0 Views

 

 

ด้านหลี่ลู่ก็ตกอยู่ในความสับสนวุ่นวายภายในสายตาของนางหดลงบนร่างของเจียงเต็งที่ถูกทำร้ายโดยหวงเสี่ยวหลง ที่กำลังนอนอยู่บนพื้น และนางไม่ได้ตอบสนองเป็นเวลานานมาก

หวงเสี่ยวหลงแข็งแกร่งมาก!

ในช่วงห้าเดือนที่ผ่านมา นางได้ฝึกซ้อมอย่างหนัก และคิดว่านางอาจปิดช่องว่างระหว่างตัวนางกับหวงเซี่ยวหลง อย่างไรก็ตามนางไม่ได้จินตนาการถึงช่องว่างจะห่างกันถึงระดับนี้!

เมื่อถึงจุดนี้ซุนจาง และเซี่ยงฉู่ได้หยุดการต่อสู้และดูอาการของเจียงเต็ง และลุกขึ้นขณะที่เช็ดเหงื่อบนหน้าผาก โชคดีที่พวกเขาทำหน้าที่ได้อย่างรวดเร็ว; ถ้าหวงเสี่ยวหลง ‘ซัด’ เจียงเต็ง ด้วยฝ่ามืออีกสักสิบฝ่ามืออย่างต่อเนื่องเช่นเหตุการณ์ที่ผ่านมาโดยไม่ต้องสงสัย เจียงเต็งจะต้องตายหรือพิการอย่างแน่นอน!

ทั้งสองปล่อยรอยยิ้มขมออกมา

ตอนแรกพวกเขาคิดว่าการต่อสู้จะสูสี แต่อีกครั้งผลที่เกิดขึ้นก็ยังเหมือนครั้งล่าสุด!

ต่อหน้าหวงเสี่ยวหลง, เจียงเต็งหายไปภายในกระบวนท่าเดียว!

และเขาพ่ายแพ้อย่างน่าสังเวช!

ซุนจาง และเซี่ยงฉู่มีการแสดงออกที่ซับซ้อน ขณะที่พวกเขาเผชิญหน้ากับหวงเซี่ยวหลง ความประหลาดใจต่อเด็กน้อยผู้นี้ทำให้พวกเขาตื่นเต้นนิดหน่อย แต่ความอดทนของจิตใจของพวกเขาก็ดี

“เออ, เสี่ยวหลงการกระทำของเจ้าต่อเด็กคนนี้มันออกจะหนักเกินไป” ซุนจางแสดงความคิดเห็นขณะที่ยิ้มกับหวงเสี่ยวหลง

มองย้อนกลับไปที่ซุนจาง การแสดงออกของหวงเสี่ยวหลงกล่าวว่า “ข้าไม่สนใจ”

และพูดว่า “ถ้าไม่มีอะไรอื่นข้าขอตัวกลับ” เขาหันหลังกลับไป และทิ้งทุกอย่างไว้โดยหลังจากที่โยนประโยคดังกล่าวออกมา

ซุนจาง และปากของเซี่ยงฉู่เปิดออก และปิดลง แม้อยากจะพูดอะไรกับหวงเซี่ยวหลง ในท้ายที่สุดไม่มีคำพูดใดที่จะออกมา และพวกเขาทำได้เพียงแค่มองหวงเสี่ยวหลงกับหลี่ลู่เท่านั้น

หลังจากที่ทั้งสองร่างน้อยหายไป ซุนจาง และเซี่ยงฉู่ได้แต่ส่ายหัว

เมื่อเงาของหวงเสี่ยวหลงหายไปจากลานจัตุรัสของสถาบัน ในมุมที่ห่างไกลออกไปเซี่ยงเม่ยฉี เดินออกไปอย่างช้า ๆ ในความรู้สึกที่ซับซ้อนบนใบหน้าของนาง ขณะที่นางมองไปในทิศทางที่หวงเสี่ยวหลงจากไป

เช่นเดียวกับซุนจาง และเซี่ยงฉู่ เซี่ยงเม่ยฉีอยู่ที่ลานจัตุรัสของสถาบัน ตั้งแต่เช้าตรู่ และเห็นทุกสิ่งทุกอย่าง

