0 Views

 

ไม่มีจิตวิญญาณการต่อสู้ระดับเก้า?  หวงเสี่ยวหลงไดยินความเข้าใจผิดของจอมพลฮ่าวเทียน เขาได้ส่ายหัว และยิ้มอย่างขมขื่น หลังจากคิดชั่วครู่แล้วหวงเสี่ยวหลงกล่าวว่า “ความจริงก็คือไม่ใช่ว่าจิตวิญญาณการต่อสู้ของข้าไม่ถึงระดับเก้า ข้ากังวลว่าวิญญาณของข้าจะถูกเปิดเผยความลับออกไป ”

ฮ่าวเทียน  และเฟยฮาวได้มองหน้าแลกเปลี่ยนรูปลักษณ์กันอย่างรวดเร็ว ท่านจักรพรรดิกังวลเรื่องปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้หากจิตวิญญาณของเขาถูกเปิดเผย? โดยทั่วไปแม้ว่าเขาจะมีจิตวิญญาณการต่อสู้ระดับสิบก็ตาม เขาก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องนี้ใช่ไหม?

ขณะที่ฮ่าวเทียน  และเฟยฮาวยังคงสับสนวุ่นวาย แสงจ้าก็ส่องลงมาจากร่างของหวงเสี่ยวหลงและต่อมามีมังกรสองตัวที่มีสีดำ และสีฟ้าลอยอยู่เหนือหัวของหวงเสี่ยวหลง

รัศมีสองแห่งที่ทำให้หัวใจว้าวุ่นกระจายออกมาจากพวกเขา และรัศมีที่สามารถกวาดล้างโลกออกมาจากร่างของหวงเสี่ยวหลง

ทั้งสองต่างก็มึนงง ในขณะที่พวกเขาจ้องมองไปที่จิตวิญญาณการต่อสู้ที่ลอยอยู่เบื้องหลังของ หวงเสี่ยวหลงร่างกายของพวกเขาเกิดอาการสั่นไม่กล้าที่จะเชื่อในฉากที่ปรากฎต่อหน้าของพวกเขา

“จิตวิญญาณการต่อสู้คู่!” เฟยฮาวร้องด้วยเสียงสั่นคลอน

จิตวิญญาณการต่อสู้ของท่านจักรพรรดิเป็นจิตวิญญาณการต่อสู้คู่ในตำนาน!

“มังกร? มังกรคู่? จิตวิญญาณการต่อสู้ที่มีพรสวรรค์สุดยอดของจิตวิญญาณการต่อสู้คู่! ” จอมพลฮ่าวเทียนกระพือปีกด้วยความน่าตื่นเต้นลิ้นของเขาผูกมัดพันกัน และเขาก็เริ่มคลุ้มคลั่งอย่างไม่หยุดหย่อน

สวรรค์ อ่า!! จิตวิญญาณการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม!

สิ่งเหล่านี้เป็นจิตวิญญาณการต่อสู้ของท่านจักรพรรดิ!

ทั้งฮ่าวเทียน  และเฟยฮาว รู้สึกตื่นเต้นมากโดยไม่มีทีท่าที่จะรู้สึกอ่อนล้า

ไม่มีคำเตือนทั้งคู่กระโดดลงจากที่นั่งและกราบลงตรงหน้าหวงเสี่ยวหลง

“ท่านจักรพรรดิอยู่ยงคงกระพันตลอดไป!”

“ท่านจักรพรรดิอยู่ยงคงกระพันตลอดไป!”

พวกเขายกย่องถ้อยคำทุกครั้งที่พวกเขาก้มศีรษะลงเพื่อกราบลงอย่างสงบ และความไม่แยแสตามปกติของพวกเขาได้หายไปเพราะความตื่นเต้นของพวกเขา

หวงเสี่ยวหลงรู้สึกท้อแท้จากภายภายในสายตาของเขา ทั้งจอมพลฮ่าวเทียน  และเฟยหู่ตะโกนคำขวัญซ้ำ ๆ เขาหัวเราะอย่างขมขื่นอยู่ภายในใจของเขา มันเป็นเพียงแค่จิตวิญญาณการต่อสู้คู่ที่ยอดเยี่ยมทั้งสองไม่จำเป็นที่จะต้องตื่นเต้นมากเช่นนี้?

