0 Views

 

หวงเสี่ยวหลงเอาสุราออกจากแหวนเทพอสูร  จากนั้นเขาก็หั่นดีหมีมาผสมลงในสุราก่อนที่เขาจะดื่มและกลืนมันลงไปทั้งหมด ในที่สุดเขาก็ได้สุรามาเมื่อสองสามวันก่อนจากการสังหารกลุ่มนักรบที่เรียกตัวเองว่าจิตวิญญาณปีศาจ

ขณะที่ดีหมีของหมีดำที่อยู่ในช่วงกลางระดับหกเข้าสู่ท้องของเขาเส้นใยพลังงานที่อบอุ่นเริ่มไหลเข้าสู่ร่างกายของหวงเสี่ยวหลง เริ่มจากเส้นเล็ก ๆ และหนาขึ้นภายในระยะเวลาไม่นาน หวงเสี่ยวหลงได้เริ่มต้นโคจรทักษะเทพอสูรเพื่อดูดซับ และแปลงพลังงานให้กลายเป็นปราณฉี

ด้วยเวลาที่น้อยกว่าหนึ่งเดือนปราณฉีของเขาจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วโดยการฝึกฝน และฆ่าสัตว์ปีศาจจากภายในป่าจันทราสีเงินมากกว่าที่เขาฝึกฝนที่คฤหาสน์ตระกูลหวง

ในป่าจันทราสีเงินเขาจะวิ่งเข้าไปในสิ่งที่ช่วยในการฝึกฝนเช่นดีหมี นี่เป็นเรื่องสำคัญเพราะอุปสรรคในการตัดผ่านไปยังนักรบระดับหกเป็นเรื่องยากที่จะทะลุผ่าน ผู้ที่มีจิตวิญญาณการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมจำเป็นต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งปีเพื่อก้าวข้ามจากจุดสูงสุดของนักรบระดับห้าตอนปลายไปยังนักรบระดับหกขั้นต้น

แม้ว่าหวงเสี่ยวหลงจะมีจิตวิญญาณการต่อสู้คู่ที่ยอดเยี่ยม แต่อย่างน้อยที่สุด เขาจะต้องใช้เวลาห้าเดือนถึงครึ่งปีเพื่อที่เขาจะสามารถทะลวงผ่านเข้าไปในนักรบระดับหกได้

หวงเสี่ยวหลงนั่งไขว่ห้างในขณะที่เขากลั่นพลังงานในขณะที่เจ้าลิงน้อยเคี้ยวแกนสีม่วงที่ไม่มีใครรู้ มันไม่เคยมีการปรับแต่งแกนสัตว์ปีศาจก่อนที่กลืนเข้าไป

ตลอดเวลาที่เฟยฮาวยืนอยู่ห่างออกไปมากกว่าสามจั้งโดยมุ่งเน้นไปที่บริเวณโดยรอบ

ไม่กี่ชั่วยามต่อมาหวงเสี่ยวหลงได้ทำการกลั่นดีหมีของหมีดำเสร็จสิ้น และลุกขึ้น ไม่เพียงแต่มีกปราณฉีเพิ่มขึ้น แต่ร่างกายของเขาก็ยังเข้มแข็งแข็งแรงและกระชับขึ้นรวมทั้งเส้นเอ็นของเขา และการระเบิดพลังที่เพิ่มทันที

หวงเสี่ยวหลงเรียกมีดคู่เทพอสูรของเขา และกระโดดขึ้นไปกลางอากาศ และในขณะที่อยู่กลางอากาศก็จู่โมด้วยมีดคู่เทพอสูรของเขา แสงจากใบมีดกลายเป็นหยดฝนที่ร่วงลงมามีรัศมีกว้างกว่าสามจั้ง

ทุกอย่างภายในรัศมีสามจั้งกลายเป็นฝุ่น

เสียงร้องอันเร่าร้อนสะท้อนจากสายฝนที่จางไปอย่างรวดเร็ว ราวกับว่ามันมาจากนรก และเป็นการเขย่าจิตใจของผู้คน หลังจากนั้นหวงเสี่ยวหลงก็ลงสู่พื้น

หลังจากฝึกซ้อมครั้งหนึ่งด้วยทักษะดาบเทพอสูร – กระบวนท่าที่สอง: น้ำตาเทพอสูรได้รับความสำเร็จในระดับที่เล็กน้อยแล้ว!

ด้วยคลื่นลูกหนึ่งจากเสียงของเทพอสูรที่พอจะได้ยิน

แต่เขายังห่างไกลจากความสำเร็จที่สำคัญ เมื่อสร้างคลื่นของใบมีดสายฝนตกจะบางเหมือนมีดโกน บางครั้งรุนแรงหรืออาจจะอ่อนโยนเหมือนน้ำเวลาที่มันโหมกระหน่ำเหมือนแม่น้ำจากสวรรค์ และบางครั้งก็ไม่มีรูปร่าง นั่นคือสภาพเมื่อน้ำตาเทพอสูรถึงระดับความสำเร็จที่สำคัญ

ปัจจุบันคลื่นของหวงเสี่ยวหลงแต่ละการจู่โจมทำให้ฝนตกปรอย ๆ แต่เขาไม่สามารถควบคุมช่วงหรือขนาดของมันได้

หวงเสี่ยวหลงหยุดการฝึกฝน และเก็บมีดคู่เทพอสูรกลับเข้ามาในอ้อมแขน ทันใดนั้นนิ้วมือขดล้วงเข้าไปในศพหมีดำ มีด้ายสีดำที่มืดของเขามีพลังงานไหลออกมาจากศพของหมีดำเข้าไปในร่างกายของหวงเสี่ยวหลงผ่านมือของเขา

เมื่อพลังสีดำหลั่งไหลลงสู่ร่างของหวงเสี่ยวหลง เขายืนอยู่ที่นั่นในขณะที่แสงสีขาวแผ่กระจายไปทั่วร่างของเขาจากนั้นหวงเสี่ยวหลงก็ใช้กรงเล็บไปที่ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ห่างออกไป ท้องฟ้าดูเหมือนมืดลงเมื่อสองกรงเล็บสีดำปรากฏขึ้นกลางอากาศ

“ปัง!” เสียงดังก้องไปทั่วทั้งอากาศ ขณะที่กรงเล็บทั้งสองฝังลงไปในต้นไม้ขนาดใหญ่ และจมลงไปขณะที่บริเวณรอบ ๆ กรงเล็บนั้นกลายเป็นสีดำและกระจายกลิ่นอายของความตายไปในอากาศ

ในเดือนที่ผ่านมาหวงเซี่ยวหลงยังได้ริเริ่มฝึกทักษะการสู้รบอื่น ๆ ที่กล่าวถึงในภาพประกอบ คือทักษะกงเล็บปีศาจเทพอสูร

มีเพียงห้ากระบวนในภาพของทักษะกงเล็บปีศาจเทพอสูร แต่เมื่อถึงระดับความสำเร็จที่สำคัญแล้วการเคลื่อนไหวแต่ละกระบวนท่าจะมีอำนาจทำลายล้างอย่างท่วมท้น

กระบวนท่าที่หวงเสี่ยวหลงแสดงก่อนหน้านี้ถูกเรียกว่าการโจมตีของพันปีศาจ; เมื่อการเคลื่อนที่ครั้งนี้เสร็จสิ้นสมบูรณ์และพังทลายลง – ปีศาจนับพันตัวจะปรากฏขึ้นและปกคลุมไปทั่วท้องฟ้ากวาดทุกสิ่งไปตลอดเส้นทางของมัน

อย่างไรก็ตามในกระบวนท่าก่อนหน้าของหวงเสี่ยวหลงไม่ปรากฏแม้แต่ปีศาจตัวหนึ่ง

“ดูเหมือนว่าข้าต้องใช้ความพยายามมากขึ้นในการฝึกฝนทักษะกงเล็บปีศาจเทพอสูร” หวงเสี่ยวหลงกล่าวกับตัวเอง ปัญหาที่เกิดขึ้นกับการฝึกฝนทักษะกงเล็บปีศาจเทพอสูรคือว่ามีความต้องการหลักเพียงอย่างเดียว ต้องซึมซับจิตวิญญาณของศพที่พึ่งเสียชีวิตไม่นานมานี้ ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์ปีศาจก็ตาม เส้นสีดำของพลังงานจากหมีดำที่ถูกหวงเสี่ยวหลงดูดซับไปในก่อนหน้านี้คือจิตวิญญาณของโลหิตฉี

เนื่องจากความจำเป็นในการดูดซับพลังชีวิตจากโลหิตทำให้หวงเซี่ยวหลงไม่สามารถฝึกฝน ทักษะกงเล็บปีศาจเทพอสูรเมื่อเขากลับมาที่บ้านในช่วงเวลานั้น

ทันใดนั้นเสียงจากเสียงฝีเท้า และเสียงมนุษย์ก็แผ่วออกมาจากที่ไกล ๆ

เฟยฮาวได้กลับไปอยู่ที่เบื้องหลังของหวงเสี่ยวหลงในทันที ในขณะที่ลิงสีม่วงน้อยกระโดดลงมาจากต้นไม้และเกาะอยู่บนไหล่ของหวงเสี่ยวหลง

“จงหลีกเลี่ยงพวกมัน” หวงเสี่ยวหลงกล่าวหลังจากได้นึกถึงเรื่องนี้สักครู่ ได้อย่างรวดเร็วหวงเสี่ยวหลง, เฟยฮาวและเจ้าลิงน้อยกระโดดขึ้นไปอยู่บนต้นไม้ที่มีใบหนาแน่นมีระยะห่างของใบเพียงเล็กน้อย และซ่อนตัวเองเอาไว้ภายในนั้น

เช่นเดียวกับที่พวกเขาซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ จากสถานที่ห่างไกลออกไปหวงเสี่ยวหลงยังคงเห็นกลุ่มคนที่เคลื่อนไหวกำลังมาทางทิศของพวกเขา เป็นกลุ่มคนที่สวมเสื้อผ้าสีม่วงพวกเขาเป็นสาวกของนิกายดาบเสื้อคลุมม่วง!