 

หลังจากออกจากสถาบัน หวงเสี่ยวหลง และหลี่ลู่กลับไปที่คฤหาสน์เทียนซวน

ระหว่างทางหลี่ลู่ได้ฟื้นตัวจากอาการตกใจ และเริ่มคุยกับหวงเสี่ยวหลงซุบซิบเรื่องเหตุการณ์น่าสนใจในช่วงห้าเดือนที่ผ่านมาภายในสถาบัน

มองไปที่ ‘ลู่เอ๋อ ที่ร่าเริง ‘ เขายิ้มออกมา เขาชอบเห็นลักยิ้มบนใบหน้าของหลี่ลู่ยามเมื่อนางยิ้ม

“นายน้อย ท่านกลับมาแล้ว!” เมื่อหวงเสี่ยวหลง และหลี่ลู่มาถึงคฤหาสน์เทียนซวน เฟยฮาวกำลังจะออกไป แต่เมื่อเห็นหวงเสี่ยวหลง เฟยฮาวก็กล่าวทักทายเขา

 

หวงเสี่ยวหลง ก้าวไปข้างหน้า และตบไปบนไหล่ของเฟยฮาวยืนยันว่า “ใช่ ข้ากลับมาแล้ว! ก่อนอื่นเข้าไปภายในแล้วค่อยพูดคุยกันเถอะ ”

เมื่อเข้าไปภายในห้องโถงใหญ่คนทั้งสามก็นั่งลง

หลังจากนั่งลงหวงเสี่ยวหวนถามเกี่ยวกับความคืบหน้าของกองกำลังของคฤหาสน์เทียนซวน  และเฟยฮาวก็อธิบายว่าเขาไปตลาดทาสสองครั้ง และซื้อทาสใหม่เข้ามา ตอนนี้รวมทั้งมนุษย์อสูรโบลี่ และคนอื่น ๆ มีทาสหกสิบแปดคนอยู่ภายในคฤหาสน์เทียนซวน หลังจากที่ได้รับการฝึกฝนจากเขาแล้ว พวกทาสทุกคนได้รับการวางรากฐานด้วยทักษะเพลงหมัดลั่วหานของหวงเสี่ยวหลง

เมื่อเฟยฮาวนำเหล่าทาสเหล่านี้กลับมา แต่ละคนมีพื้นฐานปราณฉี และหลังจากผ่านไปห้าเดือนแล้วพวกเขาก็สามารถใช้เพลงหมัดลั่วหานต่อสู้กับศัตรูได้ คนที่อ่อนแอที่สุดเทียบเท่าได้กับนักรบระดับห้า และที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่พวกเขาคือมนุษย์อสูรโบลี่ที่สามารถต่อสู้กับนักรบระดับหกได้

ฟังคำตอบของ เฟยฮาว, หวงเสี่ยวหลงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจที่ความเร็วของความคืบหน้านั้นไวกว่าที่คาดเอาไว้

ในเวลานี้เฟยฮาวลังเลเล็กน้อยก่อนที่จะกล่าวต่อว่า “นายน้อย ในวันพรุ่งนี้เป็นการแข่งขันประดจำชั้นปีของสถาบันของท่าน ข้าพบว่าชั้นปีแรกที่แข็งแกร่งรอบนี้มีนามว่าลู่ไค และลู่ไคก็อยู่ในระดับจุดสูงสุดของนักรบระดับหกขั้นปลาย และเขาอาจจะก้าวเข้าสู่นักรบระดับเจ็ดไปแล้ว! ”

“ลู่ไค?” หวงเสี่ยวหลงย่นคิ้ว: นักรบระดับเจ็ด?