“ทั้งสองคนลุกขึ้นยืนก่อน” หวงเสี่ยวหลงในที่สุดก็บอกกับคนทั้งสอง

แต่ทั้งฮ่าวเทียน  และเฟยฮาวไม่ยอมลุกขึ้นยืน

จอมพลฮ่าวเทียนเกิดมีความอิ่มเอมน้ำตาไหลออกมาจากดวงตาของเขา ขณะที่เขาพูดว่า “ท่านจักรพรรดิ จิตวิญญาณการต่อสู้คู่ที่ยอดเยี่ยมนี่คือพรจากสวรรค์ที่มอบแก่นิกายประตูเทพอสูรของเรา อ่า! นิกายประตูเทพอสูรของเราจะจะต้องกลับมาสร้างความรุ่งเรืองเหมือนเมื่อครั้งในอดีตของเรา! ”

สุดยอดจิตวิญญาณการต่อสู้คู่!

เป็นเช่นความสามารถที่หายากไม่ต้องพูดถึงจักรวรรดิต้วนเริน หรือแม้แต่ทั่วทั้งทวีปหิมะโปรย ก็ไม่มีแม้แต่น้อย!

จักรวรรดิต้วนเรินถูกสร้างขึ้นเมื่อสองพันปีมาแล้ว และถึงทุกวันนี้ยังไม่มีจิตวิญญาณการต่อสู้คู่ปรากฎในประวัติศาสตร์

เฟยฮาวก็ไม่มีข้อยกเว้นเขายังคงพูดพล่ามกับตัวเองอย่างไร้สาระ

มันต้องใช้เวลาหลายสิบอึดใจสำหรับความตื่นเต้นของพวกเขาที่จะลดลงเล็กน้อยก่อนที่ทั้งสองคนจะเต็มใจที่จะลุกขึ้นยืน แต่พวกเขายังไม่สามารถสงบจิตใจลงได้อย่างเต็มที่

“เรื่องของจิตวิญญาณการต่อสู้ของข้าจะต้องไม่รั่วไหลออกไป” หวงเสี่ยวหลงเตือนเมื่อ

ฮ่าวเทียน  และเฟยฮาวลุกขึ้นยืน

“ท่านจักรพรรดิโปรดมั่นใจได้ ถึงแม้ว่าพวกเราจะต้องตาย พวกเราจะไม่พูดสิ่งใดที่เกี่ยวกับจิตวิญญาณการต่อสู้ของท่านจักรพรรดิ! ” เฟยฮาว และฮ่าวเทียนคุกเข่าสาบาน

หวงเสี่ยวหลงพยักหน้า: เขากล้าเปิดเผยความลับนี้เพราะเขาเชื่อถือพวกเขาเนื่องจากเฟยฮาว และ ฮ่าวเทียนมีความภักดีต่อนิกายประตูเทพอสูร

หวงเซี่ยวหลงบอกให้พวกเขาลุกขึ้นและถามว่า “เจ้าช่วยบอกระดับของจิตวิญญาณการต่อสู้ของข้าได้ไหม?”

ฮ่าวเทียน  และเฟยฮาวตกตะลึง และแลกเปลี่ยนความคิดระหว่างตัวเอง แต่ทั้งสองคนพูดไม่ได้ เวลาผ่านไปบางส่วนก่อนที่ฮ่าวเทียนจะเปิดปากของเขาขึ้นมาพูดอย่างจริงจังว่า

“โดยทั่วไปมังกรดำได้รับการจัดเป็นระดับสิบ อย่างไรก็ตามจากสิ่งที่ข้าเห็นมังกรดำของท่านนี้แตกต่างจากมังกรดำตามปกติ มังกรดำของท่านจักรพรรดิ ควรเป็นรูปแบบที่สูงส่งกว่า และสำหรับมังกรสีฟ้าไม่มีบันทึกของมันอยู่เลย ”

