0 Views

“ข้ามีวิธีการที่จะช่วยให้เจ้าก้าวเข้าสู่นักรบเหนือธรรมชาติได้ภายในเวลาห้าปี!”

“ห้า…ห้า…ห้าปี!” เฟยฮาวก็ถึงกับตะลึง

เขาอยู่ที่จุดสูงสุดของนักรบระดับสิบขั้นปลายเมื่อไม่นานมานี้ ตามกรอบเวลาที่เหมาะสมจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยประมาณยี่สิบถึงสามสิบปี แต่ตอนนี้ท่านจักรพรรดิบอกว่าท่านจะทำให้เขาก้าวเข้าสู่นักรบเหนือธรรมชาติได้ภายในระยะเวลาเพียงห้าปี!

หลังจากเฟยฮาวได้สติ ความตื่นเต้นถูกเขียนขึ้นทั่วทั้งใบหน้าของเขา เขาเคยติดตามท่านจักรพรรดิมานานแล้วเขารู้ว่าท่านจักรพรรดิจะพูดเฉพาะบางสิ่งที่เขามั่นใจ และแน่นอนท่านจะไม่โกหกเขา!

“มากับข้า” หวงเสี่ยวหลงกล่าวว่า “ข้าจะสอนทักษะการบ่มเพาะ”

“ทักษะการบ่มเพาะ?” เฟยฮาวรู้สึกประหลาดใจชั่วขณะหนึ่ง และนั่งลง

จากนั้นหวงเสี่ยวหลงได้สอนเฟยฮาวด้วยทักษะการบ่มเพาะกำลังภายที่เรียกว่า ทักษะกลั่นสายฟ้า’ แม้ว่าทักษะกลั่นสายฟ้าจะไม่ดีเท่าคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็น แต่เมื่อฝึกสำเร็จแล้วจะมีพลังมากพอที่จะเทียบได้กับทักษะการบ่มเพาะระดับสวรรค์ของโลกนี้

จิตวิญญาณการต่อสู้ของเฟยฮาวคือแม่น้ำสีเงิน และทักษะการบ่มเพาะของเขาเองควบคู่ไปกับ ‘ทักษะกลั่นสายฟ้า’ มันจะช่วยเพิ่มความเร็วในการบ่มเพาะของเขาได้อย่างมาก และสามารถก้าวเข้าสู่นักรบเหนือธรรมชาติได้ในเวลาห้าปีอย่างไม่มีปัญหา

หลังจากที่ท่องจำเคล็ดทักษะแล้ว เฟยฮาวได้คุกเข่าลงด้วยความกตัญญูสาบานว่า “ผู้ใต้บังคับบัญชาผู้นี้จะทำตามคำสั่งท่านจักรพรรดิตลอดไป!”

หวงเสี่ยวหลงโบกมือให้เขา และช่วยพยุงเฟยฮาวให้ลุกขึ้น เนื่องจากเขาไว้ใจในความจงรักภักดีของเฟยฮาวมิฉะนั้นเขาจะไม่สอนทักษะกลั่นสายฟ้าให้แก่เฟยฮาว”

“เมื่อเจ้ากลับไปที่จวนจอมพลบอกฮ่าวเทียนให้มาหาข้า  ข้าจะสอนทักษะการบ่มเพาะให้กับเขาด้วยเช่นกัน ”

“ผู้ใต้บังคับบัญชาผู้นี้ขอขอบคุณท่านจักรพรรดิในนามของท่านพี่!” ความสุขแสดงออกบนใบหน้าของเฟยฮาว และเขาคุกเข่าลงขอบคุณหวงเซี่ยวหลงอีกครั้ง

เขาอธิบายบางส่วนของความลึกซึ้งของทักษะจนเฟยฮาวเริ่มที่จะเข้าใจ จากนั้นเขาก็บอก เฟยฮาวเกี่ยวกับแผนการของเขาที่จะซื้อทาสมากขึ้น และฝึกให้พวกเขาให้มีพลังเช่นกัน

“เฟยฮาวผู้นี้จะจัดการงานนี้ โปรดวางใจ” เฟยฮาวกล่าวด้วยความมั่นใจ

หวงเสี่ยวหลงพยักหน้า และบอกให้ เฟยฮาวออกไป

หลังจากที่เฟยฮาวจากไป หวงเสี่ยวหลงไปที่ลานกว้างเพื่อฝึกน้ำตาเทพอสูรสักพัก เขาเองก็ยังคงมีทักษะที่เขาเรียนรู้มาจากชีวิตก่อนหน้านี้: ฝ่ามือไร้ตัวตน, เพลงดาบพิฆาตอสูร, เพลงหมัดลั่วหาน เป็นต้น

และสำหรับชั่วโมงการเรียนในช่วงบ่ายของสถาบัน, หวงเสี่ยวหลง ไม่สนใจที่จะเข้าร่วม

ความจริงก็คือเขาลงทะเบียนเรียนในสถาบันแสงดาราเพียงเพราะหุบเขามังกรเพลิงที่จะสามารถช่วยปรับสภาพร่างกายของเขา และเพิ่มพลังปราณฉี; และความมีเสน่ห์ของรางวัลจากการแข่งขันระดับชั้นปี และรางวัลการแข่งขันของสถาบันโดยรวม  ไม่ว่าจะเป็นยาระดับสี่ และห้า และแน่นอนว่าเพื่อเป็นตัวแทนในการเข้าร่วมการแข่งขันการต่อสู้ของเมืองจักรพรรดิของ จักรวรรดิต้วนเริน!

