0 Views

 

หวงเสี่ยวหลงจ้องมองไปที่เศษของมังกรไฟ และความคิดที่ฉับพลันก่อเป็นประกายภายในใจของเขา เขาเอาผลไม้ปรงออกมาจากแหวนเทพอสูร

โดยไม่ต้องได้รับการแจ้งเตือน แรงดูดมาจากเจดีย์ และกระแสพลังงานทางจิตวิญญาณก็ออกมาจากผลไม้ปรง ผลไม้ปรงแห้ง และเหี่ยวย่นอยู่ข้างหน้าดวงตาของเขาก่อนที่มันจะหายไปในอากาศ

หลังจากที่พลังงานจิตวิญญาณจากผลไม้ปรงถูกดูดซึมปราณมังกรไฟก็มีปฏิกิริยาอย่างรวดเร็วแสดงสัญญาณของการควบแน่นมุกมังกรเพลิงเม็ดใหม่

การเฝ้าดูปรากฏการณ์นี้หัวใจของหวงเสี่ยวหลงมีความรู้สึกยินดี: วิธีนี้ใช้ได้ผล

ต่อจากนั้นหวงเซี่ยวหลงได้เอาผลไม้ปรงอีกผลหนึ่งออกมา เช่นเดียวกับสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ผลไม้ปรงถูกดูดพลังงานทางจิตวิญญาณ และหายไปจากมือของหวงเสี่ยวหลง หลังจากนั้นเขาเอาผลไม้ปรงออกมาอย่างต่อเนื่อง และหลังจากที่มีมุกมังกรเพลิงถูกสร้างจนประสบความสำเร็จขึ้นมาสิบกว่าเม็ด

จ้องไปที่มุกมังกรเพลิง หวงเสี่ยวหลงรู้สึกเหมือนอยากจะร้องไห้ ตอนนี้เขารู้ว่าผลไม้ปรงสามารถเอาไปใช้ได้ และอาจใช้ยาอื่น ๆ แทนมันอาจจะสามารถเร่งเวลาในการควบแน่นมุกมังกรเพลิงแต่ค่าใช้จ่ายก็ยังมากเกินไป

ใช้ไปมากกว่าสิบผลของผลไม้ปรง!

หวงเสี่ยวหลงมีผลไม้ปรงเหลือน้อยกว่ายี่สิบผลที่ยังคงเหลืออยู่ภายในแหวนเทพอสูรของเขา

แม้ว่าสมุนไพ รและผลไม้ชนิดนี้สามารถหาซื้อได้จากการประมูล แต่ราคาก็ค่อนข้างน่ากลัว ไม่ต้องพูดถึงหวงเสี่ยวหลง แม้แต่ผู้ปกครองของราชอาณาจักร ราชาลู่เจ๋อก็สามารถจ่ายได้ในระยะเวลาไม่ยาวนานมากนัก

ต่อจากนั้นหวงเสี่ยวหลงหยิบเม็ดยาปราณฉีจำนวนร้อยเม็ดออกมา และหลังจากถูกแรงดูดซับจากเจดีย์หลิงหลงจนหมดแล้ว มุกมังกรเพลิงก็ปรากฎออกมา

เม็ดยาปราณฉีหนึ่งร้อยเม็ดเท่ากับมุกมังกรเพลิง จำนวนนี้ถือว่าไม่น้อยเลย

ข้าสงสัยว่าแกนผนึกของสัตว์ปีศาจจะให้ผลเช่นไร  ทันใดนั้นหวงเสี่ยวหลงคิดถึงความเป็นไปได้ และเกิดความสงสัย

 

อย่างไรก็ตามไม่มีแกนสัตว์ปีศาจในแหวนของเขา

หลังจากนั้นไม่นานหวงเสี่ยวหลงก็ออกมาจากเจดีย์หลิงหลง และเดินไปที่ห้องโถงใหญ่ เรียก เฟยฮาว เขาให้เงินเฟยฮาวหนึ่งแสนเหรียญทองเพื่อมอบหมายให้เขาซื้อแกนสัตว์ปีศาจจากโรงประมูล

แม้ว่าเฟยฮาวจะรู้สึกงงงวยกับคำขอของหวงเสี่ยวหลง แต่เขาก็ไม่กล้าถามคำถามมากนัก

ประมาณครึ่งชั่วยามต่อมา เฟยฮาวกลับมายังคฤหาสน์ และทำตามคำสั่งของหวงเสี่ยวหลง เขาจัดหาแกนของสัตว์ปีศาจระดับเจ็ดมาสี่สิบชิ้น

หวงเสี่ยวหลงกำลังจะไปทดสอบทฤษฎีของเขา หลังจากที่เขาได้รับแกนปีศาจจากเฟยฮาวแล้วหวงเสี่ยวหลงก็รีบกลับไปที่ห้องของเขา และเดินเข้าไปในเจดีย์หลิงหลง และเอาแกนปีศาจขั้นที่เจ็ดออกมา

