0 Views

เงาร่าของงหวงเสี่ยวหลง และเฟยฮาวได้จางหายไปจากสายตาของทุกคนขณะเดินไกลออกไป

หวงเผิงมองไปที่ภรรยาของเขา ซูเย่วที่ยังคงยืนอยู่ในความงุนงงมองไปตามทิศทางที่ลูกชายของพวกเขาจากไป เขามายืนข้างภรรยาของเขาและ กล่าวเบา  ๆ ว่า “ซูเย่วกลับกันเถอะ ลูกชายของเราออกไปไกลแล้ว” ขณะที่เขาลูบไหล่ของ ซูเย่ว.

ซูเย่วพยักหน้าอย่างเหม่อลอย และหวงเผิงประครองร่างของนางไว้ ขณะที่พวกเขาเดินกลับเข้าไปภายในคฤหาสน์ตระกูลหวงพร้อมกับคนที่เหลือ

ในขณะที่หวงเสี่ยวหลง และเฟยฮาวออกจากคฤหาสน์ตระกูลหวง พวกเขาไม่ได้เดินไปตามถนนปกติ แต่กลับเลือกเข้าสู่เส้นทางภายในภูเขา และเดินลึกเข้าไปในภูเขา

ข้ามภูเขาไปอีกไม่กี่ร้อยลี้ พวกเขาจะเข้าสู่เขตของป่าจันทราสีเงิน ป่าจันทราสีเงินเป็นป่าที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่มีอาณาเขตของดินแดนมากกว่าอาณาจักรถึงสิบเท่า มีสัตว์ต่าง ๆ อาศัยอยู่ภายในป่าจันทราสีเงินแห่งนี้ ดังนั้นหวงเสี่ยวหลงจึงตัดสินใจที่จะออกล่าสัตว์ปีศาจไปด้วยในขณะระหว่างเดินทาง

งูหลามดอกไม้สัตส์ปีศาจระดับสี่ ที่เขาเคยฆ่ามาก่อนหน้านี้ก็มาจากป่าจันทราสีเงินเช่นกัน

และอีกสามวันต่อมาหวงเสี่ยวหลงก็มาถึงเขตของป่าจันทราสีเงิน

เขาเงยศีรษะขึ้นมองไปบนท้องฟ้าเมื่อท้องฟ้าค่อย ๆ คล้ำขึ้นเขากล่าวกับ เฟยฮาวว่า

“พวกเราจะพักผ่อนที่นี่ในตอนกลางคืน และเดินทางต่อไปในวันพรุ่งนี้”

“ขอรับท่านจักรพรรดิ!” เฟยฮาวตอบรับด้วยความเคารพ

ลิงสีม่วงตัวเล็ก ๆ บนไหล่ของหวงเสี่ยวหลงตบมือ และกรีดร้องเมื่อเห็นรอยยิ้มของหวงเสี่ยวหลง “เด็กน้อยไปดูว่ามีผลไม้ในบริเวณใดบ้างหรือนำกลับมาบ้างไหม”

ลิงสีม่วงตัวน้อยพยักหน้าพร้อมกับวิ่งออกไปจากไหล่ของหวงเสี่ยวหลงกระโดดออกมา เพียงไม่กี่ก้าวก็หายตัวไปจากสายตาของเขา

ในขณะที่เฟยฮาวไปเก็บไม้แห้ง และเปลือกไม้เพื่อทำเป็นเชื้อฟืน

อีกสักครู่ต้อมาเจ้าลิงน้อยสีม่วงก็กลับมาพร้อมกับผลไม้สดมากมายในอ้อมแขนของมัน ปากของมันกัดผลไม้ผลหนึ่ง

“นี่คือผลไม้น้ำแข็ง?!” เฟยฮาวร้องตะโกนด้วยความประหลาดใจมองไปที่ผลไม้ที่โปร่งใสภายในอ้อมแขนของลิงน้อยสีม่วง

ผลไม้น้ำแข็งเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยจะได้พบเห็นบ่อยนัก แม้ว่าจะไม่มีประโยชน์ใด ๆ ในแง่ของปราณฉี แต่ก็สามารถสร้างความแข็งแกร่งให้กับร่างกายได้ และมีราคาหลายสิบเหรียญทองถ้าถูกขายไปภายในตลาด

เมื่อลิงน้อย เห็นความตกตะลึงของ เฟยฮาวมันยกหัวเล็ก ๆ ขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ แล้ววางผลไม้ลงประมาณเจ็ดถึงแปดผล จากนั้นก็กัดไปอีกผล ก่อนที่จะวิ่งออกไปอีกครั้งแล้วกลับมาพร้อมกับผลไม้น้ำแข็งที่มากขึ้นในอ้อมแขนของมัน

หวงเสี่ยวหลงส่ายหัว และหัวเราะเมื่อเห็นการกระทำของมัน เจ้าตัวน้อยนี้กำลังรู้สึกสนุกมาก

ในระหว่างการเดินทางไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ ทุกครั้งที่ลิงน้อยวิ่งออกไป มันจะนำผลไม้ที่อร่อยบางอย่างเพื่อมามอบให้แก่หวงเสี่ยวหลง และเฟยฮาวได้ลิ้มรสผลไม้แสนอร่อย

