0 Views

 

 

“ไว้ชีวิตทุกคน?” หวงเสี่ยวหลงทวนคำซ้ำไปซ้ำมา

อย่างไรก็ตามในขณะนี้ หวงเหว่ย กำลังมองไปที่หวงเสี่ยวหลงด้วยความรู้สึกเกลียดชัง และบอกกับหวงหมิงและหวงจุนว่า “ท่านพ่อ ท่านพี่ไม่จำเป็นต้องขอร้องสุนัขตัวนี้ ข้าไม่เชื่อว่าสุนัขตัวนี้กล้าที่จะทำอะไรกับพวกเรา! ”

ได้ยินแบบนี้หวงหมิง และหวงจุนหน้าเปลี่ยนสีในทันที

“คุกเข่าลงเดี่ยวนี้!!! และยอมรับความผิดของเจ้า!” หวงหมิงโกรธมาก และโกรธมากยิ่งขึ้นในเวลาเดียวกัน ในที่สุดเขากังวลมากจนเขาเขากระโดดขึ้นพร้อมกับใช้ฝ่ามือของเขาตบไปที่ใบหน้าของหวงเหว่ยที่แก้มด้านขวา

และหวงหมิงตบลงไปอย่างหนักจนทำให้หวงเหว่ยรู้สึกสับสน

เจ้าลูกคนนี้อยู่ในสถานการณ์เช่นนี้แล้ว แต่เขายังไม่รู้ถึงอะไรควรทำไม่ควรทำ จนถึงจุดนี้ยังคงโง่ที่จะกล้าแสดงอาการต่อต้านแถมยังไปเรียกว่า ‘สุนัข’ เขาเบื่อการใช้ชีวิต?

แสงไฟเย็นยะเยือกประกายข้ามผ่านดวงตาของหวงเสี่ยวหลง ขณะที่เขาเฝ้าดูหวงเหว่ย

หวงฉี่เต๋อที่ยืนอยู่ด้านข้างเลือกที่จะเข้ามาแทรกแซงในช่วงเวลานี้ เขามองไปที่หวงเสี่ยวหลง อย่างฉับพลัน และกล่าวว่า “เสี่ยวหลง, หวงเหว่ย ยังเด็ก และไร้เดียงสา ปู่ขอร้องเจ้าโปรดช่วยเห็นแก่หน้าบิดาของเจ้าสักครั้ง ปู่จะขอค้ำประกันด้วยชีวิตว่าจะไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต! ”

ซูเย่วยืนอยู่ใกล้ ๆ และได้ยินทุกสิ่งทุกอย่าง แต่นางไม่ได้พูดอะไร

 

จากนั้นเสียงคำขอร้องที่อ่อนแอดังออกมา และดูเหมือนจะได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก หวงเผิง กำลังทุ่มเทความพยายามทุกก้าวเพื่อออกมาด้วยความช่วยเหลือของเหล่าคนรับใช้

แม้แต่ตอนที่อยู่ภายในเรือนรับรอง หวงเผิงก็ได้ยินเสียงระเบิดจากการต่อสู้ของหลิวเว่ย และ จอมพลฮ่าวเทียน  และเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับลูกชายของเขา เขายืนยันที่จะออกมาจากห้องเพื่อดูสถานการณ์โดยไม่คำนึงถึงสภาพร่างกายที่กำลังได้รับบาดเจ็บของตัวเอง

สิ่งแรกที่เขาเห็นคือสภาพร่างกายของหลิวเว่ยนอนอยู่บนพื้นโดยมีเลือดไหลออกมาจากลำคอ แต่ไม่มีลมหายใจเหลืออยู่แล้ว

หลิวเหว่ยผู้นำของนิกายดาบใหญ่ได้ตายไปแล้ว!

หวงเผิงรู้สึกตกใจอย่างมาก และพบว่ามันยากที่จะเชื่อได้จริง ๆ

หลิวเว่ยเป็นนักรบเหนือธรรมชาติ แต่ในท้ายที่สุดเขาก็ยังคงถูกฆ่าตาย ใครเป็นคนฆ่าเขา?

