0 Views

 

หวงเสี่ยวหลงมองไปที่เซี่ยงเม่ยฉี และเยาะเย้ยอย่างเต็มที่ “การประเมินของศิษย์ใหม่ หวังว่าเจ้ายังไม่ลืมใช่มั้ย?”

ร่างกายของเซี่ยงเม่ยฉีสั่นสะเทือน และตื่นตระหนก ในสายตาของนาง นางไม่กล้าที่จะสบสายตากับหวงเสี่ยวหลง ดวงตาของนางเปลี่ยนเป็นสีซีดขาว

เดิมพัน? ขณะที่ซุนจาง และเซี่ยงฉู่ยังคงสับสนงงงวย  เซี่ยงเม่ยฉีก็คุกเข่าลง นางเพิ่งคุกเข่าลงในจัตุรัสเช่นนั้นเปิดปากเชอร์รี่ขนาดเล็กของนาง

“วัง! วัง! วัง! ” และนางก็ร้องออกมาสามครั้งติดต่อกัน

ซุนจาง และ เซี่ยงฉู่ รู้สึกทึ่งกับความวุ่นวายนี้

ขณะที่ซุนจาง และเซี่ยงฉู่ยังคงสับสน และตะลึงงันอยู่ เซี่ยงเม่ยฉีก็ลุกขึ้นยืนหันกลับ และหนีหายไปอย่างไร้ร่องรอย

มองไปที่ทิศทางที่เซี่ยงเม่ยฉีหายไป หวงเสี่ยวหลงรู้สึกว่านางไม่ได้เป็นที่น่ารังเกียจเท่าที่เขาคิด อย่างน้อยที่สุดนางก็กล้าที่จะพูดและกล้าที่จะทำ ตอนแรกเขาคิดว่านางคงจะพยายามที่จะหาทางดิ้นร้นหลบหนีออกไป

เซี่ยงฉู่มองภาพเงาที่หายตัวไปของลูกสาว และสามารถทำได้เพียงส่ายหน้าเท่านั้น

เนื่องจากเซี่ยงเม่ยฉีวิ่งหนีไปแล้ว การประเมินของศิษย์ใหม่หยุดกลางครัน และไม่ได้ดำเนินการต่อ

หวงเสี่ยวหลง และคนอื่น ๆ ก็แยกย้ายกันไปจากจัตุรัส

ตาของซุนจางวูบวาบ เขามองไปที่ภาพเงาของหวงเซี่ยวหลง

“ดูเหมือนว่าภายในสองสามวันต่อมา ข้าควรจะไปเยือนจวนจอมพล และคุยกับเพื่อนเก่า          ฮ่าวเทียน!”

เมื่อเข้าใจถึงความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของซุนจาง เซี่ยงฉู่ก็หัวเราะและพูดว่า “ตามความสัมพันธ์ที่ดีของอาจารย์ใหญ่กับจอมพลฮ่าวเทียน ควบคู่ไปกับความแข็งแกร่ง และเอกลักษณ์ของอาจารย์ใหญ่ ข้าแน่ใจว่าจอมพลฮ่าวเทียนจะยินดีที่จะยินยอมให้หวงเสี่ยวหลง กลายเป็นศิษย์ของอาจารย์ใหญ่”

ซุนจางพยักหน้า  เขาพยักหน้าไม่ได้เป็นเพราะเขากังวล (เกี่ยวกับเรื่องหวงเสี่ยวหลงจะ กลายเป็นศิษย์ของเขา) แต่เพราะเขาสงสัยเกี่ยวกับวิจิตวิญญาณการต่อสู้ของหวงเซี่ยวลอง

เพื่อนเก่าฮ่าวเทียน ควรรู้ใช่มั้ย? ซุนจางคิดอย่างลับ ๆ เขากำลังจะออกไป แต่ยังส่งเสียงหัวเราะอย่างขมขื่น เมื่อเขาจำร่างที่ไม่ได้สติของเจียงเต็งได้ และพูดกับเซี่ยงฉู่ว่า “ไปเถอะพวกเราควรจะพาเขาไปรักษาอาการบาดเจ็บเสียก่อน ก่อนที่จะมาพูดถึงเรื่องอื่น ๆ ” เซี่ยงฉู่ยิ้มอย่างขมขื่น และพยักหน้า