ขณะที่พวกเขานั่งอยู่ข้างกองผลไม้น้ำแข็งหวงเซี่ยวหลง และ เฟยฮาวเอาอาหารแห้งบางส่วนออกมา และกินมันพร้อมกับผลไม้น้ำแข็ง

น้ำผลไม้เย็น และมีกลิ่นหอมเมื่อผลไม้น้ำแข็งเลื่อนลงไหลผ่านลำคอ หวงเสี่ยวหลงกินไปสามผลโดยยังไม่รู้สึกพอใจนัก

หวงเสี่ยวหลงกล่าวกับ เฟยฮาวว่า “ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ไม่มีเนื้อสัตว์ หากมีเนื้อ และสุราสักขวดแล้วอาหารจะอร่อยขึ้นมาก” หวงเสี่ยวหลงเป็นคนรักสุราในชีวิตก่อนหน้านี้ แต่เขายังไม่เคยลิ้มรสสุราของโลกใบนี้ เขาสงสัยว่าสุราในโลกนี้มีรสชาติอย่างไร?

เฟยฮาวหัวเราะเมื่อเขาได้ยินเรื่องนี้ “ท่านจักรพรรดิชอบดื่มอย่างนั้นหรือ”  จากมุมมองของเขา จักรพรรดิยังไม่ถึงเก้าขวบ แท้จริงรู้วิธีการดื่มได้อย่างไร? จากนั้นเขาก็เสริมว่า

“แม้สุราจะไม่มีในขณะนี้ แต่เนื้อสัตว์อาจได้รับในภายหลัง”

ในขณะที่หวงเสี่ยวหลงสับสน ก็ได้ยินเสียงของสัตว์ปีศาจที่กำลังรีบมุ่งหน้ามายังที่นรา และจากเสียงของการเคลื่อนไหวมันดูจะมีขนาดใหญ่

ครู่ต่อมามีเขี้ยวที่แหลมคมสองเขี้ยวปรากฏตัวขึ้นเหมือนหมูป่า มันเป็นสัตว์ปีศาจที่เป็นเจ้าของเสียงอยู่ตรงหน้าของหวงเสี่ยวหลง และเฟยฮาว

สัตว์ปีศาจระดับต่ำ สัตว์ปีศาจเฟิร์นทราย!

เฝ้ามองดูในขณะที่สัตว์ปีศาจเฟิร์นทรายเดินเข้ามา เฟยฮาวหัวเราะและลุกขึ้นยืน “ท่านจักรพรรดิ แม้ว่าเนื้อของสัตว์ปีศาจเฟิร์นทรายนี้จะมีเนื้อหนาและหยาบกระด้างอยู่บ้าง แต่ก็อร่อยมาก”

เขาเตรียมพร้อมที่จะจัดการกับ สัตว์ปีศาจเฟิร์นทราย แต่มีเงาเล็ก ๆ เอาชนะมันไปแล้ว มันไปถึงตัวของสัตว์ปีศาจเฟิร์นทรายเกือบจะทันที และเกิดรังสีความร้อนจากแสงที่ส่องผ่านร่างของ สัตว์ปีศาจเฟิร์นทรายขณะที่มันโอดครวญ และล้มลงกับพื้น

เมื่อเห็นผู้ร้าย เฟยฮาวส่ายหัว และแน่นอนว่ามันเป็นลิงม่วงตัวน้อย

หลังจากฆ่าสัตว์ปีศาจเฟิร์นทรายแล้วลิงม่วงตัวน้อย ลากศพที่ใหญ่กว่าร่างของมันโดยไม่รู้กี่ร้อยเท่าใกล้เข้ามาที่กองไฟ ส่งเสียงร้อง และยักย้ายไปทางหวงเสี่ยวหลงขณะที่นิ้วเล็ก ๆ ชี้ไปที่ร่างของสัตว์ปีศาจเฟิร์นทราย

“เอาล่ะ ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้าเป็นคนตะกละ” หวงเสี่ยวหลงหัวเราะและหยิบใบมีดที่คมออกมาเพื่อตัดผิวหนังของสัตว์ปีศาจเฟิร์นทรายแล้วทำความสะอาดเนื้อ และย่างไปในกอง ในขณะที่รอเนื้อย่าง ก็มีหยดไขมันไหลลงไปในกองไฟ และเร็ว ๆ นี้อากาศแทรกซึมไปด้วยกลิ่นของเนื้อย่างที่แสนหอม และวานรม่วงกลืนวิญญาณ นั่งอยู่หน้ากองไฟด้วยรูปลักษณ์ที่กระวนกระวายใจขณะที่ดวงตาของมันจ้องมองอย่างมั่นคงไปที่เนื้อย่างเท่านั้น

หวงเสี่ยวหลงยิ้มดูการแสดงออกของเจ้าลิงน้อย  ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาเจ้าลิงน้อย ได้ลิ้มรสความสามารถในการทำอาหารของเขา

