0 Views

“ข้าไม่ได้คาดหวังเสียด้วยว่าคนที่ใช้จดหมายแนะนำสำหรับการลงทะเบียนเช่นเจ้าจะกล้าที่จะมาปรากฎตัว!” เห็นหวงเสี่ยวหลงมาถึงเซี่ยงเม่ยฉีหัวเราะเยาะเขาอย่างเย็นชา

หวงเสี่ยวหลงหัวเราะเบา ๆ แทน “ทำไมข้าจะไม่กล้ามา? หลังจากนั้นเมื่อข้าเข้าสู่สิบอันดับแรกในการประเมินข้ากลัวว่าเจ้าจะกลับคำพูดของเจ้าเสียมากกว่า! ”

แสงสีคมกระพริบข้ามดวงตาของเซี่ยงเม่ยฉี: “ข้าเซี่ยงเม่ยฉี ไม่เคยกลับคำพูดของข้า!”

หวงเสี่ยวหลงเดินเข้าไปในฝูงชน และยืนสงบนิ่ง และในเวลานี้เด็กผมสีบลอนด์ เจียงเต็งก็จ้องไปที่หวงเสี่ยวหลงอย่างไม่สุภาพด้วยความไม่ชอบแล้วก็หันหลังจากไป ใบหน้าของหวงเสี่ยวหลงยังคงแสดงความอดทนอยู่

และถึงตอนนี้หลี่หลู่ก็เดินมาอยู่ข้าง ๆ หวงเซี่ยวหลงซึ่งเต็มไปด้วยความกังวลใจ และพูดว่า “เซี่ยวหลงเจ้าสามารถเข้าไปถึงสิบอันดับแรกได้?”

เมื่อในต้นปีที่ผ่านมาที่หวงเสี่ยวหลงได้เปิดเผยความสามารถนักรบระดับสี่ของเขาเพื่อเอาชนะ หวงเหว่ยในระหว่างงานชุมนุมประจำปีของตระกูลของคฤหาสน์ตระกูลหวง หลี่ลู่ไม่ทราบในเรื่องนี้

“ไม่ต้องกังวลไปหรอก” หวงเสี่ยวหลงกล่าวกับหลี่ลู่เพื่อให้สบายใจ และบอกไม่ต้องเป็นกังวล

สักพักหลังจากเห็นทุกคนมาถึงเซี่ยงเม่ยฉี เริ่มอธิบายกฎเกณฑ์การประเมินของศิษย์ใหม่

เพื่อทดสอบความแข็งแรงของศิษย์ใหม่ต้องให้พวกเขาต่อสู้กันจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำ ดังนั้นการประเมินของศิษย์ใหม่คือการให้พวกเขาสู้รบกันและกัน การประลองแต่ละชุดถูกแบ่งออกเป็นห้ากลุ่ม และฝ่ายตรงข้ามได้รับเลือกโดยการจับแท่งไม้ ผู้ชนะของแต่ละกลุ่มจะเข้าสู่รอบต่อไปของการต่อสู้ในที่สุดก็จะสามารถกำหนดสิบอันดับแรกของศิษย์ใหม่ได้

และสถานที่แข่งขันการต่อสู้คือในบริเวณลานจัตุรัสของสถาบัน

เนื่องจากเป็นวันประเมินของศิษย์ใหม่ จึงมีศิษย์ที่มีอายุมากกว่าจำนวนมากมาเฝ้าดู

อย่างไรก็ตามขณะที่เซี่ยงเม่ยฉีได้อธิบายถึงขั้นตอนการประเมินเสร็จแล้ว ก็เผอิญได้ยินเสียงพูดขึ้นมาว่า “ท่านอาจารย์เซี่ยงวิธีการนี้มันช่างเป็นเรื่องลำบากเกินไป เอาเป็นว่าข้าจะยอมรับการท้าทายของศิษย์ใหม่ทุกคนพร้อมกัน ถ้าศิษย์ใหม่คนใดสามารถอยู่รอดจากการโจมตีของข้าถือว่าเขามีตำแหน่งที่สูง!

ทุกคนรู้สึกประหลาดใจ และมองไปตามทิศทางของเสียง และเห็นคนที่พูดอยู่ก็คือเจียงเต็ง!

เมื่อคำพูดของเจียงเต็งดังออกไปทั่วทั้งลานจัตุรัสทำให้เกิดความสับสนวุ่นวายในหมู่ศิษย์ที่มีชั้นปีมากกว่า

“เด็กคนนี้เป็นคนที่ได้รับการกล่าวขวัญว่ามีจิตวิญญาณการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมพยัคฆ์แสงสีชาด เจียงเต็ง ?! บ้าจริง ๆ! ที่จริงแล้วเขาวางแผนที่จะสู้กับเหล่าศิษย์ใหม่ทุกคนด้วยตัวของเขาเอง! ”

“คนเราสามารถเย่อหยิ่งได้ เพราะพวกเขามีกำลัง!”

เสียงการสนทนาการแสดงออกระหว่างนักเรียนที่มีอายุมากกว่าดังไปทั่ว

และเซี่ยงเม่ยฉีเองก็ตกตะลึงเช่นกัน

เจียงเต็งเพียงคนเดียวต้องการที่จะท้าทายศิษย์ใหม่ทั้งหมด?

มีศิษย์เกือบหนึ่งร้อยคนในกลุ่มศิษย์ใหม่ปีนี้

ที่มุมหนึ่งของจัตุรัสนั้นมีชายสองคนยืนอยู่ และหนึ่งในนั้นคือรองอาจารย์ใหม่เซี่ยงฉู่  ขณะที่ชายอาวุโสอีกคนที่มีดวงตาคู่โต โดยเฉพาะอย่างยิ่งหูของเขาใหญ่เกือบเป็นสองเท่าของหูของคนปกติ

“เจียงเต็งยังอายุน้อย และยังแข็งแกร่งเกินไป” เซี่ยงฉู่กล่าวกับเพื่อนของเขาว่า “แม้ว่าเขาจะแข็งแรง แต่ศิษย์ใหม่ร้อยคน – เขาจะยอมรับความท้าทายทั้งหมดได้อย่างไร?”

เพื่อนคนนี้ก็คืออาจารย์ใหญ่ของสถาบันแสงดาราที่มีนามว่า ซุนจาง

ซุนจางไม่ได้รู้สึกเช่นดัยวกับเขากล่าวว่า “ไม่มีอันตรายใด ๆ สำหรับเด็กคนนี้ ; เด็กที่เต็มไปด้วยความแข็งแกร่งเช่นนี้มันเป็นเรื่องปกติมาก ไม่ต้องกล่าวถึงว่าเจียงเต็งมีจิตวิญญาณการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม แม้ว่าในบรรดาศิษย์ใหม่จะมีจำนวนมาก แต่ก็ไม่อาจมองข้ามความสามารถของพยัคฆ์แสงสีชาดได้! ”

ความหมายพื้นฐานของซุนจางก็คือความสามารถในปัจจุบันของเจียงเต็งสามารถจัดการกับความท้าทายของเหล่าศิษย์ใหม่ได้อย่างง่ายดาย!

เซี่ยงฉู่ได้แต่รู้สึกประหลาดใจ

“เจ้าจะเข้าใจในชั่วพริบตา” ซุนจางยิ้มและพูดกับเซี่ยงฉู่

ขณะที่เซี่ยงเม่ยฉี กลังพิจารณาว่านางควรจะเห็นด้วยกับคำแนะนำของเจียงเต็งหรือไม่ พ่อของนางก็ได้ส่งเสียงเข้ามาที่หูของนาง

ทุกคนกำลังมองไปที่เซี่ยงเม่ยฉี เพื่อรอการตัดสินใจของนาง

ครู่ต่อม เซี่ยงเม่ยฉีมองไปที่กลุ่มศิษย์ใหม่แล้วพยักหน้าไปที่เจียงเต็ง “ตกลง!!!”

เอาล่ะ!

เมื่อเซี่ยงเม่ยฉีให้การยอมรับข้อเสนอ ฝูงชนโดยรอบก็เริ่มมีเสียงดังขึ้นมาอีกครั้ง

เซี่ยงเม่ยฉีอนุญาตให้เจียงเต็งยอมรับความท้าทายของศิษย์ใหม่ทั้ง 100 คน!

เซี่ยงเม่ยฉีเดินขึ้นมาที่ด้านหน้า และโบกมือทั้งสองข้างของนางตั้งรัศมีวงกลมกว้างสี่จั้งบนพื้นลานจัตุรัส พื้นที่การแข่งขันจะอยู่ในวงแหวนนี้ และคนที่ก้าวออกไปถือเป็นผู้แพ้

เจียงเต็งเป็นคนแรกที่ก้าวเข้าไปภายในวงแหวน และยืนตรงกลางโดยเอามือไขว้ไปที่ข้างหลัง ด้วยท่าทีที่ประหม่าเล็กน้อยก่อนกล่าวว่า “ใครกล้าก็เดินเข้ามา?”

เมื่อเสียงของเขาดังออกไปทุกมุมต่างก็เงียบลง

“ข้าเอง!” ในขณะนี้เด็กอ้วนกระโดดลงไปในวงกลม โดยไม่ต้องรอระเบิดแสงสีสดใสสว่างระเบิดออกมาจากร่างกายของเขา จิตวิญญาณของเขาลอยอยู่เหนือศีรษะของเขาอยู่ที่ข้างหลัง 0b9วิญญาณของเด็กคนนี้ดูคล้ายกับสัตว์ปีศาจเฟิร์นทราย และด้านบนศีรษะมีเขาเล็ก ๆ

ศิษย์ใหม่หลายคนหัวเราะออกมาเมื่อได้เห็น

หวงเสี่ยวหลงส่ายหัวจิตวิญญาณของคนผู้นี้ออกจะดูตลกนิดหน่อย อย่างไรก็ตามหวงเสี่ยวหลงผู้ไปห้องสมุดไม่กี่วันก่อนหน้าได้รับการยอมรับว่าจิตวิญญาณการต่อสู้ของเด็กอ้วนคนนี้เป็นจิตวิญญาณการต่อสู้ที่มีชื่อว่ามังกรปฐพี มันไม่ได้เป็นมังกรจริง ๆ  มันเป็นเพียงสายผสมของลูกหลานที่มีร่องรอยของสายเลือดของมังกรเท่านั้น

เด็กอ้วนได้ปลดปล่อยจิตวิญญาณของตัวเอง และรีบวิ่งไปหาเจียงเต็ง และชกออกไปเต็มที่ปล่อยพลังออกมาค่อนข้างที่จะแข็งแกร่ง

หวงเสี่ยวหลงบอกได้ว่าเด็กคนนี้อยู่ที่นักรบระดับสามแล้ว

อย่างไรก็ตามแม้ว่าเขาจะเป็นนักรบระดับสาม แต่กับเจียงเต็งที่เป็นนักรบระดับสี่แล้ว เขาก็ได้ว่าอ่อนแอกว่ามาก เจียงเต็งเฝ้ามองขณะที่กำปั้นเข้ามาใกล้ เขายกมือซ้ายขึ้นขณะที่ปล่อยปราณฉีพุ่งขึ้น และชกไปที่กำปั้นของเด็กอ้วน

“ปัง!”

เสียงระเบิดดังขึ้น และเด็กอ้วนก็สั่นสะท้านในขณะที่เขาเดินโซเซจนถึงขอบของวงแหวน

เจียงเต็งมายืนอยู่ในจุดเดียวกัน แล้วส่งฝ่ามือออกไปในอากาศ และผลักเด็กอ้วนออกไปจากวงกลม

เด็กอ้วนที่ครอบครองจิตวิญญาณการต่อสู้ระดับสิบ และเป็นนักรบระดับสามขั้นกลาง!

ตั้งแต่ต้นจนจบเพียงอึดใจเดียวของเวลาที่ผ่านไป

เกิดอาการตกใจสะท้อนผ่านฝูงชนที่ได้เห็นในฉากนี้

หลังจากนั้นก็มีการพ่ายแพ้ติดต่อกันหกครั้งสำหรับศิษย์ใหม่ที่ได้ไปท้าทายเจียงเต็ง ทีละคน; ทีละคน

หลังจากที่เจียงเต็งมอบความพ่ายแพ้ให้กับบุคคลที่เจ็ดร่างของ เจียงเต็งจากศีรษะจรดปลายเท้าก็สว่างไสวไปด้วยแสงอันสุกใส เมื่อมันหายไปเจียงเต็งก็เริ่มเต็มไปด้วยพลังงานที่ดูสดชื่นอีกครั้ง

“นี่เป็นการฟื้นฟูปราณฉี!” บางคนของกลุ่มศิษย์ชั้นปีที่สูงกว่าก็ร้องตะโกนดังขึ้น

การฟื้นฟูปราณฉี!

