0 Views

แสงพราวแพรวพุ่งออกมาจากร่างของลู่ไคเป็นเงามหึมาโผล่ออกมาเหนือศีรษะของเขา

สัตว์ประหลาดขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนนกอินทรีผสมนกเพลิงอมตะ และยังบางสิ่งจากมังกรตัวหนึ่งในเวลาเดียวกัน สิ่งที่เกิดขึ้นในสายตาของทุกคน แรงกดดันที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายกวาดออกมาเหมือนพายุเฮอริเคนจากจุดที่ลู่ไคยืนอยู่

“นกสวรรค์!”

“จิตวิญญาณของเจ้าชายลู่ไค เป็นนกสวรรค์! กษัตริย์องค์แรกของราชวงศ์ลู่ของเราก็มีจิตวิญญาณการต่อสู้ที่เป็นนกสวรรค์! ”

ฝูงชนรอบข้างร้องตะโกนออกมาเสียงดังด้วยความตกใจอย่างมาก เมื่อพวกเขาเห็นว่าจิตวิญญาณการต่อสู้ของลู่ไคเป็นอย่างไร

รวมทั้งหวงเสี่ยวหลงด้วยเช่นกัน

นกสวรรค์ เป็นหนึ่งในจิตวิญญาณการต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่จิตวิญญาณการต่อสู้ชั้นยอดของระดับสิบที่รู้จักกันดี

ตำนานกล่าวไว้ว่านกสวรรค์สืบสายเลือดมาจากปลายขอบของสายเลือดของมังกรฟ้าโบราณ ไม่เพียงแค่นั้นหวงเสี่ยวหลงยังพบว่าจิตวิญญาณการต่อสู้นกสวรรค์ของลู่ไคแตกต่างจากคุณลักษณะของนกสวรรค์ตามปกติ

ในตำนานนกสวรรค์ถูกระบุว่ามีสองปีกในขณะที่จิตวิญญาณการต่อสู้ของลู่ไคเป็นนกสวรรค์ที่ มีสี่ปีก! และเมื่อปีกทั้งสี่กางออกมีจุดสีทองมากมายที่เรืองแสงอยู่ข้างใต้ จิตวิญญาณของนกสวรรค์ทั่วไปไม่ได้มีลักษณะเช่นนี้

รูปลักษณ์แบบนี้!

ความคิดนี้ประกายข้ามความคิดของหวงเสี่ยวหลง

ดูเหมือนว่าจิตวิญญาณของลู่ไคเป็นรูปแบบของนกสวรรค์ นกสวรรค์ที่เป็นจิตวิญญาณการต่อสู้ชั้นเยี่ยมอันดับแรกของระดับสิบ และขณะนี้มีคุณสมบัติการเปลี่ยนแปลงของมันแล้วสามารถจำแนกได้ว่าเป็นจิตวิญญาณการต่อสู้ระดับสิบเอ็ดที่ยอดเยี่ยม!

นี่เป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงสำหรับหวงเสี่ยวหลงเกี่ยวกับจิตวิญญาณของลู่ไคmujเป็นรูปแบบของจิตวิญญาณของนกสวรรค์

หลังจากที่เรียกจิตวิญญาณของเขาออกมา บรรยากาศรอบ ๆ ตัวของลู่ไคเปลี่ยนไปทันที ได้ยินเสียงลมพัดมาจากอากาศรอบ ๆ ตัวของลู่ไค เมื่ออากาศเคลื่อนไหวด้วยความเร็วอย่างรวดเร็วและฝูงชนก็สามารถมองเห็นลมสีฟ้าเคลื่อนตัวไปรอบ ๆ ตัวเขาได้

ลมของธรรมชาติเป็นสิ่งที่ไม่มีสี และมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่ตอนนี้มันสามารถมองเห็นได้ด้วยแสงสีฟ้า

ลมสีฟ้า!