การเข้าชั้นเรียนสำหรับเขาก็เท่ากับการเสียเวลา เขาเพียงต้องการที่จะเข้าร่วมการแข่งขันระดับชั้นปี

ช่วงบ่าย เซี่ยงเม่ยฉีก็โกรธมากยิ่งขึ้น เมื่อนางสังเกตเห็นหวงเสี่ยวหลงไม่ได้อยู่ในชั้นเรียนในช่วงตอนบ่ายหลังจากที่เขาละเลยนาง และออกจากห้องไปในตอนเช้า

“ขยะ; สามวันข้างหน้าข้าจะเห็นว่าเจ้าเห่าเช่นสุนัขในลานจัตุรัสเช่นไร! ” เซี่ยงเม่ยฉีหัวเราะเมื่อนางคิดถึงฉากนี้ แต่เมื่อนางจำได้ว่าหวงเสี่ยวหลงให้ชื่อเล่นว่า ‘หมีตัวเมีย’ ความโกรธของนางก็กลับฟื้นคืนมาตอนนี้ชื่อเล่น “หมีตัวเมีย” กระจายไปทั่วสถาบัน

……………….

ภายในคฤหาสน์เทียนซวนเมื่อหวงเสี่ยวหลงได้กระทำโดยการฝึกฝนอยู่ เฟยฮาวก็เข้ามากับจอมพลฮ่าวเทียนเห็นได้ชัดว่า เฟยฮาวได้บอกกับ ฮ่าวเทียนว่า หวงเสี่ยวหลงกำลังจะสอนทักษะการบ่มเพาะเนื่องจากเขารู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้เห็นหวงเสี่ยวหลง

และหวงเสี่ยวหลงได้สอนทักษะการบ่มเพาะให้แก่จอมพลฮ่าวเทียน ที่เรียกว่า ทักษะห้าพลัง หยาง’ จอมพลฮ่าวเทียนใช้เวลาสามสิบปีที่จะก้าวผ่านจากนักรบเหนือธรรมชาติระดับแรกไปสู่ นักรบเหนือธรรมชาติระดับสอง; ด้วยเหตุนี้เขาอาจจะลดระยะเวลาลงครึ่งหนึ่งเพื่อไปถึงนักรบเหนือธรรมชาติระดับสาม

ถึงแม้จะเป็นเวลานานนับสิบปีแล้วก็ตามการพัฒนาจากนักรบเหนือธรรมชาติระดับสองไปสู่ ​​นักรบเหนือธรรมชาติระดับสามก็ยังคงต้องใช้เวลานานมาก บางคนที่มีจิตวิญญาณการต่อสู้ระดับสิบเอ็ดอาจจะต้องใช้เวลาน้อยกว่าครึ่งหนึ่ง หากต้องการเข้าสู่นักรบเหนือธรรมชาติระดับสาม

มันอาจจะบอกว่าสำหรับจอมพลฮ่าวเทียน ที่มีจิตวิญญาณการต่อสู้ระดับสิบและได้รับการฝึกฝน ‘ทักษะห้าพลัง หยาง’ จะช่วยเร่งการฝึกฝนของฮ่าวเทียนเป็นผลให้คล้ายราวกับว่าเขามีจิตวิญญาณการต่อสู้ระดับสิบเอ็ด

แม้ว่าการบ่มเพาะ ‘ทักษะห้าพลัง หยาง’ จะช่วยเพิ่มความเร็วในการบ่มเพาะของฮ่าวเทียน แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุงข้อจำกัดทางธรรมชาติของจิตวิญญาณการต่อสู้ได้ โอกาสที่จิตวิญญาณการต่อสู้ระดับสิบจะก้าวไปสู่นักรบศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นไปได้ยาก

ถึงแม้จอมพลฮ่าวเทียนจะยังรู้สึกซาบซึ้งต่อหวงเสี่ยวหลงจนในขณะนี้น้ำตา และน้ำมูกเริ่มไหลลื่นออกมา

