0 Views

 

ช่วงเวลาหลังจากที่หวงเสี่ยวหลงได้ปาดคอของหัวหน้าโจร พื้นดินก็เริ่มสั่นสะเทือน และภายในไม่กี่อึดใจต่อมาดูเหมือนกองทหารรักษาการณ์ชายแดนของอาณาจักรหลัวถงก็มาถึง

เช่นเดียวกับที่อยู่บนโลกในชีวิตก่อนหน้านี้ตำรวจมาถึงทีหลังเสมอหลังจากปัญหาได้รับการแก้ไขแล้ว

หลังจากนั้นไม่นานทหารประมาณพันนายได้ล้อมรอบหวงเสี่ยวหลง และคนอื่น ๆ ทหารเหล่านี้มาถึงลานจัตุรัส และเห็นภูเขาของกองซากศพของชาวเมือง และโจร และการแสดงออกบนใบหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

แม้ว่าไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่พวกเขาแต่ละคนก็เดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง

“นายพลฉินดูโน้น ดูเหมือนว่าศพนี้คือหนิงเฟยแห่งตระกูลหนิง เขาเป็นน้องชายของผู้นำตระกูล หนิง ” หัวหน้ากองร้อยจู่ ๆ ก็ชี้ไปที่ศพของหัวหน้าโจรในขณะที่กำลังพูดคุยกับนายพลฉินชิ

สายตาของนายพลฉินชิมองตามทิศทางของนิ้วมือ และเมื่อเขาเห็นร่างของหัวหน้าโจรเขาก็ต้องขมวดคิ้ว –ใช่ มันคือหนิงเฟย หนิงเฟยข้ามชายแดนมา และมาก่อคดีบางอย่าง แต่เขาสามารถหลบหนีกลับออกไปได้ในครั้งล่าสุด และนี่เป็นเหตุผลที่ฉินชิจำหนิงเฟยได้

“นายพลฉินกับการเสียชีวิตของหนิงเฟย เรื่องนี้คงเป็นเรื่องยากที่จะจัดการได้ แน่นอนว่าหนิงหวังจะต้องกดดันพวกเราผ่านทางอาณาจักรเป่าหลง เพื่อให้พวกเราส่งมอบฆาตกรให้แก่เขา”หัวหน้ากองร้อยกล่าว และเสริมว่า” ท่านคิดเห็นเป็นเช่นไร? ”

ฉินชิพยักหน้า ถ้าคนทั่วไปก็ว่าไปอย่าง แต่คนที่เสียชีวิตคือหนิงเฟยเพราะฉะนั้นแม้ตายก็ยังสามารถนำพาปัญหามาให้ได้

“ใครฆ่าเขา?” ฉินชิชี้ไปที่ศพของหัวหน้าโจร

“ข้าเองที่เป็นคนลงมือ” หวงเสี่ยวหลงตอบอย่างเฉยเมย

“ไปจับเขา!” ฉินชิสั่งทหารไปทำการจับกุมเขา

“ขอรับ!!!”

และทหารหลายคนก็ไปล้อมรอบหวงเสี่ยวหลง

“ช้าก่อน! พวกเจ้าจะทำอะไร? ” เฉินเฟยหรงรู้สึกโกรธมาก และบรรดาศิษย์ และอาจารย์จาก สถาบันแสงดาราจ้องมองไปที่ฉินชิด้วยความโกรธ

มีรอยยิ้มที่หนาวเหน็บบนใบหน้าของหวงเสี่ยวหลง ในขณะที่เขาเฝ้าดูฉินชิ และเขาได้กล่าวว่า “ตามกฎหมายของอาณาจักรหลัวถง การฆ่าโจรชายแดนถือเป็นความชอบ และสมควรที่จะต้องได้รับรางวัล ดังนั้นข้าอยากจะถามว่าทำไมเจ้าไม่ทำตามกฎหมายของอาณาจักรหลัวถง และทำไมถึงต้องการจับข้าแทน? ”

ฉินชิสำลักกับคำพูดของหวงเสี่ยวหลง

“สามหาว!!! เจ้าฝันถึงการได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ? ” ฉินชิไม่ได้พูดคุยต่อ แต่หัวหน้ากองร้อยที่อยู่ข้าง ๆ เขาก็แสดงความโกรธอย่างมากและกล่าวว่า ” ไปจับกุมเด็กน้อยคนนี้เดี่ยวนี้! ”