เมื่อเจียงเต็งก้าวเข้าสู่นักรบระดับสี่ พยัคฆ์แสงสีชาดได้พัฒนาขึ้น และความสามารถโดยธรรมชาติของมันคือการฟื้นฟูปราณฉี ความสามารถของจิตวิญญาณการต่อสู้นี้ไม่ใช่ความสามารถที่มีพลังมากเกินไปอย่างนั้นหรือ?!

ห่างไกลออกไปแม้กระทั่งเซี่ยงฉู่ก็ยังรู้สึกทึ่งเล็กน้อย เมื่อได้เห็นเรื่องนี้ และในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมอาจารย์ใหญ่ซุนจางถึงกล่าวว่าเจียงเต็งสามารถเอาชนะศิษย์ใหม่ทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย ทุกครั้งที่เขาเอาชนะตราบเท่าที่เขามีเวลา เขาสามารถกู้คืนปราณฉีทั้งหมดของเขาได้ แม้ว่าจะมีศิษย์เพิ่มไปอีกสองสามคน ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเจียงเต็ง!

ดวงตาของเซี่ยงฉู่ก็สว่างขึ้น

แม้แต่อาจารย์ใหญ่ซุนกำลังเฝ้ามองด้วยความพอใจที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าของเขา ขณะที่มองไปที่เจียงเต็งเขาหัวเราะแล้วกล่าวว่า “สถาบันของเราก่อตั้งขึ้นมานับร้อยปีแล้ว และเหล่าศิษย์ไม่เคยติดอันดับหนึ่งในร้อยของเมืองจักรพรรดิสักครั้ง การสู้รบแห่งเมืองจักรพรรดิในตอนนี้รูปลักษณ์ของเจียงเต็งทำให้เราพอจะมีความหวัง หลังจากด้วยการแนะนำสั่งสอนอย่างระมัดระวังของเรายี่สิบปีต่อมาเจียงเต็งจะต้องสามารถเข้าสู่จุดสูงสุดของสามสิบอันดับแรกของการต่อสู้ของเมืองจักรพรรดิ! ”

“ยี่สิบปีต่อมาถ้าเจียงเต็งสามารถเข้าสู่อันดับด้านบนหนึ่งในสามสิบของจักรวรรดิต้วนเรินได้ มันจะเป็นเกียรติของสถาบันของเรา ในเวลานั้นเราจะได้รับการตอบแทนอย่างมากจากจักรพรรดิ   ต้วนเริน! ”

ซุนจางพยักหน้ายิ้มจนเกือบฉีกถึงหู

ในเวลานี้หวงเสี่ยวหลงกำลังยืนอยู่ท่ามกลางศิษย์ใหม่มองไปที่เหล่าศิษย์ใหม่ที่พ่ายแพ้ไปเรื่อย ๆ และเจียงเต็งที่ดูมีชีวิตชีวา แต่เขาไม่รีบร้อนที่จะก้าวเข้าสู่วงแหวนของการประลอง

เมื่อเจียงเต็งมอบความพ่ายแพ้ให้กับบุคคลที่เจ็ด หลี่ลู่ซึ่งอยู่ข้าง ๆ หวงเสี่ยวหลงก็กระโดดขึ้นบันไดลงไปที่วงแหวน

เมื่อเห็นหลี่ลู่เข้ามา เขาก็แสดงใบหน้าที่หนาวเย็น เขารู้ว่าผู้หญิงคนนี้อยู่กับขยะเช่นหวงเสี่ยวหลง

ดวงตาของเขาจ้องมองที่หวงเสี่ยวหลง และเมื่อเขาหันไปมองที่หลี่ลู่ แสงแห่งความโหดร้ายพุ่งผ่านดวงตาของเขา