การแสดงออกของหวงเสี่ยวหลงกระชับขึ้นนิดหน่อย เขารู้ว่าการโจมตีของลู่ไคที่กำลังจะมาเขามันเหมือนพายุฝนฟ้าคะนองที่กำลังคลุ้มคลั่ง

“หวงเสี่ยวหลง ถ้าเจ้าสามารถรับการโจมตีจากข้าได้แล้วเจ้ามีคุณสมบัติที่จะแข่งขันกับข้า ถ้าเจ้าไม่สามารถจัดการเรื่องนี้ได้ เจ้าก็ไม่มีคุณสมบัติที่จะมาสู้กับข้าได้! ” ในเวลานี้เสียงไม่แยแสของ ลู่ไคดังขึ้นบนเวที จากนั้นเงาของเขาก็กระพริบ และหายตัวไปจากที่เขาเคยยืนอยู่

เร็วมาก!

นี่เป็นสิ่งแรกที่ข้ามเข้ามาในความคิดของหวงเสี่ยวหลง และจิตใจของฝูงชน

เร็วเกินไป! ความเร็วของลู่ไค ถึงเกณฑ์บางอย่างทำให้เหลือเพียงเงาสีฟ้าเมื่อเขาหายตัวไปจากเวที ทุกอย่างดูเหมือนจะตกอยู่ในความคาดหมายจนกระทั่งการโจมตีของลู่ไคซึ่งกำลังจะเข้าทำร้ายหวงเสี่ยวหลง ทำให้เขาได้รับรู้ตำแหน่งที่ด้านหลังของเขา ร่างของเขาก็กระพริบหายออกไปทิ้งภาพเงาไว้บนเวที และกำปั้นของลู่ไคก็ได้ทะลุผ่านเงาร่างนี้ไป

“เอ่อ?” ในขณะที่หมัดที่มั่นใจเข้าสู่พื้นที่ว่างเปล่า ลู่ไคได้แต่รู้สึกประหลาดใจ

ตัวเขาเองเป็นนักรบระดับเจ็ดนอกจากนี้เขาได้เรียกจิตวิญญาณของเขาออกมาเสริมการโจมตีแล้ว แม้ว่าเขาจะไม่ได้เปลี่ยนร่างของตัวเอง แต่ความเร็วของเขาก็เร็วกว่าความเร็วของนักรบระดับเจ็ดทั่ว ๆ ไป แต่ หวงเสี่ยวหลงสามารถหลบหนีออกจากการโจมตีของเขาได้!

“การโจมตีของเจ้าชายลู่ไคล้มเหลว!”

“หวงเสี่ยวหลงใช้ทักษะอะไร? มันสามารถเป็นความสามารถของจิตวิญญาณของเขาหรือไม่? ”

แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญบนเวทีของแขกผู้มีเกียรติราชาลู่เจ๋อ จอมพลฮ่าวเทียน  อาจารย์ใหญ่ซุนจางและ รองอาจารย์ใหญ่เซี่ยงฉู่ รู้สึกตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นบนเวที ความเร็วที่หวงเสี่ยวหลงใช้หลบการโจมตีของลู่ไคไม่ช้าไปกว่าความเร็วของลู่ไคเลย

 

ใช่ตอนนี้หวงเสี่ยวหลงใช้พลังความสามารถของเงาปีศาจ!

เมื่อหวงเสี่ยวหลงก้าวขึ้นสู่นักรบระดับสี่จิตวิญญาณการต่อสู้ของเขาได้รับการวิวัฒนาการครั้งแรก ความสามารถของเงาปีศาจช่วยให้ความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นได้หนึ่งในสามของความเร็วที่เร็วที่สุดของเขา และด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขาที่อยู่ในจุดสูงสุดของนักรบระดับหกขั้นกลางความสามารถนี้ได้เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า

ไม่ต้องกล่าวถึงความแข็งแกร่งของหวงเสี่ยวหลงที่แข็งแกร่งกว่าค่าเฉลี่ยของนักรบระดับหก โดยไม่ต้องสงสัยความเร็วของเขาก็ยังเร็วกว่าค่าเฉลี่ยของนักรบในระดับเดียวกัน ดังนั้นด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นสองในสามของความเร็วของเขาจึงสามารถจับคู่กับลู่ไคได้เป็นอย่างดี