อย่างไรก็ตามก่อนที่พวกเขาจะเข้าใกล้หวงเซี่ยวหลง ทหารเหล่านั้นถูกไล่โดยเฉินเฟยหรง และคอาจารย์ที่เป็นนักรบระดับสิบทั้งสองคน

“พวกเจ้าคิดที่จะกบฎ?!” หัวหน้ากองร้อยเห็นว่าทั้งสามคนขัดขวางทหารของเขา และถามพวกเขาดัง ๆ กล่าวหาเฉินเฟยหรง และอาจารย์ทั้งสองคนเป็นกบฎ

“ช่างเป็นข้อกล่าวหาที่กล้าหาญ!” เมื่อถึงจุดนี้มีเสียงพูดดังออกมา

“ใคร? ไสหัวออกมา! ” หัวหน้ากองร้อยตะโกนออกไป

เส้นทางถูกเปิดออกแบ่งศิษย์ออกเป็นสองฟาก มีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินออกมาที่ด้านหน้า และเขาคือเจ้าชายลู่ไค เมื่อฉินชิเห็นลู่ไค ใบหน้าของเขาเกิดความตึงเครียด อย่างไรก็ตามหัวหน้ากองร้อยไม่รู้จักลู่ไค และตะโกนออกไปว่า “ไปจับกุมตัวเขาอีกคน!”

“หยุดเดี๋ยวนี้!!!!” ฉินชิรับตะโกนออกไปอย่างรวดเร็ว ทำให้หัวหน้ากองร้อย และพลทหารตกใจอย่างมาก ฉินชิรีบกระโดดลงจากหลังม้าของเขา และรีบวิ่งไปที่ด้านหน้าของลู่ไค เขาคุกเข่าลงและทำการคาราวะ “ฉินชิขอคาราวะเจ้าชายลู่ไค!”

เจ้าชาย!!!!!!!

ที่หัวหน้ากองร้อย และเหล่าพลทหารต่างตกใจอยู่ภายใต้ความงุนงง หลังจากได้สติอย่างรวดเร็วเขารีบลงจากหลังม้าของพวกเขา และรีบคุกเข่าลง “ข้าน้อยขอคาราวะเจ้าชายลู่ไค!”

ที่ในเวลานี้ปรากฎเหงื่อเย็นไหลลงที่ด้านข้างของใบหน้าของพวกเขา

“พวกเจ้าทุกคนลุกขึ้น แต่สำหรับเจ้าคุกเข่าต่อไป!” ลู่ไคบอกให้ฉินชิ และทหารคนอื่น ๆ ทั้งหมดยืนขึ้นยกเว้นหัวหน้ากองร้อยที่ได้รับคำสั่งให้คุกเข่าต่อไป

ฉินชิลุกขึ้นยืน และเดินขึ้นไปข้าง ๆ ลู่ไค ในขณะที่ลู่ไคเห็นนายพลด้วยสายตาเย็นชากล่าวว่า “เจ้าสั่งให้จับข้า?”

ลูกปัดของเหงื่อเย็นบนใบหน้าของหัวหน้ากองร้อยโตขึ้น และเขารีบอ้อนวอน “ข้าไม่ได้ตระหนักว่าเป็นเจ้าชาย! ข้าหวังว่าท่านเจ้าชายจะทรงโปรดเมตตาละเว้นข้อผิดพลาดนี้สักครั้ง! ”

“เจ้าบอกว่าข้าเป็นกบฏ?”

หัวหน้ากองร้อยไม่ทราบว่าจะตอบเช่นไรดี ภายในหัวใจของเขา เขาได้เตรียมพร้อมที่จะตายแล้ว

จากนั้นลู่ไคหันกลับไป และมองไปที่ฉินชิภาพลักษณ์ที่ทำให้เส้นผมของฉินชิลุกขึ้นตั้งตรงด้วยความหวาดกลัว

“เจ้าอยากจับกุมตัวเขา เจ้ารู้ไหมว่าเขาเป็นใคร? ” ลู่ไคถามฉินชิในขณะที่ดวงตาของเขาชี้ไปที่ทางหวงเสี่ยวหลง ฉินชิหันไปมองหวงเสี่ยวหลงแบบแปลก ๆ

“เขาคือหวงเซี่ยวหลง!” ลู่ไคกล่าว

“อะไร? หวงเสี่ยวหลง! ”

“เขาคือหวงเสี่ยวหลง ?!”

ฉินชิ และนายทหารหลายคนได้หันเหอย่างฉับพลันไปในทิศทางของหวงเสี่ยวหลง และไม่ต้องสงสัยเลยว่าทุกคนรู้สึกตกใจมาก

หวงเสี่ยวหลงมีจิตวิญญาณการต่อสู้ในระดับสิบสองชั้นยอด และเป็นจิตวิญญาณปฐมมังกรดำ! ถือเป็นจิตวิญญาณระดับสิบสองครั้งแรกของอาณาจักรหลัวถง!

ข้อความนี้แผ่กระจายไปทั่วทั้งอาณาจักรหลัวถง จากสามัญที่ชนในระดับล่างไปจนถึงชนชั้นนายพล และขุนนางไม่มีใครที่ไม่รู้จักเขา? แม้บางส่วนของกองกำลังที่โดดเด่นในอาณาจักรใกล้เคียงก็ยังรู้ว่ามีปีศาจน้อยที่มีพรสวรรค์ได้ปรากฏตัวขึ้นในอาณาจักรหลัวถง

ตอนนี้ฉินชิเริ่มรู้สคกถึงเหงื่อที่ไหลผ่านด้านหลังจนเปียกชุ่ม

นอกจากนี้หวงเสี่ยวหลงยังมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับจอมพลฮ่าวเทียนซึ่งเขารู้ในเรื่องนี้อยู่แล้ว เมื่อได้ยินชื่อของหวงเสี่ยวหลงที่สีหน้าของหัวหน้ากองร้อยก็เปลี่ยนไป ก่อนหน้านี้เขาเตรียมพร้อมที่จะตายแล้ว แต่ตอนนี้เขาไม่แน่ใจว่าเขาจะตายได้อย่างสงบหรือไม่

“สำหรับเรื่องนี้ข้าจะรายงานเรื่องต่อพระบิดาของข้า!” ลู่ไคกล่าวเสริม

ฉินชิ และหัวหน้ากองร้อยก็รีบโชกศีรษะด้วยความกลัว

ทั้งสองคนยังคงก้มหน้าโขกศีรษะต่อไปจนคนจากสถาบันแสงดาราจากไปทั้งหมด

และหลังจากออกจากเมืองเล็ก ๆ แล้วพวกเขาก็ไม่ได้เดินทางกลับสู่เมืองหลวงเลย และแทนที่จะย้ายไปยังเมืองอื่น ๆ เพื่อฆ่าโจร

สองเดือนต่อมาพวกเขาก็เดินทางจากชายแดนกลับไปยังเมืองหลวง

สำหรับการเดิมพันระหว่างหวงเสี่ยวหลง และลู่ไค ไม่จำเป็นต้องพูดถึงหวงเสี่ยวหลงได้รับรางวัล

หลายเดือนต่อมาเมื่อกลับมาถึง เพราะได้รับรางวัลจากการกวาดล้างพวกโจรที่ชายแดน รางวัลจากอาณาจักรหลัวถงได้ถูกแจกจ่ายอย่างรวดเร็วตามกฎหมายอัตราของโจรหนึ่งคนต่อหนึ่งร้อยเหรียญทอง และหวงเสี่ยวหลงได้รับเหรียญทองมากกว่าหนึ่งหมื่นเหรียญทอง

ไม่นานหลังจากนั้นฉินชิถูกลดตำแหน่งลง และหัวหน้ากองร้อยถูกถอดออกจากกองทัพ

เมื่อหวงเสี่ยวหลงกลับมายังคฤหาสน์เทียนซวน พ่อแม่ และพี่น้องของเขาก็อยู่พร้อมกับหลี่ลู่ด้วย ในคืนเดียวกันนั้นคฤหาสน์เทียนซวนได้จัดงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จของหวงเสี่ยวหลง ในการผ่านการทดสอบความก้าวหน้าในชั้นเรียน

