0 Views

 

 

“เจ้าจะทำอะไรเจ้าสามัญชน?” หลินเค่อกล่าวอย่างไม่พอใจ และนางชี้ไปที่หวงเสี่ยวหลง สามัญชนต่ำต้อยคนนี้กล้าที่จะไล่นาง?!

“เจ้าไม่ได้ยินคำพูดที่ข้าพูดอย่างชัดเจนหรือ?” หวงเสี่ยวหลงได้แสดงออกอย่างไม่แยแสบนใบหน้าที่สงบนิ่ง

ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าที่กำลังขึ้นบันไดมา และปรากฎองครักษ์หลายคน

“คุณหนูมีเรื่องอะไร?” องครักษ์คนหนึ่งเดินขึ้นไปหาหลินเค่อ และกล่าวถาม

องครักษ์คฤหาสน์เสนาเหล่านี้กำลังรออยู่เบื้องล่าง และทุกคนก็รีบวิ่งขึ้นมาหลังจากได้ยินเสียงของคุณหนู

“สามัญชนที่ต่ำต้อยคนนี้กล้าที่จะดูถูกข้า! ไปตบสั่งสอน! ” หลินเค่อชี้ไปที่หวงเสี่ยวหลง และประกายแวววาวกระพริบผ่านดวงตา “ตบจนกว่าฟันร่วงหมดจากปากสุนัข! ”

“ถ้าใครกล้าที่จะยุ่งเกี่ยวพวกเขาจะได้รับการลงโทษเช่นเดียวกัน!”

“ขอรับคุณหนู!”

องครักษ์คฤหาสน์เสนามากกว่าสิบคน แผ่กระจายเป็นวงล้อมไปทั่วทั้งสองโต๊ะ หนึ่งในนั้นเดินชูมือของเขาออกมา และกวาดมันลงที่ใบหน้าของหวงเสี่ยวหลง

อดีตยามของคฤหาสน์ตระกูลหวงได้รับการเฝ้ามอง และอยากจะรีบออกไป แต่ภาพเงาหนึ่งที่เร็วกว่าพวกเขาได้ก้าวออกไป องครักษ์คฤหาสน์เสนาที่กำลังจะตบหวงเสี่ยวหลงก็ต้องกรีดร้องร่างของเขาคว่ำลงที่ด้านนอกราวกับว่าเขาโดนก้อนหินขนาดใหญ่ และร่วงลงบนพื้นก่อนที่จะกลิ้งตกบันไดลงไปสู่ชั้นล่าง

ความเงียบสั้น ๆ บุกเข้ามาในพื้นที่ชั้นแรก

ภาพเงาที่เห็นคือเฟยฮาว

หลังจากช่วงเวลาสั้น ๆ ที่เงียบเชียบแล้ว องครักษ์คฤหาสน์เสนาก็แสดงความโกรธ ทุกคนชักดาบออกจากฝักมาถือเอาไว้ในมือ ในตอนนี้เฟยฮาวตะโกนออกมาว่า “ไสหัวไป!” เสียงของเขาแผ่ออกเป็นคลื่น และมีสิ่งที่คล้ายสายฟ้าคดเคี้ยวพาดพิงออกมาจ เสียงตะโกนของเฟยฮาวนั้นเป็นทักษะการต่อสู้ระดับลึกลับชั้นสูง

ที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มองครักษ์คฤหาสน์เสนาคือจุดสูงสุดของนักรบระดับเจ็ดขั้นปลาย และความสามารถของพวกเขาไม่เพียงพอที่จะหลบหนีจากการโจมตีจากฟ้าผ่าเหล่านี้ได้ หลังจากร่างกายของเหล่าองครักษ์เหล่านี้สั่นอย่างรุนแรงแล้วค่อย ๆ ล้มลงกับพื้นองครักษ์คฤหาสน์เสนาเหล่านี้ไม่สามารถจำได้อีกต่อไป ร่างของพวกเขาถูกเผาไหม้ดำสนิทเหลือเพียงควันสีดำลอยออกมาจากพวกเขาเช่นการเผาถ่าน