“ไม่มีบันทึก?” หวงเสี่ยวหลงประหลาดใจ

“ใช่แล้วขอรับ ท่านจักรพรรดิในทวีปหิมะโปรย ไม่มีบันทึกถึงเรื่องของมังกรฟ้ามาก่อน แม้ว่าข้าจะไม่สามารถกำหนดระดับของมังกรสีฟ้าของท่านจักรพรรดิได้ แต่ข้าก็สามารถบอกได้ว่ามังกรสีฟ้าเข้มแข็งและเหนือกว่ามังกรสีดำมาก ” ฮ่าวเทียนกล่าว

หวงเสี่ยวหลงรู้สึกประหลาดใจ มังกรสีฟ้าไม่เคยปรากฏตัวขึ้นในทวีหิมะโปรย? นี่หมายความว่ามังกรสีฟ้าของเขาเป็นเอกลักษณ์เฉพาะหรือไม่?

จากนั้นหวงเสี่ยวหลงถามคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับมังกรดำเกี่ยวกับรายละเอียดของมัน

อีกสักครู่ต่อมาทั้งฮ่าวเทียน  และเฟยฮาวก็ออกไป

หลังจากที่ทั้งคู่จากไป  หวงเสี่ยวหลงยังคงนั่งอยู่ภายในสวน ถึงแม้ว่าเขาจะไม่สามารถกำหนดระดับความสามารถของจิตวิญญาณการต่อสู้ได้ แต่ก็สามารถยืนยันได้ว่าเป็นระดับที่สูงกว่าระดับสิบ  หวงเสี่ยวหลงได้คิดถึงการต่อสู้ของเมืองจักรพรรดิของจักรวรรดิต้วนเริน และความขัดแย้งภายในของนิกายประตูเทพอสูร และท้ายที่สุดเรื่องของหลี่ลู่ก็ก้าวข้ามเข้ามาในความคิดของเขา

“ไม่ควรที่จะต้องไปคิดมากเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้มากเกินไป แต่ควรจะต้องฝึกฝนให้หนักขึ้น” หวงเสี่ยวหลงลุกขึ้นยืน – เขาต้องการจะก้าวไปยังนักรบระดับหกก่อนเข้าร่วมสถาบันแสงดารา

หวงเสี่ยวหลงกลับไปที่ห้องของเขา และเอาเตียงหยกเย็นออกมา  เขานั่งลงบนเตียง และเริ่มบ่มเพาะด้วยทักษะเทพอสูร ในขณะที่มังกรคู่ปรากฏตัวอยู่ข้างหลังของเขาซึ่งกำลังกลืนกินแสงสว่างจิตวิญญาณของโลกเบื้องล่าง

ปราณฉีโผล่ขึ้นภายในเส้นลมปราณ และเส้นเลือดของเขา และกำลังมั่งหวังที่จะทะลวงผ่านนักรบระดับหก

สถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้เป็นเวลานานโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า จากนั้นเกิดเสียงคล้ายเสียงของเปลือกไข่ที่กำลังถูกทำลายที่มีเพียงเฉพาะหวงเสี่ยวหลงเท่านั้นที่จะได้ยินเสียง

แสงแห่งความสุขเห็นได้ชัดจากภายในสายตาของหวงเสี่ยวหลง

นักรบระดับหก!

ปราณฉีไหลเข้าไปในเส้นลมปราณที่กว้างขึ้นผ่านร่างกายทำให้เกิดปราณฉีเป็นจำนวนมาก

ค่ำคืนนี้ได้ผ่านพ้นไป

หวงเสี่ยวหลงออกมาจากห้องของเขาเพื่อรับสงที่อบอุ่น และมุ่งหน้าไปที่สวน ฝ่ามือของเขาแทบจะไม่กระทบเหล็ก และเกิดรอยบุ๋มจากนิ้วกับรอยฝ่ามือของเขาปรากฏตัวบนเสาเหล็กทำให้เสาเหล็กสั่นสะเทือน

