0 Views

เมิ่งเซี่ยมองไปที่ร่างของบิดาของเขาซึ่งร่วงลงกับพื้น ในขณะที่เลือดสีแดงพุ่งออกมาจากลำคอ ปากของเขาเปิดออก และปล่อยเสียงกรีดร้องดังออกมาจากชีวิตของเขา ใบหน้าของเขาซีดจางไม่มีสีใด ๆ ดวงตาของเขาก็พลิกกลับ และเขาก็ทำให้กางเกงของเขาเปียกอีกหน

ฮ่าวเทียนทุบอีกครั้งไปที่คอของเมิ่งเซี่ยทำให้เขาเงียบตลอดไป แล้วหันไปมองรอบ ๆ โดยไม่ต้องมองไปที่ร่างทั้งสอง และกลับมายังฝั่งของหวงเสี่ยวหลง

“นายน้อย ผู้ใต้บังคับบัญชามาช้า และปล่อยให้นายน้อยต้องตกใจ”

และในเวลานี้เหล่าทหารของจวนจอมพลก้ได้เดินทางถึงร้านอาหารเลิศรส และต้องตกใจเมื่อเห็นทั้งสองศพของเมิ่งเฉิน และเมิ่งเซี่ยนอนอยู่บนพื้น

“ท่านจอมพลนี่คือ?!” นายพลในกลุ่มคนหนึ่งถามอย่างระมัดระวัง

ฮ่าวเทียนกล่าวอย่างหนาวเย็นว่า “พวกเขาถูกสังหารโดยข้า ไปทำความสะอาดพื้นที่”

ทหารตกใจมาก

จอมพลฮ่าวเทียน ชี้ไปที่คนหนึ่ง “ลากเขาออกไป และตัดศีรษะเขา!” คนนั้นเป็นหัวหน้าทหารเฝ้าประตูที่ได้รับแผ่นป้ายทองของเฟยฮาว แต่ไม่ได้ไปที่พระราชวังเพื่อแจ้งให้จอมพลฮ่าวเทียนทราบ

“ท่านจอมพลโปรดเมตตา! อา, ข้า, ข้าผิดไปแล้ว ท่านจอมพลโปรดเมตตา! ” หัวหน้าทหารเฝ้าประตูคนนั้นกลัวมากจนทรุดตัวลงคุกเข่าลง และร้องขอความเมตตา อย่างไรก็ตามทหารสองคนลากเขาออกไป และช่วงเวลาต่อมาก็มีเสียงโหยหวนดังออกมา

“นายหนุ่มเจ้าจะพิจารณากลับไปที่คฤหาสน์จอมพลกับข้าหรือไม่?” ฮ่าวเทียน หันไปและขอความเคารพในความเห็นของหวงเสี่ยวหลง

นายน้อย?! เหล่านายพล และทหารทุกคนต่างก็ไม่ค่อยอยากเชื่อ บนใบหน้าของพวกเขาและทุกคนหันไปมองหวงเสี่ยวหลง

“พวกเจ้าทุกคนมาคุกเข่าลง และทักทายนายน้อย!” ฮ่าวเทียนสั่งเหล่านายพล และทหารทุกคน

“คาราวะนายน้อย” นายพลและทหารภายใต้จอมพลฮ่าวเทียน คุกเข่าลงอย่างรวดเร็วที่หน้าของหวงเสี่ยวหลง

“พวกเจ้าทุกคนลุกได้” หวงเสี่ยวหลงขณะที่เขามองไปที่ทหารที่คุกเข่าลง เขาไม่ค่อยคุ้นเคยกับการที่คนทั้งหมดเหล่านี้ต้องมาคุกเข่าให้เขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกนายพล และทหารของอาณาจักร

หลังจากที่ทุกคนลุกขึ้น หวงเสี่ยวหลงหันไปหาจอมพลฮ่าวเทียน  และกล่าวว่า “ไปกันเถอะ”

จอมพลฮ่าวเทียนรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่เห็นได้ชัดปรากฏตัวอยู่บนใบหน้าเมื่อได้ยิน จักรพรรดิตกลงที่จะกลับไปที่จวนจอมพล ด้วยเขากล่าวว่า “ขอรับ นายน้อย! ”

ดังนั้นหวงเซี่ยวหลง, เฟยฮาว, ฮ่าวเทียน และทหารจากจวนจอมพลได้มุ่งหน้ากลับไปยังจวนจอมพลอย่างรวดเร็ว

ไม่นานหลังจากที่หวงเสี่ยวหลง และคนอื่น ๆ เข้าไปในจวนจอมพล ข่าวเกี่ยวกับจอมพล         ฮ่าวเทียนลงมือสังหารเสนาเมิ่งเฉิน และลูกชายของเขาพร้อมกับทหารของเขาทั้งหมดที่ร้านอาหารเลิศรสแพร่กระจายอย่างไฟป่าไปทุกมุมของเมืองหลวง

ทุกครอบครัวขุนนางต่างตกใจเมื่อได้รับข่าวนี้ และการแสดงออกของพวกเขาเปลี่ยนไปอย่างน่าเกลียด

นี่เป็นครั้งแรกที่เสนาถูกสังหารในที่สาธารณะภายในเมืองหลวงตั้งแต่ก่อตั้งอาณาจักรขึ้นเมื่อสองร้อยปีก่อน!

“ข้าได้ยินมาว่านั่นคือเสนาเมิ่งเฉินที่นำผู้เชี่ยวชาญของคฤหาสน์ของเขาไปที่ร้านอาหารเลิศรส เพื่อจับน้องชายของท่านจอมพล ท่านจอมพลโกรธมาก และลงมือสังหารเสนาเมิ่งเฉิน และคนอื่น ๆ ด้วยความโกรธ! ”

“โชคร้ายของเสนาเมิ่งเฉิน แย่มากที่เขาไปยั่วยุท่านจอมพล แต่ท่านจอมพลก็ไม่น่าละเลยกฎหมาย และยังลงมือสังหารเสนาภายในเมืองหลวงเสียด้วย!”

เหล่าเสนา แม่ทัพ เสนาบดีใหญ่ และเหล่าอ๋องกำลังคุยกันเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

ภายในพระราชวังของอาณาจักรหลัวถง องค์กษัตริย์ได้ฟังรายงานที่ไม่มีที่สิ้นสุดจากเสนาบดีใหญ่ กษัตริย์ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะโบกมือให้ เขาพูดว่า “ตอนนี้ข้าเข้าใจเรื่องนี้แล้ว พวกเจ้าออกไปก่อน ”

บรรดาเสนาต่าง ๆ ก็ตกใจเมื่อได้ยินเรื่องนี้ แต่ก็ไม่กล้าที่จะพูดอะไรอีก พวกเขาเงียบ ๆ และเดินออกจากท้องพระโรงที่กว้างใหญ่ และรู้ว่าเสนาเมิ่งเฉินและลูกชายของเขาเสียชีวิตอย่างไร้ความหมาย ตั้งแต่กษัตริย์ไม่ได้พูดอะไรเลยนั่นหมายความว่าพระองค์ทรงตัดสินใจที่จะไม่ดำเนินคดีต่อไป

ในยามราตรี และดวงจันทร์กำลังส่องแสงสว่าง หวงเสี่ยวหลงยืนอยู่ในสวนของจวนจอมพลด้วยการเอามือไปไว้ข้างหลังของเขา ชื่นชมพระจันทร์เต็มดวงระลึกถึงฉากที่เกิดขึ้นภายในร้านอาหารในระหว่างวัน

เหตุการณ์วันนี้ได้เตือนเขาอีกครั้งว่าเขายังอ่อนแอเกินไป

ถึงแม้ว่าเขาจะมีอายุเพียงเก้าขวบ และพึ่งก้าวไปถึงจุดสุดยอดของนักรบระดับห้าขั้นปลาย (ตอนก่อนหน้าต้นฉบับผิดพลาดอันนี้คือระดับที่ถูกต้อง) แต่สำหรับคนอื่น ๆ อาจเป็นเรื่องเหลือเชื่อเมื่อเทียบกับนักรบระดับเจ็ด, แปด, และนักรบระดับเจ็ดพลังของเขายังคงไม่สำคัญเท่าที่ควร