หลังจากนั้นทั้งสองคนก็พาเจียงเต็งที่ไม่ได้สติหายตัวออกไปจากจัตุรัสในพริบตา

อย่างไรก็ตามหวงเสี่ยวหลงไปที่ห้องสมุด แทนที่จะกลับไปที่ห้องเรียน

ชั้นแรกของห้องสมุดเปิดให้ศิษย์ทุกคนเข้าได้อย่างอิสระ อย่างไรก็ตามทักษะการต่อสู้และทักษะการบ่มเพาะถูกเก็บไว้ที่ชั้นสอง ชั้นสาม และชั้นสี่ ดังนั้นเฉพาะผู้ที่ประสบความสำเร็จในงานของสถาบันการ และมีจำนวนคะแนนมากพอจะได้รับอนุญาตให้ไปที่ชั้นเหล่านี้

แน่นอนหวงเสี่ยวหลงไม่ได้เข้าเรียนในสถาบันเพื่อเรียนรู้ทักษะการต่อสู้ หรือทักษะการบ่มเพาะ ถึงแม้ว่าเขาจะเคยอาศัยอยู่ในโลกของจิตวิญญาณการต่อสู้มาเกือบ 10 ปีสิ่งที่เขาเข้าใจก็ถือว่ายังน้อยมาก ดังนั้นเขาจึงต้องการอ่านหนังสือเพิ่มเติมเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับโลกใบนี้

หลังจากอ่านหนังสือสองเล่มที่เกี่ยวกับการต่อสู้ของจิตวิญญาณการต่อสู้ หวงเสี่ยวหลงได้สังเกตเห็นหนังสือชื่อ ‘ความสามารถเหนือธรรมชาติ’ บนชั้นวางหนังสือ

ความสามารถเหนือธรรมชาติ?

เขาพึมพำ และหยิบหนังสือเล่มนั้นเริ่มพลิกดูหน้าต่าง ๆ  ยิ่งเขาอ่านมากขึ้นก็ยิ่งหลงใหลเท่านั้น หนังสือเล่มนี้ไม่เพียงแต่อธิบายความสามารถเหนือธรรมชาติของจิตวิญญาณการต่อสู้ แต่ยังรวมไปถึงการใช้จุดแข็ง และจุดอ่อน แม้ว่าจะไม่ได้มีรายละเอียดครบถ้วน แต่ก็เพียงพอที่จะเปิดประตูบานใหม่ให้กับหวงเซี่ยวหลง

กว่าครึ่งชั่วยามต่อมาหวงเสี่ยวหลงก็เอาหนังสือเล่มนี้ไปไว้ที่ชั้นวางของมัน และหยิบหนังสือเล่มอื่น

ในขณะที่หวงเสี่ยวหลงกำลังจดจ่ออยู่กับหนังสือในห้องสมุด สถาบันทั้งมวลถูกกวาดโดยคลื่นแห่งการอภิปรายอย่างเข้มข้น

ศิษย์ใหม่คนหนึ่งที่ชื่อว่าหวงเสี่ยวหลงเกือบจะทำลายศิษย์ที่มีนามว่าเจียงเต็งซึ่งเป็นผู้มีจิตวิญญาณการต่อสู้ระดับสิบเอ็ด!

“นี่เป็นความจริงแท้อย่างแน่นอน! ตอนนั้นข้าก็อยู่ภายในลานจัตุรัส ในเวลานั้นหวงเสี่ยวหลงได้ก้าวไปถึงจุดสูงสุดของนักรบระดับสี่ช่วงปลาย! ”

“จุดสูงสุดของนักรบระดับสี่ช่วงปลาย! อายุเท่านี้ทำได้อย่างไร หวงเสี่ยวหลงมีอายุไม่ถึงสิบปีใช่มั้ย? นี้มันน่ากลัวมากเกินไปแล้ว! ”

“ข้าก็ได้ยินมาว่าหวงเสี่ยวหลงเข้ามาลงทะเบียนด้วยจดหมายแนะนําของอาจารย์ใหญ่ในก่อนหน้านี้ เจียงเต็งเรียกเขาว่า “ขยะ” ทุกครั้งที่เขาเปิดปากของเขา! ”