เมื่อเห็นว่าพวกเขาเป็นสาวกของนิกายดาบเสื้อคลุมม่วง หวงเสี่ยวหลงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยและกลั้นหายใจ

“ผู้อาวุโสเฉินเป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วที่พวกเรายังหาศิษย์พี่เฉิงยังไม่พบจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาบ้างไหม?” สาวกของนิกายดาบเสื้อคลุมม่วงคนหนึ่งเอ่ยถาม

คิ้วสีเทาหนาของเฉินฟงเหี่ยวย่น กลุ่มสาวกของเฉิงเหลียงยังไม่ได้พบปะกับพวกเขาดังนั้นบางสิ่งที่ไม่คาดคิดอาจเกิดขึ้น

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้แสงไฟเย็น ๆ จางข้ามดวงตาของเฉินฟง

“อาจมีใครบางคนเบื่อการมีชีวิต! ” อีกคนหนึ่งกล่าวว่า ” ถ้าเราพบพวกเขาเราจะฆ่าล้างตระกูลพวกเขาให้ถึงเก้าชั่วโคตร! ”

เฉินฟงหันศีรษะของเขา และถามสาวกคนหนึ่งว่า “พวกเจ้าพบสาวกของสถาบันแสงดาราสองคนนั้นหรือไม่” เดือนที่ผ่านมาเฉิงเหลียงกำลังติดตามทั้งสองคนก่อนที่กลุ่มของเขาจะหายตัวไป ตราบใดที่พวกเขาค้นพบสาวกของสถาบันแสงดารา    พวกเขาก็จะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเฉินเหลียงและกลุ่มของเขา

“ตามรายงานจากสาวกของเรา สาวกของสถาบันแสงดาราอยู่ใกล้กับหุบเขาหมอกพิษ” ศิษย์ตอบกลับด้วยความเคารพ

“หุบเขาหมอกพิษ!” เฉินฟงขมวดคิ้ว ขณะที่พูดอย่างเย็นชาว่า “พวกเจ้าทุกคนตามข้ามา ตอนนี้พวกเราต้องไปที่หุบเขาหมอกพิษก่อน!”

“ขอรับผู้อาวุโสเฉิน!”

สักครู่ต่อมาพวกสาวกของนิกายดาบเสื้อคลุมม่วงก็จากไป

หลังจากกลุ่มเสื้อคลุมสีม่วงหายไป และไม่สามารถมองเห็นได้อีกต่อไป หวงเสี่ยวหลง และเฟยฮาวก็ออกมาจากที่หลบซ่อนตัวของพวกเขา

“ท่านจักรพรรดิ พวกเราควรมุ่งหน้าไปยัง หุบเขาหมอกพิษหรือไม่”  เฟยฮาวถาม

“ท่านควรจะต้องรู้ว่าหุบเขาหมอกพิษเป็นหนึ่งในสามจุดอันตรายที่สุดของป่าจันทราสีเงิน”

“หนึ่งในสามที่อันตรายที่สุด?” หวงเสี่ยวหลงได้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า

“งั้นลองไปดูกันเถอะ”

ดังนั้นคนสองคนและลิงหนึ่งตัวออกเดินไปตามด้านหลังสาวกของนิกายดาบเสื้อคลุมม่วงเพื่อไปสู่​หุบเขาหมอกพิษ  หุบเขาหมอกพิษมันไม่ได้อยู่ห่างไกลจากที่พวกเขาอยู่มากนัก และหลังจากนั้นเพียงหนึ่งวันของการเดินทางพวกเขาก็มาถึงหุบเขาหมอกพิษ

พวกเขายืนอยู่ที่ปากทางเข้าของหุบเขาหมอกพิษ และเฝ้าดูว่ามีหมอกสีเทาที่เปียกชื้นที่มีสีเขียวลอยอยู่ในอากาศ เฉินฟงโบกมือ และกล่าวว่า “กระจายออกไปค้นหา”

เหล่าสาวกของนิกายดาบเสื้อคลุมม่วงตอบรับด้วยความเคารพและกระจายออกไป

ช่วงเวลาหลังจากนั้นสาวกกลับมารายงานว่า: “ผู้อาวุโสเฉินข้าพบว่ามีร่องรอยการต่อสู้เกิดขึ้น”

“ฮืม! อย่างนั้นพวกเราไปดูกัน!”

……