0 Views

 

 

ศิษย์ของ สถาบันแสงดารา!

อันดับหนึ่งของชั้นปีแรก!

อาจารย์ใหญ่มอบเม็ดยาจิตวิญญาณระดับห้าขั้นสูงให้กับเขา!

หวงเผิง และซูเย่วรู้สึกราวกับว่าศีรษะของพวกเขาปั่นป่วนจนรู้สึกเวียนหัวขึ้นมา

ศิษย์ของสถาบันแสงดารา อ่า! ที่เหล่าผู้เยาว์ที่มีพรสวรรค์ที่สุดของอาณาจักรหลัวถงได้มารวมตัวกัน! ลูกชายของพวกเขาเป็นศิษย์ของสถาบันแสงดารา ไม่เพียงแค่นั้นเสี่ยวหลงยังเป็นอันดับหนึ่งของชั้นปีแรก และได้รับเม็ดยาจิตวิญญาณระดับห้าขั้นสูงจากอาจารย์ใหญ่สิ่งนี้หมายความว่า? ทั้งสองคนตระหนักดี; ข่าวนี้เกิดขึ้นอย่างฉับพลันรวดเร็วจนเกินไป และมันก็น่าตกใจมากจนเกินไป ไม่น่าเชื่อว่าประเด็นนี้ทำให้ทั้งคู่ไม่สามารถยอมรับได้ทั้งหมดในเวลาเดียวกัน

หลังจากช่วงเวลาที่ยาวนานมากผ่านไป หวงเผิง และซูเย่วก็สามารถตั้งสติจากความตกใจ และความตื่นเต้นของพวกเขาได้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างตัวเอง หวงเผิงส่ายศีรษะของเขาภายในใจกับคิดว่า: ลูกชายคนนี้ทำให้พวกเขาทั้งสองไม่สามารถมองออกได้อีกต่อ

ก่อนหน้านี้เฟยฮาวติดตามลูกชายของเขา และเรียกเขาว่านายน้อย และตอนนี้ที่น่าตกใจมากยิ่งขึ้นก็คือจอมพลฮ่าวเทียนแห่งอาณาจักรหลัวถงยังติดตามลูกชายของเขากลายเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาลูกชายของพวกเขาเช่นกัน

ด้านหนึ่งเขากลายเป็นศิษย์ของสถาบันแสงดารา และเขาเป็นศิษย์ชั้นปีที่ 1 และเขามีพรสวรรค์จนได้รับเม็ดยาจิตวิญญาณระดับห้าขั้นสูงโดยไม่มีเหตุผล และไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย!

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นทำให้พวกเขาไม่สามารถมองเห็นความลึกลับรอบ ๆ ตัวของลูกชายได้

ในที่สุดพวกเขาก็ยอมรับสองยาขวดที่มีเม็ดยาซิงเหยา และเม็ดยาทะเลฉีอยู่ภายใน

ในอีกด้านพวกเขาไม่ทราบว่าพวกเขาควรจะตื่นเต้นหรือมีความสุขดี

อย่างไรก็ตามหลังจากที่พวกเขาสงบลง และได้รับการยอมรับจากทั้งสอง หวงเสี่ยวหลงได้เอาตำราออกมาสองเล่มแล้วกล่าวว่า “นี่คือตำราการบ่มการเพาะระดับปฐพี และอีกเล่มเป็นทักษะการต่อสู้ในระดับเดียวกัน”

“อะไร? ตำราการบ่มการเพาะระดับปฐพี  และทักษะการต่อสู้ในระดับเดียวกัน! “หวงเผิง และซูเย่ว ที่พึ่งหายจากอาการวิงเวียนก็เริ่มเวียนหัวอีกครั้ง

ระดับปฐพี  !

