0 Views

 

 

ลู่ไครู้สึกกลัวเมื่อเขาได้มองเห็นพายุทั้งสองลูกที่กำลังปกคลุมอยู่เหนือตัวของเขา เสียงร้องที่ดังออกมาจากพวกมันทำให้หัวใจของเขาต้องรู้สึกสั่นสะท้าน!

จากความกลัวของลู่ไค เขาได้พยายามบังคับตัวเองให้ขยับปีกทั้งสี่ข้างที่ด้านหลังของเขา ในทันทีที่พายบุทั้งสองลูกเข้ามาใกล้ เขาจะได้หลบหนีไปได้อย่างรวดเร็ว

แต่ความคิดของเขาช้าเกินไปในเวลานี้มันสายเกินไปแล้ว

พายุทั้งสองลูกปะทะกับปราณสีฟ้าของลู่ไค

“บูม!” เสียงกระหึ่มดังขึ้น

หลังจากที่พลังทั้งสองประทะกันเสร็จสิ้นเผยให้เห็นร่างของลู่ไค และดวงตาที่ดูน่ากลัวของเขา

ในตอนท้ายของการปะทะ  ลู่ไคได้ก้าวถอยหลังจนมาถึงขอบเวทีด้วยความวุ่นวายของนรก

เห็นพายุทั้งสองลูกได้เหือดหายไปในขณะที่อยู่ห่างเพียงหนึ่งนิ้วมือในด้านหน้าของเขา ราวกับว่ารูขุมขนของเขาผ่อนคลาย และเหงื่อเย็นแช่ลงบนหลังของเขาทำให้เสื้อผ้าของเขาเปียกชุ่มขึ้นมา

ตอนนี้เขารู้สึกได้ถึงความตายที่เข้ามาใกล้

ความตายได้เข้ามาใกล้เขามาก!

ลู่ไคหอบอย่างหนัก มองไปที่มือขวาของเขา เขาเห็นว่าด้านขวาของแขนเสื้อของเขาถูกหั่นเป็นชิ้น ๆ จากการโจมตีของหวงเสี่ยวหลง มันตัดเนื้อของเขามีเลือดไหลออก และโชคดีที่นี่ถือเป็นอาการบาดเจ็บที่ผิวเผินไม่ได้เป็นบาดแผลที่รุนแรงแต่อย่างใด

เมื่อความกลัวของเขาผ่านความคิดของเขา เขาจ้องมองออกไปด้วยความรู้สึกสับสนไปยังหวงเสี่ยวหลง เขารู้ดีว่าถ้าไม่ใช่เพราะความเมตตาของหวงเสี่ยวหลง ดูเหมือนว่ามือขวาของเขาจะต้องถูกตัดออกไปแล้ว!

“ข้ายอมรับความพ่ายแพ้!” ลู่ไคกล่าวออกมา และบอกกับหวงเสี่ยวหลง เมื่อคำพูดของลู่ไค่ดังออกมา

ความวุ่นวายกวาดฝูงชนไปทั่วทุกทิศทาง

เจ้าชายลู่ไคกล่าวออกมาว่าเขายอมรับความพ่ายแพ้!

เขากล่าวยอมแพ้จริง ๆ!

นักรบระดับเจ็ดซึ่งเป็นเจ้าของจิตวิญญาณการต่อสู้นกสวรรค์ ได้พ่ายแพ้ให้กับจุดสูงสุดของนักรบระดับหกขั้นกลางหวงเสี่ยวหลง!

ทุกคนตกใจเป็นอย่างไม่อาจที่จะยอมรับ และไม่อยากจะเชื่อในเรื่องนี้

ในขณะที่บนเวทีของแขกผู้มีเกียรติทุกคนก็ถูกฝังอยู่ในความคิดของตัวเอง

ราชาลู่เจ๋อถอนหายใจ “ข้าไม่ได้คาดหวังแม้แต่ไคเอ๋อจะไม่ใช่คู่มือของหวงเสี่ยวหลง”

