0 Views

 

 

“เจ้าคือหวงเสี่ยวหลง?” ซุนจาง และเซี่ยงฉู่จ้องไปที่หวงเสี่ยวหลงด้วยดวงตาที่เบิกกว้างเกินจริง ภายในห้องศิลามีเวลาเพียง 15 วัน แต่หวงเสี่ยวหลงก็โตขึ้นสูงขึ้น! ผิวพรรณ และกลิ่นอายของเขาได้เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด

ถ้าพวกเขาอยู่ในที่อื่นโดยไม่ได้สังเกตดี ๆ จะไม่สามารถรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของหวงเสี่ยวหลงได้

ในความเป็นจริงเมื่อเฉินเฉิง และศิษย์อีกสองคนออกมาจากห้องศิลา พวกเขาก็แทบจะจำหวงเซี่ยวหลงไม่ได้

เมื่อมองไปที่ปฏิกิริยาของซุนจาง และเซี่ยงฉู่ หวงเสี่ยวหลงก็รู้สึกไม่สบายใจ และได้แต่พยักหน้าเพียงเพื่อยืนยัน

“เสี่ยวหลง, อ่า, เจ้าสบายดีไหม?” ซุนจางก้าวมาอยู่ข้าง ๆ เขา และถามคำถามที่เต็มไปด้วยความห่วงใย การเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงดังกล่าวในสิบห้าวันหวังว่าจะไม่มีอะไรผิดปกติ ปัจจุบันหวงเสี่ยวหลง ได้รับการยกย่องจากสถาบันว่าเป็นที่รักของอาณาจักรหลัวถง

“ข้า? สิ่งที่อาจเกิดขึ้นกับข้า ” หวงเสี่ยวหลงยิ้มแย้มอย่างแจ่มใส ในขณะที่ร่างกายของเขาอยู่ในสภาพดีที่สุด เขาอาจฆ่าสัตว์ปีศาจระดับเจ็ดด้วยการชกเพียงหนึ่งครั้ง

“ถ้าไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว” ซุนจาง และเซี่ยงฉู่ จู่ ๆ หายใจเข้าด้วยความโล่งอก

เมื่อถึงเวลาสิ้นสุดการบ่มเพาะแล้วทั้งสองคนพาหวงเซี่ยวหลง และอีกสามคนออกจากหุบเขามังกรเพลิง ลู่ไค และคนที่เหลือได้จากไปก่อนหน้าแล้ว

ออกจากหุบเขามังกรเพลิง กลุ่มของคนทั้งหกก้ได้กลับมาถึงลานจัตุรัสของสถาบัน

เฉินเฉิง, หวงเซี่ยวหลง และอีกสองคนอำลา ซุนจาง และเซี่ยงฉู่ แต่เมื่อหวงเสี่ยวหลงกำลังจะหันหลังจากไป ซุนจางก็ส่งเสียงออกมาว่า “เสี่ยวหลง คอยสักครู่ ข้ามีเรื่องที่จะต้องพูดกับเจ้า ”

หวงเสี่ยวหลง หยุดชั่วขณะ และหันกลับมา และเขามองไปที่ซุนจาง และเซี่ยงฉู่

มีการแลกเปลี่ยนภาพลักษณ์ระหว่าง ซุนจางและ เซี่ยงฉู่ ต่อมาซุนจางหยิบขวดเล็ก ๆ ขึ้นมา และกล่าวว่า “นี่เป็นยาจิตวิญญาณระดับห้ารับมันไว้!”

“ห้า? ระดับห้า ยาจิตวิญญาณระดับห้า!” หวงเสี่ยวหลงก็รู้สึกตื่นเต้นและดวงตาของเขาก็สว่างขึ้น

อันดับหนึ่งอย่างเฉินเฉิงได้รับการยกย่องแม้แต่ภายในสถาบัน, ก็ยังยากที่จะได้รับยาจิตวิญญาณระดับห้า

แต่ซุนจาง และเซี่ยงฉู่ ได้มอบให้เขาเพียงคนเดียว!?