เสียงกระหึ่มยังคงดังก้องอยู่ในหัวสมองของพวกเขา

เป็นเวลานานหลังจากนั้นพวกเขาจึงสามารถค่อย ๆ สงบสติลงได้

การได้รับตำราการบ่มการเพาะระดับปฐพี  และทักษะการต่อสู้ ทั้งคู่ไม่มีคำพูดใดที่จะสามารถกล่าวออกมาได้

“ท่านพ่อท่านแม่หลังจากปีใหม่อีกสองพวกเราสมควรย้ายไปอยู่ที่เมืองหลวงของอาณาจักรหลัวถง” เสียงของหวงเสี่ยวหลงแสดงให้เห็นว่าเป็นเรื่องที่จริงจังแค่ไหน

“ไปยังเมืองหลวงของอาณาจักรหลัวถง? เรื่องนี้ … ” หวงเผิง และซูเย่วรู้สึกประหลาดใจกับข้อเสนอแนะในทันทีทันใดของบุตรชาย และเกิดความลังเล

“เนื่องจากการตายของหลิวเว่ย คฤหาสน์ตระกูลหวงจะไม่ปลอดภัยอีกต่อไป นอกจากนี้ข้ายังได้ซื้อคฤหาสน์ไว้ที่เมืองหลวงเอาไว้แล้ว ” หวงเสี่ยวหลงกล่าวอย่างรวดเร็ว เนื่องจากนิกายดาบใหญ่จะรู้ว่าหลิวเว่ยถูกฆ่าโดยเขา ถ้าพ่อแม่ และพี่น้องของเขายังคงอยู่ในคฤหาสน์ตระกูลหวงจะไม่ปลอดภัย

ทั้งหวงเผิง และซูเย่วรู้ถึงความรุนแรงของปัญหานี้ และพวกเขาก็ไม่ได้คิดขัดแย้งในการย้ายไปยังเมืองหลวงแต่อย่างใด แค่เป็นเพราะว่าพวกเขาอาศัยอยู่ในคฤหาสน์ตระกูลหวงมาเป็นเวลานานโดยเฉพาะหวงเผิง ตั้งแต่ช่วงที่เขาเกิดมาเขาก็อยู่ที่นี่เสมอ

“แล้วท่านปู่ของเจ้า?” เมื่อหวงเผิงกล่าวถึงเรื่องนี้ หวงเสี่ยวหลงส่ายหน้า “มันเป็นไปไม่ได้หรอกท่านพ่อ ไม่จำเป็นต้องเอาเรื่องนี้ขึ้นมาพูดอีกต่อไป ”

 

หวงเผิงถอนหายใจภายในหัวใจของเขา ตอนแรกเขาอยากจะขอให้ลูกชายพาพ่อของเขาไปด้วยกัน แต่เขารู้ว่าลูกชายของเขาไม่สามารถพาหวงฉี่เต๋อไปด้วยได้ แม้ว่าลูกชายของเขาไม่ได้ฆ่าหวงหมิง และลูกชายของเขา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เสี่ยวหลงจะยอมยกโทษให้แก่พวกเขา เป็นเพราะเขาอ้อนวอนเพื่อขอความเมตตาจากเสี่ยวหลงเพื่อให้ยอมปล่อยเรื่องนี้ได้รับการจัดการตามกฎของคฤหาสน์ตระกูลหวง

หวงฉี่เต๋อเคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับหวงหมิงอยู่เสมอ และหวงเผิงรู้ดีว่าลูกชายของเขาไม่สามารถให้อภัยพ่อของเขาได้

หวงเผิงสามารถจินตนาการฉากนี้ได้หลังจากที่พวกเขาเดินทางไปยังเมืองหลวง

การมาถึงของบรรดาผู้คนของนิกายดาบใหญ่ที่มายังคฤหาสน์ตระกูลหวง หลิวเว่ยตายภายใน คฤหาสน์ตระกูลหวง และนั่นหมายความว่ คฤหาสน์ตระกูลหวงจะไม่สามารถหนีพ้นจากความโกรธแค้นของนิกายดาบใหญ่ได้ ทุกชีวิตของคฤหาสน์ตระกูลหวงจะต้อง …. !!