“เจ้า !!!” หลังจากที่ได้เห็นองครักษ์คฤหาสน์เสนาพากันพ่ายแพ้ การแสดงออกของหลินเค่อ และ หลินเกาก็น่าเกลียดมาก

“ตบ!” เสียงของหวงเสี่ยวหลงดังขึ้น

“ขอรับนายน้อย!” เสียงของเฟยฮาวสิ้นสุดลงที่ด้านขวาของใบหน้าของหลินเค่อ ในเวลานี้มันถูกพิมพ์ด้วยเครื่องหมายสีแดงของนิ้วมือทั้ง 5

“เจ้าสามัญชน เจ้าหรือไม่ว่าข้าเป็นใคร? จริง ๆ แล้วเจ้ากล้าที่จะแตะต้องข้า! ” หลินเค่อกลัวแต่ยังคงกล่าวช่มขู่ มือข้างหนึ่งของนางห่อหุ้มไปที่ใบหน้าด้านขวา ในขณะที่นางจ้องมองไปที่หวงเสี่ยวหลง และเฟยฮาว

“อีกที!” เสียงของหวงเสี่ยวหลงดังออกมาอีกครั้ง

มีลายนิ้วมือสีแดงห้านิ้วปรากฏอยู่บนแก้มขวาของหลินเค่อ เลือดไหลออกจากปากของนางขณะที่นางถ่มน้ำลายออกมาก็มีฟันกระเด็นออกมาด้วย

หลินเค่อจ้องไปที่ฟันบนพื้น นางปล่อยความโกรธไปลงกับหวงเสี่ยวหลง และเฟยฮาว “เจ้ากล้าที่จะตีข้า? เจ้ากล้าที่จะตีข้า! เจ้ารู้ไหมว่าข้าเป็นใคร? ข้าคือคุณหนูของคฤหาสน์เสนา! พ่อของข้าคือเสนาหลินเซียน! ถ้าข้าต้องการที่จะฆ่าสามัญชนต่ำต้อย ข้าสามารถฆ่าได้เหมือนเช่นฆ่าสุนัข!”

“อีกครั้ง!” หวงเซี่ยวหลงไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย

“เพี๊ยะ !!! ” เสียงทุ้มสองเสียงดังก้องอยู่ในร้านอาหารที่เงียบสงบ คราวนี้ใบหน้าของหลินเค่อ บวมออกมาในขณะที่ทั้งสองข้างของนางมีรอยนิ้วมือสีแดงห้านิ้ว  เลือด และฟันสองสามซีกบินออกจากปากของนาง

“น้องหญิงอย่าพูดอีกต่อไป กลับไปที่คฤหาสน์เสนาก่อน! ” หลินเกาที่ได้เฝ้ามองดูทุกสิ่งทุกอย่างจากด้านข้างก็รู้สึกลำบาก และสับสนในเวลาเดียวกัน เขาเดินออกมา และดึงหลินเค่อออกไปขณะพยายามชักชวน เขาได้เห็นเจตนาของหวงเสี่ยวหลง ถ้าน้องสาวตัวน้อยของเขายังคงด่าว่านางอาจจะทิ้งฟันไว้ทั้งหมดที่นี่

ไม่ต้องรอการตอบสนองของหลินเค่อ หลินเกาลากหลินเค่อลงไปที่บันไดหนีเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

เมื่อได้เห็นหลินเกาลากหลินเค่อหนีออกไปด้วยความหวาดกลัว, หวงเสี่ยวหลงเยาะเย้ย

ก่อนที่หลินเค่อจะหายไปใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความไม่พอใจ และมีแต่ความเกลียดชัง และเขาเชื่อว่าเรื่องนี้จะไม่จบลงที่นี่ หากสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นไปตามที่เขาได้คาดเอาไว้หลังจากกลับไปที่คฤหาสน์เสนา ทั้งสองจะกลับมาที่นี่พร้อมกับกลุ่มผู้คนจำนวนมาก