จากนั้นเขาหันไปมองจอมพลฮ่าวเทียนด้วยการแสดงออกอย่างชื่นชมพลางหัวเราะ และกล่าวว่า “น่าแปลกใจมากก็คือจิตวิญญาณของหวงเสี่ยวหลงเป็นมังกรศักดิ์สิทธิ์แห่งเผ่ามังกร (ปฐมมังกรศักดิ์สิทธิ์) มังกรดำ ข้าคาดหวังว่าจะได้เห็นผลงานของเขา หลังจากที่ชนะการแข่งขันชั้นปีแรกของสถาบัน และเมื่อเขาเดินทางไปยังจักรวรรดิต้วนเรินสำหรับการจัดงานการต่อสู้ของเมืองจักรพรรดิ! ”

สิ่งที่ลู่เจ๋อกล่าวเป็นคำพูดที่จริงใจ เขากำลังมองไปที่อนาคตข้างหน้ากับความสามารถของหวงเสี่ยวหลง ในการต่อสู้ของเมืองจักรพรรดิในจักรวรรดิต้วนเริน ถ้าเขาสามารถติดในสิบอันดับแรกได้มันจะไม่ใช่แค่เกียรติของสถาบันเท่านั้น แต่มันก็จะเป็นเกียรติยศของอาณาจักรหลัวถง!

จอมพลฮ่าวเทียนหัวเราะออกมาอย่างน่าพอใจ และกล่าวว่า “ความปรารถนาของข้าผู้นี้ก็เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน”

จอมพลฮ่าวเทียนได้คาดการณ์ไว้เช่นเดียวกัน เนื่องจากเขารู้ว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องของสถาบันแสงดารา และเรื่องของราชาแห่งอาณาจักรหลัวถงเท่านั้น แต่มันยังเกี่ยวพันกับเรื่องของนิกายประตูเทพอสูร มันเป็นเรื่องของศักดิ์ศรี และเกียรติยศ!

และด้วยเรื่องที่ว่าหวงเสี่ยวหลงจะเข้าร่วมการต่อสู้ของเมืองจักรพรรดิของจักรวรรดิต้วนเริน มันจะเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูความรุ่งเรืองของนิกายประตูเทพอสูรอีกครั้ง

…………..

หลังจากนั้นซุนจางก็สามารถสงบสติอารมณ์ได้ และเขาลุกขึ้นยืน อย่างไรก็ตามความตื่นเต้นและความรู้สึกที่ซับซ้อนยังคงปรากฏชัดอยู่บนใบหน้าของเขา ในขณะที่เขามองไปที่หวงเสี่ยวหลงบนเวทีแล้วกล่าวว่า

“การต่อสู้ครั้งนี้หวงเสี่ยวหลงเป็นฝ่ายชนะ! อันดับหนึ่งของชั้นปีแรกก็คือ หวงเสี่ยวหลง! ”

อันดับหนึ่งของชั้นปีแรก, หวงเสี่ยวหลง!

เมื่อฝูงชนได้ยินซุนจางประกาศผล ภายในหอศ้กดิ์สิทธิ์ก็เกิดเสียงดังพร้อมกับความตื่นเต้น

หลี่ลู่หัวเราะ, เฟยฮาวหัวเราะ และแม้ว่าจอมพลฮ่าวเทียนจะไม่ได้หัวเราะ แต่ทหารจากจวนจอมพลทั้งสี่ก็ได้หัวเราะแทนเขาไปแล้ว!

บรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่กลังเดือดพล่าน มีเพียงซ้งหยวนผู้ที่ยืนอยู่ระหว่างฝูงชนหันหน้าไปมองด้วยหน้าที่ซีดสีขาว และดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง และความหวาดกลัว ในขณะที่เขาจ้องขึ้นไปบนเวที

หวงเสี่ยวหลงได้รับชัยชนะ! เขาเป็นอันดับหนึ่งในการแข่งขันประจำชั้นปีแรกแล้ว และเขาก็ได้เดิมพันกับหวงเสี่ยวหลง?