นอกจากนี้จอมพลฮ่าวเทียน กระโดดลงมาจากอินทรีจากระดับความสูง และมีเพียงหนึ่งคลื่นของง้าวของเขาที่เขาสามารถฆ่านักรบระดับแปดและนักรบระดับเก้าได้ในการฟันครั้งเดียว ในขณะที่ทำร้ายนักรบระดับสิบทั้งสองคนจนสาหัส ระดับความแข็งแกร่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่นักรบระดับสิบจะทำได้ เพราะฉะนั้นเขาต้องอยู่เหนือกว่าจุดสูงสุดของนักรบระดับสิบช่วงปลาย!

พลังที่เหนือกว่าจุดสูงสุดของนักรบระดับสิบช่วงปลายมันเป็นความแข็งแกร่งแบบไหน? ตลอดเวลาที่ผ่านมาหวงเสี่ยวหลงไม่เคยถามเฟยฮาว และเมื่อเขายังอยู่ในคฤหาสน์ตระกูลหวง พ่อแม่ของเขาก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้

 

หลังจากนั้นไม่นานหวงเซี่ยวหลงก็เรียกเฟยฮาวมาพบ

“ท่านจักรพรรดิ ไม่ทราบว่าจะมีอะไรจะสั่ง?” เฟยฮาวถามพร้อมด้วยความนับถือเมื่อเขามาถึง

“นั่งก่อน” หวงเสี่ยวหลงชี้ไปที่เก้าอี้ในสวนที่อยู่ใกล้เคียงกับเขา เมื่อทั้งคู่กำลังนั่งลง หวงเสี่ยวหลงก็ถามเรื่องที่เขากำลังสงสัย

“อะไรคืออาณาจักรที่อยู่เหนือจุดสูงสุดของนักรบระดับสิบช่วงปลาย?” คำถามของหวงเสี่ยวหลง เฟยฮาวหยุดนิ่งชั่วครู่ไม่กี่อึดใจก่อนที่จะตอบว่า “ขอตอบตามตรง ท่านจักรพรรดิหลังจากที่คนเราสามารถทะลวงผ่านจุดสูงสุดของนักรบระดับสิบช่วงปลายได้สำเร็จ ในโลกการต่อสู้พวกเขาเหล่านั้นจะถูกเรียกว่านักรบเหนือธรรมชาติ ”

“นักรบเหนือธรรมชาติ?!” หวงเสี่ยวหวนกล่าวซ้ำ

“ใช่แลวขอรับ ท่านจักรพรรดิ” เฟยฮาวพยักหน้า และกล่าวว่า “จิตวิญญาณการต่อสู้ของเราจะดูดซับพลังทางจิตวิญญาณของโลกเพื่อเปลี่ยนเป็นปราณฉีในเส้นลมปราณของเรา และปราณฉีสามารถทำให้ร่างกายพัฒนาอย่างมั่นคง ขั้นตอนเริ่มต้นนี้เป็นของนักรบระดับแรกถึงระดับสาม0tสามารถควบคุมกล้ามเนื้อได้อย่างใจ ส่วนนักรบระดับสี่ถึงนักรบระดับหกจะผลัดเส้นเอ็นเสริมสร้างเส้นเอ็นให้แข็งแกร่ง และนักรบระดับเจ็ดถึงนักรบระดับสิบเพื่อชำระล้างกระดูก! ”

“อย่างไรก็ตามปราณฉีจากนักรบระดับหนึ่งถึงสิบไม่ได้เสริมสร้างอวัยวะภายในของเรา แต่หลังจากที่พวกเราทำการทะลวงผ่านจากนักรบระดับสิบให้กลายเป็นนักรบเหนือธรรมชาติแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ตราบเท่าที่เราบุกเข้าสู่ระดับเหนือธรรมชาติ เราก็สามารถทำการพัฒนา และปรับแต่งรูปลักษณ์ของร่างกายของเราได้อย่างต่อเนื่อง และในเวลาเดียวกันช่วงชีวิตของเราก็จะเพิ่มขึ้น นักรบแห่งลำดับที่สิบสามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างมากถึงร้อยปีหรือมากกว่านี้นิดหน่อย อย่างไรก็ตามเมื่อความก้าวหน้ามาถึงระดับเหนือธรรมชาติ อายุขัยของคนเราจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยทั่วไปนักรบเหนือธรรมชาติสามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างต่ำร้อยปีถึงสามร้อยปี