หวงเผิงกำลังรู้สึกร้อนรนอยู่ภายในใจ

สองวันต่อมา และวันปีใหม่ก็ได้มาถึง

หิมะตกลงมาในขณะที่เรือนรับรองตะวันออกอยู่ในอารมณ์ที่มีชีวิตชีวา หวงหมิ่น และหวงเสี่ยวไห่กำลังก่อความยุ่งเหยิงสำหรับหวงเสี่ยวหลงเพื่อให้ออกมาเล่นกับพวกเขา

แม้ว่าหวงหมิ่นจะได้รับบาดเจ็บจากหวงเหว่ย แต่อาการบาดเจ็บของนางก็เบากว่าหวงเผิง และหลังจากได้รับการรักษาจากหวงเสี่ยวหลง นางเกือบจะหายเป็นปกติแล้ว

ปีใหม่นี้เป็นปีใหม่ที่มีความสุขที่สุดสำหรับสองเด็กน้อย

ความอบอุ่น และความมีชีวิตชีวาในเรือนรับรองตะวันออกเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับส่วนที่เหลือของคฤหาสน์ตระกูลหวงที่กำลังจมอยู่ในความเงียบที่น่าขนลุกโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเรือนรับรองทางเหนือราวกับว่ามันถูกสาปแช่งด้วยบรรยากาศแห่งความตาย

ปีใหม่สิ้นสุดลงอย่างรวดเร็ว

ในวันที่สามของปีใหม่หวงเสี่ยวหลงได้พาพ่อแม่ของเขา และพี่น้องออกไปจากคฤหาสน์ตระกูลหวง เพื่อมุ่งหน้าไปยังเมืองหลวงของอาณาจักรหลัวถง

เมื่อพวกเขาออกไปหวงเผิงนำยามไปด้วยเจ็ดถึงแปดคน และคนรับใช้ เหล่ายาม และคนรับใช้ที่ตามหวงเผิงไปเคยอยู่กับเขามาตั้งแต่เล็ก และทุกคนมีความภักดีอย่างแน่นอน

หวงเสี่ยวหลงไม่มีข้อคัดค้านสำหรับเรื่องคนเหล่านี้

“พี่ใหญ่มีสถานที่น่าสนใจมากมายในเมืองหลวงอยู่หรือไม่?” บนท้องถนนหวงหมิ่นถามหวงเสี่ยวหลง เมื่อเด็กทั้งสองพบว่าพวกเขากำลังจะไปที่เมืองหลวงทั้งคู่ก็กระโดดด้วยความปลื้มปิติยินดี ตลอดทางทั้งสองคุยกันอย่างไม่หยุดหย่อน

“เมืองหลวงเป็นสถานที่ที่สนุก” หวงเสี่ยวหลงยิ้ม และกล่าวว่า

“พี่ใหญ่เราต้องกลับไปที่คฤหาสน์ตระกูลหวงในอนาคตอีกไหม” หวงเสี่ยวไห่ถาม

ในปีนี้หวงเสี่ยวไห่อายุได้เจ็ดขวบ และได้ผ่านพิธีปลุกจิตวิญญาณแล้ว พรสวรรค์ของเขาถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ดี

“แล้วเจ้าอยากจะกลับไปที่คฤหาสน์ตระกูลหวงหรือ?” แทนที่จะตอบหวงเสี่ยวหลงถามกลับอย่างยิ้มแย้ม

“ข้าไม่เคยต้องการที่จะกลับไปที่คฤหาสน์ตระกูลหวง!” หวงเสี่ยวไห่ส่ายหน้าอย่างแรง “ข้าไม่อยากเห็นหน้าของหวงเหว่ยอีกแล้ว!”

หวงเผิง และ ซูเย่วเข้าใจในหัวข้อนี้

เพราะเวลานี้หวงเสี่ยวหลงเดินทางออกมากับครอบครัวของเขา ความเร็วในการเดินทางของพวกเขาค่อนข้างช้าโดยใช้เวลาถึงหกวันกว่าจะออกจากมณฑลฉางหลาน

ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งเดือนเพื่อไปยังเมืองหลวงของอาณาจักรหลัวถง

ขณะที่พวกเขาออกจากมณฑลฉางหลาน จอมพลฮ่าวเทียนแจ้งต่อหวงเสี่ยวหลงว่าหวงฉี่เต๋อ, หวงหมิง และครอบครัวย้ายออกจากคฤหาสน์ตระกูลหวง

หวงเสี่ยวหลงพยักหน้า

นี่เป็นไปตามการคาดคิดของเขา

หวงฉี่เต๋อนั้นจะต้องกลัวว่านิกายดาบใหญ่จะมาระบายความโกรธให้กับคฤหาสน์ตระกูลหวง ดังนั้นเขาจะย้ายตระกูลหวงไปยังสถานที่ที่ปลอดภัย

ยี่สิบวันในการเดินทางผ่านไป

……………………..

