0 Views

 

 

“การต่อสู้ของเมืองจักรพรรดิ!” ดวงตาของหวงเสี่ยวหลงกระพริบเป็นประกาย

เขาต้องเพิ่มความแข็งแกร่งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และเอาชนะตำแหน่งอันดับหนึ่งของสถาบันเพื่อไปสู่​​จักรวรรดิต้วนเรินเพื่อเข้าร่วมการต่อสู้ของเมืองจักรพรรดิเพื่อเข้าสู่สถาบัน ต้วนเริน

เมื่อเขาเข้าสถาบันต้วนเรินแล้ว แม้ว่าเฉินเทียนฉีจะรับรู้ถึงตัสตนของเขา แต่เขาก็ไม่สามารถจัดการเข้าได้อย่างโจ่งแจ้ง

เมื่อห้าสิบปีก่อน เฉินเทียนฉีก้าวไปถึงนักรบศักดิ์สิทธิ์ระดับห้าแล้ว ความจริงเรื่องนี้ทำให้หวงเซี่ยวหลงรู้สึกเป็นกังวลอย่างมาก ทำให้เขาต้องการเพิ่มความแข็งแกร่งของเขา

อย่างไรก็ตามสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือการบุกเข้าสู่นักรบระดับเจ็ด และเปิดชั้นแรกของ เจดีย์หลิงหลง

ไม่นานหลังจากที่หยูหมิง, เฟยฮาว และจอมพลฮ่าวเทียน จากไปหวงเสี่ยวหลงกลับไปที่ห้องพักของเขา และเริ่มต้นฝึกฝนทักษะเทพอสูร

นั่งไขว่ห้างอยู่บนเตียงหยกเย็น จิตวิญญาณของโลกเบื้องล่างเทลงมาจากช่องว่างด้านบนเหมือนแม่น้ำพุ่งไปยังปากของมังกรสีดำ และสีฟ้า  เจดีย์หลิงหลงก็ลอยออกมาอยู่เหนือหัวของหวงเสี่ยวหลง ขนานไปกับจิตวิญญาณมังกรคู่ แสงสีทองกระพริบปล่อยไฟฉีออกมาเพื่อส่งเข้าไปในร่างกายของหวงเสี่ยวหลง, ร่างกายของหวงเสี่ยวหลงทุกตารางนิ้ว ทุกเส้นลมปราณของเขาเต็มไปด้วยปราณจากโลกเบื้องล่าง

ก่อนหน้านี้ปราณของโลกเบื้องล่างในร่างกายของเขาเป็นสีเทาจาง ๆ แต่ตอนนี้หลังจากการหลอมรวมกับไฟฉีสีของมันก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป และกลายเป็นสีเทาเข้ม

 

ความมืดได้เริ่มขึ้น

ความเงียบปกคลุมไปทั่ว

แสงจันทร์สาดส่องเป็นประกายเหมือนแสงสะท้อนของน้ำ ในขณะที่หวงเสี่ยวหลงอยู่บนเตียงหยกเย็นกำลังถูกปกคลุมไปด้วยหมอกสีเทาเข้ม และภายในแสงสีเทาเข้มนี้เปลวไฟสีแดงกระพริบออกมาเป็นระยะ

คืนหนึ่งผ่านไป

เมื่อแสงแดดตอนเช้าไหลลงมายังลานหน้าห้องพักของหวงเสี่ยวหลง เขาก็ยุติการฝึกฝน การสูดลมหายใจเอาอากาศบริสุทธิ์เข้ามาทำให้รู้สึกสดชื่น หวงเสี่ยวหลงจึงมองไปตามทิศทางของมณฑลฉางหลานซึ่งเป็นที่ตั้งของคฤหาสน์ตระกูลหวง

อีกสองสัปดาห์ก็จะเป็นวันแรกของปีใหม่ และวันนี้เขาวางแผนที่จะเดินทางกลับไปยังคฤหาสน์ตระกูลหวง ถ้าเดินทางเร็วพอเขาจะสามารถกลับไปที่คฤหาสน์ตระกูลหวงได้ในเวลาสิบสองหรือสิบสามวัน