ซ้งหยวนรู้สึกถึงความมืดมิดเพียงอย่างเดียวในเวลานี้

ได้ยินเสียงของซุนจางประกาศผล หวงเสี่ยวหลงผ่อนลมหายใจออกด้วยความโล่งอก

หลังจากการต่อสู้ที่ยากลำบากในที่สุดเขาก็บรรลุเป้าหมายของเขา และกลายเป็นอันดับหนึ่งของชั้นปีแรก!

ไม่นานหลังจากนั้นชั้นปีที่สอง และปีที่สามก็ประกาศผู้ชนะของพวกเขา และผู้ชนะโดยรวมคือใครบางคนจากสาขาของศิษย์ภายในของสถาบันแสงดารา; ความแข็งแกร่งของเขาถึงจุดสูงสุดนักรบระดับสิบขั้นปลาย สองเดือนต่อมาเขาจะมุ่งหน้าไปยังจักรวรรดิต้วนเรินในฐานะตัวแทนของสถาบันแสงดาราในการต่อสู้ของเมืองจักรพรรดิแห่งนั้น

ลานด้านในของสถาบันแสงดาราประกอบไปด้วยศิษย์ที่มีพรสวรรค์ซึ่งได้รับการคัดเลือกจากปีที่สาม และทุก ๆ ปีจำนวนศิษย์ที่มีอยู่นี้มีทั้งหมดสิบคน

หลังจากที่มีการรวบรวมผลทั้งหมด ก็ได้เวลาที่ราชาลู่เจ๋อ และซุนจางจะมอบรางวัลให้แก่หวงเสี่ยวหลง และผู้ชนะอื่น ๆ อีกสามคน

ในขณะที่มอบรางวัลให้แก่หวงเสี่ยวหลง เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ราชาลู่เจ๋อ และซุนจางจะพูดคำพูดต่าง ๆ เพื่อเพิ่มกำลังใจให้แก่พวกเขา

มองไปที่ผลตอบแทนที่อยู่ในมือของเขา หัวใจของหวงเสี่ยวหลงก็สั่นเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้น

หนึ่งล้านเหรียญทอง!

ทักษะการบ่มเพาะระดับปฐพีขั้นต่ำ และทักษะการสู้รบระดับปฐพีขั้นต่ำ!

ที่สำคัญที่สุดคือยาระดับสูงขั้นสี่ ยาจิตวิญญาณ, เม็ดยาซิงเหยา!

กับเม็ดยาซิงเหยานี้ควบคู่กับผลไม้ปรงที่เขาพบในป่าจันทราสีเงิน พ่อของเขาหวงเผิงจะสามารถก้าวไปข้างหน้าได้! แน่นอนหวงเสี่ยวหลงจะไม่กลืนกินเม็ดยาซิงเหยา เขาตั้งใจที่จะมอบให้กับ หวงเผิง

เมื่อจบการแข่งขันหลังจากผ่านไปหลายวัน เขาจะกลับไปที่คฤหาสน์ตระกูลหวง

หลังจากเสร็จสิ้นการมอบรางวัล ฝูงชนต่างพากันแยกย้ายออกเดินจากไป

แต่หลังจากที่ประชาชนส่วนใหญ่กระจายตัวกันออกไปแล้ว ลู่ไคก็ไปหาหวงเสี่ยวหลง และกล่าวว่า “ข้าหวังว่าในปีหน้าเราจะได้มีโอกาสต่อสู้กันอีกครั้ง!”

ปีหน้าหวงเสี่ยวหลงพยักหน้า

ปีหน้าทั้งสองคนจะเข้าเรียนในชั้นปีที่สอง

เมื่อออกจากหอศ้กดิ์สิทธิ์ หวงเสี่ยวหลงได้ออกไปพร้อมกับเฟยฮาว และทหารทั้งสี่จากจวนจอมพล และหลี่ลู่เพื่อเดินทางกลับไปยังคฤหาสน์เทียนซวน

เมื่อกลับมายังคฤหาสน์เทียนซวน หลี่ลู่มีความสุขอย่างมากขณะที่ควงแขนของหวงเสี่ยวหลง

 

เมื่อมองไปที่หลี่ลู่พูดอย่างมีความสุข เขาก็ไม่ได้ขัดความสุขของนางได้แต่ปล่อยเลยตามเลย หลี่ลู่พูดคุยอยู่นานกว่าครึ่งชั่วยามก่อนที่นางจะพอใจ และหลังจากนั้นนางก็ออกจากคฤหาสน์เทียนซวน