เซี่ยงฉู่หัวเราะเบา ๆ ก่อนพูดว่า “ถูกต้องนี่เป็นยาจิตวิญญาณระดับห้าระดับสูง คิดเสียว่ามันเป็นของขวัญส่วนตัวของพวกเราเพื่อมอบให้กับเจ้าที่ได้ทำการฝึกฝนอย่างหนัก พวกข้าทั้งสองคนหวังว่าเจ้าจะสามารถก้าวไปสู่นักรบระดับเจ็ดได้เร็ว ๆ นี้ ”

หวงเสี่ยวหลงเอาขวดยามาเก็บ และรู้สึกดีใจอยู่ภายในใจยาจิตวิญญาณระดับห้าระดับสูง อ่า! ด้วยเหตุนี้ความแข็งแกร่งของมารดาของเขาสามารถเพิ่มระดับได้อีก!

สำหรับตัวเขาเอง เขาไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้

บนใบหน้าของหวงเสี่ยวหลงแสดงออกถึงความรู้สึกขอบคุณต่อซุนจาง และเซี่ยงฉู่ และเขากล่าวว่า “ไม่ต้องเป็นห่วง ข้าจะฝึกฝนให้หนัก และจะก้าวเข้าสู่นักรบระดับเจ็ดให้เร็วที่สุด”

ได้ยินแบบนี้ ซุนจาง และใบหน้าของเซี่ยงฉู่ ก็มีความสุขมากขึ้น

ซุนจางยิ้ม และกล่าวว่า “ด้วยยาจิตวิญญาณระดับสี่ที่เจ้ามีพร้อมกับยาเม็ดนี้ และด้วยความสามารถของเจ้า พวกเราเชื่อว่าภายในเวลาครึ่งปีเจ้าจะสามารถก้าวไปสู่จุดสูงสุดของนักรบระดับหกขั้นปลาย และในหนึ่งปีเจ้าจะสามารถผ่านไปยังนักรบระดับเจ็ดได้! ”

ทั้งสองคนนี้ไม่รู้ว่าหวงเสี่ยวหลงต้องการมอบรางวัลอันดับหนึ่งที่เป็นยาจิตวิญญาณระดับสี่ และ ยาจิตวิญญาณระดับห้าระดับสูงให้แก่พ่อแม่ของเขา

แน่นอนแม้จะไม่มียาเม็ดทั้งสองนี้ แต่หวงเสี่ยวหลงก็คาดว่าเขาจะผ่านไปยังนักรบระดับเจ็ดได้ในครึ่งปี

ครู่ต่อมาหวงเสี่ยวหลงก็ออกจากสถาบัน และมุ่งหน้ากลับไปยังคฤหาสน์เทียนซวน

เมื่อมาถึงทางเข้าของคฤหาสน์เทียนซวน เฟยฮาว, จอมพลฮ่าวเทียน  และชายวัยกลางคนกำลังรออยู่ที่หน้าประตูหลักของคฤหาสน์เทียนซวน ชายวัยกลางคนที่ไม่รู้จักคนนี้มีคิ้วคม และสายตาที่ไม่สามารถอ่านได้ และมีผมสีม่วงอ่อน ๆ บนศีรษะของเขา เขายืนอยู่ที่นั่นเหมือนดาบพร้อมที่จะจู่โจมได้อยู่ตลอดเวลา จอมพลฮ่าวเทียน  และเฟยฮาว เป็นที่ผู้ยืนอยู่ข้างหลังของเขา และเกือบจางหายไปเนื่องจากการถูกบดบังรัศมี

เมื่อเห็นชายวัยกลางคนนี้ หวงเสี่ยวหลงสามารถเดาตัวตนของเขาได้แล้ว

ผู้อาวุโสของนิกายประตูเทพอสูร, หยูหมิง!

เมื่อหวงเสี่ยวหลงปรากฏตัว ชายวัยกลางคนมองมาด้วยสายตาอันคมกริบเหมือนมีดทำให้มีกลิ่นอายที่ไม่สามารถมองเห็นได้ ทำให้หายใจได้อย่างยากลำบากด้วยแรงกดดันที่เกิดขึ้น

“ท่านจักรพรรดิ!” ความสุขที่เห็นได้ชัดจากใบหน้าของเฟยฮาว และจอมพลฮ่าวเทียน  เมื่อพวกเขาได้เห็นหวงเสี่ยวหลง พวกเขารีบไปแนะนำหวงเสี่ยวหลงให้กับชายวัยกลางคน “ท่านอาจารย์ นั่นคือท่านจักรพรรดิ ท่านจักรพรรดิได้กลับมาแล้ว! ”