เสี่ยวเอ้อมองหลินเกา และหลินเค่อที่รีบวิ่งออกไปจากนั้นรีบมองลงไปที่พื้นที่เต็มไปด้วยองครักษ์คฤหาสน์เสนา วิญญาณของเขาบินหนีไปด้วยความตกใจ สติของเขากลับมาหลังจากนั้นสักครู่ และรีบวิ่งไปแจ้งเรื่องนี้กับเถ้าแก่ของเขา

 

หลังจากที่หลินเกา และหลินเค่อวิ่งออกไป หวงเสี่ยวหลง และคนอื่น ๆ ก็ยังคงทานอาหารต่อไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ส่วนหลินเกา และหลินเค่อ พวกเขากลับไปที่คฤหาสน์เสนาทันทีที่ออกจากร้านอาหารเลิศรส

หลินเค่อวิ่งกลับมาที่คฤหาสน์เสนา ทั้งหลินเค่อ และหลินเกาก็รีบก้าวเข้าไปภายในห้องโถงใหญ่ หลินเซียนอยู่ในอารมณ์ที่ดีในขณะที่คุยกับชายวัยกลางคน ชายวัยกลางคนสวมชุดเกราะและมีป้ายเงาอยู่บนไหล่ของเขา ชายวัยกลางคนคนนี้เป็นนายพลนามว่าฮงเต๋อเชิง

หลินเค่อร้องไห้ออกมาในขณะที่นางเดินเข้าไปภายในห้องโถงใหญ่ซึ่งทำให้หลินเซียน   และ ฮงเต๋อเชิงสะดุ้งทำให้พวกเขาหยุดพูดคุยกัน

เมื่อทั้งสองเห็น ฮงเต๋อเชิงอยู่ภายในห้องโถงใหญ่พวกเขาก็รับกล่าวทักทายว่า “ท่านลุงฮง”

“เค่อเอ๋อเกิดอะไรขึ้น? ใครทำให้เจ้าเจ็บ? ” หลินเซียนเห็นเลือดบนใบหน้าลูกสาวของเขา และใบหน้าของเขาก็มืดลง

“ท่านพ่อท่านลุงฮง ท่านต้องให้ความยุติธรรมกับข้า!” หลินเค่อะปกปิดใบหน้าของนาง ในขณะที่ร้องไห้ “ในร้านอาหารเลิศรส กลุ่มสุนัขที่ต่ำต้อยพวกมันตบหน้าข้า! แม้แต่ฟันของข้าก็หลุดออกมา! ”

“ฮือ….ฮื……ฮือ…..อ!”

“อะไร ?!” ใบหน้าของหลินเซียนก็มืดลง และแสงระยิบระยับกระพริบไปทั่วดวงตาของเขา

“พวกเขาเป็นอย่างไรทำไมถึงกล้าลงมือ?” ในเวลานี้ฮงเต๋อเชิงก็ถาม

 

“พี่ฮงเจ้ากำลังพยายามจะพูดอะไร?” หลินเซียนถาม

ฮงเต๋อเชิงอธิบายว่า “เจ้ายังจำปีที่แล้วได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นที่ร้านอาหารเลิศรส?”

หลินเซียนสั่นจากหัวจรดเท้า เมื่อปีที่แล้วเสนาเมิ่งเฉิน และลูกชายของเขาเมิ่งเซี่ยทำร้ายน้องชายของจอมพลฮ่าวเทียน เนื่องจากพวกเขาพาผู้คนมามาก ต่อมาจอมพลฮ่าวเทียนรีบวิ่งไปที่ร้านอาหาร และฆ่าเมิ่งเฉิน และเมิ่งเซี่ยเพื่อระบายความโกรธของเขา ถึงแม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว หลินเซียนจะไปลืมได้อย่างไร? สถานที่ที่เมิ่งเฉิน และเมิ่งเซี่ยถูกฆ่าตายก็เป็นที่ร้านอาหารเลิศรส!