เฟยฮาวนั่งอยู่ใกล้ ๆ และสายตาของเขาไม่ต่างไปจากลิงน้อยเขาจ้องมองไปที่เนื้อย่างในกองไฟลักษณะที่ปรากฏบนใบหน้าของเขาก็เหมือนกับเจ้าลิงน้อย

เมื่อเนื้อหอมอบอวลไปในอากาศไกลออกไปเสียงตะโกนดังออกมาดัง ๆ ทั้งหวงเสี่ยวหลง และ เฟยฮาวต่างตกใจมาก แต่ เฟยฮาวกล่าวว่า “ท่านจักรพรรดิ  เมื่อพวกเราเข้าสู่เขตของป่าจันทราสีเงินแล้ว พวกเราจะเห็นการสังหารหลายรูปแบบ และจะ เป็นการดีที่จะไม่เข้าไปแทรกแซงในเหตุการณ์ใด ๆ ”

หวงเสี่ยวหลงพยักหน้า

อย่างไรก็ตามเสียงต่อสู้ที่ไกลออกไปก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อมันเดินเข้ามาใกล้ ๆ และดูเหมือนว่าจะเคลื่อนไปทางทิศทางของหวงเสี่ยวหลง

หวงเสี่ยวหลงขมวดคิ้ว และภายในไม่กี่วินาที เขาเห็นฝ่ายที่ต่อสู้กันเปิดเผยตัวเองพร้อมกับเสียงดังตะโกนออกมา

เป็นเด็กหญิง และผู้ชายคนหนึ่งถูกไล่ตามมาด้วยกลุ่มของคนที่สวมเสื้อคลุมสีม่วงถูกทับ ทำโดยรอยดาบเห็นได้ชัดเมื่อคู่ของเยาวชนคู่นี้มีรอยเลือดเปื้อนเสื้อผ้าของพวกเขาอยู่

“สถาบันแสงดารา, นิกายดาบเสื้อคลุมม่วง!” หน้าผาก เฟยฮาวเกิดร่องรอยห่น

หวงเสี่ยวหลงหันไปมอง เฟยฮาว

เฟยฮาวอธิบายว่า: “นายน้อย, สถาบันแสงดาราเป็นสถาบันการศึกษาของอาณาจักรหลัวถง ท่านอาจเคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนี้มาบ้างแล้ว ส่วนนิกายดาบเสื้อคลุมม่วงเป็นนิกายอันดับหนึ่งของ อาณาจักรหยุนไห่! คู่ของคนหนุ่มสาวในด้านหน้ามาจากสถาบันแสงดารา และคนที่อยู่เบื้องหลังพวกเขามาจากนิกายดาบเสื้อคลุมม่วง”

สถาบันแสงดารา!

นิกายดาบเสื้อคลุมม่วง
หวงเสี่ยวหวนลองดูอีกฝ่ายที่มุ่งหน้ามาเป็นคนของสถาบันแสงดาราเป็นสถาบันการศึกษาภายในอาณาจักรหลัวถงซึ่งเขาได้ยินมาว่าพ่อของเขาเคยพูดถึงมาก่อน ลูกหลานที่มีพรสวรรค์และเหล่าตระกูลใหญ่ ๆ ส่วนใหญ่จะมารวมตัวกันที่นั่น และภายในอาณาจักรหลัวถงเป็นเกียรติของตระกูลที่มีลูกหลานหรือศิษย์ของพวกเขาที่สามารถเข้าไปเรียนในสถาบันแสงดาราได้สำเร็จ

ด้วยเหตุนี้นิกายดาบเสื้อคลุมม่วงที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่ตั้งแต่นิกายดาบเสื้อคลุมม่วงเป็นนิกายจากอาณาจักรหยุนไห่ พวกเขาจะต้องมีอำนาจมากอย่างน้อยที่สุดไม่ด้อยไปกว่าสถาบันแสงดารา

และเมื่อถึงเวลานี้ทั้งสองฝ่ายต่างประหลาดใจที่เห็น หวงเสี่ยวหลง, เฟยฮาว และวานรม่วงกลืนวิญญาณในเส้นทางของพวกเขา คู่ของหญิงสาวและชายหนุ่มรีบเข้าไปหากลุ่มของหวงเสี่ยวหลง และเฟยฮาวหลังจากลังเลเล็กน้อย ในเวลาเดียวกันเรียกร้องให้เฟยฮาวด้วยเสียงเร่งด่วน: “ท่านผู้อาวุโสโปรดช่วยเราด้วย!”

เฟยฮาวขมวดคิ้ว; เขาไม่เคยสนใจที่จะเอาตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องกับในเรื่องนี้ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้เพราะคนทั้งสอง เขาลุกขึ้นยืนและยังคงอยู่นิ่ง

เฟยฮาวไม่ได้ก้าวขยับไปไหน เขารอการตัดสินใจของหวงเสี่ยวหลง

คนทั้งสองคนเข้ามาอยู่ข้างกองไฟ หอบหายใจอย่างหนัก การแสดงออกของพวกเขาเต็มไปด้วยความกลัว ขณะที่พวกเขามองย้อนกลับไปที่กลุ่มคนที่ไล่ตามพวกเขามา