มีการอภิปรายดังกล่าวในทุกมุมของสถาบันแสงดาราไม่ว่าจะเป็นศิษย์เก่าหรืออาจารย์อื่น ๆ พวกเขาต่างตกใจเมื่อได้ยิน ขณะที่ในขณะเดียวกันทุกคนก็พยายามที่จะคาดเดาว่าจิตวิญญาณการต่อสู้ของหวงเสี่ยวหลงเป็นอย่างไร

ใกล้เที่ยงเมื่อหวงเสี่ยวหลงออกจากห้องสมุด เมื่อศิษย์เก่าที่อยู่ในลานจัตุรัสในเช้าวันนั้นรู้จัก หวงเสี่ยวหลง พวกเขาก็เริ่มชี้ และกระซิบด้วยการแสดงออกแปลก ๆ
หวงเสี่ยวหลงได้ยินการอภิปรายรอบ ๆ ตัวเขา และเขาส่ายหัว เขาไม่ได้คาดหวังว่าข่าวในโลกนี้จะแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว หลังจากผ่านไปเกือบสองชั่วยามการพูดคุยในประเด็นดังกล่าวก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง

“นายน้อย!” เฟยฮาวที่รอคอย และทหารของจวนจอมพลสี่คนได้เห็นหวงเสี่ยวหลงออกมา และรีบไปหาเขาเพื่อทักทายเขา ขณะที่พวกเขาเข้ามาใกล้

หวงเสี่ยวหลงพยักหน้าแล้วพาคนทั้งห้าไปยังคฤหาสน์เทียนซวน

“นายน้อย พวกเราได้ยินมาว่าท่านเกือบจะสังหารเจียงเต็ง!” ระหว่างทางเฟยฮาวกล่าวออกมา

“ทุกคนได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้อย่างไร?” หวงเสี่ยวหลงรู้สึกประหลาดใจ และยิ้มอย่างขมขื่น

ทั้งห้าคนหัวเราะ และเฟยฮาวกล่าวว่า “เจียงเต็งเป็นอัจฉริยะของสถาบันที่ได้รับการยกย่องว่าในกว่าร้อยปีที่มีความสามารถพิเศษในการต่อสู้ และเขาก็เป็นศิษย์ของซุนจาง และเซี่ยงฉู่ด้วยในเวลาเดียวกัน เกี่ยวกับเรื่องของนายน้อยที่ทำให้เขาพ่ายแพ้ทำให้เกิดคลื่นลูกใหญ่กระทบไปทั่วทั้งเมืองหลวง! ”

มันแผ่กระจายไปทั่วทั้งเมืองหลวง?

หวงเสี่ยวหลงรู้สึกทึ่ง และขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่เขาค่อย ๆ ผ่อนคลาย มันไร้ประโยชน์ที่จะซ่อนตัวอีกต่อไป เร็ว ๆ นี้คงพอจะมีคนที่จะพบว่าเขามีความเชื่อมโยงอย่างคลุมเครือกับจวนจอมพล ยิ่งไปกว่านั้นด้วยการปรากฏตัวของจอมพลฮ่าวเทียนไม่ควรมีใครกล้าที่จะหาเรื่องเขา อย่างน้อยเขาก็ยังปลอดภัยในขณะที่ยังอยู่ภายในเมืองหลวงของอาณาจักรหลัวถง!
ไม่ช้าพวกเขาก็เดินทางมาถึงคฤหาสน์เทียนซวน

ห้ทั้งสี่คนยืนรอที่ด้านนอก หวงเสี่ยวหลง และเฟยฮาวนั่งอยู่ภายในห้องโถงใหญ่ เขาถามเฟยฮาว เกี่ยวกับความก้าวหน้าของเขาในการฝึกฝนทักษะกลั่นสายฟ้า

เฟยฮาวตอบด้วยใบหน้าที่มีความสุขว่า “ท่านจักรพรรดิ ข้าได้ฝึกฝนทักษะการบ่มเพาะที่ท่านมอบให้ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมานี้ และการบ่มเพาะด้วยทักษะนี้ทำให้ปราณฉีของข้าได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก!”