“ท่านจักรพรรดิ โปรดมั่นใจได้ว่าฮ่าวเทียนจะตอบสนองต่อความคาดหวังของท่าน ข้าจะทุ่มเทให้กับการฝึกฝน และก้าวไปสูนักรบเหนือธรรมชาติระดับสาม! ” หลังจากที่ได้รับ ทักษะห้าพลังหยาง’ จนจำขึ้นใจแล้ว จอมพลฮ่าวเทียน ก็ตะโกนออกมาด้วยความกตัญญู

หวงเสี่ยวหลงพยักหน้าและช่วยจอมพลฮ่าวเทียนลุกขึ้น

ต่อมาจอมพลฮ่าวเทียนก็ออกไปจากคฤหาสน์เทียนซวน และหวงเสี่ยวหลงขอให้เขาส่งคนไปพาเจ้าลิงน้อยมาที่คฤหาสน์หลังใหม่

หวงเสี่ยวหลงกลับไปที่ห้องของเขา และเอาเตียงหยกเย็นออกมา หลังจอมพลออกไป และเรียกจิตวิญญาณการต่อสู้มังกรคู่ แต่ไม่ใช่สำหรับการฝึกซ้อม เขาฝึกฝนตามวิธีการที่เขาได้อ่านมาจากห้องสมุด และเริ่มส่งปราณฉีออกไปอย่างช้า ๆ และพยายามหลอมรวมมังกรคู่เพื่อให้เหมือนที่เคยปรากฏตัวครั้งแรก

ขณะที่หวงเสี่ยวหลงส่งปราณฉีไปยังร่างมังกรสีดำ และสีฟ้าร่างของมังกรทั้งสองค่อย ๆ ขดเข้าด้วยกันเป็นประกายไฟจาง ๆ และจู่ ๆ แสงก็สว่างวาบขึ้นเรื่อย ๆ และการหลอมรวมก็เสร็จสิ้นลงอย่างสมบูรณ์กลายเป็ฯมังกรสองหัวแทนที่จะเป็นงู

เมื่อมังกรสองตัวผสานเข้าไปในร่างกายเดียวกันราศีของมังกรก็เพิ่มมากขึ้น แม้ว่ามวลกายของมันจะใหญ่โตขึ้น

“แต่พลังดูดซับจิตวิญญาณที่ไหลเวียนอยู่ในโลกนี้ชะลอตัวลงเล็กน้อยเมื่ออยู่ในสภาพนี้”      หวงเสี่ยวหลงสังเกตเห็นความแตกต่างนี้

หลังจากประสบความสำเร็จในการหลอมรวม หวงเสี่ยวหลงได้ฝึกฝนทักษะเทพอสูร และดำเนินการต่อด้วยคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็น; เขามีความรู้สึกว่าเร็ว ๆ นี้เส้นลมปราณของเขาสามารถเข้าถึงขั้นตอนที่สี่ของการแปลงพลังของดารา และเขาสามารถเข้าสู่ขั้นที่ห้าได้อย่างแท้จริง

เมื่อเส้นลมปราณระยะที่สี่เปิดขึ้นภายในของหวงเสี่ยวหลงจะมีพลังภายในเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก และในเวลานั้นแม้จะไม่มีปราณฉี เพียงแค่อาศัยพลังภายในเท่านั้นเขาก็สามารถกำจัดนักรบระดับหก และที่ต่ำกว่านั้นได้
เวลาไหลผ่านไปสามวันก็เดินทางมาถึง

ในช่วงสามวันที่ผ่านมาหวงเสี่ยวหลงอยู่และฝึกฝนแต่ในคฤหาสน์เทียนซวน และไม่ได้เข้าชั้นเรียนใด ๆ ทำให้เซี่ยงเม่ยฉีกัดฟันของนางด้วยความโกรธ แต่มันก็สมเหตุสมผล เมื่อคิดถึงความเป็นไปไม่ได้ที่ศิษย์ขยะคนใหม่จะประสบความสำเร็จในจุดนี้ สิบอันดับแรกในการประเมิน

ในวันนี้หวงเสี่ยวหลงออกมาจากห้องของเขา และเหยียดแขนขาของเขา

“วันนี้เป็นการประเมินของศิษย์ใหม่!” เมื่อมองไปที่ท้องฟ้าที่สดใสข้างต้น เขาก็รอคอยอย่างจริงจัง

เดินออกจากสนาม เฟยฮาวได้รออย่างสุภาพเป็นเวลานานมาก

“ไปได้ถึงเวลาแล้วที่พวกเราต้องไปยังสถาบัน!” หวงเสี่ยวหลงกล่าวออกมา

“ขอรับท่านจักรพรรดิ!”

เมื่อหวงเสี่ยวหลงมาถึงที่สถาบัน, เซี่ยงเม่ยฉี และกลุ่มของศิษย์ใหม่ได้ถูกรวบรวมไว้แล้วในลานจัตุรัส และเมื่อหวงเสี่ยวหลงมาถึง ดวงตาของทุกคน ‘ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ’ ต่อเขา.