“สามร้อยปี!” หวงเสี่ยวหลงรู้สึกทึ่ง

เฟยฮาวพยักหน้า “ใช่แล้วขอรับ ประมาณสามสิบปีก่อนศิษย์พี่ได้บุกเข้าสู่ระดับเหนือธรรมชาติแล้วศิษย์พี่ฮ่าวเทียนที่ดูเหมือนว่าเขาอายุเจ็ดสิบปี แต่จริง ๆ แล้วเขาอายุได้มากกว่าร้อยปีไปแล้ว!”

หวงเสี่ยวหลงรู้สึกประหลาดใจ; เขาไม่เคยคิดเลยว่าจอมพลฮ่าวเทียนมีอายุมากกว่าหนึ่งร้อยปี!

เฟยฮาวกล่าวต่อว่า “เมื่อก้าวไปถึงนักรบระดับเจ็ดทะเลฉีจะก่อตัวขึ้นใกล้กับหน้าอก และมันจะเปลี่ยนไปเมื่อเราบุกเข้าสู่ระดับเหนือธรรมชาติ และจากทะเลฉีจะกลั่นตัวเป็นของเหลว นั่นเป็นเหตุผลที่การต่อสู้ของนักรบเหนือธรรมชาติมีพลังมากขึ้น ไม่เพียงแค่นั้นเท่านั้นจิตวิญญาณการต่อสู้ของเราจะมีวิวัฒนาการ และสามารถเปลี่ยนเป็นมีกายหยาบที่แท้จริงได้! ”

“จิตวิญญาณการต่อสู้สามารถกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่แท้จริงได้!”  ดวงตาของหวงเสี่ยวหลงกว้างขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ “ถ้าจิตวิญญาณการต่อสู้ของนักรบสามารถเปลี่ยนเป็นอย่างที่พูดได้นั่นหมายความว่าจิตวิญญาณการต่อสู้ของนักรบสามารถถูกเรียกออกไปเพื่อสู้รบได้หรือไม่?”

“ใช่แล้วขอรับ ท่านจักรพรรดิ” เฟยฮาวพยักหน้าพร้อมพูดว่า “ยิ่งระดับของจิตวิญญาณการต่อสู้สูงเท่าไหร่ก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น เมื่อมันกลายเป็นกายหยาบ ยกตัวอย่างเช่นศิษย์พี่ฮ่าวเทียน มีจิตวิญญาณการต่อสู้สิงโตนรกทมิฬที่เป็นจิตวิญญาณการต่อสู้ระดับสิบ เมื่อปล่อยออกมาจะมีความแตกต่างกันไม่มากนัก”

การกล่าวว่าจุดแข็งของพวกเขาไม่ต่างกันมากนักหมายความว่าจิตวิญญาณการต่อสู้จะมีระดับเทียบเท่ากับผู้เชี่ยวชาญระดับเหนือธรรมชาติที่เรียกออกมา! นี่คือช่องว่างระหว่างเหนือธรรมชาติกับนักรบพื้นฐาน

หวงเสี่ยวหลงยังได้นึกถึงบางสิ่งบางอย่างเช่นตอนที่เขาบุกเข้าสู่เหนือธรรมชาติ จิตวิญญาณการต่อสู้ของเขาจะได้รับการปลดปล่อยออกมาในรูปแบบกายภาพ และตั้งแต่จิตวิญญาณการต่อสู้ของเขาเป็นมังกรคู่ เขาจะสามารถบินขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยเท้าข้างหนึ่งบนมังกรดำ เท้าอีกข้างหนึ่งบนมังกรฟ้า?

ด้วยพลังแห่งการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมของเขา อาจจะเป็นการท้าทายสวรรค์ก็ได้ อย่างไรก็ตามเมื่อเขาก้าวเข้าไปในดินแดนเหนือธรรมชาติเท่านั้นจึงจะหาคำตอบเหล่านี้ได้?