0 Views

 

เป็นเวลานานหลังจากที่ หวงเสี่ยวหลงออกไปจากห้องโถงไม่มีใครกล้าพูดอะไร

“ท่านพ่อเห็นไหม … ?” ในขณะที่ต่อมาหวงหมิงถามด้วยเสียงแผ่วเบา หลังจากที่เขาได้กล่าวแทรกความรู้สึกของพ่อของเขา

หวงฉี่เต๋อถอนหายใจอย่างหนักขณะที่เขาเงยหน้าขึ้นแล้วโบกมือให้

“ทุกคนแยกย้ายกันได้แล้วงานชุมนุมประจำปีของตระกูลในปีนี้สิ้นสุดลงแล้ว” หลังจากพูดอย่างนั้นแล้วเขาก็หันหลังกลับและเดินออกไป ไหล่ที่ตกลงทำให้ดูแล้วรู้สึกหงุดหงิด

สิ้นสุดลงแล้ว!

เหล่าผู้อาวุโสของคฤหาสน์ตระกูลหวง ข้ารับใช้ และสาวกต่างมองหน้ากัน

หลังจากที่เงาของหวงฉี่เต๋อหายไปจากสายตาของพวกเขา หวงหมิงโบกมือ และสั่งทุกคนอีกครั้งก่อนที่เขาจะออกไปจากห้องโถง โดยให้โจวกวงจัดการที่เหลือ และหลังจากนั้นไม่นานห้องโถงก็ว่างเปล่า

นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่คฤหาสน์ตระกูลหวงได้งานชุมนุมประจำปีของตระกูลที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้

หลังจากออกจากห้องโถง หวงเสี่ยวหลงกลับมาที่บ้านพักของเขา ไม่นานหลังจากนั้นพ่อแม่ของเขาก็เดินมาที่บ้านพักของเขา เมื่อเห็นพ่อแม่ของเขามาถึง เขารู้ว่าพวกเขาจะมีคำถามมากมายดังนั้นโดยไม่ต้องรอให้พวกเขาพูดเขาจึงพูดว่า “ท่านพ่อท่านแม่ข้ารู้ว่าพวกท่านมีคำถามมากมาย แต่มีบางสิ่งบางอย่างที่ข้าไม่สามารถบอกพวกท่านได้ในตอนนี้ ”

หวงเผิง  และ ซูเย่วได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเมื่อได้ยินเรื่องนี้

“เสี่ยวหลง ผู้อาวุโสเฟยฮาว?” หวงเผิง  ถามหลังจากนั้นไม่นาน

อาวุโสเฟยฮาวหวงเสี่ยวหลงตอบหลังจากที่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็กล่าวว่า “ข้ากลายเป็นศิษย์ของคนลึกลับท่านหนึ่ง และเฟยฮาวเป็นลูกน้องของเขาดังนั้นเขาจึงเรียกข้านายน้อย”

หวงเสี่ยวหลงไม่ได้กล่าวถึง เหลียนหวู๋กวง และนิกายประตูเทพอสูร

หวงเผิง  และซูเย่วในที่สุดก็เข้าใจ และรู้สึกดีใจที่ลูกชายของพวกเขาสามารถเป็นศิษย์ของอาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่เช่นนั้นได้ ถ้าเฟยฮาวเป็นผู้เชี่ยวชาญจดสูงสุดของนักรบระดับสิบตอนปลายสิ่งที่นายของเขาเป็น?

ความคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ร่างกายของพวกเขาสั่นด้วยความตื่นเต้น

“เสี่ยวหลงระดับในปัจจุบันของเจ้าอยู่ที่ระดับนักรบระดับสี่ขั้นกลางหรือไม่?” ซูเย่วถามในช่วงเวลาต่อมาทั้งคู่มองไปที่ลูกชายอย่างคาดหวัง

นักรบระดับสี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความแรงของเขาเท่านั้น

“นักรบระดับสี่ขั้นกลาง?” หวงเสี่ยวหลงสะดุ้งชั่วครู่หนึ่งในตอนท้าย เขาพยักหน้ายืนยันความสงสัยของพวกเขา ปล่อยให้พวกเขาคิดว่าเขาอยู่ในช่วงกลางของนักรบระดับสี่เป็นสิ่งที่ดี ถ้าพวกเขารู้ว่าจริง ๆ แล้วที่อยู่จุดสูงสุดของนักรบระดับห้าตอนปลายพวกเขาอาจจะรู้สึกกลัว

เห็นว่าลูกชายของพวกเขายืนยันว่าพลังของเขาอยู่ในช่วงกลางของนักรบระดับสี่ หัวใจของพวกเขาเกือบพลิกด้วยความปิติยินดี แต่แม้กระทั่งพวกเขาก็ยังตกใจกับนักรบระดับสี่ขั้นกลาง! ลูกชายของพวกเขาได้มาถึงนักรบระดับสี่ขั้นกลางแล้ว!