เมื่อคิดว่าเขาต้องกลับไปแล้ว เขาจะได้เห็นหน้าพ่อแม่ และพี่น้องของเขาที่เขาไม่ได้พบเจอในช่วงเวลาหนึ่งปี หวงเสี่ยวหลงแทบจะไม่สามารถระงับความตื่นเต้นภายในใจเอาไว้ได้

ข้าไม่รู้ว่าแม่และพ่อสบายดีหรือไม่ย้ำความตื่นเต้นภายในใจของเขาหวงเสี่ยวหลงยังคงนึสงสัย

ก่อนที่เขาจะจากไปเขาได้มอบยาจิตวิญญาณระดับสี่ขั้นสูงให้กับพ่อของเขา และพ่อของเขาได้ก้าวเข้าสู่นักรบระดับหกขั้นปลายแล้ว ในช่วงเวลาหนึ่งปีนี้ดูเหมือนว่าเขาน่าจะผ่านไปยังนักรบระดับเจ็ด

นักรบระดับเจ็ด

แม้ว่าจะยังคงแย่กว่าเมื่อเทียบกับลุงของเขา หวงหมิงซึ่งเป็นจุดสูงสุดของนักรบระดับเจ็ดขั้นปลาย หวงเสี่ยวหลงเชื่อว่าในช่วงเวลา 5 – 6 ปี เขาจะสามารถช่วยพ่อของเขาให้สามารถตามหวงหมิงได้ทัน และบางทีอาจจะก้าวล้ำนำเขาได้

ออกจากลานที่พักของเขา หวงเสี่ยวหลงไปที่ห้องโถงใหญ่ และเห็นว่าหยูหมิง, เฟยฮาว และ จอมพลฮ่าวเทียนได้มารอเขาอยู่ก่อนแล้ว

เมื่อเห็นการมาถึงของหวงเสี่ยวหลงคนทั้งสามคนก็รีบออกมาคำนับ

และอีกกว่าหนึ่งชั่วโมงต่อมาหวงเสี่ยวหลง จอมพลฮ่าวเทียน และเฟยฮาว ออกจากคฤหาสน์เทียนซวนเพื่อเดินทางกลับไปยังมณฑลฉางหลาน และกลับไปที่คฤหาสน์ตระกูลหวง

อย่างไรก็ตามหยูหมิงไม่ได้รวมอยู่ในกลุ่ม  แต่เขาได้ออกจากอาณาจักรหลัวถง และรีบกลับไปยังที่ตั้งของนิกายประตูเทพอสูรในทวีปเมฆดารา เกี่ยวกับเรื่องของหวงเสี่ยวหลง เขาต้องปล่อยไม่ให้อีกฝ่ายรู้ ถ้าอีกฝ่ายเกิดรู้ขึ้นมาพวกเขาสามารถส่งนักรบศักดิ์สิทธิ์มาเพื่อให้แน่ใจว่าหวงเสี่ยวหลงจะไร้ทางรอด

แน่นอนหยูหมิงได้รับอนุญาตจากหวงเซี่ยวลองเพื่อแจ้งให้จ้าวชู และจางฟู๋รู้เท่านั้น

อย่างไรก็ตามก่อนที่หยูหมิงจะไป หวงเสี่ยวหลงได้สั่งให้หยูหมิงอย่าได้เปิดเผยเรื่องของตน นอกจากจ้าวชู และจางฟู๋ เขาไม่ควรบอกใครเกี่ยวกับตัวเขา

หยูหมิง ยอมรับคำสั่งนี้อย่างเคร่งครัด

………………….

สิบวันผ่านไปนับตั้งแต่หวงเสี่ยวหลงเริ่มมุ่งหน้าเดินทางกลับไปยังคฤหาสน์ตระกูลหวง

หวงเสี่ยวหลง, จอมพลฮ่าวเทียน และเฟยฮาวได้มาทางด้านใต้ของอาณาจักรก็คือมณฑลฉางหลาน

จากมณฑลฉางหลานไปถึงคฤหาสน์ตระกูลหวง พวกเขาจำเป็นต้องเดินทางต่ออีกสองวัน

 

ขณะที่หวงเสี่ยวหลงมาถึงตัวเมือง

ภายในเขตของเรือนรับรองทิศตะวันออกของคฤหาสน์ตระกูลหวง  หวงเผิง และ ซูเย่วกำลังนั่งอยู่ในห้องโถงใหญ่มองหน้ากันและกันด้วยความเป็นกังวล