 

หลังจากที่หลี่ลู่ออกไปแล้ว หวงเสี่ยวหลงได้เรียกเฟยฮาว และได้เอาเงินหนึ่งล้านเหรียญออกมา และได้มอบหมายให้เฟยฮาวซื้อพื้นที่ ๆ อยู่ใกล้เคียงกับคฤหาสน์เทียนซวน และซื้อทาสเพิ่มขึ้น “ซื้อคฤหาสน์ข้างเคียง?” มองไปที่กองเหรียญทองหนึ่งล้านเหรียญตรงหน้าของเขา เขาพยักหน้าและพูดว่า “ขอรับ ท่านจักรพรรดิโปรดวางใจ ผู้ใต้บังคับบัญชาคนนี้จะไปจัดการเรื่องนี้ให้ทันที!”

ตราบเท่าที่มีเหรียญทองเพียงพอเขาเชื่อว่าเจ้าของจะขายที่พักของพวกเขา นอกจากนี้เฟยฮาวได้ยินว่าบางส่วนของพื้นที่ที่อยู่ใกล้กับคฤหาสน์เทียนซวน เป็นของนายพลภายใต้พี่ชายของเขา   ฮ่าวเทียน มันไม่ควรลำบากเกินไปที่จะชักจูงให้ขาย

เมื่อเฟยฮาวจากไป หวงเสี่ยวหลงกลับไปที่ห้องของเขา และเริ่มฝึกทักษะเทพอสูร

 

ตามกฎของปีก่อนหน้านี้ในวันรุ่งขึ้นหลังการแข่งขันผู้ชนะในแต่ละชั้นเรียน จะมารวมตัวกันที่ลานจัตุรัสของสถาบัน และพวกเขาจะได้รับคำแนะนำจากอาจารย์ใหญ่ซุนจาง และรองอาจารย์ใหญ่เซี่ยงฉู่ ไปยังหุบเขามังกรเพลิงเพื่อทำการปลูกฝัง

เมื่อหวงเสี่ยวหลงได้นึกถึงคำอธิบายของจอมพลฮ่าวเทียนว่าหุบเขามังกรเพลิง สามารถปรับแต่งร่างกาย และปรับปรุงคุณภาพของปราณฉี เขาได้แต่คาดหวังว่าจะสามารถทำได้จริง ๆ

ตั้งแต่ที่เขาได้รับการฝึกฝนทักษะเทพอสูร เขาก็รู้ว่าปราณฉีที่ได้รับเป็นจิตวิญญาณจากโลกเบื้องล่าง ในฐานะ ‘ปราณฉีของโลกเบื้องล่าง’ คุณภาพของปราณฉีของโลกเบื้องล่างได้รับการพิจารณาสูงกว่าปราณแบบปกติ ; ถ้าเขาสามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้เขาอาจจะเข้าสู่ขอบเขตความสามารถที่ดีกว่าเดิม?

 

ความมืดของเวลากลางคืนค่อย ๆ สลายไป เมื่อแสงแดดปรากฎออกมาจากท้องฟ้าในตอนเช้า

หวงเสี่ยวหลงยกเลิกการฝึกของเขา และออกมาจากห้องของเขารู้สึกดี ความเมื่อยล้าจากการต่อสู้เมื่อวานนี้ได้หายไปอย่างสมบูรณ์

“ท่านจักรพรรดิ มีข่าวดี!” เมื่อหวงเสี่ยวหลงเดินเข้าไปภายในห้องโถงใหญ่ เฟยฮาวก็วิ่งออกมาอย่างตื่นเต้น และแทบจะกระโจนออกไป

“ศิษย์พี่ติดต่อท่านอาจารย์ได้แล้ว และเขาได้รายงานเกี่ยวกับเรื่องของท่านจักรพรรดิต่อท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์มีความสุขมาก และรีบเดินทางมายังอาณาจักรหลัวถงด้วยความเร็วเท่าที่จะทำได้! ”