 

หลินเค่อ และหลินเกายังจำเหตุการณ์นี้ได้ และทั้งสองเปลี่ยนสีหน้าเป็นขาวซีด

“พี่ฮงเหตุการณ์บังเอิญดังกล่าวไม่ควรที่จะเกิดขึ้นใช่มั้ยล่ะ?” หลินเซียนลังเลก่อนที่จะถาม

“ปลอดภัยไว้ก่อนจะได้ไม่เสียใจทีหลัง” ฮงเต๋อเชิงกล่าว เขาหันกลับไปหาหลินเค่อ และถามว่า “คนที่ทำร้ายเจ้ามีลักษณะอย่างไร?”

หลินเค่อ และหลินเกา เล่าถึงลักษณะใบหน้าของเฟยฮาว จากความทรงจำทีละส่วน หลินเซียนและฮงเต๋อเชิงเริ่มหงุดหงิดขึ้นเมื่อหลินเค่อ และหลินเกาได้เล่าจนเสร็จสิ้น ฮงเต๋อเชิงได้ฟังแล้วรู้สึกสยดสยองเมื่อเขากล่าวว่า “ข้ากลัวว่าคนผู้นี้น่าจะเป็นน้องชายของจอมพลฮ่าวเทียน, เฟยฮาว!”

น้องชายของ จอมพลฮ่าวเทียน, เฟยฮาว!

 

ใบหน้าของหลินเค่อ และหลินเกา สูญเสียสีสันของพวกเขาทันที

ทันใดนั้นฮงเต๋อเชิงก็ถามคำถามต่อว่า “นอกจากเฟยฮาว ยังมีชายคนหนึ่งอยู่ในวัยเจ็ดสิบหรือไม่?”

หลินเค่อ และ หลินเกาพยายามนึก

แต่ในเวลานั้นจอมพลฮ่าวเทียนนั่งหันหลังให้กับบันได ดังนั้นจึงไม่มีใครสามารถรู้ได้ว่าเป็นเขาหรือไม่

“เราไม่ให้ใความสนใจกับทุกคน” หลินเค่อกล่าวเสริมว่า “มีประมาณ 14 คนในจำนวนทั้งหมด โอ้ใช่มีเด็กอายุประมาณสิบขวบ แต่เฟยฮาวเชื่อฟังคำสั่ง และปฏิบัติตาม เขาเรียกเด็กคนนั้นว่านายน้อยหรือว่าเขาจะเป็น … ? ”

“หวงเซี่ยวหลง!” หลินเซียน และฮงเต๋อเชิงตะโกนชื่อออกมาพร้อมกัน

หวงเสี่ยวหลง!

หลินเกา และหลินเค่อรู้สึกตัวสั่นสะเทือนเกือบสะดุดล้มลง

เป็นอันดับหนึ่งของชั้นปีแรกของสถาบันแสงดารา ชื่อนี้มีการแพร่กระจายไปทั่วทุกมุมของเมืองหลวง หวงเสี่ยวหลงมีจิตวิญญาณการต่อสู้ปฐมมังกรดำ สำหรับเรื่องนี้ไม่ใช่ความลับอีกต่อไป และเขาได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในคนที่มีพรสวรรค์มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของอาณาจักรหลัวถง

ถ้าเด็กคนนั้นคือหวงเสี่ยวหลงแล้ว … ? ภาพที่นางกำลังเรียกหวงเสี่ยวหลงเป็นสุนัข  สามัญชนต่ำต้อยแม้แต่การสั่งให้องครักษ์ของนางเพื่อไปตบปากของหวงเสี่ยวหลง ร่างกายของนางไม่สามารถหยุดสั่นได้ ตอนนี้เหมือนกับว่านางกำลังป่วยเป็นโรคลมชัก