“อีกสี่วันจะถึงวันปีใหม่ เสี่ยวหลงกล่าวว่าเขาจะกลับมาในช่วงปลายปี และจนถึงขณะนี้เขายังไม่ได้กลับมา พี่เผิงเจ้าคิดยังไงบ้าง  เสี่ยวหลงจะได้รับอันตรายที่เราไม่รู้หรือไม่” ซูเย่วกล่าวถาม และใบหน้าของนางก็แสดงให้เห็นถึงความเศร้าโศก

“ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับเสี่ยวหลงพวกเราจะทำอย่างไรดี! ” ซูเย่วเริ่มเป็นกังวลมากกว่าเดิม และทันทียืนขึ้นจากที่นั่งของนาง และกำลังจะก้าวเดินไปมาภายในห้องโถงใหญ่ นางกำลังจมหายไปในความรู้สึกเป็นกังวลโดยไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรดี

หวงเผิงยังเป็นกังวล และเริ่มจะขมวดคิ้วก่อนกล่าวว่า “มีท่านผู้อาวุโสเฟยฮาวไปกับเสี่ยวหลงไม่จำเป็นต้องกังวล ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ยังเหลืออีกสี่วันก่อนถึงวันแรกของปีใหม่? เสี่ยวหลงอาจจะกลับมาถึงในอีกสองวันข้างหน้า! ”

แม้ว่าหวงเผิงจะปลอบโยนซูเย่วด้วยการพูดเช่นนั้น แต่เขาก็เป็นเหมือนเช่นซูเย่ว เขาก็กังวลเรื่องของลูกชายของเขาไม่แพ้นางเช่นกัน

แม้ว่ารู้เฟยฮาวมีฝีมืออยู่ในจุดสูงสุดของนักรบระดับสิบขั้นปลาย โลกก็ยังคงเป็นสถานที่ที่อันตราย และทุกอย่างอาจเกิดขึ้นได้ แม้แต่เฟยฮาวก็ไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยของ หวงเสี่ยวหลงได้ตลอดเวลา

“ข้าได้ยินมาว่าหลี่ลู่ได้กลับมาจากสถาบันแสงดาราเมื่อไม่กี่วันก่อน” อยู่ ๆ ซูเย่วก็พูดออกมา

ภรรยาของเขากำลังคิดอะไรอยู่, หวงเผิงธรรมชาติสามารถเดาได้ เกิดรอยยิ้มที่แจ่มใส, หวงเผิง  พยายามที่จะโน้มน้าวใจ “หลี่ลู่เป็นเด็กที่มีพรสวรรค์ในสถาบันแสงดารา แม้ว่าเสี่ยวหลงของเราไม่เลวร้ายนัก ข้าไม่คิดว่าเขาสามารถอยู่ในสายตาของนางได้ หลี่ลู่คงได้รู้จักคนอีกหลายคนที่มีพรสวรรค์ภายในสถาบันแสงดารา”

เนื่องจากหวงเสี่ยวหลงได้ขอให้หลี่เฉิงอย่าได้กล่าวถึงเรื่องของเขาภายในเมืองหลวงไปยังคฤหาสน์ตระกูลหวง ดังนั้นเมื่อหลี่เฉิง และหลี่ลู่กลับมายังมณฑลฉางหลานทั้งสองคนไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับหวงเซี่ยวหลง หวงเผิง และซูเย่วจึงยังไม่ทราบว่าลูกชายของพวกเขาก็เป็นศิษย์ ของสถาบันแสงดารา

ในเวลานี้หวงหมิ่นวิ่งเข้ามาจากข้างนอก และตะโกนว่า “ท่านแม่ท่านพ่อ พี่หวงจุนกลับมาแล้ว!”

หวงเผิง และ ซูเย่วต่างรู้สึกตกใจ

หวงจุน ได้กลับมา?