ด้านล่างของนักรบระดับสิบมีสองคอขวดขนาดใหญ่ – หนึ่งคือนักรบระดับสี่ และอีกหนึ่งคือนักรบระดับเจ็ด เมื่อบุคคลที่ก้าวหน้าไปถึงนักรบระดับเจ็ดการเพิ่มความสามารถ ในการอธิบายเป็นไปไม่ได้แน่นอนว่าจุดสูงสุดของนักรบระดับหกขั้นปลายจะสามารถแข่งขันได้

หากว่าลูไค่ได้ผ่านสู่นักรบระดับเจ็ดไปแล้ว การแข่งขันระดับชั้นปีที่ 1 ของวันพรุ่งนี้จะค่อนข้างลำบาก

“ถูกต้อง อ่า, เสี่ยวหลง ข้าเคยได้ยินบ่อย ๆ จากอาจารย์ของเราเซี่ยงเม่ยฉี นางเคยกล่าวถึงเขาเมื่อสามปีที่แล้วเขาเป็นเพียงจุดสูงสุดของนักรบระดับหกขั้นปลาย และเขาได้รับอันดับหนึ่งในการแข่งขันประจำชั้นปีแรกของสถาบัน ในช่วงสามปีที่ผ่านมา เขาไม่เคยแพ้แม้แต่ครั้งเดียว นอกจากนี้เขายังเป็นเจ้าชายของอาณาจักรหลัวถงอีกด้วย!  “หลี่ลู่กล่าวเพิ่มเติมต่อจากเฟยฮาว

“โอ้เจ้าชายแห่งอาณาจักรหลัวถง?” หวงเสี่ยวหลงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่ได้รู้ข้อมูลนี้

“ใช่แล้วขอรับนายน้อย!” เฟยฮาวกล่าวว่า “ราชาของอาณาจักรหลัวถงมีนามว่าลู่เจ๋อ เขาให้ความสำคัญกับลูกชายคนนี้มาก และข้าก็ได้ยินมาว่าราชาผู้นี้จะเข้าร่วมชมการแข่งขันของสถาบันในวันพรุ่งนี้”

“ราชาลู่เจ๋อจะมาดูการแข่งขัน” อีกครั้งที่หวงเสี่ยวหลงรู้สึกประหลาดใจ; ดูเหมือนว่าผู้ปกครองของราชวงศ์ของอาณาจักรหลัวถงได้ให้ความสำคัญกับบุตรคนนี้มากอย่างแน่นอน

“ยิ่งไปกว่านั้น ลู่ไคยังมีความสัมพันธ์กับนายน้อยอยู่เหมือนกัน” เฟยฮาวยังกล่าวต่ออีกว่า “การเดิมพันระหว่างนายน้อยกับซ้งหยวนเมื่อห้าเดือนก่อน นายน้อยจำได้หรือไม่? ถ้านายน้อยได้อันดับหนึ่งสำหรับการแข่งขันประจำชั้นปีแรก อาจารย์ใหญ่จะขับไล่เขาออกจากสถาบัน ลู่ไคเป็นลูกชายของซ้งหวังเฟย! ”

ลูกชายของซ้งหวังเฟย!

คราวนี้หวงเสี่ยวหลงต้องตกใจอย่างแท้จริง

 

ซ้งหวังเฟยเป็นพี่สาวของซ้งหยวนนั่นหมายความว่าลู่ไคเป็นหลานของซ้งหยวน  และซ้งหยวนเป็นลุงของลู่ไค

ลู่ไค, หวงเสี่ยวหลง สลักชื่อนี้ไว้ภายในหัวใจของเขา

นักรบระดับเจ็ดดูเหมือนการแข่งขันประจำชั้นปีแรกในวันพรุ่งนี้จะมีความหมายมากกว่าที่คิด

“นายน้อยในความเป็นจริงมันไม่สำคัญ แม้ว่าท่านไม่สามารถเป็นอันดับหนึ่งในการแข่งขันชั้นปีแรก นายน้อยยังเด็กมาก อายุเพียงสิบขวบในขณะที่ลู่ไคนั้นมีอายุครบสิบเก้าปีแล้ว! ” เมื่อเห็นหวงเซี่ยวหลงกำลังขบคิดอย่างลึ้กซึ้ง เฟยฮาวสันนิษฐานว่าหวงเสี่ยวหลงกังวลเรื่องการแข่งขันในวันพรุ่งนี้ ดังนั้นเขาจึงพูดปลอบออกไปเพื่อให้เกิดความสบายใจ