ในระหว่างการเดินทางไม่มีใครรู้สึกตื่นเต้นเท่ากับหวงหมิ่น และหวงเสี่ยวไห่ ‘ตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลา’ ตลอดทางที่ผ่านมาเนื่องจากมีหลายวันที่มีโอกาสได้ใช้เวลาร่วมกันหวงหมิ่น, หวงเสี่ยวไห่ และเจ้าลิงน้อยเริ่มคุ้นเคยกันทั้งสามมักจะขี่ม้าไปด้วยกัน

อยู่มาวันหนึ่งลึกเข้าไปภายในคืนที่เงียบสงบ

หวงเสี่ยวหลงกำลังอยู่ในที่โล่งที่อยู่ใกล้กับป่า

ทุกคนชุมนุมกันอยู่รอบ ๆ กองไฟและมีเนื้อสัตว์กำลังถูกย่างเหนือกองไฟมันเป็นเนื้อของสัตว์ปีศาจเฟิร์นทราย และกลิ่นหอมของมันกระจายออกไปรอบ ๆ หวงหมิ่น, หวงเสี่ยวไห่ และเจ้าลิงน้อยกำลังประพฤติตัวดี ๆ รอคอยอย่างอดทนที่ด้านข้างมีน้ำลายไหลออกมาจากมุมปากของพวกเขา ในขณะที่ดวงตากลมโตต่างก็จ้องอยู่บนเนื้อย่าง เปลวไฟเรืองแสง และสะท้อนภาพเงาของพ่อแม่ของเขา

การเฝ้าดูฉากนี้หัวใจของหวงเสี่ยวหลงเต็มไปด้วยความอบอุ่น

 

เวลานี้จอมพลฮ่าวเทีย ก็มาข้างหลัง หวงเสี่ยวหลง และเสียงกระซิบเบา ๆ : “นายน้อย, ผู้ใต้บังคับบัญชามีอะไรบางอย่างที่ต้องรายงานเกี่ยวกับเรื่องของคฤหาสน์ตระกูลหวง”

หวงเสี่ยวหลงยืนขึ้นและเดินห่างออกไปจากกองไฟ

“มีเรื่องอะไร?” หวงเสี่ยวหลงถาม

“นายน้อย ผู้ใต้บังคับบัญชาเพิ่งได้รับรายงานว่านิกายดาบใหญ่ได้พบตัวของหวงฉี่เต๋อ และคนอื่น ๆ แล้ว” จอมพลฮ่าวเทียนกล่าวออกมาตรง ๆ ว่า “หวงฉี่เต๋อ หวงหมิง หวงจุน และหวงเหว่ย ถูกฆ่าตายโดยคนจากนิกายดาบใหญ่ ”

หวงเสี่ยวหลงเงียบไปสักครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า “ข้ารู้แล้ว” หลังจากพูดแบบนั้นแล้วเขาก็หันกลับแล้วเดินไปที่กองไฟ

“เสี่ยวหลง, มีเรื่องอะไร?” หวงเผิงถามราวกับว่าเขาได้คาดเดาผลลัพธ์เอาไว้อยู่แล้ว

หวงเสี่ยวหลงพยักหน้า และกล่าวว่า “ฮ่าวเทียนรายงานว่าคนคฤหาสน์ตระกูลหวงถูกนิกายดาบใหญ่พบตัวแล้ว” เกี่ยวกับเรื่องนี้หวงเสี่ยวหลงไม่ต้องการที่จะปิดบังพ่อของเขา