การจ้องมองของหยูหมิไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ และสายตาของเขาไปอยู่ที่แหวนในมือข้างซ้ายของหวงเสี่ยวหลง ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกตื่นเต้น และรัศมีการกดขี่ข่มเหงทั้งหมดของเขาได้จางหายไปในทันที ในขณะที่เขาเดินไปหาหวงเสี่ยวหลง และคำนับเพื่อทำการทักทาย “ผู้อาวุโสของนิกายประตูเทพอสูร หยูหมิงขอคาราวะท่านจักรพรรดิ ท่านจักรพรรดิอยู่ยงคงกระพันตลอด! ”

เมื่อเห็นอาจารย์ของพวกเขาทำเช่นนี้ จอมพลฮ่าวเทียน  และเฟยฮาวได้ทำตามอย่างรวดเร็วเพื่อความเหมาะสม

“กรุณายืนขึ้น” หวงเสี่ยวหลงก้าวขึ้นมาช่วยทั้งสามคนนี้ลุกขึ้น

หลังจากที่ทั้งสามยืนขึ้นหวงเสี่ยวหลงกล่าวว่า “ไปพูดคุยกันข้างในเถอะ”

 

อีกไม่กี่อึดใจต่อมาทั้งสี่ก็เดินมายังห้องโถงใหญ่ และหวงเสี่ยวหลงโบกมือให้ทหารของจอมพล และกลุ่มทาสของพวกโบลี่ออกไปก่อน

 

“ข้าได้ยินจากจอมพลฮ่าวเทียน  และเฟยฮาวแล้ววว่าท่านไปที่อาณาจักรโม่เฮอเพื่อทำอะไรบางอย่าง?” หลังจากที่ทุกคนนั่งลง หวงเสี่ยวหลงก็เริ่มถามหยูหมิง

“มันเป็นอย่างนี้ ท่านจักรพรรดิ” หยูหมิงลุกขึ้นยืน และตอบอย่างสุภาพว่า ‘เมื่อสามปีก่อนผู้ใต้บังคับบัญชาคนนี้กำลังค้นหาหญ้าเป็นตายเพื่อนำมาเสริมความแข็งแกร่งของข้า และข้าได้ยินมาว่าที่อาณาจักรโม่เฮอมีสิ่งนั้น ดังนั้นผู้ใต้บังคับบัญชาผู้นี้จึงรีบเดินทางไปยังที่นั่น ”

“จริง ๆ แล้วจุดประสงค์หลักที่ข้าถามฮ่าวเทียน และเฟยฮาวก็เพื่อติดต่อท่าน เพื่อสอบถามเกี่ยวกับสถานการณ์ในปัจจุบันของนิกายประตูเทพอสูร และที่ตั้งของนิกาย” หวงเซี่ยวหลงได้กล่าวออกมาตรง ๆ

“ที่ตั้งของนิกายประตูเทพอสูร?” หยูหมิงพูดด้วยเสียงหนักอึ้ง “ในความเป็นจริงที่ตั้งของนิกายประตูเทพอสูรไม่ได้อยู่ในทวีปหิมะโปรยแห่งนี้”

” อะไรกัน?! ไม่ได้อยู่ในทวีปหิมะโปรย! ” หวงเสี่ยวหลงรู้สึกประหลาดใจมาก เขาหันไปมอง เฟยฮาว และฮ่าวเทียน และพบว่าทั้งคู่มีภาพลักษณ์แปลกใจเหมือนกัน  เห็นได้ชัดว่าทั้งคู่ไม่เคยนึกถึงความเป็นไปได้เลยว่าที่ตั้งของนิกายประตูเทพอสูรไม่ได้ตั้งอยู่ในทวีปแห่งนี้

“ใช่แล้วขอรับ ท่านจักรพรรดิ” หยูหมิงกล่าวต่อว่า “ที่ตั้งของเราตั้งอยู่บนทวีปเมฆดารา”

“ทวีปเมฆดารา!” ดวงตาของหวงเสี่ยวหลงเปิดกว้าง

ในโลกแห่งการต่อสู้นี้ไม่ได้มีเพียงทวีปหิมะโปรย แท้จริงโลกนี้กว้างใหญ่แค่ไหน? สามารถมีทวีปที่แตกต่างกันอยู่อีกกี่ทวีป? จอมพลฮ่าวเทียน และเฟยฮาวไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้มาก่อน

“ฟังจากที่พูด โลกจิตวิญญาณการต่อสู้นี้มีทวีปอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ทวีปหิมะโปรยอยู่อีก? ” หวงเสี่ยวหลง ได้ใช้โอกาสนี้ในการถามรายละเอียดเพิ่มเติม

หยูหมิง พยักหน้า “ถูกต้องแล้ว, ท่านจักรพรรดิในโลกจิตวิญญาณการต่อสู้มีทวีปสามทวีปคือทวีปหิมะโปรย ทวีปเมฆดารา และทวีปชิฟาง ทวีปเมฆดารา และทวีปชิฟางมีขนาดที่ใหญ่กว่าทวีปหิมะโปรย ที่ตั้งของนิกายประตูเทพอสูรตั้งอยู่ใจกลางทวีปเมฆดารา และอยู่ในสถานที่ที่เรียกว่าจงโจว บนยอดเขานกอมตะสวรรค์! ”

ทวีปเมฆดารา, จงโจวบนยอดเขานกอมตะสวรรค์!

หวงเซี่ยวหลงซ้ำคำอีกครั้งหนึ่งด้วยตัวเอง

“ท่านจักรพรรดิ ต้องการไปยังที่ตั้งของนิกายอย่างนั้นหรือ?” ในเวลานี้น้ำเสียงของหยูหมิงก็ดูไม่ค่อยมั่นคง และในที่สุดก็ตัดสินใจกล่าวว่า “ถ้าท่านจักรพรรดิวางแผนที่จะไปยังที่ตั้งของนิกายประตูเทพอสูร ข้าเกรงว่า … ”

“กลัวอะไร?” หวงเสี่ยวหวนรีบกล่าวถาม

“ข้ากลัวว่ามันจะมีความเสี่ยง” หยูหมิงกล่าวต่อว่า “เมื่อห้าสิบปีที่ผ่านมาอดีตจักรพรรดิได้หายตัวไปอย่างกระทันหัน หัวหน้าเฉินเทียนฉีคิดที่จะควบคุมนิกายประตูเทพอสูร และก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งจักรพรรดิ แต่ผู้พิทักษ์จ้าวชู และผู้พิทักษ์จางฟู๋ และเหล่าผู้อาวุโสหลายคนคัดค้านความคิดดังกล่าวนิกายประตูเทพอสูรจึงถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มด้วยเหตุนี้ ”

“หัวหน้าเฉินเทียนฉี?” หวงเสี่ยวหลง มองไปที่หยูหมิง และเต็มไปด้วยความสงสัย

“ด้านล่างของจักรพรรดิมีหัวหน้าซ้าย และขวาเป็นรองเพียงท่านจักรพรรดิ และหลังพวกเขามีหัวหน้าฝ่ายต่าง ๆ  และเหล่าผู้อาวุโส ” หยูหมิงอธิบายต่อว่า” ในความเป็นจริงหัวหน้าเฉินเทียนฉีเป็นศิษย์พี่ของท่านจักรพรรดิ! ”

“ศิษย์พี่ของข้า!” หวงเสี่ยวหลง ประหลาดใจกับข้อมูลนี้
หยูหมิง พยักหน้าและกล่าวต่อว่า

“หัวหน้าเฉินเทียนฉีเป็นศิษย์ของอดีตจักรพรรดิ ที่เขาได้รับไว้เมื่อประมาณสองร้อยปีก่อน ปีนี้เขายังคงค้นหาข่าวของอดีตจักรพรรดิ ถ้าท่านจักรพรรดิต้องการไปยังที่ตั้งของนิกาย และหัวหน้าเฉินเทียนฉีได้รู้ถึงเรื่องนี้ เขาจะต้องพยายามลอบสังหารท่านเพื่อแย่งชิงแหวน  แหวนเทพอสูรจะทำให้เขาได้ตำแหน่งจักรพรรดิไปครอบครองอย่างถูกต้อง!”