หวงหมิงนั้นมีลูกชายสองคน ลูกชายคนที่สองคือหวงเหว่ย ขณะที่ลูกชายคนโตชื่อว่าหวงจุน, เขาได้รับการยอมรับเป็นศิษย์ของนิกายที่โดดเด่นของอาณาจักรแห่งหนึ่งที่เป็นอาณาจักรเพื่อนบ้าน นามว่านิกายดาบใหญ่  มันเป็นนิกายของอาณาจักรเป่าหลง หวงจุนไม่ได้กลับมายัง คฤหาสน์ตระกูลหวง เป็นเวลาสามปีแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะกลับมาฉลองปีใหม่ในครั้งนี้ด้วย

“ไม่เพียงแค่นั้นพี่หวงจุน ได้พาคนที่แต่งกายแปลก ๆ มาด้วย” หวงหมิ่นกล่าวเสริม

“คนแต่งตัวแปลก ๆ ?” หวงเผิง และซูเย่วแลกเปลี่ยนรูปลักษณ์กันคาดเดาว่าควรเป็นสาวกของนิกายเดียวกันกับหวงจุน ทั้งสองรู้สึกแปลก ๆ ที่หวงจุนได้พาคนจากนิกายของเขากลับมาฉลองปีใหม่ แต่พวกเขาก็ไม่อยากคิดมากเกินไป

 

ในเวลาเดียวกันเสียงหัวเราะก็ดังขึ้นจากภายในเขตเรือนรับรองตอนเหนือ

การแสดงออกบนใบหน้าของหวงหมิงถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มขนาดใหญ่ ถัดจากหวงหมิงเป็นชายหนุ่มอายุประมาณสิบห้าถึงสิบหกปี คิ้วหนา และมีดวงตาที่แหลมคม นี่คือลูกชายคนโตของ หวงหมิง, หวงจุน และถัดจากหวงจุน ก็เป็นหวงเหว่ย

แต่คนที่นั่งอยู่บนที่นั่งหลักของภายในห้องโถงใหญ่ไม่ได้เป็นหวงหมิง แต่เป็นชายวัยกลางคนที่สวมชุดแปลก ๆ และชายวัยกลางคนนี้คืออาจารย์ของหวงจุน, หลิวเว่ยผู้นำของนิกายดาบใหญ่

พรสวรรค์ของหวงจุนมีความสามารถที่ดีเยี่ยมโดยมีจิตวิญญาณการต่อสู้ระดับเก้า และความสามารถในการทำความเข้าใจที่ดี และความพยายามอย่างขยันขันแข็งของเขา เขาจึงถูกนำไปเป็นลูกศิษย์ของหลิวเว่ยไม่นานหลังจากที่เขาเข้าสู่ภายในนิกายดาบใหญ่

หลิวเว่ยมาดูแลเรื่องบางอย่างที่ฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของอาณาจักรหลัวถง และขอมาเยี่ยมครอบครัวของเขาด้วย ตั้งแต่นั้นมาหลิวเว่ยตกลงที่จะอยู่ในคฤหาสน์ตระกูลหวงสักสี่ห้าวัน

เมื่อหวงหมิงได้ยินว่าลูกชายของเขาแนะนำให้รู้จักกับชายวัยกลางคนคนนี้ ว่าเขาเป็นผู้นำของนิกายดาบใหญ่ ทำให้เขารู้สึกเคารพนับถือเป็นอย่างมากหลังจากที่เขาได้รู้สึกตกใจ รอยยิ้มกว้าง ๆ ฉาบบนใบหน้าของเขาอยู่ตลอดเวลา

หลิวเว่ยไม่ใช่เพียงแค่เป็นผู้นำของนิกายดาบใหญ่ แต่เขายังเป็นนักรบเหนือธรรมชาติอีกด้วย!

“พี่ใหญ่มันดีจริง ๆ ที่เจ้ากลับมา หวงเสี่ยวหลง และพ่อของเขาเย่อหยิ่งเกินไปในเวลานี้ ” หวงเหว่ยที่นั่งอยู่ติดกับหวงจุนก็เริ่มบ่นออกมา

“ในช่วงปีที่ผ่านมาของงานชุมนุมประจำปีของตระกูล หวงเสี่ยวหลงทำลายมือ และขาของข้า! เจ้าต้องแก้แค้นให้น้องชายของเจ้า! ”

“อะไรนะ? เด็กคนนั้นทำร้ายมือ และขาของเจ้า! “ได้ยินแบบนี้สีหน้าของหวงจุนก็ปรากฎความไม่พอใจออกมา

” มันกลายเป็นแบบนี้ได้อย่างไร? “