หลังจากที่เข้าสู่นักรบระดับหกแล้วการต่อสู้ของหวงเสี่ยวหลงมีความคล้ายคลึงกับหินหลายสิบก้อน และความแข็งแรงของฝ่ามือแต่ละข้างก็มากถึงสองหมื่นจิน

ในเวลาเดียวกันหวงเสี่ยวหลงพบว่าเมื่อฝ่ามือของเขาระเบิดพลังของกล้ามเนื้อของเขาออกมาสูงกว่าที่เคยเป็น และกระชับมากขึ้น

เพื่อทดสอบพลัง และความแข็งแรงของเขา หลังจากที่ก้าวไปสู่นักรบระดับหกแล้ว หวงเสี่ยวหลงกระโดดขึ้นและปรากฎมีดคู่เทพอสูรภายในมือของหวงเสี่ยวหลง และเขาก็ฟันมีดคู่เทพอสูรลงไป เกิดมีคมมีดมากมายที่แปรเปลี่ยนเป็นพายุฝนที่มีกำลังแรงซึ่งคครอบคลุมไปทั่วทั้งสวนเกิดเสียงหวีดร้องจากสายลมไปทั่ว

อย่างไรก็ตามเรื่องที่แปลกก็คือแม้ที่พักจะอยู่ภายในพื้นที่ของพายุฝนคมมี แต่หญ้าและดอกไม้ก็ไม่ได้รับผลกระทบทำให้นึกว่าการโจมตีเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อพื้นดิน

หลังจากการลงมือเป็นครั้งแรกหวงเซี่ยวหลงได้ทำการฟันไปเป็นครั้งที่สอง เวลานี้เกิดแสงไฟของคมมีดมากมายกลายเป็นภายฝนที่กำลังโหมกระหน่ำ และแต่ละหยดของคมมีดมีขนาดเล็ก แต่จะให้ความสนใจจริง ๆ มันก็ยังคงเป็นเรื่องยากที่จะได้ยินเสียงบางอย่าง

ในช่วง 2 – 3 เดือนที่ผ่านมาของการฝึกฝนเขาได้เพิ่มความเข้าใจของเขาทำให้เข้าใจถึงกระบวนท่าน้ำตาเทพอสูรขึ้นมากยิ่งขึ้น

เขาทำซ้ำขั้นตอนนี้ และสองวันก็หายไปในพริบตา

ในช่วงสองวันที่ผ่านมาหวงเสี่ยวหลงไม่เคยออกจากที่พัก ตลอดเวลาเขาได้ใช้ไปกับการฝึกฝน ทักษะเทพอสูร, คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็น และน้ำตาเทพอสูร

ในวันที่สามจอมพลฮ่าวเทียนแวะ มาดูหวงเสี่ยวหลง พร้อมด้วยหนังสือแนะนำสำหรับสถาบันแสงดารา

เขาพำนักอยู่พักหนึ่งเพื่อพูดคุยถึงสิ่งที่หวงเสี่ยวหลงต้องให้ความสำคัญ และจัดให้มีองครักษ์สองคนคอยติดตามหวงเสี่ยวหลง และเฟยฮาวไปที่สถาบันแสงดาราเพื่อลงทะเบียน

สถาบันแสงดาราตั้งอยู่ทางเหนือของศูนย์กลางของเมืองหลวงไม่ไกลจากจวนของจอมพล อีกครึ่งชั่วยามต่อมากลุ่มคนทั้งสี่ก็มาถึงที่หน้าประตูของสถาบันแสงดาราที่มีขนาดใหญ่

สิ่งที่สร้างความหดหู่ให้แก่หวงเสี่ยวหลงก็คือตอนที่เขามาถึง เขาก็ตองถูกลากเข้าไปในกลุ่มของ หลี่ลู่ซึ่งอยู่ที่นั่นด้วยเหตุผลเดียวกัน

“เสี่ยวหลง!” หลี่ลู่ตะโกนร้องออกมาเมื่อเห็นหวงเซี่ยวหลงมาที่หน้าประตู และเหมือนกับวันก่อนที่นางวิ่งเข้ามาพร้อมเปิดอ้อมแขนของนางเพื่อกอดเขา