พรสวรรค์ของจักรพรรดิสามารถอธิบายได้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่อาจประเมินได้ และแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับคนในวัยเดียวกัน แต่ในความเห็นของเฟยฮาว มันก็ยังยากที่จะเอาชนะนักรบระดับเจ็ดได้

เมื่อได้ยินคำพูดของเฟยฮาว, หวงเสี่ยวหลงหัวเราะเบา ๆ  แล้วโบกมือ และเปลี่ยนหัวข้อเขาถาม เฟยฮาวเกี่ยวกับความก้าวหน้าของเขาในทักษะกลั่นสายฟ้า

และเฟยฮาวตอบอย่างตรงไปตรงมา

“โอ้ใช่ข้ามีบางอย่างสำหรับพวกเจ้าทั้งสองคน” จู่ ๆ หวงเสี่ยวหลงก็จำอะไรบางอย่างได้ และเอาผลไม้ปรงออกมาสิบผล

“นี้เป็นผลไม้ปรง!” ตาจ้องมองไปที่ผลไม้ปรงภายในฝ่ามือของหวงเสี่ยวหลง เฟยฮาวร้องออกมาดัง ๆ ด้วยความประหลาดใจ เมื่อหลี่ลู่ได้ยินเฟยฮาวกล่าวตาของนางก็เปิดกว้างด้วยความประหลาดใจ

“ใช่นี่เป็นผลไม้ปรง”  หวงเสี่ยวหลงยิ้มและพูดว่า “เจ้าลิงน้อยพบมันในขณะที่พวกเรากำลังฝึกฝนอยู่ที่ป่าจันทราสีเงิน”

ในขณะนี้เจ้าลิงน้อย (ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เขา) ร้องเสียงแหลมอย่างภาคภูมิใจพร้อมทำมือแปลก ๆ เขาเห็นได้ชัดว่ากำลังแสดงอยู่หน้าเฟยฮาว และหลี่ลู่ การแสดงตลกที่น่ารักของเจ้าลิงน้อยทำให้ทั้งสามคนในห้องโถงหัวเราะออกมา

แต่การหาผลไม้ปรงเหล่านี้ได้ถือว่าเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจ

หวงเสี่ยวหลงแบ่งผลไม้ปรงให้เฟยฮาว และหลี่ลู่คนละห้าผล

หลังจากนั้นไม่นานเฟยฮาว และหลี่ลู่ก็ออกจากห้องโถงใหญ่ไป หวงเสี่ยวหลงก็ออกไปเช่นกัน และเดินไปที่ลานหน้าที่พักของเขาเพื่อฝึกฝนทักษะกงเล็บปีศาจเทพอสูร

ไม่นานหลังจากนั้นจอมพลฮ่าวเทียนได้รับข้อความว่าจักรพรรดิได้กลับมาจากป่าจันทราสีเงินเขาจึงรีบเดินทางมายังคฤหาสน์เทียนซวน  จอมพลฮ่าวเทียนยังได้กล่าวถึงลู่ไคต่อหวงเสี่ยวหลง ด้วยความกังวลใจ

ดูเหมือนว่าอาจารย์ และศิษย์ของสถาบัน หรือไม่ว่าจะเป็น เฟยฮาว และฮ่าวเทียน จะไม่มีใครเชื่อว่าข้าจะได้รับตำแหน่งอันดับหนึ่ง  หวงเสี่ยวหลงได้แต่คิดกับตัวเอง

 

เวลาในช่วงกลางคืนผ่านไปอย่างช้า ๆ

แสงจันทร์ส่องสว่างไปทั่วแผ่นดิน

หวงเสี่ยวหลงนั่งอยู่บนเตียงหยกเย็น ในขณะที่มังกรคู่กำลังดื่มด่ำกับพลังงานจิตวิญญาณจากโลกเบื้องล่าง

 

คืนหนึ่งผ่านไปอย่างสงบ

แทนที่ด้วยแสงแดดอันอบอุ่นซึ่งเป็นวันที่มีการจัดงานการแข่งขั้นประจำชั้นปีของสถาบันแสงดารา

ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง