เถารั่วเซียงไม่รู้ว่าเหตุการณ์เป็นมายังไงฉินหลางถึงได้จัดการหานซันเฉียงอยู่ซะอยู่หมัด แต่เธอก็แสดงออกว่าไม่ชอบเหตุการณ์ตรงหน้านี้

” ในเมื่อน้าเถาบอกว่าไม่เป็นไร งั้นเรื่องนี้ก็ให้จบๆกันไป หานซันเฉียง นายให้หมอตรวจดูก่อน ดูว่านายโดนจริงๆรึเปล่า ถ้าหมอรักษาไม่ได้ ก็ค่อยมาหาชั้น ”

ฉินหลางพูดอย่างชัดเจนแล้ว หานซันเฉียงกับลูกน้องจึงวางมือ แน่นอนว่าพวกเขาไม่กล้ารั้งฉินหลางและเถารั่วเซียงไว้

ในระหว่างทางกลับโรงเรียน เถารั่วเซียงถามฉินหลาง ” ฉินหลาง หานซันเฉียงเป็นนักเลงที่เก่งมาก ทำไมถึงยอมให้เธอง่ายๆละ ”

” มันไม่ได้กลัวผมหรอก มันกลัวตาย ” ฉินหลางเล่าเรื่องอาการป่วยของหานซันเฉียงให้ฟัง

” เขาโดนยาพิษจริงๆหรอ? ” เถารั่วเซียงถามอย่างตกใจ ” ฉันนึกว่าเธอแค่ข่มขู่เขาซะอีก แล้วเธอดูออกได้ยังไง? ”

” เอ่อ……แม้แต่ปัญหาหนักอกของครูผมยังรู้เลย แล้วหานซันเฉียงได้รับพิษเข้าไปเยอะขนาดนั้น ” ฉินหลางหัวเราะแล้วพูดเสียงเบา ” ผมเรียนกับอาจารย์ที่มีความสามารถเรื่องแพทย์แผนจีนคนหนึ่งมาหลายปี ถ้าเรื่องง่ายๆแค่นี้ยังดูไม่ออก  ก็เสียชื่ออาจารย์ที่สอนแย่อ่ะดิ ”

ถ้าตาเฒ่านั้นรู้ว่าฉินหลางเรียกเขาว่า ” หมอจีน ” ละก็ ต้องโมโหจนโดนเขาด่าแน่ๆ เพราะตาเฒ่านั้นไม่ชอบช่วยชีวิตคนที่กำลังจะตาย แต่กลับชอบทำสิ่งที่ตรงกันข้าม

” ที่แท้เป็นแบบนี้นี่เอง ยาจีนเราดีขนาดนี้ สงสัยเธอจะเรียนมาเยอะเหมือนกันนะเนี่ย ” เถารั่วเซียงเอ่ยชม

” แน่นอน พูดตามตรง ความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของผมดีกว่าหมอหลายๆคนอีก ” ฉินหลางเหมือนไม่รู้จักถ่อมตัวเลย

” โหวว ชมนิดชมหน่อย หางนี่ชี้ขึ้นฟ้าเลยนะ ” เถารั่วเซียงกระแอมเสียง แล้วนึกขึ้นได้ ” ใช่แล้ว ครูซุนคงไม่เป็นอะไรใช่มั้ย? ”

” ไม่ต้องกังวลหรอกครับ ตาซุนป๋อนั่นหนีหางจุกตูดไปก่อนแล้ว คงไปไกลมากก ” ฉินหลางสบส ไม่แม้แต่จะปกปิดอารมดูถูกที่มีต่อซุนป๋อไว้เลย

เดินไปเดินมา ก็ถึงด้านล่างหอของเถารั่วเซียง ฉินหลางไม่ได้มีความคิดที่จะหยุดเลย เถารั่วเซียงรู้ว่าเด็กคนนี้หน้าหนามาก เลยต้องเป็นคนพูดขึ้นเอง ” ฉินหลาง ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว เธอเพิ่งมาถึงวันนี้ รีบกลับหอไปจัดเรียงของเถอะ ”

” ตอนนี้ยังไม่ถึงสองทุ่มเลยครับ ผมนึกว่าน้าเถาจะชวนผมไปดื่มกาแฟอะไรต่อซะอีก ” ฉินหลางพูดอย่างไม่ยอมแพ้ ” ใช่แล้ว เบอร์โทรน้าเถาเบอร์อะไรครับ เผื่อผมมีเรื่องเดือดร้อน จะได้ขอความช่วยเหลือได้ จริงสิ ขอเบอร์ซุนป๋อด้วยนะครับ ”

เถารั่วเซียงไม่รู้จะทำยังไง จึงให้เบอร์โทรศัพท์แก่ฉินหลาง จะได้กลับไปเร็วๆ ก่อนจะไป ฉินหลางได้พูดกับเถารั่วเซียงว่า ” น้าเถา ดื่มเบียร์ไม่ดีต่อสุขภาพ ต่อไปก็ดื่มน้อยๆหน่อยนะครับ ”

เถารั่วเซียงตะลึงไปสักพัก แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เดินกลับขึ้นหอไป

ฉินหลางหาห้อง409จนเจอ เพิ่งเห็นว่าเจ้าข่านเป็นเพื่อนร่วมห้องของตัวเอง

เวลานี้ เจ้าข่านกำลังนอนบนเตียงเล่นเกมส์ในโน๊ตบุ๊ค

” ฉินหลาง—ครูเถาเป็นน้าเล็กของแกจริงๆเหรอ? ” เจ้าข่านนี่ก็เสือกเรื่องชาวบ้านจริงๆ

ฉินหลางพยักหน้า ” แล้วคนอื่นหล่ะ? ”

” ไร้สาระ ก็ไปทบทวนบทเรียนหมดแล้วอ่ะดิ ” เจ้าข่านพูดกับฉินหลาง

ฉินหลางดูที่นอนที่ว่างเปล่าของตัวเอง ไม่มีอะไรเลย ถามเจ้าข่าน ” ไม่ได้ปูที่นอนให้ฉัน? ”

เจ้าข่านเหมือนมนุษย์ต่างดาวกำลังมองฉินหลาง ” แชร้ดดด! นายคิดว่าตัวเองเป็นใคร ที่จะมีคนมาปูเตียงให้? ชั้นก็กำลังคิดอยู่ ว่านายยังไม่ได้ปูที่นอนเลย แล้วคืนนี้จะนอนที่ไหน?”

” นั่นดิ นอนที่ไหน? ” ฉินหลางก็คิดถึงข้อนี้ขึ้นมา

พลัน ฉินหลางนึกวิธีขึ้นมาได้ เขาเอามือถือออกมาแล้วโทรหาซุนป๋อ ” ครูซุน ผมฉินหลางนะครับ พอดีวันนี้ปูเตียงไม่ทัน ครูช่วยหาที่นอนให้ผมหน่อยนะครับ ”

เจ้าข่านตะลึง ในใจคิดฉินหลางนี่แน่จริงๆ กล้าใช้ครูประจำชั้นให้หาที่นอนให้ตัวเอง

ซุนป๋อเพิ่งกลับมาถึงโรงเรียนอย่างยากลำบาก ได้รับโทรศัพท์จากฉินหลางก็โมโหเป็นฟืนเป็นไฟ ในใจคิดว่าไอ่เด็กนี่คิดว่าตัวเองเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรมาสั่งให้หาที่นอนให้ คิดได้ดังนั้นจึงปฏิเสธคำขอฉินกลางไป

” ซุนป๋อ—— ”

จะไม่ไว้หน้ากันเลยใช่มั้ย ฉินหลางเรียกชื่อเต็ม ” นายคงไม่อยากให้คนเมื่อตอนเย็นนั้นมายุ่งอีกใช่มั้ย? จะให้ผมบอกใบ้หรือให้เบอร์โทรของครูซุนแก่พวกนั้นดีละ? ”

ซุนป๋อไม่อยากลำบากอีก รีบพูดอย่างเร็ว ” ใกล้ประตูใหญ่หน้าโรงเรียนมีห้องพัก เดี๋ยวฉันจะโทรไปจองให้ละกัน ”

” งั้นก็ขอบคุณครูซุนนะครับ ” ฉินหลางวางสายไป

” นายโคตรเจ๋งเลยวะ ” เจ้าข่านนับถือคนๆนี้จริงๆ มาถึงโรงเรียนวันแรก ก็ไปทานข้าวกับครูที่สวยที่สุดในโรงเรียน แล้วยังจะให้ครูประจำชั้นของตัวเองจองที่พักให้ เจ้าข่ายคิดว่าคนแบบนี้คบไว้ไม่เสียหาย

ฉินหลางกับเจ้าข่านสนิทกันอย่างรวดเร็ว ฉินหลางถึงเพิ่งรู้ว่าเจ้าข่านก็เป็นกรรมการนักเรียน เพราะเป็นประธานชมรมร้องเพลงของชีจง ถึงแม้ชมรมนี้รวมเจ้าข่านแล้วยังไม่ถึงสิบคน เพราะตอนนี้หมดยุคทองฮิตเพลงหรือบทกลอน ” หนึ่งบทกลอนสองแก้วเหล้า คำพูดสวยหรูกล่อมจีบสาว ” ไปนานแล้ว

เจ้าข่านเป็นคนสนุกสนาน คุยกับฉินหลางจนถึงเวลาเลิกเรียนวิชาทบทวนบทเรียนกลางคืน

ฉินหลางเห็นว่าดึกมากแล้ว จึงออกจากห้องนอน แล้วไปที่พักที่ซุนป๋อจองไว้ให้

พอตัวถึงเตียงปุ๊บ เสียงมือถือก็ดังขึ้น มีข้อความใหม่เข้า

” ศิษย์รัก อย่าลืมกินยา ฝึกจิต อีกอย่าง ยังไงเจ้าก็ไปเมืองเซี่ยหยางแล้ว ก็เป็นธุระให้อาจารย์หน่อย เรื่องแรก รับช่วงดูแลงานทั้งหมดของอันเต่อเซิ้ง ให้มันหมดตัว แล้วลากมันกลับมาหาข้า ”

ข้อความนี้เป็นข้อความที่ตาเฒ่าส่งมา ฉินหลางคิดไปคิดมา แล้วส่งกลับไปสองคำ ” เหตุผล? ”

ตาเฒ่าไม่ตอบกลับมา

นี่เป็นไปตามที่ฉินหลางคิดไว้ ตามตาเฒ่ามาห้าปี ฉินหลางย่อมรู้จักนิสัยของตาเฒ่าดี ดูเหมือนเรื่องนี้จะเกี่ยวกับอันเต่อเซิ้ง ฉินหลางต้องสืบด้วยตัวเองซะเองแล้ว

จากนั้น ฉินหลางก็โยนมือถือไปอีกฟาก แล้วหยิบยาเม็ดสีแดงออกมาจากกระเป๋าหนังสีขาว แล้วกลืนลงไป

ปวดแสบปวดร้อนในท้องสักพัก ยาตัวนี้สามารถฆ่าช้างตัวหนึ่งได้สบาย แต่สำหรับฉินหลางแล้วก็เหมือนกินพริกชี้ฟ้าเข้าไปหนึ่งเม็ดเท่านั้น

ไม่เพียงเท่านั้น

ภายหลัง ฉินหลางนั่งไขว้ขาบนเตียง เข้าสู่ช่วงฝึกกำลังภายใน พิษของยาค่อยๆถูกร่างกายดูดซึมเข้าไป…

* * * *

#ความเป็นมาของพระเอกนี้แม่มลึกลับจริงๆ >”<

ติดตามข่าวสารได้ที่แฟนเพจ Juvenile Medical God – แพทย์ ได้เลยน้าา