“พี่เผิง เจ้าออกมาทำไม ?!” เห็นหวงเผิง ซูเย่วถามด้วยความเป็นกังวล ในขณะที่นางรีบวิ่งไปหาเขา และช่วยพยุงแขนของเขาเอาไว้

หวงเผิงส่ายหัวยืนยันว่า “ข้าสบายดี”

จากนั้นเขาก็หันมามองหวงเสี่ยวหลง แล้วมองดูพี่ใหญ่ของเขาหวงหมิง, หวงจุน และหวงเหว่ย  ที่กำลังคุกเข่าลงตรงหน้าของหวงเสี่ยวหลง ถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เขาก็พอคาดเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

“หวงเผิง เจ้าช่วยบอกเสี่ยวหลงเพื่อช่วยหวงหมิง และลูกชายของเขา ที่ได้สำนึกถึงความผิดของพวกเขาแล้ว ” หวงฉี่เต๋อกล่าวอย่างรวดเร็วเมื่อเขาเห็นหวงเผิงเข้ามา

หัวของหวงเผิงหันไปทางลูกชายของเขาและพูดว่า “เสี่ยวหลง ทำไมเจ้าไม่ยอมอภัยให้พวกเขา?”

หวงเสี่ยวหลงกล่าวว่า “ท่านพ่อท่านขอร้องให้ข้าปล่อยพวกเขาไป แต่เมื่อสองวันก่อนพวกเขาได้ช่วยเหลือท่านหรือไม่? เมื่อหลิวเว่ยลงมือทำร้ายท่านจนบาดเจ็บสาหัส ท่านปู่บอกหวงหมิงให้ช่วยท่านหรือไม่? “หวงเสี่ยวหลงชี้ไปที่หวงฉี่เต๋อ ในเวลานั้นหวงฉี่เต๋อไม่ได้พูดอะไรกับหวง หมิงเพื่อช่วยเหลือพ่อแม่ของเขา  แม้แต่ในเวลาที่หลิวเว่ยต้องการทำลายการบ่มเพาะของข้า ท่านปู่ หวงหมิงหรือใครก็ตามมีสักครั้งไหมที่คิดที่จะช่วยข้า? ” หวงเสี่ยวหลงยังกล่าวต่อด้วยดวงตาเย็นชาของเขาที่กำลังจ้องที่หวงฉี่เต๋อ

ถ้าไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่เขาได้นำจอมพลฮ่าวเทียนกลับมาพร้อมกับเขา ในเวลานี้คนที่ตายจะต้องเป็นเฟยฮาว!

และเขาจะกลายเป็นคนพิการ!

หวงหมิง, หวงจุน และหวงเหว่ยจะคิดหาวิธีที่จะทรมานเขา เหมือนสิ่งที่หลิวเว่ยได้กล่าวเอาไว้ก่อนหน้าความตายอาจจะดีกว่าการมีชีวิตอยู่

การฟังคำถามที่มาจากหวงเสี่ยวหลง หัวของหวงฉี่เต๋อก้มต่ำ และจมลงในความอับอาย และไม่มีคำพูดใด ๆ ที่สามารถเอ่ยออกมาจากปากของเขาได้ หวงหมิง และหวงจุนกำลังมองอย่างเงียบ ๆ

หวงเผิงถอนหายใจและกล่าวว่า “เสี่ยวหลง แม้จะเป็นแบบนั้นก็ยกโทษให้พวกเขาเถอะ”

“เห็นแก่ท่าน ข้าจะไม่ฆ่าพวกเขา” ตั้งแต่พ่อของเขาอ้อนวอนสำหรับพวกเขา เขาไม่สามารถทนที่จะปล่อยให้พ่อของเขาต้องรู้สึกผิดหวัง ความเย็นชาในสายตาของเขาที่จ้องมองไปยังคนทั้งสาม “เรียกเหล่าผู้อาวุโสเปิดการพิจารณาโทษตามกฎของตระกูล และพวกเราจะตัดสินเรื่องนี้ตามกฎของคฤหาสน์ตระกูลหวง!”

ตัดสินตามกฎของคฤหาสน์ตระกูลหวง!

หวงหมิง, หวงจุน, และหวงเหว่ยลอบถอนหายใจภายในใจ อย่างไรก็ตามใบหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนเป็นสีซีดจางในเวลาเดียวกัน

ตามกฎของคฤหาสน์ตระกูลหวง การสมรู้ร่วมคิดกับบุคคลภายนอกเพื่อทำร้ายพี่น้องในตระกูลจะถูกลงโทษโดยการทำลายการบ่มเพาะ และถูกไล่ออกจากคฤหาสน์ตระกูลหวง!

