0 Views

ขณะที่หวงหมิงและหวงฉี่เต๋อมาถึงทางเข้าของบ้านพัก เฟยฮาวยื่นมือขึ้นเพื่อสกัดกั้นเส้นทางของพวกเขา เฉพาะหวงเผิงเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป

สิ่งนี้ทำให้หวงฉี่เต๋อ และหวงหมิงอยู่ในตำแหน่งที่น่าอึดอัดใจ ถึงแม้ทั้งสองคนต้องการที่จะแสดงความโกรธ แต่ยังไม่มีความกล้าพอที่จะแสดงความโกรธใด ๆ

เฟยฮาวได้แสดงออกถึงกลิ่นอายสังหาร และพฤติกรรมของเขาก็สงบเงียบ และไม่แยแสต่อสิ่งใด แม้จะมีรอยยิ้มที่บังคับอยู่บนใบหน้าของหวงหมิง แต่เฟยฮาวก็ยังคงปิดกั้นเส้นทางของพวกเขา

ขณะนี้หวงเผิงได้เดินไปหาหวงเสี่ยวหลง และกล่าวว่า “เสี่ยวหลงจ้าจะยอมให้ … ?”

หวงเสี่ยวหลงพยักหน้าให้เฟยฮาว และเมื่อเฟยฮาวเห็นเขาพยักหน้าเขาก็วางมือลงเพื่อให้หวงฉี่เต๋อ และหวงหมิงเข้าสู่ลานหน้าบ้านพัก

หวงฉี่เต๋อ และหวงหมิงรู้สึกโล่งใจ และพวกเขาพยักหน้าขอบคุณด้วยรอยยิ้มกว้าง ๆ บนใบหน้าของพวกเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหวงหมิงที่มีพฤติกรรมเป็นที่เคารพอย่างมากเมื่อพวกเขาเดินเข้าไปในลานเล็ก ๆ หน้าบ้านของหวงเสี่ยวหลง

“พวกท่านมีธุระอะไร?” หวงเสี่ยวหลงถามด้วยความเฉยเมย “ถ้าข้าจำได้อย่างถูกต้องนี่เป็นครั้งแรกที่พวกท่านมาที่บ้าพักเล็ก ๆ แห่งนี้ใช่มั้ย?”

ถึงแม้ว่าหวงเสี่ยวหลงจะจำได้ว่าปู่ของเขาหวงฉี่เต๋อ และลุงหวงหมิงไม่เคยมาเยี่ยมเขาที่บ้านพักของเขาสักครั้ง

ใบหน้าทั้งของหวงฉี่เต๋อ และหวงหมิงเปลี่ยนเป็นสีแดงด้วยความละอายใจ แต่โชคดีที่ท้องฟ้าเปลี่ยนไปมืดจึงเห็นได้ไม่ชัดเจน

“เสี่ยวหลงท่านปู่และท่านลุงของเจ้ามาเชิญเจ้าเข้าร่วมงานเลี้ยงปีใหม่”  หวงเผิงก้าวมาที่ด้านหน้า และพูดกับลูกชายของเขาถึงการมาของหวงฉี่เต๋อ และหวงหมิง

ทุกปีในระหว่างงานชุมนุมประจำปีของตระกูลประจำปีหลังจากที่เหตุการณ์การซ้อมประลองของเหล่าสาวกในวันแรกจบลง งานเลี้ยงอาหารค่ำจะถูกจัดขึ้นในวันรุ่งขึ้น คฤหาสน์ตระกูลหวงจะจัดงานฉลองใหญ่เพื่อเฉลิมฉลองปีใหม่นี้ นอกเหนือจากเหล่าผู้อาวุโสก็จะเป็นสามหนุ่มสาวดีที่ดีที่สุดของรุ่นที่มีพรสวรรค์มากที่สุดสามารถเข้าร่วมงานเลี้ยง.

ความจริงจะบอกว่า หวงเสี่ยวหลงควรเข้าร่วมงานเลี้ยงปีที่แล้ว เมื่อเขาได้รับชัยชนะเหนือหวงเหว่ย แต่ไม่มีใครมาเชิญหวงเสี่ยวหลง และเช่นเดียวกับเรื่องสระวิญญาณ ทั้งสองได้มอบสิทธิให้กับหวงเหว่ย

“ถูกต้องแล้ว เสี่ยวหลง, พวกเรามาเชิญเจ้าเข้าร่วมงานเลี้ยง” หวงหมิงรีบเดินตามมาที่ด้านหน้าพร้อมรอบยิ้มอย่างเช่นหวงเสี่ยวหลงเป็นเหมือนผู้อาวุโสของตระกูล และเขาเป็นคนรับใช้ของ คฤหาสน์ตระกูลหวงที่ถูกส่งมาเชิญเขา

แม้ว่าหวงฉี่เต๋อ ไม่ได้พูดก็ตาม แต่เขายังคงสวมรอยยิ้มพราวอยู่ตลอดเวลา

ได้รับเชิญโดยบุคคลทั้งสองให้เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำปลายปีเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่คฤหาสน์ตระกูลหวงถูกก่อตั้งขึ้น ในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีเพียงเสี่ยวหลงเท่านั้นที่ได้รับเกียรตินี้

แต่หวงเสี่ยวหลงตอบอย่างเย็นช้า “ไม่ ขอขอบคุณ แต่ข้ายังต้องฝึกฝนต่อ”

รอยยิ้มบนใบหน้าของหวงฉี่เต๋อ และหวงหมิงแข็งขึ้น

“เสี่ยวหลง เจ้า!” ข้าง ๆ เขา หวงเผิงตื่นตระหนกและตะโกนออกมา

“ท่านพ่อ ท่านน่าจะรู้อารมณ์ของข้า!” หวงเสี่ยวหลงตอบ

ในสถานการณ์เช่นนี้ หวงเผิงไม่ทราบว่าจะพูดอะไรกับลูกชายของเขา บางครั้งอาจจะดื้อดึงอยู่บ้าง และเมื่อใดที่เขาตัดสินใจอะไรบางอย่างทั้งเขาและภรรยาก็ไม่สามารถทำให้เขาเปลี่ยนใจได้

แต่หวงฉี่เต๋อ ชี้ไปที่หวงเผิง และแสดงออกอย่างจริงใจมองไปที่หวงเสี่ยวหลงเขากล่าวว่า “เสี่ยวหลง สิ่งที่ข้าทำในอดีตเป็นความผิดพลาด และเป็นเพียงความลำเอียง แต่ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่เกลียดข้า นับจากนี้ไปไม่ว่าเจ้าจะต้องการอะไรก็ตามตราบเท่าที่เจ้าต้องการ ข้าก็จะเห็นด้วย ”

หวงเสี่ยวหลงยังคงไม่มั่นใจ แน่นอนว่าเขารู้ว่าทำไมปู่ของเขาจึงลดตัวลงมาเชิญเขาด้วยตัวเองและมาแสดงความสุภาพเช่นนี้ ทั้งหมดนี้เป็นเพราะความสามารถที่เขาได้รับ และความจริงที่ว่ามีผู้เชี่ยวชาญจุดสูงสุดของนักรบระดับสิบตอนปลายที่อยู่เบื้องหลังของเขา

หวงเสี่ยวหลงเก็บเงียบและไม่ตอบอะไร

หวงฉี่เต๋อไม่โกรธเมื่อได้เห็นในเรื่องนี้ แต่ก็ถอนใจในขณะที่เขาพูดต่อ “พ่อของเจ้าบอกว่าเจ้าจะต้องออกเดินทางไปฝึกฝนข้างนอกหลังปีใหม่?”

หวงเสี่ยวหลงเหลือบมองพ่อของเขา หวงเผิง และเมื่อหวงเผิงกำลังจะพูดอะไรออกมาหวงฉี่เต๋อ ก็พูดขึ้นก่อนที่เขาจะทันได้กล่าวออกมา “อย่าตำหนิพ่อของเจ้าเลย เป็นข้าไม่ได้ตั้งใจที่จะแอบได้ยินเข้า”

จากนั้นเสียงของเขาก็เปลี่ยนไป

” เสี่ยวหลง ข้าไม่หวังให้เจ้าจะอภัยให้ข้า แต่ปู่อยากให้เจ้ารู้ว่าคฤหาสน์ตระกูลหวง และข้าจะรอคอยการกลับมาของเจ้าเสมอ และคฤหาสน์ตระกูลหวงยังคงเป็นบ้านของเจ้าตลอดไป! ”

การแสดงออกของหวงฉี่เต๋อกลายเป็นเรื่องต่างกันออกไปเพียงเล็กน้อย เมื่อได้หยิบเอาหยกออกมา “ไม่กี่ปีที่ผ่านมาปู่ได้รับการว่าจ้างให้นักปรุงยาผู้หนึ่งเพื่อปรับแต่งยาจิตวิญญาณระดับสี่, เม็ดยาพื้นฐานพยัคฆ์มังกร; มันเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลสำหรับปราณฉี ”

หวงหมิงรู้สึกตกใจเมื่อเห็นพ่อของเขาหยิบกล่องหยกของเม็ดยาจิตวิญญาณพื้นฐานพยัคฆ์มังกรขึ้นมา มันเป็นของที่หายากอย่างไม่น่าเชื่อสำหรับเม็ดยาระดับสี่นี้ พ่อของเขาเก็บมันมานานกว่าสิบปี แต่ตอนนี้เขาได้มอบเป็นของขวัญแก่หวงเสี่ยวหลง

เม็ดยาจิตวิญญาณพื้นฐานพยัคฆ์มังกร?

หวงเสี่ยวหลงลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะรับกล่องหยกมาไว้ในมือ

เมื่อหวงฉี่เต๋อเห็นหวงเสี่ยวหลงยอมรับกล่องหยก ก็เกิดรอยยิ้มสดใสขึ้นบนใบหน้าของเขา ราวกับว่ามันเป็นหวงเสี่ยวหลงที่เป็นคนมอบยาระดับสี่ให้แก่เขา

แต่เมื่อรอยยิ้มของเขาพร่างพรายมากที่สุด หวงเสี่ยวหลงได้ส่งกล่องหยกไปให้พ่อของเขาผู้ซึ่งอยู่ข้าง ๆ เขากล่าวว่า “ท่านพ่อ ท่านจำเป็นต้องใช้เม็ดยาจิตวิญญาณพื้นฐานพยัคฆ์มังกร ”

ทันทีรอยยิ้มที่สดใสบนใบหน้าหวงฉี่เต๋อหายไป ทั้งหวงหมิง และหวงเผิงก็มึนงง

“เสี่ยวหลง เจ้าไม่ควรทำ!” หวงเผิงกำลังจะปฏิเสธเมื่อหวงเสี่ยวหลงโบกมือและพูดว่า

“ท่านพ่อตอนนี้ท่านยังคงติดอยู่ที่จุดสูงสุดของนักรบระดับหกตอนปลาย และท่านจำเป็นต้องใช้เม็ดยาจิตวิญญาณพื้นฐานพยัคฆ์มังกรนี้มากกว่าข้า โปรดอย่าได้ปฏิเสธอีกต่อไปเลย ”

หวงเผิง ได้รับกล่องหยกมาจากลูกชายของเขาด้วยการแสดงออกที่ซึ้งใจ

หวงเสี่ยวหลงหันไปมองปู่ของเขาซึ่งไม่ได้ยิ้มอีกแล้วและกล่าวว่า “ท่านได้มอบมันให้ข้าแล้วข้ามอบมันให้กับท่านพ่อต่อ หวังว่าท่านปู่จะไม่มีปัญหากับเรื่องนี้ใช่ไหม?”

“โอ้ไม่ได้เลย! มันไม่แตกต่างกันหรอกถ้าเจ้าหรือพ่อของเจ้าเป็นคนใช้มัน ” หวงฉี่เต๋อตอบด้วยรอยยิ้ม แต่หัวใจของเขาเกิดมีหยดเลือดไหลซึมออกมา ‘ยาจิตวิญญาณระดับสี่ ,อ่า! ข้าเก็บไว้มานานมากกว่าสิบปี!’

หลังจากนั้นไม่นานหวงฉี่เต๋อ , หวงหมิง และหวงเผิงก็ออกไปจากลานหน้าบ้านพักของเขา

ในท้ายที่สุดหวงเสี่ยวหลงไม่ได้เข้าร่วมในงานเลี้ยง

งานฉลองที่ถูกจัดขึ้นในห้องโถงด้านหน้า และเหมือนกับปีก่อน ๆ หน้ามันเป็นงานที่มีชีวิตชีวายิ่งใหญ่ และมีงานรื่นเริง แต่หวงฉี่เต๋อซึ่งนั่งอยู่ในที่นั่งหลักก็ไม่รู้สึกอะไรแสดงเพียงความเฉยชา

 

ตรงกันข้ามกับความมีชีวิตชีวาของห้องโถง ในด้านหน้าบ้านพักของหวงเสี่ยวหลงก็ยังคงเงียบสงบ หวงเสี่ยวหลงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเตียงหยกเย็นกำลังบ่มเพาะทักษะเทพอสูรเพื่อดูดซับกลิ่นอายจิตวิญญาณของโลกเบื้องล่าง ขณะที่มันพุ่งตัวลงบนตัวของเขา

ตอนนี้หวงเสี่ยวหลงได้ก้าวสู่ชั้นที่สองของทักษะเทพอสูรแล้ว

ตามภาพประกอบเมื่อถึงระดับสูงสุดของทักษะเทพอสูรเขาสามารถเปิดประตูของเทพอสูร เพื่อเชื่อมต่อกับดินแดนเทพอสูร แต่เขายังไม่แน่ใจว่ามันเป็นความจริงหรือไม่

สองวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว และถึงวันปีใหม่

ช่วงปีใหม่นี้ เรือนรับรองตะวันออกยิ่งมีชีวิตชีวาขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน ๆ และหวงเสี่ยวหลงได้ใช้เวลาอยู่กับแม่และพ่อ น้องสาวและน้องชายของเขา และอากาศก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ

สำหรับหวงเสี่ยวหลงรู้ว่าครั้งต่อไปที่เขาจะได้พบกับพ่อแม่ น้องสาวและน้องชายของเขาจะต้องรออีกหนึ่งปี

….

ปีใหม่ได้ผ่านไปแล้ว

วันรุ่งขึ้นหวงฉี่เต๋อ , หวงหมิง และบรรดาเหล่าผู้อาวุโสของคฤหาสน์ตระกูลหวง และบรรดาข้ารับใช้ออกมายืนอยู่ที่ลานสี่เหลี่ยมจัตุรัสหน้าประตูทางเข้าหลักของคฤหาสน์ตระกูลหวง: ทุกคนอยู่ที่นั่นเพื่ออำลาหวงเสี่ยวหลง

ลูกชายของนางกำลังจะเดินทางออกไปไกล ดวงตาของซูเย่วเริ่มแดงขณะที่นางกอดหวงเสี่ยวหลงไว้แน่น “เจ้าต้องระมัดระวังตัวในขณะเดินทางให้มาก”

“แม่ ข้าทราบแล้ว” ดวงตาของหวงเสี่ยวหลงก็เปลี่ยนเป็นสีแดง และเขารีบหันหลังและออกเดินทางไปพร้อมกับเฟยฮาวทันที