“ท่านพ่อท่านแม่อีกสองวันหลังจากการเฉลิมฉลองในวันปีใหม่ ข้าได้ตัดสินใจที่จะออกจาก คฤหาสน์ตระกูลหวงเพื่อไปหาประสบการณ์ภายนอก!” หวงเสี่ยวหลงกล่าวออกมาอย่างไม่ทันที่จะมีใครได้ทันตั้งตัว

“อะไรนะ? หาประสบการณ์อย่างนั้นหรือ?” หวงเผิง  และซูเย่วรู้สึกประหลาดใจ และแทบจะตะโกนพร้อมกันว่า ” ไม่ได้! ”

“ข้ารู้ว่าพวกท่านเป็นห่วง แต่ข้าไปกับเฟยฮาว จะไม่เป็นอันตรายใด ๆ เกิดขึ้น”

“เสี่ยวหลง ข้ารู้ว่าเจ้าต้องการที่จะออกไปจากคฤหาสน์ตระกูลหวงทันที เนื่องจากการกระทำของท่านปู่ของเจ้า แต่ไม่ว่ายังไงเขาก็ยังคงเป็นท่านปู่ของเจ้าอยู่ อย่าได้เกลียดเขา นอกจากนี้เจ้ายังเด็กเกินไปทำไมเจ้าไม่รออีกสักสองสามปีก่อนที่จะออกเดินทาง? ” หวงเผิงใช้น้ำเสียงที่อ่อนโยนในขณะที่เขาพยายามจะเกลี้ยกล่อมหวงเสี่ยวหลง

แม้ว่าจะมีนักรบระดับสิบไปกับหวงเซี่ยวหลง แต่เขายังเด็กเกินไปแม้แต่อายุยังไม่ถึง 9 ขวบ! ด้วยซ้ำ หวงเผิง และซูเย่วจะไม่กังวลได้อย่างไร หากพวกเขายอมให้หวงเซี่ยวหลงออกไปเผชิญโลกกว้าง!

“ท่านพ่อท่านแม่ ข้าได้ตัดสินใจแล้ว และข้าจะจากไปหลังจากวันขึ้นปีใหม่ ” หวงเสี่ยวหลงส่ายหัว; ตาของเขาเด็ดเดี่ยว  จริง ๆ แล้วเขาต้องการออกจากคฤหาสน์ตระกูลหวง ในขณะนี้เพราะเขาไม่ต้องการเห็นปู่ของเขา และลุงหวงหมิง สองพ่อลูก แต่นอกจากนั้นเขายังต้องการที่จะออกไปหาประสบการณ์ใหม่ ๆ

เขาต้องการที่จะขัดเกลาตัวเองเพื่อที่เขาจะแข็งแกร่งขึ้น และสามารถสำรวจโลกภายนอก คฤหาสน์ตระกูลหวง และได้พบปะกับเหล่าผู้เชี่ยวชาญ

เห็นการแสดงออกของลูกชายของพวกเขา หวงเผิง  และซูเย่วต่างทำได้เพียงถอนหายใจ  พวกเขาทั้งสองรู้ว่ามันไร้ประโยชน์ที่จะพยายามเกลี้ยกล่อมเขา

เมื่อคิดถึงเรื่องที่ลูกชายของนางกำลังจะออกจากบ้าน และเดินทางไปยังสถานที่ห่างไกลหัวใจของซูเย่วก็รู้สึกปวดร้าว และตาของนางก็กลายเป็นสีแดง  ” เสี่ยวหลง เจ้าจะกลับมาเมื่อไหร่?”

ร่องรอยแห่งความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจของหวงเสี่ยวหลง และยิ้มก่อนพูดว่า “ท่านแม่โปรดมั่นใจ ข้าจะกลับมาก่อนงานชุมนุมประจำปีของตระกูลในปีหน้า ลูกชายของท่านจะกลับมาพบท่านอีกครั้ง”

“งานชุมนุมประจำปีของตระกูลปีหน้า?”  ซูเย่วรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย ซูเย่วยังคง ‘จู้จี้’ กับหวงเสี่ยวหลองนานพอสมควร นางยังคงเตือนให้เขาระมัดระวังในขณะเดินทาง และดูแลร่างกายตัวเองให้ดี และระมัดระวังคนเลว ฯลฯ

หวงเสี่ยวหลงทำได้เพียงแค่พยักหน้าโดยไม่สามารถปฏิเสธนางได้

หนึ่งชั่วยามต่อมาพ่อแม่ของเขาก็จากไป

“เฟยฮาว พวกเราจะออกเดินทางในอีกสองวันข้างหน้าหลังจากวันปีใหม่ เตรียมสิ่งที่จำเป็นที่เราต้องใช้ให้พร้อม ” หวงเสี่ยวหลงสั่งเฟยฮาวหลังจากที่พ่อแม่ของเขาจากไป

“ขอรับท่านจักรพรรดิ!”