เมื่อเห็นการโจมตีของตัวเองที่ผิดพลาด  ลู่ไครีบตั้งหลักขึ้นมาใหม่ได้อย่างรวดเร็ว หลังจากช่วงเวลาสั้น ๆ และไม่รีบเร่งในการโจมตีครั้งที่สอง

“ไม่เลวเจ้าดีกว่าที่ข้าได้จินตนาการเอาไว้ ตั้งแต่เจ้าสามารถหลีกเลี่ยงการโจมตีครั้งแรกของข้าได้หมายความว่าเจ้ามีสิทธิ์ที่จะแข่งขันกับข้า ”

จนกระทั่งถึงตอนนี้เขาหยุดชั่วคราว “แต่เพียงแค่ตอนนี้เท่านั้น ดังนั้นจงเตรียมพร้อมรับการโจมตีครั้งต่อไปของข้า ดูซิว่าเจ้าจะสามารถหลบได้อีกกี่ครั้ง! ”

ภาพเงาของลู่ไควูบวาบ และหายตัวไป และแสงสีฟ้ากระพริบไปในอากาศไปปรากฏอยู่ด้านหน้าของหวงเสี่ยวหลงหลายครั้งด้วยความเร็วที่เร็วกว่าก่อน กำปั้นถูกชกออกไปทะลุผ่านช่องว่างทำให้เกิดลมสีฟ้า!

ดวงตาของหวงเสี่ยวหลงจ้องมองในขณะที่เขาเฝ้าดูหมัดที่ถูกชกเข้ามาใกล้ ๆ  และครั้งนี้เขาไม่มีเวลาพอที่จะหลบหลีกได้ดังนั้นวิธีเดียวที่จะได้ทำได้คือรับการโจมตี ปราณฉีภายในร่างของเขาคำรามออกมาพร้อมใช้เพลงหมัดลั่วหานออกไปปะทะกับหมัดของลู่ไคขณะที่ปราณฉีสองพุ่งออกมาเหมือนน้ำกำลังท่วม

“ปัง!”

หมัดของหวงเสี่ยวหลงชนกับหมัดของลู่ไค และทั้งคู่ต้องถอยหลังกลับไปจากแรงกระแทกในเวลาเดียวกัน ลู่ไคถอยไปเพียงสามก้าว และหวงเสี่ยวหลงต้องถอยไปถึงห้าก้าว

“หือ?” เมื่อลู่ไคเห็นหวงเสี่ยวหลงกล้าปะทะกับเขาตรง ๆ แต่ยังไม่ได้รับบาดเจ็บทำให้เขารู้สึกประหลาดใจ

คนรอบข้างที่กำลังเฝ้าดูการสู้รบทั้งสี่ทิศก็ประหลาดใจเช่นเดียวกัน

การต่อสู้ของนักรบระดับเจ็ดนั้นมีพลังที่สูงกว่าจุดสูงสุดของนักรบระดับหกขั้นปลาย แต่นี้หวงเสี่ยวหลงกับสามารถต่อต้านการโจมตีจากลู่ไคได้!

แม้ว่าหวงเสี่ยวหลงจะถอยห่างออกไปมากกว่าสองก้าวเมื่อเทียบกับลู่ไค แสดงให้เห็นว่าเขาอ่อนแอกว่าเพียงเล็กน้อย แต่ถึงกระนั้นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ฝูงชนตกใจ

 

จากเวทีของชั้นปีแรกที่แพ้หวงเสี่ยวหลงก่อนหน้านี้ เฉินเฉิงที่รู้สึกไม่พอใจกับการพ่ายแพ้ให้แก่หวงเสี่ยวหลง ตอนนี้เห็นว่า หวงเสี่ยวหลงจริง ๆ สามารถตอบโต้การโจมตีโดยตรงจากลู่ไคได้ ความไม่พอใจของเขาหายไปในทันที เขารู้ว่าถ้าเขาอยู่บนเวทีเขาจะไม่สามารถที่จะชกกลับได้แบบนี้!