ขึ้นอยู่กับความเร็วของการบ่มเพาะของเขาในช่วงสองสามวันที่ผ่านมานี้ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาห้าปี – บางทีอาจเป็นเวลาสี่ปีก็อาจเพียงพอที่เขาจะสามารถทะลวงสู่ดินแดนของนักรบเหนือธรรมชาติระดับแรกได้

หวงเสี่ยวหลงพยักหน้า และถามเฟยฮาวเกี่ยวกับเรื่องการซื้อทาส

และเฟยฮาวรายงานทุกอย่าง ๆ รายละเอียดกับหวงเสี่ยวหลง

ในช่วง 2 – 3 วันที่ผ่านมา เฟยฮาวได้คัดเลือกทาสจำนวน 26 คน และเริ่มให้ความสำคัญกับการสอนทักษะการบ่มเพาะ

ฟังรายงานของเฟยฮาว, หวงเสี่ยวหลงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

“ข้าตัดสินใจแล้วว่าในสองวันข้างหน้า ข้าจะไปฝึกฝนภายในป่าจันทราสีเงิน” หวงเสี่ยวหลงกล่าวออกมาต่อว่า  “ข้าควรจะกลับมาในช่วงท้ายก่อนการแข่งขันชั้นปีจะเริ่มขึ้น”

“อะไร? ท่านจักรพรรดิ ท่านต้องการที่จะเข้าไปภายในป่าจันทราสีเงินเพื่อฝึกฝนคนเดียวหรือไม่? ” เฟยฮาวเปลี่ยนไปเป็นกังวลว เขาถามว่า” ท่านจักรพรรดิ, ,มันจะดีกว่าถ้าให้ข้าไปพร้อมกับท่าน! ”

หวงเสี่ยวหลงโบกมือของเขาก่อนกล่าวว่า “ไม่จำเป็น ในอีกห้าเดือนข้างหน้าให้เจ้าพักอยู่ที่ คฤหาสน์เทียนซวน และฝึกทาส นอกจากนี้เจ้ายังต้องฝึกฝนทักษะกลั่นสายฟ้าทุกวัน ”

เฟยฮาวอยากจะพูดออกไปมากกว่านี้ แต่หวงเสี่ยวหลงส่ายหัว “อย่าพูดอะไรอีก ข้าได้ตัดสินใจแล้ว!” ด้วยพลังที่แท้จริงของเขารวมกับความสามารถเหนือธรรมชาติของเขาในการปกปิดตัวเองภายในเงาตราบเท่าที่เขาไม่ได้ทำอะไรที่ดูเสี่ยงเกินไป นอกจากนี้หวงเสี่ยวหลงไม่ต้องการที่จะพึ่งพาเฟยฮาว และจอมพลฮ่าวเทียนอย่างต่อเนื่อง

เมื่อเห็นว่าหวงเซี่ยวหลงคิดแบบนี้ เฟยฮาวจำต้องยอมรับคำสั่งดังกล่าวอย่างสุภาพ

ในขณะที่หวงเสี่ยวหลงตัดสินใจเข้าสู่ป่าจันทราสีเงินในอีกสองวันข้างหน้า ในอีกด้านหนึ่งของ จวนจอมพลมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญคืออาจารย์ใหญ่ของสถาบันแสงดารา, ซุนจาง! มาเยือน

ซุนจางเข้ามาภายในจวนจอมพล และพูดคุยกับจอมพลฮ่าวเทียน ก่อนที่จะระบุว่าเขาต้องการอะไร

“อะไร? เจ้าต้องการนำหวงเสี่ยวหลงไปเป็นลูกศิษย์ของเจ้า? ” จอมพลฮ่าวเทียนตกใจมากจนทำให้เสียงของเขากลายเป็นเรื่องที่น่าอึดอัดใจ จากนั้นไม่ต้องสงสัยหรือลังเลใด ๆ เขาส่ายหน้าและพูดว่า “ไม่!”

มันเป็นเรื่องตลกหวงเสี่ยวหลงเป็นจักรพรรดิของนิกายประตูเทพอสูรของพวกเขา อาจารย์ใหญ่ของสถาบันแสงดารามีคุณสมบัติอะไรที่จะมารับเขาเป็นศิษย์ได้?