งานเลี้ยงมีชีวิตชีวามากโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับลูกน้อยสองคนคือหวงหมิ่น และหวงเสี่ยวไห่

หลังจากที่งานเลี้ยงได้สิ้นสุดลง และทุกคนก็เดินกลับไปที่ห้องพักเพื่อพักผ่อน หวงเสี่ยวหลง, จอมพลฮ่าวเทียน และเฟยฮาวนั่งอยู่ในห้องโถงใหญ่

“ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมาคนของนิกายดาบใหญ่ได้ปรากฏตัวใกล้ ๆ แถบนี้หรือไม่ ” หวงเสี่ยวหลงถาม

‘ไม่เลยท่านจักรพรรดิ” จอมพลฮ่าวเทียนกล่าวต่อว่า‘แต่ผู้ใต้บังคับบัญชาพบว่าในเดือนหน้า, นิกายดาบใหญ่จะจัดพิธีแต่งตั้งผู้นำนิกายคนใหม่’

“พิธีแต่งตั้งผู้นำคนใหม่?” เสียงของหวงเสี่ยวหลงดูแผ่วเบา “ผู้นำนิกายคนใหม่ของนิกายดาบใหญ่เป็นใคร?”

“น่าจะเป็นน้องชายของหลิวเว่ย ที่ชื่อหลินสือเริ้นซึ่งอยู่ในระดับจุดสูงสุดของนักรบระดับสิบขั้นปลาย อย่างไรก็ตามความสามารถของหลินสือเริ้นค่อนข้างดี และคาดว่าภายใน 10 ปีข้างหน้าเขาอาจจะเข้าสู่ขั้นนักรบเหนือธรรมชาติ ” คราวนี้เฟยฮาวเป็นผู้ตอบแทน

หวงเสี่ยวหลงพยักหน้า และจากนั้นเขาก็ขอให้จอมพลฮ่าวเทียน และเฟยฮาวคอยเฝ้าสังเกตดูการเคลื่อนไหวของนิกายดาบใหญ่อย่างใกล้ชิด

“โปรดวางใจได้ท่านจักรพรรดิ” ทั้งสองคนตอบด้วยความเคารพ

หวงเซี่ยวหลงได้นำเอามุกมังกรเพลิงออกมายี่สิบเม็ดมอบให้แก่จอมพลฮ่าวเทียน และเฟยฮาว แบ่งกันคนละ 10 เม็ดเพื่อใช้ในการบ่มเพาะ เมื่อทั้งสองคนตระหนักว่าหวงเสี่ยวหลงได้มอบมุกมังกรเพลิงที่เป็นสมบัติจากเจดีย์หลิงหลง สิ่งของที่เกิดจากพลังงานทางจิตวิญญาณตามธรรมชาติทั้งสองคนต่างก็รู้สึกซาบซึ้ง

เมื่อจอมพลฮ่าวเทียน  และเฟยฮาวได้ขอตัวลาจากไป หวงเสี่ยวหลงก็ไปที่บ้านพักของพ่อแม่ของเขาเพื่อแจ้งให้ทราบว่าเขาจะเดินทางไปฝึกฝนในป่าจันทราสีเงินในอีกสองวันข้างหน้า และเขาได้มอบมุกมังกรเพลิงให้แก่พ่อแม่ของเขาหกสิบเม็ด

ย้อนกลับไปในห้องของตัวเองหวงเสี่ยวหลงเริ่มฝึกทักษะเทพอสูรต่อ ในช่วงสองเดือนแห่งการฆ่าโจรหวงเสี่ยวหลงได้ก้าวมาถึงนักรบระดับเจ็ดขั้นกลางแล้ว

หวงเสี่ยวหลงได้เข้าสู่ภายในของเจดีย์หลิงหลง และกลืนมุกมังกรเพลิง และฝึกฝนทักษะการบ่มเพาะของเขา จิตวิญญาณมังกรคู่ลอยอยู่ข้างหลังของเขากำลังกลืนกินพลังงานทางจิตวิญญาณของโลกเบื้องล่าง