เจดีย์ยังสามารถดูดซับพลังแห่งปีศาจที่รุนแรงภายในแกนสัตว์ปีศาจได้ และในไม่ช้าพื้นที่เจดีย์ก็ดูดพลังงานทั้งหมดจากแกนสัตว์ปีศาจทั้งสี่สิบชิ้น แกนเหล่านี้กลายเป็นขี้เถ้าสีเทา และหายไปในที่สุด

และหลังจากทำการดูดซับพลังงานของสัตว์ปีศาจสี่สิบชิ้นเสร็จแล้ว ก็เกิดมุกมังกรเพลิงขึ้นมาใหม่สองเม็ด

เมื่อเห็นผลลัพธ์นี้หวงเสี่ยวหลงก็โล่งใจ จากสิ่งที่เห็นเขายังพอยอมรับได้หมายความว่าห้าหมื่นเหรียญทองสำหรับมุกมังกรเพลิงหนึ่งเม็ด

นี่เป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าการใช้ผลไม้ปรง หรือยาต่าง ๆ

แม้ว่าเงินจำนวนจะไม่มากนักแต่เขาก็ตัดสินใจที่จะเข้าไปในป่าจันทราสีเงินด้วยตัวเองเพื่อไล่ล่าสัตว์ปีศาจระดับเจ็ด

คราวนี้ระยะเวลาที่ใช้ในป่าจันทราสีเงินจะยาวนานกว่าครั้งสุดท้ายที่หวงเสี่ยวหลงเคยตัดสินใจเข้าไป ก่อนที่เขาจะมุ่งหน้าไปยังป่าจันทราสีเงินเพื่อฆ่าสัตว์ปีศาจ เขาจะเดินทางไปที่สถาบันเป็นสิ่งแรก เขาต้องการที่จะขอทดสอบเพื่อเลื่อนไปสู่ชั้นปีที่สอง นับตั้งแต่ที่เขาได้เข้าสู่นักรบระดับเจ็ด

เช้าวันรุ่งขึ้นหวงเสี่ยวหลงมาที่สถาบันแสงดารา และเดินตรงไปยังห้องของอาจารย์ใหญ่ อันที่จริงเรื่องเกี่ยวกับความก้าวหน้าในชั้นเรียนมักเป็นงานของอาจารย์ชั้นปี เมื่อถึงเวลาที่ได้รับการอนุมัติแล้วหกเดือนก็จะผ่านไปได้ ถ้าเขาทำเรื่องผ่านซุนจางหรือเซี่ยงฉู่โดยตรงจะช่วยให้เขาประหยัดเวลา และปัญหา

เมื่อหวงเสี่ยวหลงมาถึงห้องของอาจารย์ใหญ่บังเอิญทั้งซุนจาง และเซี่ยงฉู่อยู่ข้างในพอดี

ทั้งสองรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่ได้เห็นหวงเซี่ยวหลง และทั้งคู่ก็ยืนขึ้นพร้อมด้วยรอยยิ้ม

“เสี่ยวหลง ตอนนี้เจ้ามีเวลาว่างที่จะมาหาพวกเราทั้งสองคนหรือ” ซุนจางยิ้ม และถามต่อว่า “เจ้าเจอปัญหาในการฝึกฝนของเจ้าหรือ?”

เซี่ยงฉู่ยิ้มพร้อมกล่าวว่า “เจ้ามีปัญหาอะไร เจ้าสามารถสบายใจได้ และเพียงแค่บอกกับพวกเรา”

ทั้งสองคนคิดว่าการมาเยือนของหวงเสี่ยวหลงเป็นเรื่องที่มาจากปัญหาจากการบ่มเพาะ ดังนั้นเขาจึงเข้ามาขอคำแนะนำ

หวงเสี่ยวหลงส่ายหัวชี้แจง “ข้ามาเพราะข้าอยากจะขอทดสอบความก้าวหน้าเพื่อเลื่อนชั้นปี”

“ขอรับการทดสอบเพื่อเลื่อนไปสู่ชั้นปีที่สอง?” ทั้งสองคนทวนคำพูดอีกครั้ง ซุนจาง และเซี่ยงฉู่ ได้แลกเปลี่ยนกันอย่างรวดเร็วส่งผลให้ดวงตาเบิกกว้างขึ้นสี่ดวงตาจ้องมองไปที่กันและกันด้วยความตกใจ

“เจ้า … เจ้ากำลังจะบอกว่าเจ้าได้ผ่านเข้าสู่ขั้นนักรบระดับเจ็ด?” ซุนจางโพล่งออกมา ยังไม่ถึงครึ่งปีนับตั้งแต่จบการแข่งขัน ถึงแม้ว่าหวงเสี่ยวหลงได้รับยาซิงเหยา และเม็ดยาทะเลฉี แต่มันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะก้าวไปในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ! ตามความคิดของพวกเขาประมาณการ หวงเสี่ยวหลงจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งปีเพื่อทำเช่นนั้น

เซี่ยงฉู่ยังมีสีหน้าที่น่าทึ่งบนใบหน้าของเขา ในขณะที่เขาจ้องมองไปที่หวงเสี่ยวหลง

หวงเสี่ยวหลงพยักหน้ายืนยันสิ่งที่เพิ่งพูดออกไปว่า “ถูกต้องแล้ว” และเขาก็ได้ปลดปล่อยปราณฉีออกมา