ในเวลาค่ำคืนนี้ก็ได้ผ่านไปโดยไม่มีเหตุการณ์

บนเตียงหยกเย็นหวงเสี่ยวหลงก็ได้หยุดบ่มเพาะทักษะเทพอสูร และจ้องไปที่ท้องฟ้ายามเช้าที่ผ่านมาทางหน้าต่าง เขาเดินออกไปที่ลานเหน้าบ้านพัก และเริ่มฝึกฝนความวุ่นวายของนรก

“ความวุ่นวายแห่งนรกได้สำเร็จสมบูรณ์แล้ว; มันไม่ได้มีแต่พลัง แต่มันจะเพิ่มขึ้นได้ด้วยปราณฉี ขั้นตอนต่อไปคือการฝึกฝนกระบวนท่าที่สองของทักษะดาบเทพอสูร” อีกครึ่งชั่วยามต่อมาหวงเสี่ยวหลงก็หยุดการฝึกความวุ่นวายของนรก

เขาหยิบกระดาษจากวงแหวนออกมา และศึกษาแผนภาพที่สอง

ทักษะดาบเทพอสูร, กระบวนท่าที่สอง: น้ำตาของเทพอสูร

น้ำตาของเทพอสูร? ชื่อนี้เป็นเอกลักษณ์จริง ๆ หวงเสี่ยวหลงได้ออกท่าทางการต่อสู้ของเขาตามแผนภาพด้วยมีดคู่เทพอสูรที่ได้ถูกเรียกออกมาแล้ว เขากระโดดขึ้นไปกลางอากาศ และเปิดการโจมตี และจากกลางอากาศรังสีของแสงตกลงไปที่พื้น ถูกตัอง!! มันมีลักษณะเช่นเดียวกับหยดน้ำตาที่ตกลงไปที่พื้น

กระบวนท่าที่หนึ่งความวุ่นวายของนรกที่โจมตีอยู่บนพื้นดิน อย่างไรก็ตามกระบวนท่าที่สองสามารถใช้ได้เฉพาะในขณะที่อยู่ในอากาศ

ร่างของหวงเสี่ยวหลงลอยลงสู่พื้นหลังจากที่ได้ลองในครั้งแรก เขายืนนิ่งอยู่บนพื้นดินจดจำการเคลื่อนไหว และรู้สึกอย่างไรเมื่อได้เมื่อลงจู่โจมโดยใช้น้ำตาของเทพอสูร เขายืนอยู่ที่นั่นเป็นเวลาสองเค่อแล้วก็พยายามฝึกฝนเป็นครั้งที่สอง

คราวนี้แสงที่ออกมาจากใบมีดนุ่มนวลราวกับไม่มีน้ำหนักคล้ายกับฝนตกเล็กน้อย

อีกสองเค่อผ่านล่วงเลยไป หวงเสี่ยวหลงฝึกฝนเป็นครั้งที่สาม

และเช่นเดียวกับเมื่อเขาเริ่มฝึกความวุ่นวายจากนรก หลังจากพยายามแต่ละครั้งเขาจะยืนนิ่งอยู่อย่างน้อยสองเค่อก่อนที่จะพยายามทำอีกครั้ง

ในขณะที่หวงเสี่ยวหลงหมกมุ่นอยู่กับการฝึกฝน ท้องฟ้าค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเข้ม

เขาส่ายหัวขณะที่ร่างของเขาลอยลงมาจากกลางอากาศ  แม้ว่าจะเริ่มฝึกฝนได้เพียงวันเดียวแต่พลังของการโจมตีก็เพิ่มขึ้นไม่มากเมื่อเทียบกับครั้งแรก แต่เขาก็ยังไม่บรรลุผลสำเร็จเล็กน้อย ตามภาพประกอบเมื่อน้ำตาของเทพอสูรหยดลงมาจะสร้างเสียงร้องไห้แล้วมันจะถือได้ว่าเป็นความสำเร็จในระดับเล็กน้อย

ตลอดเวลาขณะที่หวงเสี่ยวหลงกำลังฝึกฝน เฟยฮาวยืนอยู่เงียบ ๆ ที่ด้านนอกของลานบ้านพัก

ความจริงก็คือ ทักษะดาบเทพอสูร และทักษะกงเล็บปีศาจเทพอสูรเป็นทักษะพิเศษสำหรับผู้ฝึกฝนทักษะเทพอสูร เพราะฉะนั้นหวงเสี่ยวหลงไม่กังวลว่าทั้ง เฟยฮาว และคนอื่น ๆ จะมีใครพยายามแอบเรียนรู้

ขณะที่หวงเสี่ยวหลงทำการฝึกฝนน้ำตาของเทพอสูร เสียงของฝีเท้าดังก้องอยู่ข้างนอกลานหน้าบ้านพัก เมื่อเขาหันกลับไปมองเขาก็เห็นว่าคนที่กำลังใกล้เข้ามาคือท่านปู่หวงฉี่เต๋อ,  ลุงหวง หมิง และพวกเขามาพร้อมกับพ่อของเขาหวงเผิง

หวงเสี่ยวหลงขมวดคิ้ว

………………………………………