“ร่างกายของหวงเสี่ยวหลงมีความแข็งแกร่งที่ไม่อาจคาดคิด และระดับการต่อสู้ของเขาสูงมาก” ราชาลู่เจ๋อแสดงความคิดเห็นบนที่นั่งของแขกพิเศษ

ทุกคนที่นั่งอยู่บนที่นั่งของแขกพิเศษเป็นผู้เชี่ยวชาญ สายตาของพวกเขาสามารถตรวจสอบร่างกายของหวงเสี่ยวหลงได้ว่ามันมากกว่าค่าเฉลี่ยของจุดสูงสุดของนักรบระดับหกขั้นปลาย นอกจากนี้ปราณฉีของเขาค่อนข้างสูง ถ้าไม่ใช่หวงเสี่ยวหลงจะไม่สามารถรับหมัดที่แข็งแกร่งจากลู่ไค และยังคงไม่ได้รับบาดเจ็บได้

“ตัดสินจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเขาจะได้ชัยชนะเหนือหวงเสี่ยวหลง, ไคเอ๋อในตอนนี้ยังไม่ได้ใช้การเปลี่ยนวิญญาณ” ราชาลู่เจ๋อกล่าวเพิ่ม

“สิ่งที่องค์ราชาได้ตรัสนั้นถูกต้อง” ในเวลานี้อ๋องที่นั่งอยู่ใต้เวทีหลักเห็นด้วยอย่างรวดเร็ว อ๋องผู้นี้ยืนขึ้น และยิ้มในขณะที่เขายังคงกล่าวต่อ  “หลังจากที่เจ้าชายใช้การเปลี่ยนวิญญาณ มันไม่สำคัญว่าหวงเสี่ยวหลงจะแข็งแกร่งแค่ไหน มันเป็นไปไม่ได้สำหรับเขาที่จะเอาชนะเจ้าชายได้!”

อ๋องคนอื่น ๆ ได้แสดงการสนับสนุนเห็นด้วยในทันที

จอมพลฮ่าวเทียนฟัง แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา ตาของเขากำลังจดจ่ออยู่กับร่างทั้งสองบนเวทีการต่อสู้

 

ในเวลานี้บนเวที ลู่ไคกลายเป็นแสงสีฟ้าที่กระพือปีกอย่างต่อเนื่องปรากฏตัวสุ่มไปทั่วบนเวที ความวุ่นวายของการโจมตีของเขาโผล่ออกมาอย่างพายุฝนฟ้าคะนองที่โหมกระหน่ำ แต่สิ่งที่หวงเสี่ยวหลงทำให้ทุกคนตื่นตระหนกก็คือไม่ว่าความรุนแรง และความรวดเร็วของลู่ไคที่โจมตีออกมามากเพียงใด หวงเสี่ยวหลงยังสามารถประสบความสำเร็จในการหลบเลี่ยงได้ทุกครั้ง

หวงเสี่ยวหลงดูเหมือนว่าเขาไม่มีอำนาจที่จะสู้ แต่ทัศนคติที่สงบ และสบาย ๆ ทำให้หัวใจกลมกลืนไปกับความสงสัย

หลังจากโจมตีอย่างบ้าคลั่งไปมากกว่าสิบครั้งแล้วลู่ไคก็หยุดลง เขาขมวดคิ้วถึงเวลานี้เขาตระหนักว่าถ้าเขายังโจมตีแบบนี้ต่อไป มันแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะเอาชนะหวงเสี่ยวหลงได้ภายในเวลาสองเค่อ

“หวงเสี่ยวหลง เรียกจิตวิญญาณของเจ้าออกมา” ลู่ไคกล่าวในขณะที่สังเกตหวงเสี่ยวหลง พร้อมกล่าวอีกว่า “ในการโจมตีครั้งต่อไปข้าจะใช้การเปลี่ยนวิญญาณ เจ้าจะไม่สามารถหันเหความสนใจหรือรับการโจมตีของข้าได้ในขณะนั้น! ”

เช่นเดียวกับคนอื่น ลู่ไคก็อยากรู้เกี่ยวกับจิตวิญญาณของหวงเสี่ยวหลง ว่ามันคืออะไร? มันอาจจะเป็นเหมือนข่าวลือที่กระจายออกไปทั่วทั้งภายในสถาบัน จิตวิญญาณการต่อสู้ระดับสิบเอ็ดที่ยอดเยี่ยม?