“นักรบระดับเจ็ด! มันเป็นปราณของนักรบระดับเจ็ด! ” เมื่อหวงเสี่ยวหลงปลดปล่อยปราณฉีของเขาออกมานอกร่างกาย ซุนจาง และเซี่ยงฉู่ที่ยังไม่เชื่อในหนแรก และตอนนี้พวกเขาก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอย่างมาก

 

ถึงกระนั้นพวกเขาทั้งคู่ก็ยังคงมีสีหน้าแปลก ๆ

พวกเขาไม่ได้คาดหวังว่าหวงเสี่ยวหลงจะทำให้พวกเขาแปลกใจ

ถ้านี่เป็นความเร็วในการบ่มเพาะของหวงเสี่ยวหลง เขาอาจจะชนะจนได้อันดับหนึ่งมาครองได้ภายในสิบปี และกลายเป็นตัวแทนของสถาบันแสงดาราเพื่อไปสู่การต่อสู้ของเมืองจักรพรรดิของจักรวรรดิต้วนเริน

“แล้วคำถามของข้าในการทดสอบชั้นล่วงหน้า … ?” เห็นว่าซุนจาง และเซี่ยงฉู่ยังคงยืนเฉยอยู่ที่นั่น และจ้องเขม็งมาที่เขาโดยไม่มีคำตอบคิ้วของหวงเสี่ยวหลงขมวด และเริ่มถามพวกเขา

การได้ยินเสียงของหวงเสี่ยวหลงพูด ซุนจาง และเซี่ยงฉู่ตระหนักถึงความผิดพลาดของพวกเขาเมื่อพวกเขารู้สึกตัวขึ้นมา

“เสี่ยวหลง.. ข้าไม่ได้คาดหวังว่าเจ้าจะได้ก้าวมาสู่ขั้นนักรบระดับเจ็ดเร็ว ๆ นี้!” ซุนจางยิ้มเหมือนยามฤดูใบไม้ผลิมาถึงขณะที่เขามองไปที่หวงเสี่ยวหลง และกล่าวอีกว่า “คำขอของเจ้าสำหรับการทดสอบความก้าวหน้าในชั้นเรียนเรายอมรับแล้ว เอาแบบนี้พรุ่งนี้ชั้นปีที่สองจำนวนหกห้องจะเดินทางไปยังชายแดนเพื่อฆ่าโจร เจ้าก็ไปพร้อมกับทำชั้นปีที่สองทั้งหกห้อง ตราบเท่าที่เจ้าสามารถฆ่าโจรได้มากกว่าสิบคน ถือว่าเจ้าผ่านการทดสอบ”

“วันนี้พรุ่งนี้เช่นเดียวกับเจ้า เขาจะเข้าร่วมกับชั้นปีที่สองเพื่อฆ่าโจรที่ชายแดนของราชอาณาจักร ลู่ไคเขาได้ขอรับการทดสอบความก้าวหน้าในชั้นเรียนเมื่อสองวันก่อน ”

ลู่ไคไปด้วยหวงเสี่ยวหลงได้รับข่าวร้าย แต่เขาก็พยักหน้า และอำลาคนทั้งสอง

หลังจากที่หวงเสี่ยวหลงออกจากห้องของซุนจาง พวกเขาได้ส่งหวงเสี่ยวหลงออกไปพร้อมกับเฝ้าดูหวงเสี่ยวหลงเดินออกไปจนเขาหายลับไปจากมุมมองของคนทั้งสอง

“ตอนนี้ข้ากระหายความคาดหวังว่าผู้ชายตัวเล็กคนนี้จะประสบความสำเร็จในช่วงสิบปีข้างหน้า!” ซุนจางอุทานออกมา

เซี่ยงฉู่เห็นด้วย “บางทีร้อยปีต่อมา สถาบันแสงดาราของพวกเราก็ต้องการความใส่ใจจากเด็กน้อยคนนี้”

ซุนจางพยักหน้าของเขาเมื่อคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้

หวงเสี่ยวหลงมุ่งหน้ากลับไปที่คฤหาสน์เทียนซวนโดยไม่สนใจที่จะเข้าชั้นเรียนหลังจากที่เขาออกจากห้องของอาจารย์ใหญ่ เขาเข้าสู่ด้านในของเจดีย์หลิงหลง เขายังคงฝึกฝน และใช้มุกมังกรเพลิง

วันหนึ่งผ่านไป

ในเช้าวันที่สองหวงเสี่ยวหลงกลับมายังสถาบันอีกครั้ง และรอที่หน้าลานจัตุรัส เขาตั้งข้อสังเกตว่าศิษย์ชั้นปีที่ 2 ได้มารวมกันแล้ว และหวงเสี่ยวหลงจำศิษย์คนหนึ่งได้ซึ่งเป็นศิษย์ที่ได้รับรางวัลในการต่อสู้ในชั้นปีของห้องที่หกเย่หยง เย่หยงเป็นหนึ่งในคนที่เข้าสู่หุบเขามังกรเพลิงพร้อมกับเขานั่นเอง