 

ในเวลากลางคืน

หิมะตกลงมาอย่างต่อเนื่อง

หวงเสี่ยวหลง ยืนอยู่ในลานหน้าบ้านพักของเขา เขาจ้องมองขึ้นไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มืดที่มีแต่หิมะตกลงมาบนร่างของเขา

ก่อนหน้าช่วงบ่ายหวงฉี่เต๋อได้เรียกประชุมสภาผู้อาวุโส และตามกฎของคฤหาสน์ตระกูลหวง ที่เกี่ยวกับโทษของหวงหมิง, หวงจุน และหวงเหว่ย

แต่ในระหว่างการประชุมพ่อของเขาได้ขอร้องให้ลุงของเขาอีกครั้ง และท้ายที่สุดการบ่มเพาะของสามคนถูกทำลาย แต่พวกเขายังคงสามารถอยู่ภายในคฤหาสน์ตระกูลหวงได้ต่อไป

หวงฉี่เต๋อได้ออกคำสั่งให้เฉินหยิงรับหน้าที่ไปจัดการเรื่องทั้งหมด

ที่ประชุมสภา หวงเสี่ยวหลงไม่ได้เข้าร่วม เขารู้เรื่องทุกอย่างเพราะซูเย่วได้มาบอกผลให้เขาทราบ

เมื่อมาถึงตอนนี้จอมพลฮ่าวเทียน และเฟยฮาวเข้ามายืนที่ข้างหลังของหวงเสี่ยวหลง

“ท่านจักรพรรดิเรื่องนี้โปรดอย่าได้ตำหนินายรองเป็นที่รู้กันดีว่าหวงหมิงเป็นลุงของท่าน ” จอมพลฮ่าวเทียนพยายามกล่าวปลอบใจ

หวงเสี่ยวหลงพยักหน้า: “ข้าเข้าใจ” แม้ว่าหวงหมิงจะปฏิบัติกับหวงเผิงไม่ดี แต่พ่อของเขาก็ยังอ้อนวอนให้แก่พวกเขา หวงเสี่ยวลองไม่เคยถือโทษโกรธเคืองพ่อของเขาเลยสักครั้ง

อีกไม่กี่อึดใจต่อมาหวงเสี่ยวหลงก้าวเดินออกไปจากลานหน้าที่พักพร้อมกับจอมพลฮ่าวเทียนและเฟยฮาว และทั้งสามคนเดินไปที่ห้องของหวงเผิง

ทั้งพ่อและแม่ของเขาอยู่ภายในห้อง

หลังจากได้รับการรักษาจากหวงเสี่ยวหลงโดยใช้พลังภายในของคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็น อาการบาดเจ็บของหวงเผิงได้รับการเยียวยารักษาดีขึ้นเป็นอย่างมาก และเขาไม่จำเป็นต้องนอนอยู่แต่บนเตียงอีกต่อไป

“เสี่ยวหลง!” หวงเผิง และซูเย่วเห็นว่าหวงเสี่ยวหลงกำลังจะเดินออกไปพร้อมกับจอมพล         ฮ่าวเทียน  และเฟยฮาว ทั้งสองคนรีบลุกขึ้นยืน

“คาราวะท่านจอมพล!” จากนั้นหวงเผิง  และซูเย่วกล่าวทักทายจอมพลฮ่าวเทียน

ถึงเวลานี้หวงเผิงรู้ถึงฐานะที่แท้จริงของจอมพลฮ่าวเทียนแล้ว

“ไม่…ไม่!” เห็นหวงเผิง และซูเย่วกล่าวทักทายเขา จอมพลฮ่าวเทียนลนลานเล็กน้อย และเขารีบเข้าไปพยุงหวงเผิง และซูเย่ว เมื่อมองไปที่คนทั้งสอง เขาก็ยิ้มอย่างขมขื่นว่า “ในอนาคตแค่เรียกข้า และเฟยฮาวด้วยชื่อนี้ก็พอ พวกเราทั้งสองเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของนายน้อย พวกเราไม่กล้ารับการคาราวะจากท่านทั้งสอง!”

อะไรนะ!!!

จอมพลฮ่าวเทียนกล่าวว่าแม้ว่าเขาจะเป็นจอมพลของอาณาจักรหลัวถงมีอำนาจเหนือทหารนับหมื่น และอยู่ภายใต้พระมหากษัตริย์หนึ่งพระองค์ แต่สำหรับหวงเสี่ยวหลงเขาเป็นแค่ผู้ใต้บังคับบัญชา

แม้จะได้ยินคำพูดจากจอมพลฮ่าวเทียน หวงเผิง และซูเย่วก็ยังไม่กล้าเรียกจอมพลฮ่าวเทียนตามชื่อของเขา

นี่คืออาณาจักรหลัวถง และมีเพียงจอมพลฮ่าวเทียน

ถ้านี่เป็นเหมือนที่ผ่านมา พวกเขาก็จะไม่มีคุณสมบัติที่แม้แต่จะกล่าวทักทายจอมพลฮ่าวเทียน

 

ครู่ต่อมาทุกคนก็นั่งลง

ก่อนที่หวงเผิง และซูเย่วจะพูโอะไร หวงเสี่ยวหลงหยิบเอาผลไม้ปรงออกมายี่สิบผล

“นี่เป็นผลไม้ปรง!” ตาของทั้งสองเบิกกว้างขึ้นอย่างประหลาดใจ

หวงเสี่ยวหลงยิ้มและพยักหน้า “ถูกต้อง ผลไม้ปรงยี่สิบผลนี้เป็นสิ่งที่ลูกได้พบโดยบังเอิญ ท่านพ่อท่านแม่ท่านทั้งสองคนโปรดรับผลไม้ปรงเพื่อใช้ในการบ่มเพาะเถอะ ”

ทั้งหวงเผิง และซูเย่วกำลังจะเปิดปากพูด แต่หวงเสี่ยวหลงก็เร็วยิ่งกว่าพวกเขารีบกล่าวออกมาเป็นครั้งที่สอง “ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรข้าได้กินผลไม้ปรงไปมากแล้ว นอกจากนี้ข้ายังมีของอย่างอื่นที่จะมอบให้พวกท่าน”

ดังนั้นหวงเผิง  และซูเย่วจึงสามารถทำได้เพียงรับผลไม้ปรงไว้เท่านั้น

เมื่อทั้งคู่มีความสุขจากผลไม้ปรง หวงเสี่ยวหลงจึงหยิบขวดเล็ก ๆ สองขวดออกมาเพื่อมอบให้แก่หวงเผิง และซูเย่ว เขากล่าวต่อว่า “ท่านพ่อท่านแม่นี่เป็นยาจิตวิญญาณระดับสี่ เม็ดยาซิงเหยา และอีกขวดนี้เป็นยาจิตวิญญาณรระดับห้าขึ้นสูง เม็ดยาทะเลฉีโปรดรับมันไว้ด้วย”

ยาจิตวิญญาณระดับสี่ เม็ดยาซิงเหยา!

ยาจิตวิญญาณรระดับห้าขึ้นสูง เม็ดยาทะเลฉี!

หวงเผิง และซูเย่วตัวสั่นด้วยความตื่นเต้นในขณะที่จ้องมองไปที่ลูกชายของพวกเขาด้วยท่าทางที่ไม่อยากเชื่อ

“เสี่ยว..เสี่ยวหลง เจ้า….เจ้าพูดว่าในขวดทั้งสองนี้ … ?”  หวงเผิงกลายเป็นคนที่พูดติดอ่างในขณะที่เขาพยายามจะถามหวงเซี่ยวหลง

หวงเสี่ยวหลงหัวเราะเบา ๆ  “ถูกต้อง อันที่จริงข้าเป็นศิษย์ของสถาบันแสงดารา ครั้งนี้ในการแข่งขันของสถาบัน ข้าได้รับรางวัลอันดับหนึ่งของชั้นปีแรก และได้รับรางวัลเป็นเม็ดยาซิงเหยาสำหรับเม็ดยาทะเลฉีได้รับมอบมาจากท่านอาจารย์ใหญ่ซุนจาง และท่านรองอาจารย์ใหญ่เซี่ยงฉู่”